Along with the Gods : The Last 49 Days เป็นภาพยนตร์ภาคต่อของ Along with the Gods : The Two Worlds เมื่อปี 2017 ซึ่งภาคแรกได้ทำผลงานไว้ดีเยี่ยม ได้รับความนิยมล้นหลาม โด่งดังในแง่ความสนุกสนานประทับใจ ขายดีทุบสถิติ มียอดผู้ชมในเกาหลีสูงมากจนไต่ขึ้นติดอันดับ 2 Top Box Office ของภาพยนตร์ทั้งหมด มาถึงภาคนี้ ผลงานก็ล้ำหน้าไปอีก ทุบทุกสถิติ ผู้ชมทะลุล้านคนไวสุด และทะลุล้านต่อเนื่องทุกวันตั้งแต่ฉายมา (นับถึงปัจจุบัน 1 สัปดาห์แล้ว) ขึ้นแชมป์ยอดสูงสุดรายวัน และเชื่อกันว่า มีโอกาสสูงที่จะล้มแชมป์ อันดับ 1 ตลอดกาลของ Top Box Office ต้องติดตามผลต่อไป

Advertisement

ผู้ที่ยังไม่ได้ชมภาคแรก แนะนำว่าควรไปหาชมซะก่อน เพราะเนื้อเรื่องมีความต่อเนื่องกัน เรื่องราวจากภาคแรกจะทำให้เข้าใจเนื้อหาหลายๆประเด็นของภาค 2 ได้ดีขึ้น

ความเดิมจากภาคแรก : หลังความตาย วิญญาณจะถูกยมฑูตพาไปปรโลกเพื่อตัดสินโทษตามบาปที่เคยก่อไว้  ศาลทั้ง 7 ในปรโลก จะพิจารณาคดีตัดสินบาป 7 ประการ (บาปฆาตกรรม บาปเกียจคร้าน บาปหลอกลวง บาปทรยศ บาปอยุติธรรม บาปความรุนแรง และบาปอกตัญญู) โดยมียมฑูตผู้พิพากษาเป็นผู้ตัดสินคดี มียมฑูตอัยการคอยแจงบาป ส่วนยมฑูตที่จะทำหน้าที่เป็นทนายแก้ต่างให้วิญญาณดีพ้นข้อหา ก็คือ กังลิม เฮวอนเมก และด๊คชุน ซึ่งจะเป็นผู้พาดวงวิญญาณเดินทางไปขึ้นศาลด้วยตนเอง  คิมจาฮง เป็นวิญญาณดีดวงที่ 48 ที่สามยมฑูตทุ่มเทช่วยจนพ้นข้อกล่าวหาทั้งหมด และได้กลับไปเกิดใหม่ ทั้งนี้ ถ้าครบ 49 ดวงวิญญาณดีเมื่อไหร่ ทั้งสามยมฑูตก็จะได้ไปเกิดใหม่ด้วยเช่นกัน และแล้ว ดวงวิญญาณที่ 49 ก็ได้มาถึงมือ คือ คิมซูฮง น้องชายของคิมจาฮง ผู้มีบทบาทในภาคแรกเป็นวิญญาณอาฆาตพี่ชายที่ทำเอาการพิจารณาคดีของคิมจาฮงเกือบไม่รอด

เหตุการณ์ 49 วันในปรโลกของคิมซูฮงที่จะถูกพิสูจน์ว่าเป็นวิญญาณดีเช่นกัน และจะส่งผลต่อชะตาการได้ไปเกิดใหม่ของสามยมฑูต คือ เรื่องราวในภาคสองนั่นเอง

สำหรับใครที่ได้ชมภาคแรกไป ต่างพากันชื่นชมในความสนุกสนานครบอรรถรส พลอตดี เรื่องราวโดนใจ ไม่ไกลตัว แง่คิดที่ย่อยง่าย เข้ากับวิถีความเชื่อของเราๆ งานโปรดัคชั่นซีจีก็แฟนตาซีน่าชม บทไคลแมกซ์สำคัญก็พาอารมณ์พีคมาก น้ำตาท่วมทะลักกันไป

แต่สำหรับภาคนี้ ผู้เขียนคิดว่า มีความเป็นขั้นกว่าในด้านเนื้อหาและการผูกเรื่อง เพราะวางเส้นเรื่องไว้มากกว่าหนึ่ง ร้อยเกี่ยวเนื่องเข้าด้วยกันได้อย่างเหมาะเจาะ ความซับซ้อนของปมที่ผูกไว้หลายขมวด ชวนเซอร์ไพรส์ และทุกปมก็สะเทือนใจยิ่ง ตัวละครใหม่ที่ขยายเพิ่มและเกลี่ยบทออกมาให้เรื่องราวเสริมกันได้ลงตัว ลีลาการเดินเรื่องที่ค่อยๆเผยค่อยๆเล่า แต่ปลายทางมีให้ทึ่ง อึ้งจุกกระอักอก ถึงขั้นอยากร้องก็ร้องไม่ออกกันเลยเชียวหละ ส่วนในมุมฮาๆก็ยังคงรักษาไว้ ไม่ขาดสีสันแน่นอน แถมยังใช้มุกทันสมัย จิกกัดทันโลกฮาสุดๆกันไปเลย เช่น การเล่นหุ้น กองทุน

ดาราในภาคนี้ ก็ยืนพื้นยกทีมมาจากภาคแรก มีทั้ง ฮาจองอู (ยมทูตกังลิม) จูจีฮุน (ยมทูตเฮวอนเมก) คิมฮยางกี (ยมทูตดัคชุน) คิมดงอุค (คิมซูฮง)  อีจองแจ (ราชันย์ยอมรา) อิมวอนฮี (ยมทูตอัยการ) โจฮันชอล (ยมทูตอัยการ ซึ่งมาแทนที่โอดัลซูของภาคแรก) โดคยองซู หรือ ดีโอ (พลทหารวอนดงยอน) อีจุนฮยอก (ร้อยโทพัคมูชิน) และดาราในบทตัวละครใหม่ มาดงซอก (เทพอารักษ์ / ซองจู) พร้อมดารารับเชิญ ซองดงอิล คิมมินจง

เริ่มต้นว่ากันด้วย ‘วิญญาณดี’ จำกัดความจากอะไร ก็มีได้เพียง 2 แบบ คือ ตายมาด้วยการทำดีตลอดชีวิต หรือ ยังไม่ควรตายแต่ถูกผู้อื่นตั้งใจทำให้ตาย ซึ่งแบบที่ 2 นี้แหละ เป็นประเด็นที่ยมฑูตกังลิมนำมาใช้แก้ต่างให้คิมซูฮง แต่ขัดแย้งกับการรับรู้ในสายตายมฑูตอัยการว่า คิมซูฮง ตายแบบปกติ และยังเป็นวิญญาณที่มีบาปแน่นอน เพราะเป็นวิญญาณอาฆาตของพี่ชาย และยังเคยใช้ความรุนแรงมุ่งร้ายก่อกวนมนุษย์อีกด้วย (อ้างอิงรายละเอียดจากเรื่องราวในภาค 1)

ลำพังการพยายามจะแก้ต่างคดีก็ดูเป็นงานยากอยู่ละ ยมฑูตกังลิมยังต้องเผชิญความป่วนชวนปวดเศียรเวียนเกล้าจากคิมซูฮงผู้ไม่อินังขังขอบ ไม่ได้คิดอยากไปเกิดเลย เพราะเหตุใด ต้องไปตามดู ซูฮงจึงไม่ค่อยให้ความร่วมมือ กวนประสาทจนวอนโดนกังลิมสั่งสอนหนักๆ  และด้วยความที่ซูฮงเรียนจบกฎหมายมาอย่างมั่น จึงแย้งไม่มียั้งปาก หาได้ยำเกรงศาลปรโลกไม่ อีกทั้งความเป็นคนกล้า คนจริง ไม่เคยกลัวอะไรฝังใจ ยกเว้นทีเร็กซ์  เส้นทางวิบากในปรโลกจึงต้องเผชิญเหล่าฝูงทีเร็กซ์ (ยกพลกันมาจากจูราสิคพาร์ค 555) กลายเป็นประสบการณ์ปาดเหงื่อครั้งใหม่ของกังลิมที่ต้องสู้กับไดโนเสาร์!

ราชันย์ยอมรา เจ้าแห่งปรโลก ยอมต่อรองการพิจารณาคดีของคิมซูฮงที่ขอขึ้นเพียงศาลใหญ่ศาลเดียวและใช้ข้อแก้ต่างเดียวคือสาเหตุการตาย โดยมีเงื่อนไขให้ยมฑูตกังลิมไปจัดการภารกิจบนโลกให้หนึ่งเรื่อง คือ ไปรับดวงวิญญาณของฮอชุนซัม ชายแก่ผู้เบี้ยวการตายมาหลายรอบละ และจัดการเทพอารักษ์ (เทพผีบ้านผีเรือน) ตัวการที่คอยหนุนช่วยฮอชุนซัมให้รอด ทุกวันนี้เทพอารักษ์เองก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในฐานะมนุษย์ที่ชื่อว่า ซองจู เป็นหนุ่มร่างใหญ่แรงดีผู้เลียนแบบมนุษย์ยุคใหม่ งอกเงินผ่านหุ้นและกองทุน (ช่วงนี้ฮาดีค่ะ มีความตลกร้าย และสะท้อนปัญหาสังคมหลายเรื่องอยู่) โดยยังคงมีเวลาให้กังลิมเพียง 49 วัน ให้เสร็จทันการตัดสินคดีตามเดิม (อย่าเพิ่งถามว่ามอบหมายงานนี้ทำไม เพราะคำตอบจะอยู่ท้ายเรื่อง)

กังลิมที่ต้องใช้เวลากับการสืบพยานในศาล จึงแยกส่งเฮวอนเมกและด๊คชุนไปจัดการภารกิจบนโลกแทน คิดว่างานหมูๆ แต่เอาเข้าจริง เหตุผลที่คุณตาฮอชุนซัมยังตายไม่ได้ ทำเอาเฮวอนเมกและด๊คชุนถึงกับอึ้ง ต้องยอมจำนนคล้อยตามซองจู กลับเปลี่ยนข้างไปอยู่ช่วยเหลือคุณตาฮอชุนซัมและหลานชายตัวน้อย

นอกจากนี้ทั้งสองยมฑูตยังยินดีจะใช้เวลาอยู่กับซองจูให้นานที่สุด เพราะอดีตของเทพอารักษ์ก็เคยทำหน้าที่ยมฑูต ได้รู้เห็นอดีตชาติพันปีในยุคโคกูรยอของสามยมฑูต เรื่องราวเป็นมาอย่างไรที่ทยอยเล่าเผยออกมาแล้วสามารถสะเทือนอารมณ์เฮวอนเมกและด๊คชุนได้ดุจบีบหัวใจสลาย

ไปตามลุ้นกันต่อเองนะว่า ภารกิจการรับวิญญาณฮอชุนซัมจะสำเร็จทันการภายใน 49 วันหรือไม่ การแก้ต่างให้คิมซูฮงในศาลปรโลกจะสำเร็จลุล่วงไหม อย่างไร เขาจะได้กลับไปเกิดในฐานะวิญญาณดีด้วยความเต็มใจหรือไม่ ความเป็นมาในอดีตของสามยมฑูตมีความสำคัญอะไร เกี่ยวเนื่องอะไรกับภารกิจยมฑูตและคดีในปรโลก และท้ายสุดที่สำคัญยิ่งคือ สามยมฑูตฮีโร่ของเราจะมีชะตาอย่างไร จะได้ไปเกิดใหม่ไหมถ้าส่งวิญญาณดวงที่ 49 ได้สำเร็จ

ชมจบแล้ว ก็เตรียมตัวรอชมภาค 3 และ 4 ต่อได้เลย เพราะทางทีมงานได้ให้ข่าวออกมาแล้วว่าจะมีการผลิตภาคต่อแน่นอน แต่ยังไม่เปิดเผยพลอตหรือโครงเรื่อง ต้องรอติดตามความคืบหน้ากันต่อไปค่ะ

Trailer :

Advertisements