history of king danjong the kings warden cover 1

‘พระเจ้าดันจง’ กับโศกนาฏกรรมและความภักดีที่ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ เรื่องจริงของ ‘The King’s Warden ดันจง ราชันย์นักโทษแห่งชองนยองโพ’

จาก ‘ยุวกษัตริย์’ ผู้เคยถูกยกให้เป็นความหวังของราชวงศ์โชซอน สู่ ‘นักโทษ’ ที่ถูกเนรเทศไปยังสถานที่ห่างไกลจากทั้งบัลลังก์และผู้คน เรื่องราวของ ‘พระเจ้าดันจง’ ไม่ได้มีเพียงโชคชะตาอันโหดร้าย แต่ยังมีอีกด้านที่ไม่ได้ถูกหยิบยกมาพูดถึงมากนัก นั่นคือความภักดีของคนธรรมดาที่ยืนหยัดอยู่ข้างพระองค์จนวาระสุดท้าย

นี่คือเรื่องราวของ The King’s Warden: ดันจง ราชันย์นักโทษแห่งชองนยองโพ ภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดโศกนาฏกรรมทางประวัติศาสตร์ในอีกแง่มุมหนึ่งที่ทั้งอบอุ่นและชวนเสียน้ำตา บทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจทั้งเบื้องหลังทางประวัติศาสตร์ และสายสัมพันธ์อันงดงามระหว่างราชาและราษฎรที่ถูกเชิดชูมาจนถึงทุกวันนี้

The Kings Warden Yu Hae Jin Park Ji Hoon

‘องค์ชายโนซาน’ สู่ ‘พระเจ้าดันจง’

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมภาพยนตร์ถึงใช้ชื่อว่า ‘ดันจง ราชันย์นักโทษแห่งชองนยองโพ’ แต่ภายในเรื่องกลับได้ยินผู้คนเรียกพระองค์ว่า ‘องค์ชายโนซาน’ หรือบางครั้งก็มีการเอ่ยถึงพระนามเดิมอย่าง ‘อีฮงวี’

ความจริงแล้ว ทั้งหมดนี้คือชื่อของพระเจ้าดันจง โดย ‘อีฮงวี’ คือพระนามที่ได้รับพระราชทานจากพระเจ้าเซจงมหาราช ผู้เป็นปู่ ก่อนที่พระองค์จะขึ้นครองราชย์ ส่วน ‘องค์ชายโนซาน’ คือยศที่ถูกลดขั้นหลังจากถูกยึดบัลลังก์ และ ‘ดันจง’ คือพระนามที่พระองค์ได้รับความยุติธรรมคืนในภายหลัง ซึ่งทั้ง 3 ชื่อนี้ล้วนทำหน้าที่บ่งบอกเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไปในหน้าประวัติศาสตร์

Danjong of Joseon
ภาพเหมือนของพระเจ้าดันจง กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งราชวงศ์โชซอน

ยุวกษัตริย์กับบัลลังก์ที่เปราะบาง

ต้องเข้าใจก่อนว่า ตามหลักการสืบราชบัลลังก์ของราชวงศ์โชซอนในสมัยนั้น ‘สายเลือด’ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยผู้ที่มีสิทธิ์ขึ้นครองราชย์สูงสุดคือพระราชโอรสองค์โตที่ประสูติจากพระมเหสี หรือที่เรียกว่า ‘จอกจังจา’ (嫡長子) หากไม่มีหรือสิ้นพระชนม์ จึงจะพิจารณาพระโอรสองค์อื่นที่เกิดจากพระมเหสีต่อไป ส่วนพระโอรสที่เกิดจากพระสนมหรือ ‘ซอจา’ (庶子) มักมีลำดับความชอบธรรมต่ำกว่า และจะถูกพิจารณาก็ต่อเมื่อสายตรงจากพระมเหสีไม่มีผู้สืบทอดแล้ว

ด้วยลำดับเชื้อสาย พระเจ้าดันจง ผู้เป็นพระราชโอรสองค์โตของพระเจ้ามุนจง (กษัตริย์องค์ที่ 5) ซึ่งพระเจ้ามุนจงเองก็ทรงเป็นพระราชโอรสองค์โตของพระเจ้าเซจง (กษัตริย์องค์ที่ 4) ทำให้พระเจ้าดันจงมีสถานะเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์โดยชอบธรรมตั้งแต่กำเนิด เรียกได้ว่าคุณสมบัติครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์

ด้วยความเฉลียวฉลาดและเป็นที่รักใคร่ของพระเจ้าเซจง พระองค์จึงได้รับการแต่งตั้งเป็น ‘วังเซซน’ (왕세손 / 王世孫) หรือพระนัดดารัชทายาท เพื่อวางตัวเป็นผู้สืบทอดรุ่นหลานอย่างชัดเจนตั้งแต่อายุเพียง 7 ปี และได้รับความคาดหวังอย่างมากจากผู้เป็นปู่

หลังจากพระเจ้าเซจงสวรรคต พระเจ้ามุนจงก็ขึ้นครองราชย์ต่อทันที แต่ด้วยพระพลานามัยที่ไม่แข็งแรง พระองค์กลับครองราชย์ได้เพียง 2 ปีเท่านั้นก่อนจะสวรรคต ทำให้ในปี ค.ศ. 1452 พระเจ้าดันจงซึ่งดำรงตำแหน่ง ‘วังเซจา’ (왕세자 / 王世子) หรือองค์รัชทายาทในขณะนั้น ต้องขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 6 ด้วยวัยเพียง 11 ปี โดยไร้ทั้งปู่และพ่อคอยค้ำจุนอยู่เบื้องหลัง

The Kings Warden Park Ji Hoon 5
พระเจ้าดันจง รับบทโดย พัคจีฮุน

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อกษัตริย์ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่อายุยังน้อย มักจะต้องมีผู้ใหญ่ในราชวงศ์อย่างย่าหรือแม่ คอยช่วยประคับประคองอำนาจและดูแลราชกิจอยู่เบื้องหลัง แต่สำหรับพระเจ้าดันจง พระองค์กลับไม่มีผู้ใดคอยกางปีกปกป้องเลย แม่ของพระองค์สิ้นพระชนม์ตั้งแต่วันประสูติ ย่าก็เสียชีวิตก่อนที่พระองค์จะขึ้นครองราชย์ บัลลังก์ที่เปราะบางนี้เองที่ทำให้บางคนเริ่มมองเห็นโอกาสในการก้าวขึ้นมากุมอำนาจ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในราชสำนักโชซอนในเวลาต่อมา

เมื่อสายเลือดเดียวกันกลายเป็นศัตรู

หลังจากพระเจ้าดันจงขึ้นครองราชย์ กลุ่มขุนนางระดับสูงผู้รับคำสั่งเสียจากพระเจ้ามุนจง นำโดย คิมจงซอและฮวังโบอิน ก็กลายเป็นผู้ดูแลราชกิจแทนยุวกษัตริย์ แต่กลายเป็นว่าสถานการณ์นี้เองที่เปิดช่องว่างให้ องค์ชายซูยาง พระราชโอรสลำดับที่ 2 ของพระเจ้าเซจงและพระมเหสีโซฮอน หรืออาแท้ๆ ของพระเจ้าดันจงก่อรัฐประหารครั้งสำคัญที่มีชื่อว่า ‘คเยยูจองนัน’ (계유정난 / 癸酉靖難) ในปี ค.ศ. 1453

องค์ชายซูยางอ้างว่าพระเจ้าดันจงยังทรงพระเยาว์เกินกว่าจะตัดสินพระทัยด้วยพระองค์เอง อีกทั้งราชสำนักในขณะนั้นยังถูกชักจูงโดยกลุ่มขุนนางอาวุโส เขาจึงนำกำลังเข้ากำจัดคิมจงซอ ฮวังโบอิน และขุนนางฝ่ายตรงข้าม พร้อมก้าวขึ้นมากุมอำนาจทางการเมืองและการทหารอย่างเต็มตัว เหลือเพียงพระเจ้าดันจงที่ยังประทับอยู่บนบัลลังก์ในฐานะกษัตริย์เพียงในนาม

หลังจากรวบอำนาจได้เบ็ดเสร็จอยู่ราว 2 ปี องค์ชายซูยางและขุนนางฝ่ายตน นำโดย ฮันมยองเฮว ก็เริ่มกดดันพระเจ้าดันจงอย่างหนัก จนในที่สุด ปี ค.ศ. 1455 พระองค์ทรงยอมประกาศสละราชสมบัติเพื่อรักษาชีวิตของผู้คนรอบข้าง ส่งผลให้องค์ชายซูยางขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์โชซอน ก่อนจะได้รับพระนามภายหลังว่า ‘พระเจ้าเซโจ’

ถึงแม้พระองค์จะทรงเป็นกษัตริย์ที่มีวิสัยทัศน์และการบริหารที่อัจฉริยะ รัชสมัยของพระองค์ถือเป็นอีกหนึ่งยุครุ่งโรจน์ของโชซอน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า วิธีการก้าวสู่อำนาจของพระองค์ได้กลายเป็นตราบาปและโศกนาฏกรรมที่ขมขื่นที่สุดหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์เกาหลี

Sejo of Joseon
ภาพเหมือนของพระเจ้าเซโจ กษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์โชซอน

ฮันมยองเฮว มือขวาผู้สร้างพระเจ้าเซโจ

ในภาพยนตร์เราจะได้เห็น ‘ฮันมยองเฮว’ ขุนนางตัวร้ายที่สั่งเนรเทศและประหารชีวิตทั้ง ‘องค์ชายโนซาน’ และ ‘องค์ชายกึมซอง’ เขาคือที่ปรึกษาคนสนิทที่เปรียบเสมือน ‘มันสมอง’ และ ‘มือขวา’ ของพระเจ้าเซโจ

หลายเหตุการณ์สำคัญในยุคนั้น ทั้งการรัฐประหาร การบีบบังคับให้พระเจ้าดันจงต้องสละราชบัลลังก์ รวมไปถึงการกวาดล้างผู้คนที่พยายามจะกู้คืนบัลลังก์ให้แก่พระเจ้าดันจง ล้วนมี ฮันมยองฮเว อยู่เบื้องหลังแทบทั้งสิ้น เขาถูกจดจำในฐานะผู้ค้ำจุนอำนาจของพระเจ้าเซโจและเป็นหนึ่งในนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลและน่าเกรงขามที่สุดแห่งยุคโชซอนตอนต้น

The Kings Warden Yoo Ji Tae
ยูจีแท รับบทเป็น ฮันมยองเฮว

การกู้บัลลังก์ จุดเริ่มต้นของจุดจบ

ความพยายามกู้คืนราชบัลลังก์ หรือที่ฝ่ายพระเจ้าเซโจมองว่าเป็น ‘การก่อกบฏ’ ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ครั้งแรกในชื่อ ‘ขุนนางผู้พลีชีพทั้งหก’ (사육신 / 死六臣) เหตุการณ์ของกลุ่มขุนนางหกคนที่วางแผนฟื้นฟูราชบัลลังก์ให้พระเจ้าดันจง แต่แผนการกลับรั่วไหลจนถูกจับได้ ก่อนที่พวกเขาจะถูกจบชีวิตด้วยด้วยการประหาร

ขุนนางกลุ่มนี้คือนักปราชญ์ที่พระเจ้าเซจงทรงฝากฝังไว้ก่อนที่พระองค์จะสวรรคต ว่าให้ปกป้ององค์ชายน้อยอย่างสุดชีวิต การที่พระเจ้าเซโจสั่งกวาดล้างขุนนางกลุ่มนี้จึงไม่ใช่แค่การกำจัดเสี้ยนหนามทางการเมือง แต่คือการลบหลู่พระเกียรติของพระเจ้าเซจงมหาราชอย่างรุนแรง สร้างความไม่พอใจแก่ขุนนางและประชาชน

ผลพวงจากเหตุการณ์นี้ ทำให้พระเจ้าดันจงในฐานะ ‘อดีตกษัตริย์’ ที่ยังคงประทับอยู่ในวังหลวง ถูกลงทัณฑ์ด้วยการลดฐานันดรศักดิ์ให้เหลือเพียง ‘องค์ชายโนซาน’ บรรดาศักดิ์ระดับล่างที่ห่างไกลจากสถานะกษัตริย์เดิมอย่างสิ้นเชิง พร้อมถูกเนรเทศไปยังชองนยองโพ เมืองยองวอล ในทันที

ภาพยนตร์ยังพาเราไปรู้จักอีกหนึ่งคนสำคัญคือ องค์ชายกึมซอง ที่ถูกเนรเทศไปอีกเมืองหนึ่ง ซึ่งหลังจากที่พระเจ้าดันจงถูกเนรเทศไปอยู่ที่ยองวอลไม่กี่เดือน องค์ชายกึมซองก็ได้ลอบวางแผนรวบรวมกองกำลังท้องถิ่นเตรียมก่อการทวงคืนราชบัลลังก์ครั้งที่สอง แต่แผนการกลับรั่วไหลซ้ำรอยเดิม จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมนองเลือดที่รู้จักกันในชื่อ ‘เหตุการณ์จองชุก’ (정축지변 / 丁丑之變) ท้ายที่สุด องค์ชายกึมซองถูกประหารชีวิตด้วยยาพิษในวัยเพียง 32 ปี

The Kings Warden Lee Jun Hyuk
อีจุนฮยอก รับบทเป็น องค์ชายกึมซอง

องค์ชายกึมซอง ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 6 ของพระเจ้าเซจงมหาราช แม้พงศาวดารหลักจะบันทึกว่าพระองค์เป็นโอรสสายตรงของพระมเหสีโซฮอน (นั่นหมายความว่า พระองค์คือน้องชายแท้ๆ ของพระเจ้าเซโจ) แต่มีบางหลักฐานที่บ่งชี้ว่า พระองค์อาจเป็นโอรสของพระสนมฮเยบิน ตระกูลยาง ที่พระมเหสีทรงรับไปอุปถัมภ์

แต่ไม่ว่าสายเลือดจะเป็นอย่างไร องค์ชายกึมซองทรงเป็นหนึ่งในคนที่ใกล้ชิดพระเจ้าดันจงมากที่สุด หลังจากพระนางฮย็อนด็อก (พระมารดาของพระเจ้าดันจง) สิ้นพระชนม์ไม่นานหลังวันประสูติ กษัตริย์น้อยจึงเติบโตมาท่ามกลางการดูแลขององค์ชายกึมซองและพระสนมฮเยบิน ทำให้ทั้งสองพระองค์มีความสนิทสนมและผูกพันกันมาก

แม้สถานที่เนรเทศของพระเจ้าดันจงและองค์ชายกึมซองจะอยู่ห่างกันเพียงระยะเดินข้ามเขาไม่กี่วัน แต่หลังจากถูกปลดจากราชบัลลังก์และถูกเนรเทศไปอยู่คนละเมือง ทั้งสองพระองค์ก็ไม่เคยได้พบกันอีกเลยตลอดชีวิตนับจากนั้น

จากเหตุการณ์ทั้งหมด พระเจ้าเซโจทรงเห็นว่า ตราบใดที่พระเจ้าดันจงยังอยู่ พระองค์จะเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนที่คิดโค่นล้มบัลลังก์ต่อไป ในปี ค.ศ. 1457 พระเจ้าเซโจจึงมีคำสั่งประหารชีวิตหลานชายในวัยเพียง 16 ปี ทิ้งไว้เพียงเรื่องราวของยุวกษัตริย์ที่ถูกพรากทั้งบัลลังก์และชีวิตไปอย่างไม่เป็นธรรม

241 ปีแห่งการรอคอยความยุติธรรม

ตลอดช่วงเวลาสุดท้ายของพระเจ้าดันจง พระองค์ต้องใช้ชีวิตและสวรรคตลงในฐานะ ‘องค์ชายโนซาน’ ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นศูนย์กลางของการก่อกบฏ โดยไม่ได้รับการเชิดชูพระเกียรติเลยนับตั้งแต่สละราชบัลลังก์

จนกระทั่ง 241 ปีหลังจากพระองค์สิ้นพระชนม์อย่างไม่เป็นธรรม ในรัชสมัยของพระเจ้าซุกจง ราชสำนักจึงมีคำสั่งคืนพระเกียรติยศแก่พระองค์ พร้อมถวายพระนามย้อนหลังว่า ‘ดันจง’ (단종 / 端宗) ส่งผลให้พระนาม ‘องค์ชายโนซาน’ ถูกยกเลิก และได้รับการจารึกในประวัติศาสตร์อีกครั้งในฐานะกษัตริย์โดยชอบธรรมแห่งราชวงศ์โชซอน ในปี ค.ศ. 1698

The Kings Warden Park Ji Hoon

ตามราชประเพณีของโชซอน กษัตริย์จะไม่มีพระนามเรียกขานในขณะที่ครองราชบัลลังก์ แต่จะได้รับ ‘มโยโฮ’ (廟號) หรือพระนามย้อนหลังที่ลงท้ายด้วย ‘โจ’ หรือ ‘จง’ หลังจากเสด็จสวรรคต เพื่อสดุดีคุณงามความดีตลอดการครองราชย์ แต่ในกรณีของพระเจ้าดันจงนั้นกลับเป็นเหมือนรอยร้าวทางประวัติศาสตร์ เพราะความอยุติธรรมทำให้พระองค์ต้องรอคอยการถวายพระนามย้อนหลังนี้ยาวนานถึง 241 ปี

เรื่องราวที่เราได้เห็นในภาพยนตร์ คือช่วงเวลาสุดท้ายของพระเจ้าดันจงภายใต้ชื่อ ‘องค์ชายโนซาน’ อดีตกษัตริย์ผู้ถูกเนรเทศไปยังชองนยองโพ ดินแดนห่างไกลแห่งเมืองยองวอล ก่อนจะต้องเผชิญจุดจบอันน่าเศร้าในท้ายที่สุด

ออมฮึงโดแห่งชองนยองโพ

สถานที่ถ่ายทำในภาพยนตร์คือสถานที่จริงที่พระเจ้าดันจงเคยถูกเนรเทศ นั่นคือหมู่บ้านชองนยองโพ เมืองยองวอล จังหวัดคังวอน เกาะเล็กๆ ที่ถูกโอบล้อมด้วยแม่น้ำถึงสามด้านและแนวภูเขาสูงชัน การเดินทางเข้าไปจำเป็นต้องนั่งเรือข้ามกระแสน้ำเชี่ยวกราก จะเรียกว่าเป็นคุกธรรมชาติก็คงไม่เกินจริงนัก การเนรเทศพระองค์ไปยังที่ห่างไกลเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้พระองค์ตัดขาดจากโลกภายนอก แต่ยังตัดขาดจากราชวงศ์และประชาชนโดยสิ้นเชิง

Cheongnyeongpo Yeongwo
ชองนยองโพ เมืองยองวอล จังหวัดคังวอน – VISITKOREA

แม้จะไม่มีบันทึกเกี่ยวกับชีวิตของพระเจ้าดันจงระหว่างถูกเนรเทศมากนัก เนื่องจากในเวลานั้นพระองค์ถูกลดฐานะเป็นเพียง ‘นักโทษ’ แต่มีชื่อของ ‘ออมฮึงโด’ ปรากฏอยู่ในพงศาวดารราชวงศ์โชซอน โดยถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกในพงศาวดารพระเจ้าฮยอนจง ปี ค.ศ. 1669 ความว่า

“เมื่อองค์ชายโนซานถูกปลงพระชนม์ ไม่มีผู้ใดเก็บพระศพหรือดูแลเลย แต่ ออมฮึงโด ข้าราชการท้องถิ่นแห่งเมืองนั้น ได้รีบไปยังที่เกิดเหตุ ร่ำไห้อาลัย พร้อมจัดเตรียมหีบศพ ทำพิธีชำระพระศพ และประกอบพิธีฝังพระศพให้…”

The Kings Warden Yu Hae Jin
ยูแฮจิน รับบทเป็น ออมฮึงโด

หลังจากจัดการพระศพอย่างลับๆ ครอบครัวออมฮึงโดและญาติพี่น้องต่างแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อนตามเมืองต่างๆ เพื่อหลีกหนีการถูกลงโทษจากพระเจ้าเซโจ เนื่องจากพระองค์เคยออกคำสั่งไว้ว่า “ผู้ใดก็ตามที่นำพระศพของพระเจ้าดันจงไป ตระกูลของคนผู้นั้นจะถูกกำจัดให้สิ้นซาก”

จนกระทั่งพระเจ้าซุกจงทรงประกาศคืนพระเกียรติยศจาก ‘องค์ชายโนซาน’ ขึ้นเป็น ‘พระเจ้าดันจง’ อย่างเป็นทางการ ชื่อของ ‘ออมฮึงโด’ ก็ได้รับการบันทึกไว้อย่างสง่างามในฐานะ ‘ข้าราชบริพารผู้ภักดี’ พร้อมได้รับบรรดาศักดิ์ย้อนหลัง

ส่วนหลุมศพของพระเจ้าดันจงที่เคยถูกฝังไว้อย่างเงียบงันบนภูเขาตามคำบอกเล่าของชาวบ้านและเจ้าเมืองยองวอล ก็ได้รับการยกฐานะขึ้นในเวลาต่อมา ปัจจุบันคือ ‘สุสานหลวงจางนึง’ แห่งเมืองยองวอล จังหวัดคังวอน และในบริเวณใกล้เคียงกัน ยังมีการสร้างศาลาอนุสรณ์เพื่อรำลึกถึงออมฮึงโด และให้เขาได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าดันจงชั่วนิรันดร์ตามความตั้งใจ

The King’s Warden ความงดงามท่ามกลางโศกนาฏกรรม

สิ่งที่ทำให้ ‘The King’s Warden’ แตกต่างจากภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ทั่วไป คือการเลือกเล่าเรื่องผ่านช่วงเวลาสุดท้ายของพระเจ้าดันจง กษัตริย์ผู้เคยอยู่สูงสุด ถูกลดฐานะเหลือเพียงนักโทษผู้ถูกเนรเทศ และท่ามกลางความโดดเดี่ยวนั้นเอง ‘ออมฮึงโด’ ข้าราชการท้องถิ่นธรรมดาคนหนึ่ง กลับกลายเป็นผู้ที่ยืนอยู่เคียงข้างพระองค์จนถึงวาระสุดท้าย

ชื่อของ ‘ออมฮึงโด’ ถูกเล่าขานสืบต่อกันมาผ่านตำนานพงศาวดารว่าเขามีความผูกพันและคอยเฝ้าดูพระเจ้าดันจงตั้งแต่วันแรกที่มาถึงยองวอล และยังนำข่าวคราวจากโลกภายนอกมาแจ้งให้กษัตริย์องค์น้อยทราบในช่วงที่ถูกตัดขาดจากทุกสิ่ง

The Kings Warden Yu Hae Jin Park Ji Hoon 2

ภาพยนตร์นำเสนอช่วงเวลานี้ได้อย่างลึกซึ้งและกินใจ อดีตกษัตริย์ผู้หมดสิ้นทุกอย่าง ทั้งอำนาจ ผู้คนรอบกาย หรือแม้แต่ความหวังในการมีชีวิตอยู่ต่อ แต่เมื่อได้พบกับหัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านที่คอยดูแลพระองค์อย่างอบอุ่น ชีวิตที่เหมือนหยุดนิ่งก็ค่อยๆ กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง พร้อมทั้งตีความการสวรรคตของพระเจ้าดันจงออกมาได้อย่างสะเทือนอารมณ์ จนกลายเป็นฉากจบที่ทำให้ผู้ชมกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ กลายเป็นเรื่องราวความผูกพันระหว่าง ‘ราชา’ และ ‘ราษฎร’ ในมุมที่เราไม่ค่อยได้เห็นจากภาพยนตร์ประวัติศาสตร์เกาหลีเรื่องอื่น

อีกทั้งยังเป็นการรวมตัวของทีมนักแสดงคุณภาพอย่าง ยูแฮจิน พัคจีฮุน ยูจีแท จอนมีโด และอีจุนฮยอก ซึ่งได้เห็นเพียงรายชื่อก็เพียงพอที่จะการันตีความเข้มข้นของฝีมือการแสดงได้แล้ว

The Kings Warden Jeon Mi Do
จอนมีโด รับบท แมฮวา นางกำนัลผู้ภักดีที่คอยดูแลและอยู่เคียงข้างพระเจ้าดันจง

โดยล่าสุดที่งานประกาศรางวัล 62nd Baeksang Arts Awards ยูแฮจิน ยังคว้ารางวัลแดซัง รางวัลสูงสุดของงานในสาขาภาพยนตร์จากบทบาทอันทรงพลังนี้ ขณะที่ พัคจีฮุน ก็สามารถคว้ารางวัลนักแสดงหน้าใหม่ชายยอดเยี่ยม และรางวัลนักแสดงชายยอดนิยมจากเวทีนี้เช่นกัน นับเป็นการโคจรมาพบกันของนักแสดงรุ่นใหญ่และนักแสดงหน้าใหม่ยอดฝีมือ ที่ทั้งคู่ต่างก็กล่าวขอบคุณกันและกันในการเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สามารถคว้ารางวัลมาได้

นอกจากเสียงชื่นชมด้านการแสดง ภาพยนตร์ยังประสบความสำเร็จด้านรายได้อย่างถล่มทลาย ขึ้นแท่นภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดตลอดกาล พร้อมยอดผู้ชมสะสมกว่า 16.28 ล้านคน ครองอันดับ 2 ของภาพยนตร์เกาหลีที่มีผู้ชมสูงสุดตลอดกาล ตอกย้ำกระแสความแรงที่ฉุดไม่อยู่จริงๆ

The King’s Warden: ดันจง ราชันย์นักโทษแห่งชองนยองโพ แสดงให้เห็นว่า เรื่องราวของพระเจ้าดันจงและออมฮึงโดไม่ใช่เพียงหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์อันโศกเศร้า แต่เป็นบทพิสูจน์ถึงราษฎรคนหนึ่งที่มอบความจงรักภักดีอย่างสุดความสามารถให้แก่กษัตริย์ที่เขาเทิดทูนจวบจนวาระสุดท้าย นับเป็นอีกหนึ่งผลงานคุณภาพจากวงการบันเทิงเกาหลีที่ควรดูให้ได้สักครั้ง

The Kings Warden 18

ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter
 : twitter.com/korseries
Website
 : korseries.com
Youtube 
: Korseries

ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ

Source (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (9)

Always searching for another book to read, another K-drama to watch, and another story to write—small refuges from a chaotic world.