focus

รวม 12 มินิซีรีส์-เว็บดราม่าเกาหลี ดูเพลินวันเดียวจบ ครบรสทุกแนว

24/09/2021 - moomamonn


หลัง ๆ มานี้วงการซีรีส์เกาหลีได้พัฒนาซีรีส์รูปแบบใหม่ให้คนดูได้มีทางเลือกในการรับชมหลากหลายขึ้นมาก ซึ่งต้องเกริ่นก่อนว่าในอดีตวงการซีรีส์นั้นมีข้อจำกัดหลายอย่าง ตั้งแต่มักผลิตเป็นเรื่องยาว จำนวน 20-100 ตอนขึ้นไป ตอนละชั่วโมงกว่า ไหนจะต้องฉายในโทรทัศน์และไม่ได้มีช่องทางรับชมในต่างประเทศมากนัก แต่ในปัจจุบัน เพื่อเอาใจคนที่ชอบดูซีรีส์โดยเฉพาะ วงการซีรีส์เกาหลีก็ได้ผลิตบทที่ครีเอทีฟและมีทีมโปรดักชันที่อลังการ นำมาฉายผ่านแฟลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่เข้าถึงง่าย ทำให้สะดวกต่อการรับชมมาก ๆ

ซึ่งช่วงนี้มินิซีรีส์เกาหลี และเว็บดราม่าเกาหลี เริ่มเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยข้อดีของซีรีส์เหล่านี้ที่มีจำนวนตอนน้อย คนไม่มีเวลาหรืออยากดูหลาย ๆ เรื่องก็ดูจบได้ไว วันเดียวก็สามารถดูมินิซีรีส์เหล่านี้ได้ถึงตอนจบเลย แล้วก็ยังดีต่อตัวผู้ผลิตเอง เพราะไม่ต้องใช้ทุนในการสร้างเยอะ นักแสดงได้รับบทหลากหลาย และได้ผลตอบรับกลับมาดีเกินคาด เราเลยรวม 12 มินิซีรีส์เกาหลีและเว็บดราม่าที่ดูเพลิน มีเนื้อหาหลากหลายแนว รับรองว่าถูกใจทุกคนแน่นอน~

สำหรับคอซีรีส์คนไหนที่สนใจมินิซีรีส์เรื่องนั้นแล้วอยากอ่านรีวิวซีรีส์ฉบับเต็ม สามารถกดที่ชื่อเรื่องด้านบนได้เลยนะคะ (แต่มีแค่บางเรื่องนะ)


1. Blue Birthday (2021)

  • ชื่อเรื่อง : Blue Birthday | 블루버스데이
  • นักแสดงนำ : คิมเยริม (เยริ Red Velvet) และ ยางฮงซอก (ฮงซอก Pentagon)
  • เนื้อหาแนว : ระทึกขวัญ | ดราม่า | โรแมนติก | แฟนตาซี
  • ผู้กำกับ : พัคดันฮี (ผลงานก่อนหน้ากำกับซีรีส์ The Best Ending)
  • คนเขียนบท : กูโซยอง และ มุนวอนยอง
  • จำนวนตอน : 16 ตอน (ตอนละประมาณ 25 นาที)
  • ปีที่ฉาย : 2021
  • รับชมซับไทยได้ที่ : WeTV

เรื่องย่อซีรีส์ Blue Birthday

เรื่องราวของ โอฮาริน (รับบทโดย เยริ Red Velvet) หญิงสาวที่มีเรื่องราวไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับเธอในวันเกิดครบรอบ 18 ปี โอฮารินได้สูญเสียผู้เป็นรักแรกของเธออย่าง จีซอจุน (รับบทโดย ฮงซอก Pentagon) ที่เสียชีวิตไปอย่างเป็นปริศนา ด้วยการสันนิษฐานว่าฆ่าตัวตาย 10 ปีต่อมา ในวันเกิดครบรอบ 28 ปี โอฮารินได้พบกับรูปถ่ายที่จีซอจุนทิ้งไว้ ก่อนที่เธอจะพบว่าภาพถ่ายเหล่านี้มีความลับบางอย่างที่ทำให้เธอสามารถย้อนกลับไปในอดีตเพื่อแก้ไขเรื่องราวต่าง ๆ ได้ สุดท้ายแล้วโอฮารินจะสามารถแก้ไขเหตุการณ์เลวร้ายที่เป็นแผลในใจได้หรือไม่ ก็ต้องไปติดตามกัน

ความรู้สึกหลังรับชม (ไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ) – รีวิวซีรีส์ Blue Birthday

มินิซีรีส์เรื่องนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ เยริ ได้เปลี่ยนจากบทบาทน้องเล็กของ Red Velvet มารับตำแหน่งในฐานะนักแสดงนำ ซึ่งก็เป็นการประลองสนามครั้งแรกที่น่าสนใจมากเลย ส่วน ฮงซอก Pentagon นั้น หลายคนคงเคยคุ้นหน้าคุ้นตาเขาจากซีรีส์เรื่องอื่นมาบ้าง อย่างผลงานที่ผ่านมาเรื่อง Move to Heaven (2021) ในบทตำรวจหนุ่มนั่นเอง

แม้นักแสดงนำทั้งคู่ต่างเป็นไอดอล แต่ผลงานการแสดงที่ปล่อยออกมาถือว่ายอดเยี่ยมและการันตีความสามารถการแสดงว่าให้ผ่านได้เลย โดยเฉพาะ เยริ ที่รับบทเป็น ‘โอฮาริน’ การแสดงของเธอสื่อสารออกมาได้เข้าถึงบทบาท มีความสดใส น่ารัก แต่อีกด้านก็ต้องเก็บงำความลับว่าเธอนั้นเดินทางมาจากโลกอนาคตไม่สามารถบอกใครได้ ถึงบทจะซับซ้อนแต่เยริก็รับมือกับมันได้เป็นอย่างดี เรียกว่าทำได้ดีกว่าที่หลายคนคิดไว้เลยทีเดียว

ในส่วนของเนื้อเรื่อง ถึงแม้ฉากหน้าของซีรีส์เรื่องนี้จะดูเหมือนมินิซีรีส์แนวไฮสคูลทั่วไป แต่ที่จริงแล้วมีผสมผสานเนื้อหาการสืบสวนสอบสวน ความน่ากลัว แฟนตาซี และดราม่า ครบรสในเรื่องเดียว สิ่งที่ชอบของเรื่องนี้คือพล็อตเรื่องที่พลิกไปพลิกมา สิ่งที่ผู้ชมเดากันไว้ตั้งแต่แรกอาจไม่ถูกต้องเสมอไป เลยสรุปได้ว่าเรื่องนี้แนะนำให้ไปดูกันได้เลย ด้วยเนื้อเรื่อง การแสดง
ภาพและเสียงถือว่าครบรส ไม่น่าเบื่อสักตอนเลยค่ะ!

ตัวอย่าง


2. Live On (2020)

  • ชื่อเรื่อง : Live On | 라이브온
  • นักแสดงนำ : จองดาบิน และ ฮวังมินฮยอน (มินฮยอน NU’EST)
  • เนื้อหาแนว : วัยรุ่น | โรแมนติก
  • ผู้กำกับ : คิมซังอู (ผลงานก่อนหน้า “Extraordinary You”)
  • คนเขียนบท : บังยูจอง
  • จำนวนตอน : 8 ตอน (ตอนละประมาณ 60 นาที)
  • ปีที่ฉาย : 2020
  • รับชมซับไทยได้ที่ : WeTV, Viu, และ iQIYI

เรื่องย่อซีรีส์ Live On

เรื่องนี้ก็มินิซีรีส์แนวไฮสคูลอีกเช่นเคย ตัวเนื้อหาโฟกัสไปที่การเล่าเรื่องราวของชมรมกระจายเสียงในโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยมี แบคโฮรัง (รับบทโดย จองดาบิน) วัยรุ่นสาวระดับท็อปของโรงเรียนที่มีความลับปิดบังซ่อนอยู่ และ โกอึนแทค (รับบทโดย มินฮยอน NU’EST) ชายหนุ่มเจ้าระเบียบแสนเย็นชา ผู้พ่วงตำแหน่งหัวหน้าชมรมกระจายเสียง การได้มารู้จักกันทำให้ทั้งสองได้เยียวยาหัวใจกันและกันผ่านการทำงานในชมรมกระจายเสียง จนเกิดเป็นความรู้สึกดี ๆ ที่จะสานสัมพันธ์ต่อไปเป็นความรัก

ความรู้สึกหลังรับชม (ไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ) – รีวิวซีรีส์ Live On

เป็นอีกมินิซีรีส์ที่เผยให้เห็นชีวิตภายในโรงเรียน ทั้งในแง่มุมของมิตรภาพ ความรัก และการเติบโตก้าวขึ้นเป็นผู้ใหญ่ของเหล่าวัยรุ่น โดยมีสื่อกลางเป็นชมรมวิทยุกระจายเสียงของโรงเรียนที่ทุกคนจะมาแชร์เรื่องราวที่เจอ ทำให้แต่ละคนในชมรมนั้นสนิทสนมกัน และทำให้คนดูอบอุ่นหัวใจกับความสัมพันธ์ของพวกเขา

แม้จะเคยเห็น จองดาบิน ผ่านหน้าผ่านมาบ้างจากซีรีส์ Extracurricular (2020) แต่มินิซีรีส์เรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่เธอก้าวขึ้นมารับบทนำร่วมกับนักแสดงนำฝ่ายชาย มินฮยอน NU’EST ซึ่งทั้งสองคนนั้นถือว่าทำได้ดีเลยกับการถ่ายทอดบทบาทที่ต่างคนต่างมีแผลในใจ เมื่อมาเจอกันก็มาเยียวยาซึ่งกันละกัน เป็นความเขินเล็ก ๆ ตามสไตล์ความรักของนักเรียนที่ทำให้ผีเสื้อบินในท้องเลย

สำหรับบทของ ‘โกอึนแทค’ นั้นถือว่าหยิบมาเล่นได้น่าสนใจเลย เพราะถึงเธอจะเป็นสาวสวยที่ได้รับความรักความชอบจากหมู่นักเรียนในโรงเรียน แต่เธอก็เคยผ่านประสบการณ์เลวร้าย จนทำให้เพื่อนที่ ‘เคย’ สนิทอย่าง จีโซฮยอน นั้นกลับมาบาดหมางกัน ใครที่เป็นแฟน ๆ ของ ‘โอบิทนา’ ใน Nevertheless (2021) ก็แนะนำให้ลองดูกันนะคะ เพราะคนที่รับบทจีโซฮยอนในเรื่องคือ ยังฮเยจี ผู้รับบทบิทนาคนน่ารักนั่นเอง!

โดยรวมซีรีส์เรื่องนี้มีเนื้อหาที่ดูง่าย ไม่ซับซ้อน สอดแทรกประเด็นการรังแกกันในสังคมโรงเรียน เผยให้เห็นมุมผู้ถูกกระทำ และคนกระทำ และผู้ชมยังได้ฟังเสียงพูดเพราะ ๆ เพลงเพราะ ๆ ผ่านคนในชมรมกระจายเสียงของโรงเรียนแห่งนี้ด้วย

ตัวอย่าง


3. The Witch’s Diner (2021)

  • ชื่อเรื่อง : The Witch’s Diner | Come to the Witch’s Restaurant | 마녀식당으로 오세요
  • นักแสดงนำ : ซงจีฮโย, นัมจีฮยอน และ แชจงฮยอบ
  • เนื้อหาแนว : ดราม่า | แฟนตาซี
  • ผู้กำกับ : โซแจฮยอน (ผลงานก่อนหน้าซีรีส์เรื่อง Memorist) และ อีซูฮยอน (ผลงานก่อนหน้าซีรีส์เรื่อง Awaken)
  • คนเขียนบท : อียองซุก
  • จำนวนตอน : 8 ตอน (ตอนละประมาณ 50 นาที)
  • ปีที่ฉาย : 2021
  • รับชมซับไทยได้ที่ : WeTV

เรื่องย่อซีรีส์ The Witch’s Diner

มากันต่อที่เว็บดราม่าแนวแฟนตาซี-ดราม่ากันบ้าง มินิซีรีส์เรื่องนี้ได้นักแสดงหญิงขวัญใจคอซีรีส์สายวาไรตี้หลายคนอย่าง ซงจีฮโย มารับบท โจฮีรา แม่มดเจ้าของร้านอาหารสุดลึกลับที่จะทำให้ความปราถนาของลูกค้าเป็นจริง แต่สิ่งที่ได้มาก็ย่อมมีราคาต้องจ่าย หลังเกิดเหตุการณ์ให้บังดอิญพบกัน เธอได้รับมนุษย์ธรรมดา 2 คนผู้มีชะตาชีวิตแสนเศร้าอย่าง จองอิน (รับบทโดย นัมจีฮยอน) และ อีกิลยง (รับบทโดย แชจงฮยอบ) มาเป็นพนักงานพาร์ทไทม์คนสำคัญในร้านอาหารแห่งนี้

ความรู้สึกหลังรับชม (ไม่มีเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ) – รีวิวซีรีส์ The Witch’s Diner

ก่อนอื่นต้องขอชมเรื่องงานภาพ เสียงและ CG ของเรื่องนี้ก่อนเลย โปรดักชันจัดเต็มมาก สวยทุกซีน อลังการทุกตอน ดูแล้วต้องตะลึงว่านี่ใช่งานกำกับภาพเว็บดราม่าจริงหรอ แต่ก็ถือเป็นประโยชน์ของเราเพราะได้ชมงานภาพที่สวมลึกลับสมเป็นร้านอาหารแม่มดจริง ๆ

ในส่วนของนักแสดงก็ได้นักแสดงชื่อดังมาร่วมรับบทนำ ทั้ง ซงจีฮโย และ นัมจีฮยอน อีกทั้งยังได้ แชจงฮยอบ หรือพ่อหนุ่มก๋วยเตี๋ยวที่เรารู้จักกันดีใน Nevertheless (2021) มารับบทเป็นนักเรียนมัธยมปลาย นักวิ่งอนาคตไกลที่ฝันและอนาคตต้องพังทลายเพราะยื่นมือเข้าไปช่วยเพื่อนที่เป็นเหยื่อความรุนแรงในโรงเรียน

ADVERTISEMENT

เนื้อเรื่องใส่ความเป็นดราม่าและแฟนตาซีอย่างเต็มที่ แต่ละตอนจะแชร์ให้เห็นถึงความทุกข์ ความต้องการ ความปราถนา ความกดดัน ความเหลื่อมล้ำ และการเอาเปรียบของคนในสังคม จนทำให้ตัวเองต้องยอมเดินเข้ามายังร้านอาหารแม่มดนี้ เพื่อขอพรให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ แม้ว่าต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม และนอกจากเนื้อหารองที่สุดจะเข้มข้น เนื้อหาหลักเกี่ยวกับเรื่องราวความผูกพันของทั้ง 3 คนที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหารแม่มดแห่งนี้ก็ชวนให้ติดตามทุกตอน พอดูจบแล้วอยากให้มีภาค 2 ต่อทันทีเลย!

ตัวอย่าง


4. You Drive Me Crazy (2018)

  • ชื่อเรื่อง : You Drive Me Crazy | 미치겠다 너땜에 
  • นักแสดงนำ : คิมซอนโฮ และ อียูยอง
  • เนื้อหาแนว : โรแมนติก | คอเมดี้
  • ผู้กำกับ : ฮยอนซอลอิบ (ผลงานล่าสุด Oh! Master)
  • คนเขียนบท : พัคมีรยอง
  • จำนวนตอน : 4 ตอน (ตอนละประมาณ 35 นาที)
  • ปีที่ฉาย : 2018
  • รับชมซับไทยได้ที่ : –

เรื่องย่อซีรีส์ You Drive Me Crazy

มินิซีรีส์ตอนสั้น ๆ ดูแค่ 2 ชั่วโมงก็จบ แต่ได้ความครบรสทั้งโรแมนติกและคอเมดี้ กับการบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของ ‘เพื่อนที่แอบรักเพื่อนสนิท’ ระหว่าง อึนซอง (รับบทโดย อียูยอง) สาวนักล่ามแปลภาษาฝรั่งเศส และ แรวาน (รับบทโดย คิมซอนโฮ กับผลงานล่าสุด Hometown Cha Cha Cha) ศิลปินหนุ่มมีอาชีพวาดภาพทั่วไป แต่แล้วก็ดันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นกับทั้งคู่ เมื่อดันเผลอมีอะไรกันแบบไม่ได้ตั้งใจเพราะความเมา แล้วเพื่อนสนิทคู่นี้จะจัดการปัญหา และความรู้สึกนี้อย่างไร ก็ต้องไปติดตามกัน

ความรู้สึกหลังรับชม (ไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ) – รีวิวซีรีส์ You Drive Me Crazy

เรื่องนี้มินิซีรีส์ที่ฉายจบไปนานแล้วแต่อยากหยิบยกมาพูดถึงให้ทุกคนได้รู้จักกันเพราะเนื้อเรื่องและพระนางคู่นี้ดีงามจริง ๆ เป็นการประกบคู่กันครั้งแรกของ อียูยอง และ คิมซอนโฮ แต่เคมีของทั้งคู่ที่ถูกถ่ายทอดออกมานั้นฟินมาก ๆ กลั่นกรองความรู้สึกของเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อออกมาได้โดนใจใครหลายคนที่ต้องเคยพบเจอกับสถานการณ์แบบนี้แบบสุด ๆ

แม้เรื่องนี้จะรวมจำนวนฉายทั้งหมดแล้วแค่ 2 ชั่วโมง แต่ก็เป็น 2 ชั่วโมงที่ความสัมพันธ์ของแรวานและอึนซองค่อย ๆ ซึมซับในหัวใจของคนดูไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกอิ่มเอม ในฐานะผู้ชมเองแล้วไม่รู้สึกเร่งรีบไปกับความสัมพันธ์ของเพื่อนสนิทคู่นี้เลย แนะนำเพิ่มเติมว่าให้ดูมินิซีรีส์เรื่องนี้ในหน้าหนาว เพราะบรรยากาศในเรื่องอบอุ่นมาก ๆ ใครที่กำลังอยากเติมความโรแมนติกให้หัวใจ หาซีรีส์ที่ไม่หนักหัวเกินไป ต้องลองไปรับชมกันให้ได้นะคะ

ใครเป็นแฟนคลับของหัวหน้าฮงจากเรื่อง Hometown Cha Cha Cha (2021) ที่คิมซอนโฮกำลังรับบทอยู่ในตอนนี้ อย่าลืมไปไล่ดูผลงานเก่า ๆ กันนะ รับประกันความน่ารักความฟินสุด ๆ

ตัวอย่าง


5. Pop Out Boy! (2020)

  • ชื่อเรื่อง : Pop Out Boy! | 만찢남녀
  • นักแสดงนำ : คิมมินกยู และ คิมโดยอน Weki Meki
  • เนื้อหาแนว : วัยรุ่น | โรแมนติก | คอเมดี้
  • ผู้กำกับ : วังฮเยรยอง
  • คนเขียนบท : ชเวโยจี
  • จำนวนตอน : 10 ตอน (ตอนละประมาณ 20 นาที)
  • ปีที่ฉาย : 2020
  • รับชมซับไทยได้ที่ : WeTV

เรื่องย่อซีรีส์ Pop Out Boy!

สร้างจากเว็บตูนเรื่อง 만찢남녀 (มันจิดนัมนยอ) เนื้อหาไฮสคูล-แฟนตาซี เล่าเรื่องของ ฮันซอนนยอ (รับบทโดย คิมโดยอน Weki Meki) หญิงสาวที่ถูกแม่ผู้เป็นนักเขียนการ์ตูนเอาชื่อของเธอไปตั้งเป็นชื่อของนางเอกในเรื่อง แต่คาแรกเตอร์และอุปนิสัยจริงของเธอนั้นแตกต่างต่างกับในหนังสือการ์ตูนโดยสิ้นเชิง แถมตัวเธอเองก็เกลียดหนังสือการ์ตูนเล่มนั้นมากๆ เพราะทำให้ช่วงวัยรุ่นมักโดนเพื่อนล้อชื่อ ล้อเลียนผ่านหนังสือการ์ตูนเล่มนั้น

แต่แล้วในวันเกิดของ ฮันซอนนยอ ก็ดันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เพราะมีตัวการ์ตูน ชอนนัมอุก (รับบทโดย คิมมินกยู) คาแรกเตอร์พระเอกในหนังสือการ์ตูนของแม่เธอหลุดออกมาในโลกแห่งความเป็นจริง ถอดแบบเหมือนกันเป๊ะ ๆ จนสร้างความปั่นป่วนให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปจากเดิม

ความรู้สึกหลังรับชม – รีวิวซีรีส์ Pop Out Boy!

นักแสดงนำทั้งคู่ต่างเคยเข้าร่วมรายการเซอร์ไววัลของทาง Mnet ทางคิมโดยอนเคยร่วมใน Produce 101 (ซีซั่นแรก) ส่วนคิมมินกยู นั้นเคยร่วมในรายการ Produce X 101 (ซีซั่น 4) ในซีรีส์เซอร์ไววัลเดียวกัน แม้ทั้งคู่จะเป็นไอดอลแต่การแสดงเรื่องนี้ถือว่าดีเลย แสดงออกมาได้น่ารักสมวัย สมบทบาทการเป็นนักเรียนวัยมัธยม

ต้องขอชมฝั่งของ คิมมินกยู ที่รับบทเป็น ชอนนัมอุก ก่อน ในบทบาทพระเอกการ์ตูนในหนังสือที่หลุดออกมายังโลกมนุษย์ คาแรกเตอร์นี้มีความเบียว ความฮาอยู่เยอะมาก ตั้งแต่ลุคการแต่งตัวที่มีผมหน้าม้าหนา ๆ ประกอบกับการแต่งกายที่ออกไปทางย้อนยุค แต่คิมมินกยูตีบทแตกไปเลย ตั้งแต่มุขการจีบหญิงหรือการพูดต่าง ๆ ที่ไม่ค่อยเหมือนคนโลกปัจจุบันสักเท่าไหร่ เป็นอีกเรื่องที่ดูแล้วเพลิน สนุก ไม่น่าเบื่อ แต่ละตอนไม่ยาวมาก จนคาดหวังเลยว่าทั้งคิมโดยอนและคิมมินกยูต้องได้มีผลงานการแสดงเฉิดฉายเพิ่มอีกในข้างหน้านี้แน่นอน

ตัวอย่าง


6. Twenty Twenty (2020)

  • ชื่อเรื่อง : Twenty – Twenty | 트웬티트웬티
  • นักแสดงนำ : ฮันซุงมิน และ คิมอูซอก UP10TION
  • เนื้อหาแนว : วัยรุ่น | โรแมนติก | ดราม่า
  • ผู้กำกับ : ฮันซูจี (ผลงานก่อนหน้านี้ A-Teen 2)
  • คนเขียนบท : ซังโซอึน
  • จำนวนตอน : 20 ตอน (ตอนละประมาณ 20 นาที)
  • ปีที่ฉาย : 2020
  • รับชมซับไทยได้ที่ : WeTV

เรื่องย่อซีรีส์ Twenty – Twenty

อีกหนึ่งเว็บดราม่าผลงานจากทีมผู้สร้างชื่อดังอย่าง Playlist Studio ที่เคยฝากผลงานชื่อดังอย่าง A Teen ที่ทำเอาวัยรุ่นหลายคนติดดูกันงอมแงม โดยเรื่อง Twenty – Twenty บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นอายุ 20 ปีที่กำลังจะบรรลุนิติภาวะ และก้าวขึ้นเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว พวกเขาต้องพบเจอทั้งปัญหาภายในครอบครัว ทั้งเรื่องรักและเรื่องเรียน ไปจนถึงเรื่องราวของมิตรภาพ ซึ่งกว่าจะเดินตามความฝันของตนเองได้นั้น ส่งผลกระทบต่อจิตใจของวัยรุ่นเหล่านี้มาก

มีตัวละครหลักอย่าง แชดาฮี (รับบทโดย ฮันซุงมิน) นักศึกษาปีที่ 1 กับชีวิตที่แม่มักวางกรอบไว้ไปซะทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องเรียนยันการใช้ชีวิต เพราะถูกกดดันจากแม่บ่อยครั้งเลยทำให้เธอกลายเป็นคนเคร่งเครียด เก็บกด และไม่เป็นตัวของตัวเอง และ อีฮยอนจุน (รับบทโดย คิมอูซอก วง UP10TION) นักศึกษาหนุ่มอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับแชดาฮี ผู้หลงใหลในเสียงเพลง ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่ได้อยู่กับพ่อและแม่ มีความฝันและมุ่งมั่นที่จะทำอะไรได้อย่างแรงกล้า แต่ในอีกทางก็ขาดความอบอุ่นและต้องการใครสักคนรับฟังปัญหาเช่นกัน

ความรู้สึกหลังรับชม (ไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ) – รีวิวซีรีส์ Twenty – Twenty

แค่เห็นทีมผู้สร้างก็การันตีความน่าดูแล้ว เพราะ A-TEEN เป็นหนึ่งในเว็บดราม่าที่ทำให้วัยรุ่นเกาหลีสนใจมินิซีรีส์ เพิ่มกระแสให้เว็บดราม่าทำให้มีซับไทยลงแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในบ้านเรา เชื่อเลยว่า Twenty – Twenty ต้องโดนใจวัยรุ่นที่กำลังก้าวผ่านจากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่แน่ ๆ

เนื้อเรื่องถูกเล่าผ่านการเปรียบเทียบชีวิตของตัวเอก 2 คน ฝั่ง แชดาฮี เป็นวัยรุ่นที่โดนครอบครัวกีดกันทุกกิจกรรมที่ตัวเองอยากทำ จะไปเที่ยวก็ไม่ได้ ต้องเรียนเก่งให้ตัวเองประสบความสำเร็จเท่านั้น จนส่งผลให้เธอกลายเป็นคนไร้ความมั่นใจไป ส่วน อีฮยอนจุน ก็เป็นวัยรุ่นที่ใช้ชีวิตอิสระ แต่ก็ขาดความอุบอุ่นจนทำให้ตัวเองรู้สึกขาดอะไรในชีวิตบางอย่างไป

ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นในแบบซีรีส์วัยรุ่นแต่ก็ดูไม่ยากจนเกินไป เพราะมีสิ่งที่ต้องการสื่อชัดเจนว่า วัยรุ่นกลุ่มนี้โดนทำร้ายจากครอบครัวหรือคนรอบข้างของพวกเขาเอง พวกเขาขอแค่มีคนเข้าใจและคอยรับฟังปัญหา และสักวันชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนี้จะต้องมีทางเดินที่สวยงามแน่นอน ที่สำคัญ ขอชมเลยว่าภาพสวยมาก องค์ประกอบดีงาม มีฉากให้ฟินเล็กน้อย เป็นซีรีส์ที่แนะนำให้ดูอีกเรื่อง

ตัวอย่าง


7. Love Revolution (2020)

  • ชื่อเรื่อง : Love Revolution | 연애혁명
  • นักแสดงนำ : พัคจีฮุน, อีรูบี และ ยองฮุน The Boyz)
  • เนื้อหาแนว : วัยรุ่น | โรแมนติก | คอเมดี้
  • ผู้กำกับ : ซอจูวาน (ผลงานล่าสุด Dear. M)
  • คนเขียนบท : กวักคยองยุน
  • จำนวนตอน : 30 ตอน (ตอนละประมาณ 20 นาที)
  • ปีที่ฉาย : 2020
  • รับชมซับไทยได้ที่ : iQIYI

เรื่องย่อซีรีส์ Love Revolution

อีกหนึ่งมินิซีรีส์ที่มาจากเว็บตูนชื่อเดียวกัน หรือที่รู้จักกันในชื่อไทยว่า รักนี้ต้องปฏิวัติ ซีรีส์ที่เน้นเรื่องราวชีวิตวัยรุ่นของมัธยมปลาย ทั้งเรื่องเรียน ความรัก และมิตรภาพ เนื้อหาเบาสมอง นักแสดงก็น่ารักสดใส มีนักแสดงนำที่เดินเรื่องอย่าง กงจูยอง (รับบทโดย พัคจีฮุน) นักเรียนชายกับจุดเด่นตรงผมหน้าม้าหนาเตอะ บุคลิกน่ารักสดใส แต่แอบขี้อายไม่กล้าจีบผู้หญิง จนวันหนึ่งเขาดันไปตกหลุมรัก วังจาริม (รับบทโดย อีรูบี) สาวที่เรียนอยู่โรงเรียนมัธยมเดียวกัน เธอมีบุคลิกสุดห้าวและดูเย็นชาแม้กงจูยองจะพยายามตามจีบแต่ก็ไม่สำเร็จ จนต้องให้เพื่อนในกลุ่มอย่าง อีคยองอู (รับบทโดย ยองฮุน The Boyz) คอยให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ

ความรู้สึกหลังรับชม – รีวิวซีรีส์ Love Revolution

เห็นมี 30 ตอนแบบนี้ แต่บอกเลยว่าเผลอดูวันเดียวก็จบแล้วนะ เพราะตอนละแค่ประมาณ 20 นาทีเอง เรื่องนี้เป็นอีกมินิซีรีส์ที่เรตติ้งดีพอสมควร เนื้อหาแต่ละตอนไม่น่าเบื่อเลย เรื่องราวโฟกัสไปที่วัยเรียนของเด็กมัธยมปลาย แต่ละตอนก็จะมีเรื่องราววุ่นวายให้เหล่าเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้ได้แก้ไขกัน ตั้งแต่เรื่องสอบไปยันการแข่งขันงานประกวดต่าง ๆ

แต่เรื่องหลักที่ผู้ชมต้องเอาใจช่วยก็คือ เมื่อไหร่กงจูยองจะจีบวังจาริมติดนี่แหละ เพราะสาวเย็นชาที่กงจูยองหลงรักนั้นใจแข็งมาก แม้กงจูยองจะเล่นลูกอ้อนหรือหยอดมุขเท่าไหร่สาวคนนี้ก็ไม่สนใจสักที ตอนจบจะเป็นอย่าง ผู้ชมก็ต้องไปติดตามกันต่อว่าความรักของทั้งสองจะสมหวังไหมในซีรีส์กันแล้วล่ะ

ตัวอย่าง


8. Please Don’t Date Him (2020)

  • ชื่อเรื่อง : Please Don’t Date Him |  제발 그 남자 만나지 마요
  • นักแสดงนำ : ซงฮายุน และ อีจุนยอง U-KISS
  • เนื้อหาแนว : โรแมนติก | คอมเมดี้ | ไซไฟ
  • ผู้กำกับ : โอมีคยอง
  • คนเขียนบท : –
  • จำนวนตอน : 10 ตอน (ตอนละประมาณ 50 นาที)
  • ปีที่ฉาย : 2020
  • รับชมซับไทยได้ที่ : Viu

เรื่องย่อซีรีส์ Please Don’t Date Him

มินิซีรีส์แนวโรแมนติก-คอเมดี้ ที่นำเทคโนโลยี AI มาเป็นตัวเชื่อมโยงความสัมพันธ์ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ซอจีซอง (รับบทโดย ซงฮายุน) พนักงานสาวในบริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ที่กำลังมีโปรเจกต์ทำระบบตู้เย็นอัจฉริยะ แต่แล้ววันหนึ่งเธอดันไปอัปเดตโปรแกรมพิเศษลงบนตู้เย็น ทำให้ตู้เย็นสามารถล้วงลึกข้อมูลส่วนตัวได้เพียงแค่กรอกประวัติส่วนตัวเบื้องต้นลงไป เธอเลยนำตู้เย็นที่มีฟังก์ชั่นสุดล้ำมาวิเคราะห์ว่าผู้ชายคนไหนไม่ควรคบหาด้วย เพื่อตามหารักแท้ของเธอเอง แต่แล้ววันหนึ่งเธอได้พบกับ จองกุกฮี (รับบทโดย อีจุนยอง วง U-KISS) โดยความบังเอิญ เขาเป็นพนักงานดับเพลิงหนุ่มสุด Low-tech ชนิดที่ว่ายังไม่พกโทรศัพท์มือถือเลยก็ว่าได้ จนสุดท้ายทั้งคู่ก็ได้รู้จักกัน และสานความสัมพันธ์ขึ้น

ความรู้สึกหลังรับชม – รีวิว Please Don’t Date Him

เป็นอีกเรื่องที่ชอบมาก กับการเอาคาแรกเตอร์คนไฮเทคกับโลว์เทคมาเจอกันจนเกิดเรื่องราววุ่น ๆ ขึ้น ได้เห็นมุมมองความรักของหนุ่มสาวยุคใหม่ กับความต้องการอนาคตที่ดี การไม่ผูกมัด หรือชีวิตที่ยืนยาว

อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจในมินิซีรีส์เรื่องนี้คือการพูดถึง Privacy และการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เหตุการณ์ที่ตัวเอกอย่าง ซอจีซอง ดันเผลออัปเดตโปรแกรมสุดล้ำลงตู้เย็นจนทำให้ตู้เย็นมีฐานข้อมูลลับของคนอื่นมากมาย ทำให้เห็นผลดีและผลเสีย ของการมีข้อมูลไว้กับมือ เพราะบางทีการที่เรารู้ข้อมูลทุกอย่างอาจไม่ได้เป็นผลดีเสมอไป

ตัวอย่าง


9. One Fine Week 2 (2020)

  • ชื่อเรื่อง : One Fine Week 2 | 7일만 로맨스2
  • นักแสดงนำ : ซอจีซู Lovelyz และ ชินจุนซอบ
  • เนื้อหาแนว : โรแมนติก | คอเมดี้
  • ผู้กำกับ : –
  • คนเขียนบท : –
  • จำนวนตอน : 10 ตอน (ตอนละประมาณ 15 นาที)
  • ปีที่ฉาย : 2020
  • รับชมซับไทยได้ที่ : WeTV

เรื่องย่อซีรีส์ One Fine Week 2

เรื่องราวของ คิมบยอล ไอดอลสาวชื่อดัง และ จองดาอึน พนักงานบาริสต้าธรรมดาคนหนึ่ง (ทั้งสองคาแรกเตอร์รับบทโดย ซอจีซู วง Lovelyz) ชีวิตของไอดอลสาวอย่างคิมบยอลที่มีตำแหน่งเป็นถึงเมนเต้นของวงไอดอล Angel แต่เธอกลับมีปัญหาเมื่ออยู่หน้ากล้อง เพราะการโดนถ่ายรูปทำให้ตัวเองรู้สึกกดดันและอยากเก็บตัวอยู่เงียบ ๆ จนเธอได้รับโปรเจกต์ให้เข้าร่วมรายการเรียลลิตี้ออกเดตกับไอดอลหนุ่มชื่อดัง

ความไม่สบายใจนั้นทำให้เธอได้ขอความช่วยเหลือจาก จองดาอึน พนักงานบาริสต้าที่เธอได้พบเจอเข้าโดยบังเอิญ แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เพราะทั้งคู่มีใบหน้าที่คล้ายกันมาก ๆ คิมบยอลเลยขอให้จองดาอึนเข้าร่วมรายการครั้งนี้แทนเธอเอง จองดาอึนตอบตกลง แต่กลับได้ไปเจอกับคนรักของเธอที่หายตัวไปอย่างปริศนาอย่าง ฮันจองอู (รับบทโดย ชินจุนซอบ) เรื่องราวจึงยิ่งยุ่งเหยิงเข้าไปใหญ่

ความรู้สึกหลังรับชม – รีวิวซีรีส์ One Fine Week 2

เรื่องนี้ดูแค่คืนเดียวก็จบแล้วเพราะแต่ละตอนสั้นแค่ 15 นาที ทำให้เนื้อหาที่ได้กระชับ ดูแล้วไม่งง ไม่ซับซ้อนเกินความเข้าใจ ส่วนใหญ่เนื้อหาเน้นตีแผ่ชีวิตของไอดอลเกาหลี เช่น ถ้าสมมติไอดอลมีแฟน ชีวิตจะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องเลิกกับแฟนเพื่อเลือกเส้นทางอาชีพของตนเองหรือไม่ หรือต้องคบกันแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ หรือปัญหาของซาแซงที่มีผลกระทบกับชีวิตของไอดอลทำให้ไอดอลต้องเจอกับผลกระทบทางจิตใจอะไรหรือไม่ แม้พล็อตจะดูหนักแต่ฉากฟินก็มีพอประมาณ อาจจะเพราะด้วยจำนวนตอนที่มีจำกัด แต่เอาเป็นว่าดูแล้วไม่เสียดายเวลาแน่นอน

ตัวอย่าง

https://www.youtube.com/watch?v=7AEY829B9Cg

10. Gaduri Restaurant (2020)

kinopoisk.ru
  • ชื่อเรื่อง : Gaduri Restaurant | 가두리횟집
  • นักแสดงนำ : อีจูบิน และ ฮยอก VIXX
  • เนื้อหาแนว : โรแมนติก | คอเมดี้
  • ผู้กำกับ : –
  • คนเขียนบท : จางยูยอน (ผลงานล่าสุด A Love So Beautiful)
  • จำนวนตอน : 12 ตอน (ตอนละประมาณ 17 นาที)
  • ปีที่ฉาย : 2020
  • รับชมซับไทยได้ที่ : –

เรื่องย่อซีรีส์ Gaduri Restaurant

เว็บดราม่าแต่ละตอนมีให้ชมนาทีสั้น แต่เนื้อหาน่าสนใจและมีความสนุกกว่าที่คิด เล่าเรื่องราวของ กาดูรี (รับบทโดย อีจูบิน) สาวสวยที่ได้รับฉายาว่าเป็นเทพีมหาลัย เธอมีเสน่ห์และความสวยเซ็กซี่ที่ไม่เหมือนใครจนคนตกหลุมรักกันเป็นแถบ ๆ วันหนึ่ง จากพนักงานธรรมดา ๆ เธอผันตัวมาเป็นเชฟขายซูชิตั้งชื่อร้านว่า ‘Gaduri Restaurant’ เมนูหลักคือ ปลาดิบ ที่ทำให้หลายคนติดใจในฝีมือของร้านเธอ และนอกจากฝีมือการเป็นเชฟแล้ว เธอยังมีความสามารถในการดูไพ่ทาโร่ ทำนายดวง และปรึกษาเรื่องความรักให้กับคนที่สนใจ

อยู่ดี ๆ ก็มีเพื่อนข้างห้องคนใหม่ย้ายมาอยู่ด้วย เขาคือ ชาอูบิน (รับบทโดย ฮยอก VIXX) หนุ่มแว่นสุดแปลกที่ชอบสวมชุดวอร์มเดินไปเดินมา แต่มีเบื้องหลังเป็นถึง CEO บริษัทผลิตชุดชั้นในชื่อดัง ทำให้เขาหลงใหลในชุดชั้นในแบบต่าง ๆ จนกาดูรีเข้าใจผิดว่าเจาอาจเป็นคนโรคจิตหรือเปล่า

ความรู้สึกหลังรับชม – รีวิวซีรีส์ Gaduri Restaurant

ตอนแรกที่เปิดดูเรื่องนี้เพราะภาพโทนสีที่ดูจัดจ้านเป็นเอกลักษณ์ และปมการใช้ชีวิตของนางเอกที่ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะเธอเคยเป็นพนักงานบริษัท แต่อยู่ดี ๆ ก็ออกมาเปิดร้านอาหารซูชิเป็นของตัวเอง มีบางตอนดูแล้วอยากกิน ปลาดิบ ซูชิไรงี้ขึ้นมาทันทีเลย และ อีจูบิน ที่รับบทเป็น ‘กาดูรี’ ก็สวยปังทุกตอน โผล่ช็อตไหนก็สวยมีคาริสม่าสุด ๆ

ส่วนตัวเนื้อหานั้นไม่ซับซ้อน เน้นความกระชับพระ-นางกับเคมีที่เข้ากันดี แม้มีบางตอนไม่ค่อยสมเหตุสมผล แต่ด้วยระยะเวลาการฉายที่ค่อนข้างจำกัด แต่ถือว่าพล็อตแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร

ตัวอย่าง


11. XX (2020)

  • ชื่อเรื่อง : XX | 엑스엑스
  • นักแสดงนำ : ฮานิ, ฮวังซึงออน และแบอึนฮยอก
  • เนื้อหาแนว : ดราม่า | โรแมนติก
  • ผู้กำกับ : คิมจุนโม
  • คนเขียนบท : อีซอล (ผลงานล่าสุด Dear. M)
  • จำนวนตอน : 10 ตอน (ตอนละประมาณ 30 นาที)
  • ปีที่ฉาย : 2020
  • รับชมซับไทยได้ที่ : –

เรื่องย่อซีรีส์ XX

เรื่องราวน่าติดตามเกี่ยวกับ ยุนนานา (รับบทโดย ฮานิ) ผู้มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าบาร์เทนเดอร์ของบาร์ XX บาร์ที่มีเอกลักษณ์ตรงที่ไม่มีป้ายหน้าร้าน และลูกค้าทุกคน เมื่อเข้าร้านมาก็ห้ามถ่ายรูปลงโซเชียล เธอมีความตั้งใจที่จะเก็บเงินและซื้อบาร์นี้เป็นของตัวเองให้ได้ จนวันหนึ่ง อีรูมี (รับบทโดย ฮวังซึงออน) อดีตเพื่อนสนิทของยุนนานาเมื่อ 5 ปีก่อน เข้ามาที่บาร์นี้และต้องการซื้อบาร์ XX เป็นเจ้าของบาร์เช่นกัน

ที่ยุนนานาต้องตัดขาดความเป็นเพื่อนสนิทกันไปเพราะอีรูมีแย่งคนรักของเธอไป แต่ด้วยเหตุบังเอิญ ยุนนานาดันไปเจอคนรักของอีรูมีอยู่กับหญิงอื่น เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ยุนนานาจะแก้แค้นอดีตเพื่อนของเธอ หรือช่วยเหลืออย่างไรไหม สามารถไปติดตามรับชมกันต่อได้เลย

ความรู้สึกหลังรับชม – รีวิวซีรีส์ XX

ต้องบอกว่าดูเรื่องนี้เพราะติดใจการแสดงของฮานิจากในเรื่อง How To Be Thirty (2021) เลย การแสดงของฮานิมีเสน่ห์มาก ๆ โดยตัวคาแรกเตอร์ยุนนานาเป็นสาวเท่ มีอาชีพที่น่าสนใจ ทำให้มีเสน่ห์ทุกครั้งเวลาเข้าฉาก

ส่วนพล็อตหลัก โดยส่วนตัวคิดว่าโชว์ความเป็น ‘เพื่อนหญิงพลังหญิง’ พอสมควร ในเรื่องเน้นแสดงออกมิตรภาพระหว่างเพื่อนและโชว์ว่าผู้หญิงไม่ได้อ่อนแอเสมอไป แถมยังได้เห็นซีนแก้เผ็ดแบบแสบ ๆ คัน ๆ ของสองสาวนักแสดงนำที่กลายเป็นไวรัลในโซเชี่ยลอยู่พักใหญ่เลย

ตัวอย่าง


12. Check Out The Event (2021)

  • ชื่อเรื่อง : Check Out The Event | 이벤트를 확인하세요
  • นักแสดงนำ : มินอา Girl’s Day และ ควอนฮวาอุน
  • เนื้อหาแนว : โรแมนติก | วัยหนุ่มสาว | เมโลดราม่า | คอมเมดี้
  • ผู้กำกับ : คิมจีฮุน และ อีฮันจุน
  • คนเขียนบท : คิมแทจู
  • จำนวนตอน : 4 ตอน (ตอนละประมาณ 60 นาที)
  • ปีที่ฉาย : 2021
  • รับชมซับไทยได้ที่ : iQIYI

เรื่องย่อซีรีส์ Check Out The Event

มินิซีรีส์แนวเบาสมองแถมได้ชมบรรยากาศเกาะเชจูไปเพลิน ๆ เล่าถึง ฮาซงอี (รับบทโดย มินอา Girl’s Day) หญิงสาวที่ทำงานเป็นผู้ประสานงานในสวนพฤกษชาติ มีบุคลิกสดใสร่าเริง จนมาวันหนึ่งเธอกลับถูก พัคโดกยอม (รับบทโดย ควอนฮวาอุน) แฟนนักดนตรีชื่อดังบอกเลิกโดยไม่บอกเหตุผลอะไรให้เธอฟังเลย

ในขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนกำลังระส่ำระส่ายนั่นเอง ก็มีสายโทรศัพท์โทรเข้าหาฮาซงอีว่าเธอได้รับรางวัลทริปไปเที่ยวที่เกาะเชจู แต่ทริปนั้นกลับเป็นทริปคู่รัก ทั้งฮาซงอีและพัคโดกยอมเลยต้องยอมไปเที่ยวทริปนี้โดยแกล้งแสดงว่าทั้งคู่ยังรักกันดีอยู่ แล้วทั้งคู่จะกลับมารักกันหรือจะจบกันที่ทริปนี้กันแน่นะ?

ความรู้สึกหลังรับชม – รีวิวซีรีส์ Check Out The Event

เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่นำเอาเกาะเชจูมาเป็นสถานที่หลักในการถ่ายทำ ซึ่งทางเราเองก็ชอบเนื้อหาสไตล์ที่ได้ออกไปท่องเที่ยวอยู่แล้ว เพราะได้ดูเนื้อหาสนุก ๆ และยังได้ชมบรรยากาศสวย ๆ เหมือนเราได้ไปเที่ยวเอง ตัวเนื้อหา เรื่องนี้เน้นประเด็นความสัมพันธ์ของคู่รักที่เพิ่งเลิกกันไปหมาด ๆ แต่กลับต้องมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในระยะเวลาอันสั้น ๆ จนคนดูต้องมาลุ้นว่าจะกลับมาคบกันต่อหรือไม่ และสาเหตุอะไรที่ทำให้ พัคโดกยอม ถึงบอกเลิก ฮาซงอี ทั้งที่ผ่านมาทั้งคู่ไม่มีสัญญาณที่จะเลิกลากันเลย

เรื่องนี้ได้ทั้ง ควอนฮวาอุน คุณหมอจากซีรีส์ Mouse (2021) มารับบทนำในเนื้อหาที่เบาสมองบ้าง ในเรื่องนี้ก็ยังคงลุคที่ดูเย็นชา เดาใจยาก แต่ว่ายิ้มง่าย ดูไม่เคร่งขรึมเท่าเรื่องก่อน และก็ได้ มินอา มารับบทที่คาแรกเตอร์สดใส มองโลกในแง่ดี เป็นความไม่เข้ากันที่เข้ากันมากเลย

เนื้อหาโดยรวมถือว่าดูง่าย กระชับรวดเร็ว ติดตรงที่เรายังไม่ค่อยอินกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่สักเท่าไหร่ ถ้าปูเนื้อเรื่องว่าทั้งคู่รักกันมากขนาดไหน น่าจะทำให้อินมากกว่านี้ แต่โดยรวมภาพสวย นักแสดงน่ารัก ไม่เสียเวลาที่จะรับชม

ตัวอย่าง

ลองลิสต์ดูกันได้เลย ว่าจะเริ่มดูเรื่องไหนกันก่อนดี หรือถ้าใครมีเรื่องไหนอยากแนะนำเพิ่มเติม สามารถบอกเราได้เลยนะ

ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่


Facebook Fanpage
 : facebook.com/korseries
Twitter
 : twitter.com/korseries
Website
 : korseries.com
Youtube 
: Korseries

ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ ♡

Read More Articles


Korupdate






เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก