ใครที่มูฟออนจากเคมีของ “คิมซอนโฮ“ และ “โกยุนจอง” ในซีรีส์ Can This Love Be Translated? ไม่ได้ มารวมกันตรงนี้! วันนี้เราจะพาไปเช็กอินโลเคชั่นถ่ายทำจริงที่ญี่ปุ่น กับรูท One Day Trip ขับรถเที่ยวตามรอยพระ-นางแบบเป๊ะ ๆ หรือจะนั่งรถไฟมาจากโตเกียวก็ไม่ไกลแค่ 1 ชั่วโมงนิด ๆ โดย Korseries ขอไล่ตามโลเคชั่นที่ไปเอง ครบจบทุกที่ตั้งแต่ฉากบังเอิญเจอกัน ไปจนถึงจุดชมวิวฟูจิสุดโรแมนติก บอกเลยว่าแต่ละที่มู้ดดีมาก ถ่ายรูปสวยจนใจเจ็บ ตามมาเซฟพิกัดกันด่วน ๆ เลยค่า!
1. Gokurakuji Station (สถานีโกคุราคุจิ)
จุดเริ่มต้นความบังเอิญที่พระเอกและนางเอกเดินสวนกัน และขึ้นรถไฟคันเดียวกัน สถานีนี้เป็นสถานีรถไฟเก่าแก่ ให้ความรู้สึกวินเทจและเงียบสงบสุด ๆ ไฮไลต์คือรถไฟสาย Enoden สีเขียว-เหลืองสุดคลาสสิกที่เป็นเอกลักษณ์ของคามาคุระ ใครมาถึงแล้วต้องแวะถ่ายรูปหน้าสถานีและรอดูรถไฟวิ่งผ่าน ได้ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในฉากอนิเมะ/ซีรีส์ญี่ปุ่นสุด ๆ ไปเลยค่ะ

📍Gokurakuji Station : 3-chōme-7 Gokurakuji, Kamakura, Kanagawa 248-0023, Japan
📍 พิกัด: https://maps.app.goo.gl/uDnT2WsosLsYgXw28
2. Goryo Shrine (ศาลเจ้าโกเรียว)
ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อนางเอกเอาโทรศัพท์มาคืนพระเอกจนได้คุยกับนักท่องเที่ยวชาวอิตาลี ที่เขาได้ช่วยเหลือลูกของเขาเอาไว้จากอาการแพ้อาหาร ซึ่งสถานที่นี้ขึ้นชื่อเรื่องความ Unseen เพราะมีเสาโทริอิที่ตั้งอยู่หน้าทางรถไฟพาดผ่าน ที่บรรยากาศดีมาก ๆ ใครที่เป็นสายมูหรือสายถ่ายรูปห้ามพลาด แต่ถ่ายได้แค่ด้านหน้าทางเข้านะคะ เพราะมีป้ายไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพด้านในศาลเจ้า บรรยากาศร่มรื่นและขลังมาก ๆ เหมาะกับการมาเดินเล่นซึมซับบรรยากาศแบบในซีรีส์สุด ๆ

📍Goryo Shrine : 4-9 Sakanoshita, Kamakura, Kanagawa 248-0021, Japan
📍 พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Wqo1CAuJv5oVbsut6
3. Tanaka Barber Shop
ฉากที่พระเอก-นางเอกที่บังเอิญเจอกันต้องแยกทางกันแบบค้างคาเบา ๆ เพราะเขาหายไปพร้อมกับรถไฟที่ขับผ่านมา โดยร้านนี้เป็นร้านตัดผมสไตล์เรโทรที่มีอยู่จริง ตัวตึกมีดีไซน์ย้อนยุคที่โดดเด่นและคลาสสิกมาก ใครเดินทางไปจะเห็นป้ายหน้าร้านแบบในซีรีส์เป๊ะ ๆ เลย จึงหาไม่ยาก และตั้งอยู่ไม่ไกลจากศาลเจ้าโกเรียวเลย (ห่างกันประมาณ 1 แยกรถไฟเท่านั้น) เนื่องจากสถานที่ถ่ายทำฉากนี้อยู่ด้านหน้าร้านตัดผม และเป็นทางเข้าออกลานจอดรถ ถ้าอยากไปจุดนี้อาจจะต้องระวังไม่ให้รบกวนเจ้าของร้านและรถที่ขับเข้าออกด้วยนะคะ

📍Tanaka Barber Shop : 4-9 Sakanoshita, Kamakura, Kanagawa 248-0021, Japan
📍 พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Mmd75dz9BU5LWrYs9
4. Kamakurakōkō-Mae Station (สถานีคามาคุระโคโคมาเอะ)
ถึงจะโผล่มาแค่ผ่าน ๆ ในซีรีส์ แต่ถ้ามาคามาคุระแล้วไม่เช็กอินที่นี่ถือว่าพลาดเลยล่ะ จุดถ่ายรูปในตำนานวิวทะเลตัดกับทางรถไฟ (จุดยอดฮิตจากการ์ตูนเรื่อง Slam Dunk) ที่สวยตะโกน ยิ่งวันฟ้าเปิดจะเห็นขอบฟ้าตัดกับน้ำทะเลสีคราม แนะนำให้เผื่อเวลาหามุมดี ๆ เพราะคนเยอะตลอด แต่รับรองว่าได้รูปสวยคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน

📍Kamakurakōkō-Mae Station : 1-chōme-1 Koshigoe, Kamakura, Kanagawa 248-0033, Japan
📍 พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ZFeisMVcjWmEdxk39
5. Tenzen Lab. (ร้านราเมงในซีรีส์ – ร้านขนมหวานในชีวิตจริง)
ในซีรีส์เป็นร้านราเมงที่นางเอกมาตามหาแฟนเก่า แต่ความจริงที่นี่คือ Tenzen Lab. ร้านขนมหวานและคาเฟ่บรรยากาศดีที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยต้น ๆ ทางเข้าถนนคนเดินบนเอโนะชิมะ ตัวร้านตกแต่งสไตล์มินิมอลผสมลอฟท์นิด ๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น น่าเสียดายที่เราพยายามเดินตามหาที่นี่จนเจอในนาทีสุดท้ายก่อนกลับ เลยไม่ทันได้เข้าไปในร้าน ใครอยากตามรอยฉากที่ชามูฮี-จูโฮจินนั่งในร้าน อย่าลืมแวะมาสั่งขนมทานเล่น พลางจินตนาการถึงบทสนทนาสุดป่วนตรงนี้เลย

📍Tenzen Lab. : 1 Chome-6-30 Enoshima, Fujisawa, Kanagawa 251-0036, Japan
📍 พิกัด: https://maps.app.goo.gl/LD44HD1TQHkdhF2m8
6. Enoshima Post Office (ที่ทำการไปรษณีย์เอโนะชิมะ)
จุดถ่ายทำที่นางเอกยืนรอพระเอกหลังจากเหตุการณ์ช่วยเด็กชาวอิตาลี อยู่บนถนนเส้นเดินหลัก Enoshima Benzaiten
Shopping Street ในเกาะเอโนะชิมะ บริเวณนี้ผู้คนพลุกพล่านและมีชีวิตชีวา เป็นจุดที่นางเอกเริ่มเปิดใจขอความช่วยเหลือจากพระเอกอย่างจริงจัง คอซีรีส์แบบเราเดินผ่านเฉย ๆ ได้ยังไง มาทั้งทีก็ต้องอย่าลืมแวะแชะภาพเป็นที่ระลึกใช่ไหมคะ

📍Enoshima Post Office : 1 Chome-4-13 Enoshima, Fujisawa, Kanagawa 251-0036, Japan
📍 พิกัด: https://maps.app.goo.gl/8fCPhd8xFbJEgKDo8
7. Oiwayamichi Street
ถนนสายช้อปปิ้งอีกเส้นบนเอโนะชิมะที่ต้องเดินขึ้นบันไดต่อไปด้านบน หลังถนนเมนหลัก โดย 2 ข้างทางจุดนี้จะเต็มไปด้วยร้านขายของฝากและสตรีทฟู้ด ซึ่งในซีรีส์เนรมิตฉากน่ารัก ๆ ที่ทั้งคู่เดินเล่นซื้อของฝาก และฉากกินไอศกรีมชาเขียว ก็ถ่ายทำที่ถนนเส้นนี้ ตลอดสองข้างทางมีร้านรวงเก่าแก่ให้แวะดูเพลิน ๆ แนะนำให้ลองซื้อขนมหรือไอศกรีมมาถือถ่ายรูปตามรอย รับรองว่าฟินเหมือนได้มาเดตกับจูโฮจินเลยล่ะ

📍Oiwayamichi Street : 2 Chome-5-25付近 Enoshima, Fujisawa, Kanagawa 251-0036, Japan
📍 พิกัด: https://maps.app.goo.gl/iQRrjtiDeCNRTL457
8. Enoshima Uomi-tei
ร้านอาหารวิวดีอีก 1 จุด ที่ในเรื่องจะเห็นสั้น ๆ หน้าร้านจากตอนที่ ชามูฮีแวะกินซาลาเปารองท้อง แต่จริง ๆ แล้วไฮไลต์ของร้านนี้คือด้านในร้าน ที่เป็นโซนที่นั่งระเบียงริมหน้าผาที่มองเห็นวิวทะเลแบบพาโนรามา ในวันที่อากาศดีจะเห็นเส้นขอบฟ้าชัดเจนมาก ซึ่งร้านนี้จะอยู่ตรงหน้า Enoshima Shrine Okutsumiya เลยค่ะ ใครไปก็แวะไหว้พระขอพรตรงศาลเจ้านี้กันได้นะคะ

📍Enoshima Uomi-tei : 2 Chome-5-7 Enoshima, Fujisawa, Kanagawa 251-0036, Japan
📍 พิกัด: https://maps.app.goo.gl/FJF7QEdjPt2qWF4L9
9. Miharashi-Tei
จุดเดินเล่นชิล ๆ ที่มองเห็นวิวมุมสูงบนเอโนะชิมะ ฉากนี้เราจะได้เห็นวิวทะเลที่สะท้อนแสงพระอาทิตย์ตกดินระยิบระยับ พร้อมวิวด้านหลังที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ถ้าฟ้าเป็นใจ เป็นมุมโรแมนติกที่เงียบสงบกว่าจุดอื่น เหมาะกับการมายืนทอดอารมณ์ชมวิวสวย ๆ แบบที่พระ-นางเขาทำกัน

📍Miharashi-Tei : 2 Chome-6-22 Enoshima, Fujisawa, Kanagawa 251-0036, Japan
📍 พิกัด: https://maps.app.goo.gl/rA7qsCjPuafFYVg26
10. West Promenade Enoshima (ทางเดินฝั่งตะวันตก)
ปิดท้ายทริปด้วยพิกัดไฮไลต์ #papago #คนที่ขอบคุณ จุดนั่งพักชมวิวภูเขาไฟฟูจิแบบ Full HD ตรงหน้า เป็นโลเคชั่นที่นางเอกแอบถ่ายรูปพระเอกลง IG ฉากนี้แสงเย็นสวยมากกกก (ก.ไก่ล้านตัว) แนะนำให้มาช่วง Sunset เพื่อเก็บภาพท้องฟ้าเปลี่ยนสีและวิวฟูจิ เป็นการจบ One-Day Trip ที่สมบูรณ์แบบที่สุด จุดนี้เป็นจุดเดียวในลิสต์ทั้งหมดที่เรามีเวลาไม่พอเดินทางไปเพราะต้องกลับโตเกียวก่อน แต่ขับรถผ่านบน Enoshima Benten Bridge ซึ่งอยู่ไม่ไกล และขนานกับพิกัดนี้พอดี ก็เลยได้เห็นวิวฟูจิ พร้อมกับวิวทะเล ในช่วง Golden Hour ที่แสงกระทบน้ำที่สวยไม่ต่างกับที่จูจินโฮและชามูฮีเห็นเลยล่ะ

📍West Promenade Enoshima : 2 Chome Katasekaigan, Fujisawa, Kanagawa 251-0035, Japan
📍 พิกัด: https://maps.app.goo.gl/wEETdCmpzJQsw58r5
เป็นยังไงกันบ้างคะกับทริปตามรอย Can This Love Be Translated? ที่เราเอามาฝากกัน ต้องบอกเลยว่าการได้มาสัมผัสสถานที่จริงในคามาคุระและเอโนะชิมะ ไม่ใช่แค่การมาเช็กอินตามฉากในซีรีส์เท่านั้น แต่เหมือนเราได้พาตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในบรรยากาศสุดละมุนแบบที่ จูโฮจิน และ ชามูฮี ได้สัมผัสจริง ๆ ทั้งเสียงคลื่น ลมทะเล และความวินเทจของเมืองนี้ มันมีมนต์ขลังที่ฮีลใจได้ดีมาก ๆ จนอยากให้ทุกคนได้ลองมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งค่ะ
คอซีรีส์คนไหนที่มีแพลนจะบินไปญี่ปุ่นหลังจากนี้ ลองแบ่งเวลาสัก 1 วันจัด One-Day Trip ตามพิกัดนี้ดูนะคะ รับรองว่านอกจากจะได้รูปสวย ๆ กลับไปเต็มเครื่องแล้ว ยังได้ความทรงจำดี ๆ ที่เหมือนได้แปลความหมายของความรักผ่านการเดินทางกลับไปแน่นอน ส่วนใครที่ไปตามรอยมาแล้ว หรือมีมุมไหนประทับใจเป็นพิเศษ อย่าลืมแวะมาเอารูปมาอวด หรือคอมเมนต์เล่าสู่กันฟังกับชาว Korseries บ้างน้า ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเดินทางตามรอยรักครั้งนี้นะคะ! 💖🎌
บทความที่เกี่ยวข้อง
เรื่องย่อซีรีส์ : Can This Love Be Translated? | ยากชะมัด รักภาษาอะไร (2026)
สัมภาษณ์พิเศษ คิมซอนโฮ-โกยุนจอง เล่าเบื้องหลัง Can This Love Be Translated? กับ Korseries
ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่
Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries
ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ ♡

