หลังส่งความประทับใจให้กับผู้ชมส่งท้ายกันไปกับบทสรุปของเรื่องราวที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และคราบน้ำตาใน It’s Okay to Not Be Okay เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางนักเขียนบท โจยง ผู้ร้อยเรียงเขียนโครงเรื่องราวของซีรีส์เรื่องดัง ได้ออกมาเปิดเผยความในใจ กล่าวคำขอบคุณถึงผู้ชม หลังจากได้รับความรักที่แฟน ๆ มอบให้ต่อซีรีส์เรื่องนี้อย่างล้นหลาม นอกจากนี้เธอยังกล่าวชื่นชมนักแสดง พร้อมเลือกฉากที่ชอบที่สุด ในฐานะผู้ที่ยู่เบื้องหลังของซีรีส์เรื่องดังประจำปี 2020 นี้

It’s Okay to Not Be Okay เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน และเพิ่งลาจอไปไม่นานเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม กับเรื่องราวที่น่าประทับใจของ มุนคังแท (รับบทโดย คิมซูฮยอน) เจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีพี่ชายเป็นออทิสติก และ โกมุนยอง (รับบทโดย ซอเยจี) นักเขียนหนังสือนิทานเด็กผู้เป็นโรคต่อต้านสังคม การพบกันระหว่างเขาและเธอนำมาสู่การเยียวยาบาดแผลภายในใจของกันและกัน

ในบทสัมภาษณ์​ทางนักเขียนบท โจยง ได้กล่าวขอบคุณผู้ชมเป็นอย่างแรก พร้อมด้วยกล่าวขอบคุณผู้กำกับ ทีมงาน และนักแสดงสำหรับการทำงานอย่างหนัก และได้เล่าความรู้สึกหลังจากซีรีส์กลายเป็นซีรีส์ที่ได้รับความรักมากมายจนกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องฮิตของปีนี้

ฉันยังไม่รู้สึกว่าความนิยมของซีรีส์เรื่องนี้มันมาถึงฉันขนาดนั้นค่ะ ฉันไม่เคยได้มีประสบการณ์สัมผัสกับสิ่งนี้แบบจริง ๆ เลย เพราะฉันเอาแต่ยุ่งวุ่นวายกับสิ่งที่ต้องทำให้เรียบร้อย จนไม่ได้มีเวลามากพอที่จะดูว่ามันได้รับกระแสตอบรับอย่างไรบ้าง ฉันเพียงแต่แค่ได้ยินมาว่าซีรีส์เรื่องนี้เป็นที่นิยมมากบน Netflix ในต่างประเทศ และนั่นมันก็ทำให้ฉันรู้สึกโล่งใจค่ะ มีแฟนซีรีส์ให้ปากกาหมึกซึมมาเป็นของขวัญกับฉันด้วย และนั่นมันทำให้ฉันรู้สึกขอบคุณมาก ๆ จนอยากจะร้องไห้เลยค่ะ” โจยง เผย

และเธอยังเสริมอีกว่า “ในละคร ปากกาหมึกซึมถูกใช้เป็นอาวุธอันตรายที่สามารถทำให้ถึงตายได้ และฉันก็อยากจะบอกว่าฉันจะรับมันมาด้วยความซาบซึ้งใจ และคาดว่าฉันจะใช้มันอย่างดีด้วยความตั้งใจอย่างที่สุดในอนาคตค่ะ”

ซีรีส์เรื่องนี้เป็นที่นิยมไม่ใช่เพียงเพราะแค่การแสดงและเคมีที่ทรงเสน่ห์ของเหล่านักแสดง หรือโปรดักชั่นการถ่ายทำที่สวยงามอลังการเพียงแค่นี้เท่านั้น แต่ด้วยเนื้อหาสารที่ต้องการจะสื่อผ่านละครก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ตรึงใจผู้ชมได้อยู่หมัด ซึ่งทางนักเขียนบทได้เผยเกี่ยวกับสารที่เธอต้องการจะสื่อในละครว่า

“ฉันเคยไปอ่านเจอมาที่ไหนสักที่ ซึ่งเขาบอกว่ายังมีบางคนในโลกที่ไม่เคยมีความรู้สึกเลย ซึ่งจริง ๆ เเล้วเนี่ย พวกเขาจรู้สึกถึงความเหงาได้ เนื้อหาที่ต้องการจะสื่อจึงหมายถึงว่า ถ้าหากธรรมชาติของมนุษย์คือการที่ต้องได้รับความอบอุ่นไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตามแล้ว ก็ไม่ควรมีมนุษย์คนไหนที่ถูกละเลย หรือถูกมองข้ามมือของพวกเขากำลังจะยื่นออกไปโหยหาความอบอุ่น ไม่ว่าจะด้วยเพราะพวกเขารู้สึกเหงา ต้องการได้รับการรักษา หรือต้องการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ตาม”เธอเผยต่อว่า “ฉันต้องการส่งสารออกไปผ่านตัวละครในซีรีส์ ที่จะได้รับการเยียวยาและเติบโตจากความอบอุ่นของผู้อื่น”

นักเขียนบท โจยง ยีงได้กล่าวชื่นชมการแสดงที่ยอดเยี่ยมของเหล่านักแสดงด้วยอีกว่า “นักแสดงหลักทั้งสามท่านที่ถ่ายทอดบทของ คังแท ซังแท และมุนยอง สวมบทบาทของตัวละครออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ และพวกเขาก็มีเคมีที่ยอดเยี่ยมมาก ฉันไม่สามารถจินตนาการได้เลยใครจะมารับบท คังแท ได้อีก ถ้าไม่ใช่ คิมซูฮยอน”

เธอจึงเลือกฉากที่น่าจดจำที่สุดของคิมซูฮยอน ซึ่งเป็นฉากที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็ประทับใจ “ฉันคิดว่าฉันคงจะไม่สามารถลืมฉากนี้ได้อีกตลอดไป กับฉากช่วงจบของตอนที่ 9 ที่คังแทขอโทษ และร้องไห้อย่างแตกสลาย มันเป็นซีนที่เจ็บปวดมากแม้กระทั่งในตอนเขียนก็ตาม และเมื่อฉันได้ดูฉากนี้เเล้ว มันก็เจ็บปวดขึ้นมาก ๆ ถึงขนาดที่ใจของฉันมันแทบสั่นเลยค่ะ” เธอจึงชื่นชมว่าการแสดงของนักแสดงหนุ่มนั้นทำให้เธอประทับใจมาก ๆ กับความสามารถที่เขาถ่ายทอดออกมาให้เห็นในละครเรื่องนี้

และอีกนักแสดง ๆ ที่หลาย ๆ คนประทับใจอย่าง โอจองเซ ก็ทำให้เธอตรึงใจกับการแสดงของเขาไม่ต่างกัน เธอได้เล่าถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อนักแสดงมากความสามารถท่านนี้ว่า “ฉันระวังและกังวลมาก ๆ ในการสร้างตัวละคร ซังแท ให้ไม่ถูกเข้าใจผิด หรือไปตีตราภาพของคนที่เป็นออทิสติกเข้า ซึ่งส่วนตัวฉันรู้สึกนับถือนักแสดง โอจองเซ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่องอย่างมาก หลังจากที่เห็นเขาพยายามเข้าใจมิติอาการออทิสติกอย่างที่สุดด้วยความจริงใจ” เธอเล่าต่อว่า “ในระหว่างการทำงาน โอจองเซได้หลอมรวมกลายเป็นซังเเท และซังแทก็กลายเป็นโอจองเซ”

สำหรับฉากที่เธอประทับใจที่สุดของ โอจองเซ นั้น เธอเลือกฉากที่ ซังแท อ่านหนังสือนิทานหน้าต้นไม้แม่ของเขาในตอนสุดท้าย ซึ่งเธอยกให้ว่าเป็นซีนที่ดีที่สุดของเขา เธอเผยว่าเธอร้องไห้หนักมากเมื่อเธอดูฉากนั้น และก็คิดว่าโอจองเซได้เลือกแสดงออกมาด้วยการแสดงที่สร้างสรรค์และตัดสินใจถูกต้องเเล้ว

ทางด้านนางเอกสาวคนสวย ซอเยจี โจยงได้พูดถึงการแสดงที่มากไปด้วยเสน่ห์ของนางเอกสาวว่า “มุนยองเป็นตัวละครที่นักแสดงจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทางด้านอารมณ์จิตใจเป็นพิเศษ แต่ซอเยจี ได้ทำให้ มุนยอง มีชีวิตขึ้นมาพร้อมกับเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์และน่ารักในเวลาเดียวกัน”

โดยฉากที่เธอเลือกให้เป็นฉากที่ดีที่สุดของซอเยจี คือฉากในช่วงสุดท้ายของตอนหก ในตอนที่มุนยองต้องเผชิญกับฝันร้ายที่ฝันถึงแม่ของเธอ และทำให้เธอร้องไห้หนักมาก ซึ่งในที่สุดเธอก็ต้องเสียน้ำตาในอ้อมกอดของคังแท “ฉันขนลุกกับฉากนั้นตลอดเวลาเลยค่ะ มันเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุด ซอเยจีได้รับความสนใจอย่างมากจากลุคที่สวยงามของเธอ แต่ฉันคิดว่าเสน่ห์ที่แท้จริง คือความน่ารักที่มาพร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของเธอค่ะ”

 

 

Birth of a Beauty ดูย้อนหลังได้ที่ Viu คลิก!
 

นอกจากนี้เธอยังได้เปิดเผยถึงฉากที่เธอชอบที่สุดในเรื่องอีกด้วยว่า “ฉันชอบทุกฉากที่ คังแท มุนยอง ซังแท เถียงทะเลาะกันมากทั้งหมดเลยค่ะ แต่นอกจากฉากเหล่านั้น ฉันชอบตอนที่คังแทเห็นว่าซังแทเป็นพี่ชายที่เป็นพนักงานธรรมดาทั่วไป ที่อยู่ดี ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาระหว่างคังแท มุนยอง ที่กำลังใส่ชุดนักเรียนในฝัน” โจยงอธิบายว่าเธอรักที่ได้เห็นซังแทได้รู้สักทีว่าน้องชายของเขามีความสุขเวลาเขาอยู่กับมุนยอง และรักที่ได้เห็นการที่ซังแทค่อย ๆ ต้อนรับมุนยองเข้ามาเป็นหนึ่งคนในครอบครัว

 

 

และโจยงก็ได้อธิบายถึงตัวละคร พัคแฮงจา (รับบทโดย จางยองนัม) อีกเช่นเดียวกันว่า “ฉันต้องการมีตัวละครที่มีความย้อนแย้งจากความน่าสงสาร ที่ได้รับความเจ็บปวด แต่ก็เป็นตัวละครที่ประชดประชันคนอื่นเมื่อพวกเขาอ่อนแอ” ซึ่งเธอตั้งใจถ่ายทอดบทตัวร้ายในละครที่ไม่ได้แข็งแกร่งเสมอเหมือนอย่างที่พวกเขาปรากฏตัวในทีเเรก

“เรามักคิดว่าตัวร้ายในนิทานตอนจบมักจะจากไปด้วยความพ่ายแพ้ แต่สำหรับตัวร้ายในละครของเรา ซึ่งเป็นเรื่องแต่งที่เปรียบเสมือนนิทานแห่งการเติบโต ก็ควรจะเป็นเช่นนั้นเช่นเดียวกัน ฉันต้องการที่จะเน้นย้ำแนวคิดที่ว่า เมื่อคนที่อ่อนแอมาเจอกันและรวมกัน พวกเขาก็จะค่อย ๆ ค้นพบความกล้าหาญเพื่อต่อกรกับเหล่าตัวร้าย เงามืดใหญ่ยักษ์ที่เคยปรากฏปกคลุม ก็พลันจะสลายไปเพียงแค่ชั่วครู่ ฉันต้องการที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของความกล้าหาญอย่างเป็นธรรมชาติเป็นเรื่องราวสุดท้าย”

ท้ายที่สุดแล้ว นักเขียนบท โจยง ได้กล่าวโดยสรุปว่า “ละครเรื่องนี้มันอบอุ่นราวกับเป็น ไออุ่น ที่โอบล้อมระหว่างผู้คน ฉันหวังว่าผู้ชมจะจดจำละครเรื่องนี้ ที่ถึงแม้จะมีความแปลก และดูไม่น่าคุ้นชินอยู่หน่อย ๆ แต่ก็ทำให้อบอุ่นหัวใจได้ หลังจากที่ได้ดู”

บทความที่เกี่ยวข้อง

จากคู่เพื่อนซี้ใน It’s Okay to Not Be Okay สู่มิตรภาพนอกจอที่น่ารักของ ‘คังกีดุง-คิมซูฮยอน’

เหล่านักแสดงนำ It’s Okay to Not Be Okay เผยความในใจ ส่งท้ายตอนจบซีรีส์

รวมนิทาน+บทวิเคราะห์ ซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay ฉบับที่ 1 (EP.1-8)

โปรดิวเซอร์เผยความในใจถึงนักแสดง พร้อมบอกใบ้บทสรุปของซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay

โรงพยาบาลจิตเวชรื่นรมย์ไปทางไหน? ชี้เป้าให้ตามรอยซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay

เบื้องหลังนิทานโกมุนยอง กับ นักวาดภาพประกอบ ผู้ถ่ายทอดลายเส้นในซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay

ส่องไอเดียทรงผมสั้นหลากสไตล์ของโกมุนยอง ‘ซอเยจี’ ในซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay

ส่องไอเท็มตามเทรนด์โลก ‘กระเป๋าจิ๋วของโกมุนยอง’ ในซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay

จดไว้ในลิสต์! ชี้เป้าตามรอยสะพานแขวน ในซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay

โอจองเซ นักแสดงมากฝีมือ ผู้ไม่เคยหยุดถ่ายทอดบทบาทการแสดงที่น่าประทับใจ

ทำความเข้าใจ It’s Okay to Not Be Okay ให้มากขึ้น ผ่านการ์ตูนเรื่องโปรดของมุนซังแท ‘ไดโนเสาร์น้อย ดูลลี่’

ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries

Source (1) (2)