focus

Hellbound เมื่อ ‘ฉัน’ ทดลองนับถือศาสนา ‘ยูอาอิน’

26/11/2021 - bluesherbet


ใครที่เคยเห็นผู้เขียนในทวิตเตอร์ น่าจะทราบว่าเราเป็นแฟนคลับของนักแสดง ยูอาอิน ยิ่งไปกว่านั้นเรายังเคยพูดเล่น ๆ ว่าอยากกรอกข้อมูลในบัตรประชาชนว่า “นับถือศาสนายูอาอิน” ยูอาอิน นอกจากเป็นนักแสดงที่เก่ง ก็ยังมีความคิดแสนเท่ ไม่ว่าจะเรื่องการเมือง หรือมุมมองสังคม อ่านหนังสือเยอะ ฟังเพลงเจ๋งๆ สะสมงานอาร์ต เป็นเจ้าของสตูดิโอศิลปะ แถมยังไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือสังคม ยูอาอิน เป็นสมาชิกโบสถ์คริสต์แห่งหนึ่งทำกิจกรรมช่วยเหลือเด็กและผู้พิการซ้ำซ้อนมากว่า 10 ปีแล้วค่ะ เขาไม่เคยเรียกสื่อมวลชนมาทำข่าว จะมีก็แต่เว็บไซต์ของโบสถ์ ที่อัพโหลดรูป “พี่อาอิน” เล่นอยู่กับน้องๆ หรือไม่ก็ทำความสะอาดโบสถ์ ยูอาอินยังเคยมือลั่นโอนเงินให้โบสถ์แบบเงียบๆ 77 ล้านวอน อีกด้วยนะคะ ตอนแม่ชีเขียนขอบคุณเขาลงเว็บไซต์พี่ผู้จัดการยังงง อาอินบอกเขาเชื่อว่า มือซ้ายจะทำอะไร ไม่จำเป็นต้องบอกมือขวาให้รู้ (ก็คือปิดทองหลังพระนั่นเอง)

ช่วงแรกยูอาอินกลัวว่าความเป็นคนดังทำการกุศล จะทำให้สังคมหมั่นไส้ แต่ช่วงหลังเขาคิดว่า สังคมจะมองเขาอย่างไรก็ช่าง ขอให้ความช่วยเหลือไปถึงมือผู้ต้องการก็พอแล้ว จากนั้นทุก ๆ ปี ในวันเด็กเกาหลี ยูอาอินจะทำกิจกรรม “เปิดท้ายขายของ” ที่สตูดิโอของเขา เพื่อนำรายได้สมทบทุนช่วยเด็กยากไร้ แฟนคลับที่ร่วมงานทุกคนจะได้คุยกับยูอาอินตัวเป็นๆ (การันตีจากเราเองที่เคยไปร่วมงานนี้ค่ะ) ส่วนของที่ประมูลคือ ก็คือเสื้อผ้าที่ยูอาอินเคยใส่ ปกติดารามักจะใส่เสื้อผ้าที่ได้รับจากสปอนเซอร์ จบงานก็คืนแต่ว่ากันว่า ในวงการบันเทิงเกาหลี ยูอาอิน (กับคู่รัก จีซอง – อีโบยอง) คือคนดังที่จะไม่รับเสื้อผ้าสปอนเซอร์ ด้วยเหตุผล ไม่อยากหลอกลวงแฟนคลับให้ซื้อของที่ตัวเองก็ไม่ได้ใช้ นอกจากนี้ยังเคยมีคนไทยไปเกาหลี เจอหมาใหญ่กัดหมาเล็กในสวนสาธารณะ ทันใดนั้นเอง มีคนพุ่งเข้ามาอุ้มหมาเล็กที่โชกเลือดโดยไม่กลัวว่าเสื้อขาวที่ใส่มาจะเปื้อน ทุกคนคะ!!!  เทวดาของน้องหมาคนนั้น ก็คือ ยูอาอิน ทีนี้พอเข้าใจหรือยังคะ ว่าทำไมเราถึงฝันอยากนับถือศาสนายูอาอิน

ยูอาอิน กับบทบาท “ผู้นำลัทธิสัจธรรมใหม่” ในซีรีส์ Hellbound

เรื่องดี ๆ ของยูอาอินข้างบน เป็นเรื่องจริงหมดเลยนะ แต่!!! พอผ่านฟิลเตอร์การบอกเล่าของเราซึ่งเป็นแฟนคลับ มันก็ถูกเสริมให้เว่อร์ขึ้นจากเดิมอีกหลายเท่า ข้อความด้านบนก็เป็นเพียงการแสดงให้เห็นว่า การบูชาตัวบุคคลคนนึงเว่อร์ ๆ เป็นอย่างไร (ไม่รู้จะยกตัวอย่างใคร ก็ยกตัวอย่างตัวเองละกัน 555 ) แต่กระนั้นก็ไม่คิดว่าจะมีคนอื่นที่คิดว่า ยูอาอิน มีคาแรกเตอร์เหมาะที่จะเป็นผู้นำลัทธิเหมือนอย่างที่เราเคยคิด คนนั้นก็คือ คุณยอนซังโฮ ผู้กำกับฯ ที่เคยปลุกกระแส “ซอมบี้เกาหลี” จาก Train To Busan ให้ดังกระฉ่อนโลกนั่นเองค่ะ คราวนี้คุณ ยอนซังโฮ กลับมากับผลงาน Netflix Original เรื่อง Hellbound และเทียบเชิญยูอาอินมารับบท จองจินซู ผู้นำลัทธิสัจธรรมใหม่ โดยในเรื่องมีอสูรกายสีดำทะมึนปลิดชีวิตผู้คนกลางวันแสกๆ จองจินซูก็อ้างว่าเป็นปรากฏการณ์ที่พระเจ้าทำการ “สาธิต” ซ้อมให้ดูว่าการทำบาปแล้วตกนรกเป็นอย่างไร หากต้องการขึ้นสวรรค์ไปอยู่กับพระเจ้า จงใช้ชีวิตอย่างเที่ยงธรรมกว่านี้ จองจินซูยังมีแนวคิดที่ว่า การฆ่าอาชญากร ผู้เสพยา ผู้ข่มขืน ฯลฯ เป็นเรื่องสมควรทำ เพราะบางทีกฎหมายก็มิอาจสะสางความผิดบาปของคนเหล่านี้ได้อย่างสาสม

Hellbound เป็นซีรีส์ที่เล่นกับมุมมองศาสนาความเชื่ออย่างถึงแก่น ตัวละครแบ่งเป็นฝ่ายที่ศรัทธาในลัทธิสัจธรรมใหม่ และคุณงามความดีของศาสดา จองจินซู โดยไม่คิดตั้งคำถามใดๆ รวมถึงฝ่ายที่สงสัยว่า “มนุษย์เราเกิดมาพร้อมเจตจำนงเสรี หรือ มีชีวิตอยู่ตามกฎแห่งกรรมของพระผู้เป็นเจ้า” และยังมีฝ่ายที่พร้อมล่าหัวคนไม่ศรัทธา ไม่เคารพ ไม่หมอบกราบ สงสัยในตัวพระเจ้า บทความนี้เราเลยอยากทดลองว่า ถ้าดู Hellbound จบ โดยไม่แตะต้องโซเชียลเลยจนกว่าจะเขียนบทความเสร็จ เราจะมีความคิดเห็นไปในทิศทางใด ความรักความหลงในตัวยูอาอิน จะครอบงำเราจนเกิดศรัทธา อยากเข้าลัทธิสัจธรรมใหม่ได้ไหม หรือจะหวาดกลัวลัทธิสัจธรรมใหม่ เหมือนกับวัยเด็กเคยฝังใจกับลัทธิโอมชินริเคียว ที่ปล่อยสารพิษในสถานีรถไฟใต้ดินญี่ปุ่น สังหารหมู่ผู้คนมากมาย … ไม่มีใครเหมาะจะเป็นหนูทดลองเรื่องนี้ มากเท่ากับผู้เขียนแล้วค่ะ ^_^

มหรสพความกลัวในจิตใจ ของ ผู้กำกับ ยอนซังโฮ

คราวที่สร้างภาพยนตร์ Train To Busan คุณ ยอนซังโฮ ปิ๊งไอเดียซอมบี้ มาจากช่วงไวรัส MERS ระบาด โดยมองเห็นประวัติศาสตร์เกาหลีที่ต่อสู้มาอย่างยากลำบาก จนวันหนึ่งที่ก้าวเข้ายุคเศรษฐกิจมั่งคั่ง แต่แล้วก็เกิดมีโรคระบาด สั่นคลอนความผาสุกของคนเกาหลีใต้ แถมรัฐบาลก็ดำเนินการเชื่องช้าเหลือเกิน คนเกาหลีใต้จากที่เคยใช้ชีวิตเร่งรีบเสมือนรถไฟความเร็วสูง ก็กลับต้องมาทบทวนว่าอะไรคือ “เส้นทาง” ที่จะนำสู่การมีชีวิตรอด ส่วนภาพยนตร์ภาคต่อ Peninsula คุณยอนซังโฮ ก็ตีแผ่ให้เห็นว่าหากโรคระบาดยังดำเนินต่อเนื่องไปอีก 4 ปี แม้แต่ “คาบสมุทรเกาหลี” ก็คงสิ้นชื่อ เหลือทิ้งไว้เพียงคำว่า “คาบสมุทร” อันรกร้างน่ากลัว นอกจากนี้คุณยอนซังโฮยังเป็นผู้เขียนบทซีรีส์ The Cursed อีกด้วย เรื่องนี้เล่าถึงประธานบริษัทใหญ่ ที่เลี้ยงวิญญาณดุร้าย และมีร่างทรงเป็นที่ปรึกษา ผลงานของยอนซังโฮ กล้าที่จะเปลือยเปล่าความกลัวในใจ ลึกๆ ที่คนเกาหลีไม่กล้าพูดออกมา ว่าเบื้องหลังประเทศแสนศิวิไลซ์ พวกเขากลับรู้สึกไม่มั่นคงเลย

มาถึงซีรีส์ Hellbound หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า “ลัทธิ” เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวคนเกาหลีใต้มาก ๆ เคยเห็นกับตาเลยค่ะ มีลุงสวมชุดยูนิฟอร์มมาตะโกนเล่าเรื่องลัทธิกลางขบวนรถใต้ดิน นี่ยังคิดในใจว่าวิธีแบบนี้ไม่น่าเวิร์ค หนวกหูอีกต่างหาก แต่ไม่น่าเชื่อค่ะ สักพักมีป้าคนนึงมาสะกิด ทั้งสองคนก็หลบมุมไปยืนคุยกันอยู่สองสามนาที จากนั้นก็เดินออกจากรถไฟไปด้วยกันเลย งงมาก หาลูกค้าง่ายมาก (แต่เขาอาจจะรู้จักกันอยู่แล้วก็ได้ค่ะ 555) หรือจะเป็นเรื่องที่เดินๆ อยู่ย่านช้อปปิ้ง แล้วมีคนมาทักถามทาง พอรู้ว่าเราไม่ใช่คนเกาหลีก็บอกอุ๊ยตาย หน้าเหมือนคนเกาหลีเลย พูดเกาหลีชัดจังเลย (กะชมให้เราเหลิง) ชอบเคป๊อบมั้ย อยากร่วมกิจกรรมสวมชุดฮันบกถ่ายรูปมั้ย ถ้าตอบตกลงก็เข้าทางโป๊ะเชะเลยค่ะ ผู้เขียนเจอ 3 รอบ ปฏิเสธทั้ง 3 รอบ ส่วนเพื่อนชาวไต้หวันเคยเจอ โดนต้อนเข้าไปชมรมลัทธิแปลกๆ อยู่ 1-2 ชั่วโมง แม้จะออกมาได้แต่ก็ต้องบริจาคเงินให้ลัทธิเป็นพันบาท แทบจะเรียกได้ว่าถ้าเดินอยู่ในเกาหลี คุณอาจพบท่านประธานจองจินซูอยู่ในทุกที่

“ลัทธิ” คืออะไร?

ลัทธิเป็นเทรนด์ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นหลังยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 นี่เอง ก่อนหน้านั้นคนเราก็ทำงานแถว ๆ บ้านใช่มั้ยคะ วันหยุดงานก็ชวนกันไปวัดไปโบสถ์ในชุมชน แต่ในยุคอุตสาหกรรมที่คนออกมาทำงานนอกบ้าน ได้พบปะคนที่มีแนวคิดตรงกัน ก็เลือกรวมกลุ่มทำในสิ่งที่ตนคิด อย่าง ลัทธิราชนีซ (OSHO) แรกเริ่มก็เคยเป็นกลุ่มขับเคลื่อนสังคม เสนอแนวคิดความเท่าเทียมทางเพศ+ฐานะ ในยุคบุปผาชน หรือลัทธิโอมชินริเคียวก็เคยเป็นชมรมโยคะและนั่งสมาธิ เมื่อรวมสมาชิกได้มากพอ ลูกศิษย์ลูกหาก็อาจจะสร้างสตอรี่เสริมความยิ่งใหญ่ให้กับเจ้าลัทธิ  

ในซีรีส์ Hellbound เดิมที จองจินซู เคยเป็นชายหนุ่มสมถะผู้อ้างว่าได้เปิดเผย “วัจนะพระเจ้า” แต่หลังจากทำการสาธิตออกสื่อ ก็ก่อให้เกิดความศรัทธาวงกว้าง มีการล่าหัวคนที่ไม่แสดงความเคารพหมอบกราบ ช่วงหลังที่ลัทธิสัจธรรมใหม่ ถูกดำเนินการโดยผู้นำลัทธิคนใหม่ เราจะเห็นว่า จองจินซู เปลี่ยนสถานะกลายเป็นรูปเคารพสักการะ เป็นตัวแทนจิตวิญญาณอันสูงส่ง มีนักบวชที่แข่งกันไต่เต้าตำแหน่งว่าใครจะเข้าถึงพระเจ้าได้มากกว่ากัน แม้แต่โลโก้ลัทธิ ยังถูกพิมพ์ลงแก้วกาแฟ สื่อให้เห็นว่าจากเจตจำนงที่ ต้องการช่วยมนุษย์พ้นบาป ไม่กี่ปีให้หลัง ลัทธิสัจธรรมใหม่ก้าวเข้าสู่ยุคเครื่องหมายการค้าไปแล้ว

ลัทธิ อาจเชื่อมโยงกับศาสนาหรือไม่ก็ได้ ถ้าเกี่ยวกับศาสนาก็มักจะอ้างตนเป็น พระเมสสิยาห์ (ผู้ส่งต่อวัจนะของพระเจ้า) หรือไม่ก็ พระศรีอริยเมตไตรย (พระพุทธเจ้าองค์ถัดไป) โดยศาสนาจะมีหลักธรรมคำสอน แต่ลัทธิมุ่งเน้นพิธีกรรม (แนวว่ามาบอกสูตรวิธีลัด) อย่างใน Hellbound ตัวละคร จองจินซู พร่ำบอกให้คนทำความดี ใช้ชีวิตอย่างเที่ยงธรรม จะได้ไม่โดนพระเจ้าลงทัณฑ์ แต่เมื่อถามว่าต้องทำอย่างไร จองจินซูก็บอกว่า ความดีอยู่ในมนุษย์ทุกคนอยู่แล้ว แต่กลับไม่ทำกันเอง คัมภีร์คำสอนต่าง ๆ ถูกเขียนขึ้นโดยผู้นำลัทธิรุ่นหลัง แถมยังเขียนขึ้นเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับอำนาจของตนเอง

ADVERTISEMENT

ถ้าไม่นับถือศาสนายูอาอิน คนเกาหลีจะนับถือลัทธิอะไรดี?

เกาหลีใต้เป็นประเทศที่กลุ่มชุมชนคริสต์เหนียวแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย แต่ก็เป็นประเทศที่มีลัทธิเยอะนับร้อยเช่นกัน โควิดระบาด , เรือเซวอลล่ม , ประธานาธิบดีพ้นจากตำแหน่ง ก็ล้วนโยงไปสืบเนื่องกับลัทธิทั้งนั้น วันนี้เราจะมารวบรวม 5 ลัทธิสุดจี๊ด ที่เคยเป็นข่าวฉาวในเกาหลีค่ะ

  1. ลัทธิชินชอนจี

ลัทธิที่คนไทยคุ้นชื่อที่สุด รู้จักกันในชื่อ “ป้ามหาภัย ณ โบสถ์แทกู” มีวีรกรรมสร้างคลัสเตอร์โควิดกว่า 1,000 คน (ฟังตอนนี้ดูไม่เยอะ แต่ระลอกแรกถือว่าเยอะมากค่ะ ครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ติดเชื้อในเกาหลีเลย) ชินชอนจี ก่อตั้งโดย อีมันฮี ในปี 1984 เป็นลัทธิเกี่ยวกับคำพยากรณ์พระเจ้าวันสิ้นโลก โดย อีมันฮี ตั้งตนเป็นพระเมสสิยาห์ ที่สามารถพาลูกศิษย์ 144,000 คนขึ้นสวรรค์ไปกับเขา และบนนั้นทุกคนจะได้มีความสุขกับชีวิตนิรันดร์ ด้วยนิสัยที่เงียบเก็บตัว ลูกศิษย์จึงเชื่อว่า อีมันฮี คือพระเยซูกลับชาติมาเกิด ความที่มีสมาชิกลัทธิมากกว่า 317,320 คน ทำให้พื้นที่บนสวรรค์ไม่เพียงพอ สมาชิกจึงต้องแข่งกันประกอบพิธีกรรมอย่างเคร่งครัด

ช่วงโควิดระบาดระลอกแรก ลัทธิชินชอนจี ส่งข้อความผ่านแอปให้สมาชิกว่า “การระบาดของไวรัสครั้งนี้ เป็นการกระทำของปีศาจร้าย ที่จะมาขัดขวางการเติบโตของชินชอนจี” นอกจากนี้ยังทำกิจกรรมนั่งรวมกันแล้วตะโกนภาวนาสุดเสียง ทำให้ไวรัสแพร่ได้ง่าย จากเหตุการณ์นี้ ประชาชนชาวเกาหลีกว่า 1.3 ล้านคน พากันลงชื่อถึงทำเนียบประธานาธิบดี ขอให้ยุบลัทธิชินชอนจี ด้านอีมันฮี ได้ทำการคุกเข่าขอโทษ ตามธรรมเนียมเกาหลี จากนั้นอีกไม่กี่เดือนให้หลัง สมาชิกโบสถ์ที่เคยป่วยโควิด 1,100 คน ก็ได้ร่วมจัดกิจกรรมบริจาคพลาสมา , สวดมนต์ออนไลน์ต่อต้านโควิด , มอบแมสก์ เจลล้างมือให้ประชาชน ด้านอีมันฮี ม.ค. 2021 ศาลตัดสินว่าไม่มีความผิดฐานขัดขวางการป้องกันโรค แต่มีคดียักยอกทรัพย์

ลัทธิชินชอนจี

2. ลัทธิยองเซ-กโย

ลัทธินี้ล่ะค่ะ ที่สร้างความระส่ำระสายให้ 2 ประธานาธิบดีพ่อลูก “พัคจองฮี-พัคกึนฮเย” ยองเซกโย เป็นลัทธิที่รวมไว้ทั้งแนวคิดพุทธศาสนา คริสต์ และร่างทรงเกาหลี ก่อตั้งโดย ชเวแทมิน ที่เดิมทีเคยบวชเป็นพระในศาสนาพุทธ จากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นบาทหลวงในนิกายเพรสไบทีเรียน (โปรแตสแตนท์) และยังตั้งตัวเป็นพระศรีอริยเมตไตรยอีกด้วย ปี 1974 หลังแม่ของพัคกึนฮเยถูกสายลับเกาหลีเหนือสังหาร ชเวแทมินก็จงใจเข้าหาพัคกึนฮเย โดยอ้างว่าฝันเห็นแม่ของเธอ มาบอกว่าให้ช่วยดูแลลูกสาว จากนั้นชเวแทมินก็เข้านอกออกใน เป็นที่ปรึกษาลับๆ ให้กับบ้านตระกูลพัคมาตลอดกระทั่งเสียชีวิตในปี 1994 จนได้ฉายา “รัสปูตินแห่งเกาหลี” (รัสปูตินคือชื่อของหมอผี ที่เข้าไปเป็นที่ปรึกษาราชวงศ์โรมานอฟ รัสเซีย จนราชวงศ์ไว้ใจและนำไปสู่การล่มสลาย)

จากคำให้การของ คิมแจกยู ผู้อำนวยการหน่วย KCIA ผู้สังหารประธานาธิบดีพัคจองฮี เมื่อปี 1979 กล่าวว่า หนึ่งในแรงจูงใจทำให้เขาสังหารพัคจองฮี ก็เพราะเขาไม่อาจหยุดยั้งการคอรัปชั่นของชเวแทมินได้ และโกรธที่เขาไม่อาจแยกลูกสาวให้อยู่ห่างชเวแทมิน

หลังจากชเวแทมินเสียชีวิต พัคกึนฮเย ยังสนิทสนมกับ ชเวซุนชิล ลูกสาวของชเวแทมิน ว่ากันว่าชเวซุนชิล เข้ามาครอบงำความคิดและนโยบายการเมืองของพัคกึนฮเย ในแท็บเล็ตของชเวซุนชิล มีร่างสุนทรพจน์ของประธานาธิบดี , หลังเรือเซวอลล่ม 7 ชั่วโมง เป็นช่วงเวลาที่พัคกึนฮเยติดต่อไม่ได้ ว่ากันว่าเธอใช้เวลาช่วงนั้นอยู่กับชเวซุนชิล นอกจากนี้ยังมีกรณีใช้เส้นสาย ส่งลูกสาวชเวซุนชิลเข้าเรียน ม.อีฮวา ความฉาวทั้งหลายส่งให้คนเกาหลีพร้อมใจกันประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีพัคกึนฮเย จนพ้นตำแหน่ง และรับโทษในเรือนจำ

ชเวแทมิน – พัคกึนฮเย

3. ลัทธิกูวอนพา

ไม่ได้มีเพียงลัทธิเดียวที่เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมเรือเซวอล แต่เจ้าของเรือเซวอลก็เป็นผู้นำลัทธิด้วย ลัทธิกูวอนพา หรือ Salvation Sec ก่อตั้งในปี 1962 โดย ยูบยองออน มหาเศรษฐีผู้เป็นทั้งนักประดิษฐ์ นักสังคมสงเคราะห์ และช่างภาพ มีนิทรรศการภาพถ่ายทั่วโลก ทั้งนิวยอร์ก ลอนดอน ปารีส เศรษฐีมักพากันมาขอคำปรึกษาทำธุรกิจกับเขา และมอบเงินอย่างน้อย 100ล้านวอน เป็นค่าซื้อรูปถ่าย ยูบยองออน ทำธุรกิจหลากหลาย เขาเริ่มทำธุรกิจเรือเฟอร์รี่ข้ามแม่น้ำโซลในปี 1986 ส่วนเรือเซวอลนั้นว่ากันว่ามาจากความประมาทของยูบยองออน ที่บรรทุกน้ำหนักเกิน เลิ่นเล่อเรื่องความปลอดภัย เลี่ยงภาษี

ลัทธิกูวอนพามีความเชื่อ “ไม่ต้องสารภาพบาปครั้งแล้วครั้งเล่า สารบาปครั้งเดียวพอ คนถูกต้องก็คือคนถูกต้อง แม้ว่าพวกเขาจะก่อบาปก็ตาม” นอกจากนี้ลัทธิกูวอนพา ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ฆ่าตัวตายหมู่ที่โอแดยาง ปี 1987 เมื่อ พัคซุนจา หญิงวัย 48 ปี สมาชิกที่สาขาออกมาจากยูบยองออน ได้หลอกลวงเงินคน 220 คน เป็นเงิน 8.9พันล้านวอน จากนั้นพบว่าเธอและลูกๆ อีก 3 คน ถูกมัดและตายปริศนา เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ต่อมาปี 1991 พบร่องรอยว่ามีการโอนถ่ายเงินให้บริษัท Semo ของยูบยองออน

4. ลัทธิ Unification

เคยเห็นพิธีสมรสหมู่ในโบสถ์ ที่มีทั้งบ่าวสาวชาวเกาหลีและชาวต่างชาติเป็นหมื่นๆ คนมั้ยคะ เป็นกิจกรรมของลัทธินี้นี่เอง Unification ก่อตั้งโดย มุนซอนมยอง ในปี 1992 เขาเกิดที่เกาหลีเหนือ เคยเป็นกลุ่มต้านคอมมิวนิสต์ เคยถูกตั้งข้อหาจากเกาหลีเหนือว่าเป็นสายลับเกาหลีใต้ ต้องโทษในแคมป์คนงาน 5 ปี หลังได้รับการปล่อยตัวเขาย้ายไปอเมริกา กลายเป็นคนดังเรื่องพูดสุนทรพจน์ความเชื่อ แต่ก็มีปัญหาเรื่องภาษี

หลังพ้นโทษในอเมริกา มุนซอนมยอง กลับมาเกาหลี ตั้งตนเป็นพระเมสสิยาห์ บอกว่าพระเยซูเคยมาหาเมื่อตอนอายุ 15 บอกว่ายังมีภารกิจที่ทำคั่งค้าง ให้ช่วยสานต่อช่วยเป็นบิดาของมนุษยชาติ ความที่สนใจเรื่องการรวมชาติจัดพิธีสมรสหมู่ ปี 1982 มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 30,000 คู่ที่นิวยอร์ก และปี 1995 มีมากกว่า 360,000 คู่ที่เกาหลี โดยบ่าวสาวบางคนมีคู่อยู่แล้ว จดทะเบียนสมรสอยู่แล้วที่ประเทศตัวเอง แต่มุนซอนมยองก็ยังคิดว่า การที่เขาจับคู่หนุ่มสาวที่ต่างเชื้อชาติสัญชาติมาแต่งงานกัน เพราะเขาเชื่อว่ามนุษยชาติควรรวมกันเป็นหนึ่งเดียว และการแต่งงานข้ามชาติคือวิธีสู่โลกแห่งสันติสุขที่เร็วที่สุด

5. ลัทธิ Jesus Morning Star (JMS)

ลัทธิ JMS หรือผู้รับโองการพระเจ้า ลัทธินี้ฉาวเพราะ จองมยองซอก หัวหน้าลัทธิเคยถูกกล่าวหาว่าข่มขืนและกระทำทางเพศ ลูกศิษย์หญิง 4 คน และในปีเดียวกันนั้นเอง ทีวีออสเตรเลีย ก็ได้เสนอข่าวเด็กผู้หญิงที่ชเวมยองซอกฟูมฟักให้เป็น “อนาคตเจ้าสาว” ของเขา โดยเจ้าตัวกล่าวว่า จะชำระบาปให้สาวกด้วยการมีเซ็กส์กับเขา ที่น่าตกใจคือ ยังมีหลายลัทธิที่ล่อลวงทางเพศสมาชิกด้วยวิธีนี้

Hellbound Recap :: รายงานผล “ทดลองนับถือศาสนายูอาอิน”

** เล่าความรู้สึกหลังจากดู Hellbound จบ มีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญ ใครยังไม่ได้ดูควรหลีกเลี่ยงค่ะ **

ปกติเวลาดูซีรีส์ที่มีสัตว์ประหลาด อสูรกาย สมองก็จะประมวลผลอัตโนมัติว่า “นี่มันเรื่องแต่ง แฟนตาซี” แต่ Hellbound เรากลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้นค่ะ ผู้กำกับฯ ยอนซังโฮ เลือกให้เรื่องราวเริ่มดำเนินขึ้นวันธรรมดา ของปี 2022 จู่ ๆ ก็มีอสูรกายบุกมาเอาชีวิตผู้ชายคนหนึ่ง ที่นั่งอยู่ในคาเฟ่ใจกลางกรุงโซล บวกกับเมื่อ จองจินซู หัวหน้าลัทธิสัจธรรมใหม่ ปรากฏตัวก็ได้อธิบายว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง ทั่วทุกมุมโลก พระเจ้าท่านคอยส่งสัญญาณเตือน แต่มนุษย์กลับเพิกเฉย เปิดเรื่องมาก็สัมผัสได้เลยว่า บรรยากาศเสมือนจริงมาก มันอาจจู่โจมมาหาเราในอนาคตอันใกล้ก็ได้

ประธานจองจินซู เขาดูเป็นคนลึกลับ แต่อีกมุมหนึ่งก็เรียบง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นถึงหัวหน้าลัทธิสัจธรรมใหม่ ที่มีคนเคารพนับถือมากมาย แต่กลับใช้ชีวิตสมถะในห้องเช่ารูหนู โดยสารรถไฟใต้ดิน ผู้คนมองว่าจองจินซูใช้ชีวิตถูกต้องตามทำนองคลองธรรมเสมอ การที่เขาเลือกใช้วิธีถ่ายทอดสด “สาธิตการลงนรกของพัคจองจา” หรือสังหารอาชญากร ที่ได้รับโทษทางกฎหมายไม่สาสม เป็นเสมือนผู้ต้อนฝูงแกะที่หลงทางให้กลับสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นของพระเจ้า ในฐานะผู้นำทางจิตวิญญาณ เรารู้สึก จองจินซู เป็น “คนดี” จนน่าขนลุกค่ะ แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้ว่า กำลังช่วยผู้คนจากขุมนรก หรือกำลัง “เปิดประตูนรก” อยู่แน่ แม้ผู้คนสรรเสริญยกย่องเขาเสมือนพระเจ้า แต่ในช่วงเวลาสุดท้าย เราก็ได้เห็นความสับสน ความกลัวในฐานะมนุษย์ธรรมดาๆ เขาเองต่างหากคือลูกแกะหลงทาง จากที่คิดว่าเขาน่าจะรู้จักพระเจ้าเป็นอย่างดี เอาเข้าจริงเขาไม่เคยรู้จักเลย

สังเกตว่าช่วงแรก ยังมีนักวิชาการกล้าออกมาตั้งคำถามถึงปรากฏการณ์อสูรกายผ่านสื่อ แม้จะถูกโจมตีจาก “กลุ่มหัวศร” ที่เป็นกลุ่มคลั่งศาสนาหัวรุนแรง แต่ก็ยังถือว่าไม่ใช่กลุ่มใหญ่นัก (กลุ่มสัจธรรมใหม่อ้างว่าไม่เกี่ยวข้องกัน และทำตัวเสมือนเป็นลัทธิสายขาว แต่ก็เพิกเฉยกับอาชญากรรมที่ก่อโดยกลุ่มหัวศร เพราะสุดท้ายก็สมประโยชน์ร่วมกัน) แต่หลังจากพิธีสาธิตของพัคจองจา ประตูนรกที่แท้จริงก็ถูกเปิด ผู้ได้รับประกาศิตถูกบีบเค้นให้สารภาพบาปแม้ไม่รู้ว่าตนทำบาปอะไรกันแน่ ผู้ที่ไม่เคารพต่อพระเจ้า ไม่ว่าจะให้การช่วยเหลือคนบาป หรือแม้แต่ไม่ยอมหมอบกราบ ก็ถูกล่าหัวถึงชีวิต ไปๆ มาๆ แม้แต่ครอบครัวคนบาป(?) ก็พลอยถูกประณามหยามเหยียดไปด้วย หรือถ้าอาชญากรสักคนเกิดตายไป ก็ไม่มีใครสนใจถามหาสาเหตุ ได้แต่คิดว่า คนเลวตายไปก็สมควรแล้ว

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจาก “พิธีสาธิต” ออกอากาศทางโทรทัศน์ นับแต่เมื่อสื่อมวลชนการันตีกลุ่มสัจธรรมใหม่ ว่าเป็นตัวแทนความดีงาม ความจริงอันเที่ยงแท้ สิ่งอื่นที่อยู่ตรงข้าม ล้วนถูกผลักเป็นความชั่วร้ายทั้งหมด รายการทีวีทำได้แต่สารคดีเทิดทูนความดีงามของ จองจินซู ตำรวจจากที่เคยเชื่อมั่นในเจตจำนงเสรี  ว่ามนุษย์ควรมีสิทธิ์ครุ่นคิดตัดสินใจด้วยตัวเอง หากทำผิดก็ควรเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย กลับเลือกที่จะตั้งกองกำลังรับใช้ลัทธิโดยมิได้กังขา ทนายความที่เคยให้ความช่วยเหลือเหยื่อลัทธิ ก็ต้องหนีไปให้ความช่วยเหลืออยู่ใต้ดิน จองจินซู ผู้สมถะ เมื่อล่วงลับไปเขากลายเป็นรูปสักการะให้คนบูชาในความดีงามสูงส่ง (องค์พ่อจินซู ตายไปแล้ว 5 ปี คนก็ยังกราบไหว้ เพราะเชื่อว่าไหว้แล้วจะไปสวรรค์ หารู้ไม่ว่าพ่อไปลงนรก!)

Hellbound ทำให้เห็นโลกที่ปกครองด้วยความหวาดกลัว ในประวัติศาสตร์โลกที่ผ่านมา เมื่อมีภัยธรรมชาติหรือโรคระบาดเกิดขึ้น บ่อยครั้งที่ชนชั้นนำจะฉวยโอกาสกล่าวโทษว่าเกิดจากความผิดบาปของคนกลุ่มหนึ่ง เพื่อเสริมอำนาจให้ตัวเองแข็งแกร่ง และกดคนเหล่านั้นไว้ใต้อาณัติ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนจนกติกาฝั่งตนใช้อ้างไม่ได้ ก็ถือโอกาสเปลี่ยนกติกาเข้าข้างตัวเอง แถมยังขู่เก่งซะด้วย “ถ้าไม่ชั่ว ก็ไม่ต้องกลัวทัณฑ์นรก” ท้ายที่สุด ซีรีส์ก็ทำให้เราเห็นว่า แค่มีใครตั้งคำถามว่าพวกนี้เป็นแก๊งต้มตุ๋นหรือเปล่า แค่คนเป็นตำรวจ เป็นทนาย เป็นนักวิชาการ เลิกสยบยอมต่ออำนาจ แล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง แค่นี้มนต์ขลังของลัทธิสัจธรรมใหม่ก็เริ่มเสื่อมแล้วค่ะ สังเกตจากลุงแท็กซี่ ที่ผ่านมาก็ไม่ได้นับถือหรอกนะ แต่ว่าพูดไม่ได้ เพราะพูดแล้วชีวิตไม่ปลอดภัย อิอิ

ป.ล. มีความจริงอันนึงที่ลัทธิสัจธรรมใหม่ไม่ได้บอกเราในซีรีส์ คือ ยูอาอิน เรื่องนี้ใส่วิกค่ะ หล่ออ่ะจิ 5555

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

เปิดจักรวาลซีรีส์ของผู้กำกับชินวอนโฮ – เมาท์เกาเมาท์กัน EP.1 ภาค Spin-Off

ปักพิกัด 15 เมนูเด็ด ในซีรีส์เกาหลี Netflix – เมาท์เกาเมาท์กัน EP.2 ภาค Spin-Off

เปิดประวัตินักแสดง Squid Game ตัวจริงใครเป็นใคร เคยผ่านผลงานอะไรกันมาบ้าง?

เจาะลึก The Great Shaman Ga Doo Shim ว่าด้วย ‘ร่างทรงเกาหลี’ และ ‘ผี’ ที่โรงเรียนเลี้ยง

ย้ายประเทศกันเถอะ Minari : บันเทิงเกาหลี “หยั่งราก” ยังไงในอเมริกา

ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่


Facebook Fanpage
 : facebook.com/korseries
Twitter
 : twitter.com/korseries
Website
 : korseries.com
Youtube 
: Korseries

ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ ♡

Read More Articles


Korupdate






เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก