หากใครที่เป็นแฟนคลับตัวยงของนักแสดงหนุ่ม พัคซอจุน คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าต่างตั้งหน้าตั้งตารอการออกอากาศของซีรีส์เรื่อง “Itaewon Class” (이태원 클라쓰) อยู่อย่างใจจดใจจ่อเหมือนตัวผู้เขียนเองก็เช่นกัน และเมื่อได้ชมก็บอกได้เลยว่าสมการรอคอยและสมคุณภาพงานแสดงที่จะต้องยกขึ้นหิ้งอีกเรื่องในปีนี้

หลังออกอากาศมาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ซีรีส์เรื่องนี้สามารถครองใจผู้ชมด้วยเรตติ้งทะลุสู่ 2 หลักภายในเวลาอันรวดเร็ว และผ่านมาถึงกลางเรื่อง EP.8 ก็สามารถขึ้นแท่น อันดับ 2 ซีรีส์ที่ทำเรตติ้งสูงสุดตลอดกาลของช่อง JTBC และไต่อันดับมาที่อันดับ 7 เรตติ้งสูงสุดตลอดกาลของซีรีส์ช่องเคเบิลอีกด้วย ถ้าหากใครที่ได้เริ่มดูแล้วคงไม่แปลกใจเท่าไหร่กับความเจ๋งขนาดนี้ แต่ถ้าหากใครที่ยังไม่ได้ดู วันนี้ผู้เขียนมาขอชำแหละฟันเฟืองสำคัญว่าเหตุผลอะไรที่ไม่ควรจะมองข้ามซีรีส์เรื่องนี้!

พัคแซรอย (รับบทโดย พัคซอจุน) และ พ่อของแซรอย (พัคซองยอล รับบทโดย ซนฮยอนจู) ซึ่งมาปรากฏตัวในฐานะนักแสดงรับเชิญ

ซีรีส์เรื่องนี้ดัดแปลงเรื่องราวจากต้นฉบับที่เป็นเว็บตูนในชื่อเดียวกัน ว่าด้วยเรื่องราวการสู้ชีวิตของ พัคแซรอย (รับบทโดย พัคซอจุน) ที่เติบโตมาจนถึงช่วงเริ่มต้นมัธยมปลาย อยู่กับพ่อที่ทำงานใน ชางกา บริษัทธุรกิจอาหารยักษ์ใหญ่ จนในวันแรกของการเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งใหม่ แซรอย เด็กหนุ่มผู้บ้าบิ่นและไม่ยอมอ่อนข้อให้กับใคร อดทนไม่ได้ที่เห็นความอยุติธรรมอยู่ตรงหน้า ทำให้เขามีเรื่องกับ จางกึนวอน (รับบทโดย อันโบฮยอน) ลูกชายคนโตของ ซีอีโอจางแดฮี (รับบทโดย ยูแจมยอง) ผู้กุมอำนาจชางกาไว้ในมือ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตของเขาพังไม่เป็นท่า ไม่ว่าจะโดนไล่ออกจากโรงเรียน สูญเสียพ่อจากอุบัติเหตุ และเข้าคุกอย่างไร้ซึ่งความยุติธรรม แต่ทว่า แซรอย กลับไม่ย่อท้อกลับมาสร้างเนื้อสร้างตัวใหม่ พร้อมมีแผนการแก้แค้น ที่ไม่ใช่การใช้กำลัง แต่ใช้สติและความมุ่งมั่นเพื่อเป้าหมายในใจที่อดทนรอคอยมานานแสนนานด้วยการเปิดผับกึ่งร้านอาหาร ที่มีชื่อว่า ทันบัม ในย่านอิแทวอน ศึกการต่อกรระหว่าง ชางกา และ ทันบัม จึงเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนั้น

เสน่ห์ของตัวละคร ที่มีเอกลักษณ์และความน่าสนใจ

เริ่มที่ทางฝั่ง ชางกา การสวมบทบาทจากฝีมือระดับไฮคลาสของ ยูแจมยอง นั้นสร้างความน่าสะพรึงกลัวอย่างเยือกเย็นได้อยู่หมัดดีจริงๆ อีกคนที่โดนใจเป็นอย่างยิ่งยวดคือ อันโบฮยอน จากที่เคยเห็นในซีรีส์เรื่อง Her Private Life แสดงบทนักกีฬาผู้แสนซื่อมาในเรื่องนี้สะท้อนภาพของลูกชายคนโตที่รับภาระในการเป็นผู้สืบทอดคนต่อไปและถูกกดดันอย่างหนักจากผู้เป็นพ่อ และได้รับการปลูกฝังให้สนใจแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง

ยูแจมยอง รับบท จางแดฮี ประธานบริษัทชางกา นักธุรกิจผู้แสนเลือดเย็น ที่ประสบความสำเร็จ และเจนจัดในวงการอาหารอย่างยากที่จะหาคู่แข่งมาเทียบเคียง

อันโบฮยอน รับบท จางกึนวอน ลูกชายคนโตของตระกูลชางกา ชอบสร้างปัญหาและถูกกดดันจากผู้เป็นพ่อมากที่สุด

คิมฮเยอึน รับบทเป็น คังมินจอง ลูกสาวคนสนิทของจางแดฮีที่ถือหุ้นในชางกาเช่นเดียวกัน

ควอนนารา รับบท โอซูอา รักแรกของพัคแซรอยที่ทำงานให้ชางกา แต่ก็ซ่อนความรู้สึกผิดต่อแซรอยไว้ในใจ

โอซูอา รักแรกของพัคแซรอย ผู้เติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และสนิทกับพ่อของแซรอย วันหนึ่ง โอซูอา เลือกที่จะยอมรับทุนจากชางกาและทำงานให้กับบริษัทนั้นจนได้รับความไว้วางใจและเติบโตในหน้าที่การงาน แม้ในใจจะรู้ดีว่าชางกาทำอะไรไว้กับครอบครัวของแซรอย ในเรื่องผู้ชมจะได้เห็นความไม่มั่นคงในจิตใจที่ตัวละครนี้ไม่สามารถเลือกข้างใดข้างหนึ่งได้ ผู้เขียนสามารถที่จะสร้างคาแรคเตอร์ตัวละครนี้ได้อย่างมีมิติที่ยากจะคาดเดาว่าตัวละครนี้คิดอะไรอยู่กันแน่ และเป็นการสร้างเสน่ห์ให้กับเรื่องได้อย่างมีรสชาติ

อีจูยอง รับบทเป็น มาฮยอนอี พ่อครัวของร้านทันบัม / รยูคยองซู รับบทเป็น ชเวซึงควอน พนักงานเสิร์ฟหัวร้อนของร้านทันบัม

คิมดามิ รับบทเป็น โจอีซอ เน็ตไอดอลชื่อดังที่มาเป็นผู้จัดการร้านทันบัม / คิมดงฮี รับบทเป็น จางกึนซู น้องชายต่างมารดากับจางกึนวอนที่มาทำงานให้ทันบัม

สำหรับทางฟากฝั่ง ร้านทันบัม นักเขียนบทสามารถที่จะถ่ายทอดตัวละครแต่ละตัวออกมาได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งแต่ละตัวละครต่างมีเรื่องราวพื้นหลังของตัวเอง ซึ่งกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวให้กับทางฝั่งของพระเอก ที่ถ่ายทอดเรื่องราวชวนคิดมากมาย ทั้งประเด็นความหลากหลายทางเพศ ที่เกี่ยวข้องกับตัวละคร พ่อครัว มาฮยอนอี (รับบทโดย อีจูยอง) การถูกเหยียดเชื้อชาติ ของตัวละคร โทนี่ (รับบทโดย Chris Lyon) เรื่องราวพื้นหลังการกลับใจของคนที่เคยอยู่ในแก๊งอันธพาลและติดคุก ของ ชเวซึงควอน (รับบทโดย รยูคยองซู) และ เรื่องราวของการถูกละเลยจากครอบครัว ของ จางกึนซู (รับบทโดย คิมดงฮี) ลูกชายของจางแดฮีที่ไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากครอบครัว และรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง

แต่ถ้าจะให้กล่าวถึงตัวละครที่ผู้เขียนชื่นชอบมากที่สุดก็คงต้องเป็น โจอีซอ ที่รับบทโดย คิมดามี สาวมั่นหัวสมัยใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยีที่อยู่ในมือสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการเป็นบล็อกเกอร์ และ Influencer บนโลกออนไลน์ แต่สาวมั่นอนาคตไกลคนนี้กลับแพ้ทางให้กับความบริสุทธิ์ของหนุ่มผู้มีบาดแผลในจิตใจอย่าง พัคแซรอย จึงตัดสินใจเข้ามาทำงานเป็นผู้จัดการร้านทันบัม

จุดเด่นที่เห็นในตัวละครนี้ คือความมั่นใจ เด็ดเดี่ยว สู้คน และไม่เกรงกลัวใคร ซึ่ง คิมดามี สามารถที่จะถ่ายทอดคาแรคเตอร์นี้ออกมาได้ดีทั้งในแง่ของลุคเสื้อผ้าหน้าผม และการกระทำของตัวละคร แม้จะมีหลายกระแสที่พูดถึงนิสัยอันห่ามแบบสุดโต่งของอีซอในเรื่องที่อยู่ในคาบเกี่ยวของความเหมาะสม ส่วนตัวผู้เขียนกลับรู้สึกว่าความสีเทาแบบนี้ นำเสนอให้ตัวละครนี้ดูมีความเป็นมนุษย์ได้อย่างสมจริง และ สร้างความดึงดูดให้กับการค้นหาไปพร้อมๆกันกับการดำเนินเรื่องของซีรีส์ได้อย่างไม่น่าเบื่อ

และตัวละครสำคัญที่สุดอย่าง พัคแซรอย แสดงโดย พัคซอจุน ตั้งแต่ต้นจนถึงกลางเรื่อง พัคซอจุน สามารถที่จะถ่ายทอดการเติบโตของตัวละคร ที่ผ่านประสบการณ์ยากลำบากที่ตัวเองเผชิญ แต่ตัวละครนี้ยังมียึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องอย่างไม่เปลี่ยนแปลง และมีความเชื่อที่จะเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ แต่แน่นอนว่าหนทางชีวิตของเขากลับแสนยากเย็น และทุ่มชีวิตหมดหน้าตักเพื่อเกมแก้แค้นเพื่อทวงคืนความยุติธรรมของเขาคืนมา ซึ่งถ้าหากทีมผู้สร้างสามารถพัฒนาการเจริญเติบโตของแต่ตัวละครที่ดำเนินไปในเรื่องราวได้อย่างอยู่หมัดและโดนใจคนดูแบบนี้ได้อีกเรื่อยๆแล้วล่ะก็ ผู้เขียนขอคอนเฟิร์มได้เลยว่าตัวเลขเรตติ้งต้องขึ้นไปได้มากกว่านี้อีกแน่นอน

และในอีกส่วนสำคัญของซีรีส์ที่ขับเคลื่อนให้เกิดแรงกระตุ้นส่งผลกับตัวเลขเรตติ้งได้เป็นอย่างดีนั่นก็คือ

My ID is Gangnam Beauty (เขาเรียกฉันว่านางงามคังนัม) ดูย้อนหลังได้ที่ Viu คลิก!
 

จังหวะมันส์ๆของการดำเนินเรื่องราวที่ทำได้สนุกสนานและไม่น่าเบื่อ

ซีรีส์เรื่องนี้สามารถส่งผ่านความเก๋ไก๋ของตัวละครและการจัดวางภาพฉากหลังออกมาจนให้ความรู้สึกได้ถึงความแออัดแต่สนุกสนานของย่านอิแทวอนได้อย่างเข้าถึง นอกจากนั้นแล้วการตัดต่อและเรียบเรียงเรื่องราวในแต่ละตอนก็ยังทำได้น่าติดตามมากอีกด้วย กุญแจหลักในการดึงดูดคนดูให้สามารถนั่งติดหน้าจอได้อย่างเอาอยู่แบบนี้ แน่นอนว่าคือการปล่อยประเด็นใหม่ๆที่สร้างความประหลาดใจให้กับคนดูออกมา โดยไม่ย่ำอยู่กับประเด็นเดิมๆนานจนเกินไป ทำให้ผู้ชมอดใจไม่ไหวว่าอะไรจะเกิดขึ้นในตอนต่อไปของเรื่อง

การต่อสู้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันของ โจอีซอ และ โอซูอา ถือเป็นอีกพาร์ทที่สะใจดีจริงๆ

ข้อคิดดีๆที่ได้จากตัวละคร พัคแซรอย

นอกจากนี้แล้ว หลายข้อคิดดีๆที่ได้จาก พัคแซรอย คืออีกหนึ่งจุดของซีรีส์ที่อยากให้ได้ลองโฟกัสกันดู ตัวละครตัวนี้สอดแทรกความเป็นต้นแบบที่ดีให้กับมนุษย์ได้ในหลายๆอย่าง ทั้งนิสัยของความมุ่งมั่น, ความเชื่อใจ, ความไม่ดูถูกคนไม่ว่าจะชนชั้นหรือเพศไหนก็ตาม และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการนำเอาความแค้นในใจแปรเปลี่ยนออกมาให้เป็นพลังอย่างแท้จริงเพื่อสร้างความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่าในการเอาชนะคู่ต่อสู้ระดับบิ๊กอย่าง ชางกา ได้อย่างไม่เกรงกลัว สิ่งที่พัคแซรอยกำลังพยายามคือ การสร้าง ความเป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็น ความพยายามจนทำได้ และ พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นจากการกระทำ

หนึ่งคำที่ โอซูอา ชอบพูดกับแซรอยเวลาเธอเสียใจกับการกระทำของเธอคือคำว่า “นายช่าง…เปล่งประกาย” ถึงแม้ว่าแซรอยที่ผ่านอะไรมาอย่างโชกโชนในชีวิตแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังเป็นตัวเองและเป็นคนเดิมที่มุ่งมั่นในการจะทำสิ่งที่เขาวางแผนไว้ให้กลายเป็นความจริง …. แสงแห่งความเปล่งประกายจึงสว่างไสวออกมาอย่างไร้การประดิษฐ์ประดอย

อย่าเอาตรรกะของตัวเองมายัดเยียดให้คนอื่นพัคแซรอย กล่าวไว้ในตอนที่ 4

หากจะให้เปรียบ “Itaewon Class” กับขนมไทยซักอย่างหนึ่ง ผู้เขียนขอเปรียบเรื่องนี้ว่าเป็น ขนมชั้นสีสายรุ้ง ในแต่ละชั้นของขนมที่ต่างกันทั้งสี กลิ่น และขนาด ต่างถูกนำมาวางเรียงซ้อนกันทีละชั้นๆแต่เมื่อทำเสร็จแล้ว ในความต่างของแต่ละชั้นก็มาผนึกรวมกันเข้าไว้และกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า ขนมชั้น ที่แสนเอร็ดอร่อยเหมือนเดิม เสมือนการสอดแทรกความแตกต่างของแต่ละตัวละครที่มาจากต่างเรื่องราว, ต่างลักษณะนิสัยและต่างที่มาที่ไป การนำทุกตัวละครมาวางซ้อนกันในแต่ละชั้นๆ ถึงแม้จะมีบางส่วนบ่งบอกทั้งด้านดีและบางส่วนที่สะท้อนด้านไม่ดีหรือด้านที่เป็นสีเทาก็ตาม แต่กระนั้นแล้วสิ่งที่สะท้อนออกมาในผลลัพธ์ตอนท้ายสุดก็มากระจุกอยู่ที่คำว่า ธาตุแท้ของมนุษย์ อยู่ดีนั่นเอง

ความแตกต่างอย่างลงตัวของทีมทันบัมกับเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ในการอยากล้มชางกาของ พัคแซรอย จะสำเร็จหรือไม่ และสาวแสบซ่าส์ โจอีซอ หรือสาวรักแรกอย่าง โอซูอา จะคว้าหัวใจของพ่อหนุ่มม้าเต่อแซรอยไปได้นั้น ก็คงต้องไปติดตามกันในซีรีส์ดีๆอีกเรื่องที่ Korseries อยากแนะนำใน Itaewon Class หรือ ธุรกิจปิดเกมแค้น

ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries

Source (1)

Read More Articles