จบลงอย่างงดงามนะครับ กับเรื่องราวของโลกคู่ขนาน และประตูมิติที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์น่าจดจำมากมาย
ตลอดการเดินทางทั้ง 16EP ที่เราร่วมเดินทางมาด้วยกัน นี่คือบทความส่งท้ายของผม สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ และถือเป็นบทความอำลาตัวละครสำคัญแต่ละตัวที่อยู่ในจักรวาลของซีรีส์ The King : Eternal Monarch

ถึงแม้ว่าตลอดทั้งเส้นเรื่องที่เราร่วมลุ้น ร่วมวิเคราะห์มาด้วยกัน จะทำให้รู้สึกเหมือนกับว่า ซีรีส์เรื่องนี้ดูแล้วเข้าใจยาก เข้าถึงได้ลำบาก ไหนจะโลกคู่ขนาน ไหนจะร่างแฝดที่โดนเปลี่ยนตัว ไหนจะเวลาที่กำลังหยุดเดิน และกบฏอีริม
ที่วางแผนเหนือชั้นกว่า อีกน มาโดยตลอด แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ตัวละครแต่ละตัวก็มีโชคชะตาเป็นของตัวเองอยู่ดี และนี่คือบทสรุปที่ผมภูมิใจนำเสนออย่างยิ่ง ถ้าพร้อมแล้ว มาร่วมโบกมืออำลาพวกเขา ผ่านตัวอักษรและบทส่งท้ายนี้ ไปด้วยกันนะครับ

*บทความนี้มีเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนในเรื่อง*

:: สรุปภาพรวม ::
มันพาชิกจ็อก และ เด็กชายที่เล่นโยโย่

ต้องบอกว่า นี่คือตัวแปรสำคัญที่สุดในซีรีส์เรื่องนี้ เพราะ ตัวเขาเองอยู่ในทุกๆที่ และในรูปแบบที่แตกต่างกัน คำพูดที่เขาบอกเสมอว่า เขามาเพื่อเตือนภัย และขับไล่ศัตรู ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริง เพราะดูเหมือนว่า ในท้ายที่สุดแล้ว “มันพาชิกจ็อก” นั่นแหละ ที่เป็นผู้เลือกกำหนดชะตากรรมของเหล่าตัวละคร และนำทางให้พวกเขามาเจอกัน เพื่อช่วยให้ “มันพาชิกจ็อก” กลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง

ลายเซ็นนึง ที่ชัดเจนของ คิมอึนซุก คือตัวละครแบบนี้ ตัวละครที่มาในรูปแบบของสัญลักษณ์ มาในรูปแบบของ “พระเจ้า” ที่บันดาลโชคชะตาให้มนุษย์ ในเรื่อง Goblin ช่วงท้ายของเรื่อง เมื่อโทแกบีดับสูญ และพระเจ้าไล่ลบความทรงจำ เพื่อคืนความสงบสุขให้แก่ชีวิตของตัวละครที่เคยได้รู้จักเขา มีตัวละครบางตัวที่พระเจ้าเลือกจะไม่ลบความทรงจำให้ ซึ่งใน The King Eternal Monarch ตัวละครที่ไม่ถูกลบความทรงจำ กลับเป็นตัวละครที่ควรถูกลบความทรงจำมากที่สุด นั่นคือ จองแทอึล

ถ้าลองมาคิดดูแล้ว ก็น่าเจ็บปวด และไร้จุดหมายปลายทางอยู่เหมือนกัน เพราะต้องใช้ชีวิตแบบจดจำทุกอย่างได้ แต่โลกรอบตัวไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และไม่รู้ด้วยว่า อีกน จะเปิดประตูมาหาได้อีกหรือไม่ แต่ความเจ็บปวดนั้น ก็กลายเป็นรางวัลที่ควรขอบคุณ เพราะมันทำให้เธอยังคงเป็น “ผู้หมวดจองแทอึล” คนเดิม ที่ อีกน เฝ้าตามหาอยู่เสมอในประตูมิติ

อีริม ปีศาจร้ายที่ถูกส่งมาเพื่อทดสอบจิตใจของมนุษย์

หากโลกคู่ขนาน คือ ตัวแทนของ สวนเอเดนที่พระเจ้าสร้างสรรค์ขึ้นมา อีริม ก็เปรียบเหมือนกับ อสรพิษ ที่มาปรากฏกาย เพื่อยั่วยุให้ “มนุษย์” ทำผิดบาป และได้รับโทษจากการฝ่าฝืนกินผลไม้ต้องห้าม

เขาทำตัวเป็นเหมือนกับเจ้าชีวิต เที่ยวให้ความหวัง ให้อิสรภาพ บันดาลโชคชะตาในแบบที่มนุษย์ปฏิเสธไม่ได้ ทั้งที่ในความจริงแล้ว อีริม ทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง และมีแต่ตัวเขาเองเท่านั้น ที่ต้องอยู่เหนือทุกชีวิต

เพราะแบบนี้ ชีวิตของ อีริม จึงไม่เคยหลุดพ้นจากความตายอย่างแท้จริง เขายังคงวนเวียนเกาะติดอยู่กับเป้าหมายที่จะได้ครอบครองมันพาชิกจ็อกทั้งเลา โดยไม่สนใจโอกาสในการใช้ชีวิตตามปกติซึ่งวางอยู่ตรงหน้า

ลูน่า

นี่คือตัวละครที่มีข้อถกเถียงกันมากมาย ตลอดหลายสัปดาห์ ว่าตกลงเธอเป็นร่างแฝด หรือเป็นตัวละครต่างไทม์ไลน์ ซึ่งคำตอบคงออกมาชัดเจนแล้วนะครับ ว่า ลูน่า เป็นร่างแฝดของจองแทอึล ในไทม์ไลน์ที่ถูกลบไป ซึ่งใน EP16 นี้ ผลจากการ Reset Timeline ทำให้เราได้เห็นเหตุการณ์ของโลกจักรวรรดิเกาหลี ในปี 1999 ซึ่งได้กลายเป็นไทม์ไลน์ใหม่ของซีรีส์เรื่องนี้ ไทม์ไลน์ที่ ลูน่า ยังเป็นหัวขโมย เพียงแต่ในครั้งนี้ โชคชะตาได้นำทางเธอให้ไปพบกับครอบครัวของ “คูซอรยอง” ได้รับความรัก และความเอ็นดูจากแม่ของนายกคู ที่เราคุ้นเคยกัน จนกระทั่งในปี 2022 “ลูน่า” ได้เติบโตขึ้นมาเป็นตำรวจ โดยได้ชื่อใหม่ว่า “คูซอกยอง”

บางทีการพบเจอกันระหว่าง คูซอรยอง และ ลูน่า ที่หน้าเรือนจำในวันนั้น อาจไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นเหมือนกับตัวบอกใบ้ ว่าในอนาคตอันแสนไกล เธอทั้ง 2 คน จะมีโชคชะตาที่ต้องได้กลับมาเจอกัน

ชะตากรรมของ คังฮยอนมิน และ คังชินแจ

นี่คือตัวละครที่ผมลุ้นให้ได้รับบทสรุปที่ดี และสวยงาม พอๆกับคู่ของ อีกน และ จองแทอึล ซึ่งดูเหมือนกับว่า ในท้ายที่สุดแล้ว ก็มีโลกที่คู่ควรกับเขาเสียที คังฮยอนมิน ไม่ได้ถูก อีริม เข้าไปเปลี่ยนโชคชะตาอีกแล้ว แต่โชคชะตานั้น กลับกลายเป็น “องค์ชายบูยอง” ที่ยื่นมือเข้าชวยเหลือชีวิตของเขาและแม่ในวันนั้นแทน

ส่วน คังชินแจ ที่ประสบอุบัติเหตุในไทม์ไลน์เดิมนั้น ก็ได้รับผลกระทบในทางบวกเช่นกัน เพราะประตูมิติ เลือกจะเปิดพา อีกน กับ จองแทอึล มาในวันเกิดอุบัติเหตุ และ อีกน ได้กลายเป็นเหมือนจุดเปลี่ยนในชีวิตของ คังชินแจ
โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ

ดาบสี่พยัคฆ์ จุดเริ่มต้น และสิ้นสุด

ผมเคยวิเคราะห์ไว้ว่า ดาบสี่พยัคฑ์จะเป็นจุดจบของ อีริม ใน EP1 ดาบเล่มนี้ถูก อีกน ใช้เพื่อฟันบกบฏอีริม แต่กลับกลายเป็นว่า ดาบเล่มนี้ ได้แยกมันพาชิกจ็อกออกจากกัน โดยไม่ได้ตั้งใจ และมันได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดที่เราได้ดูกันไป

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งในเหตุผล ที่อีกน ต้องใช้ดาบสี่พยัคฆ์ เพราะในฐานะกษัตริย์เขามีสิทธิ์ที่จะใช้ และในฐานะที่ดาบเล่มนี้ คือ จุดเริ่มต้นของเรื่องวุ่นวายทั้งหมด หน้าที่ในการยุติความชั่วร้ายของปีศาจ จึงต้องใช้ดาบเล่มนี้เป็นจุดจบของเรื่องราวเช่นกันครับ

สมการที่เรียบง่ายของ อีกน

หลายคนอาจจะยังสับสน ว่าจุดเปลี่ยนของลูปอยู่ตรงไหน ในเมื่อกระจกถูกยิงแตก อีริม มีบาดแผลที่มือเหมือนเดิม
จุดเปลี่ยนนั้น มี 2 จุดใหญ่ๆ

1 | อีริม ได้ครอบครองมันพาชิกจ็อกทั้งเลา

นี่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ผิดแผน เพราะ อีริม ไม่ควรได้ครอบครองมันพาชิกจ็อกทั้งเลา หากแต่ มันกลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ไปลบล้าง ผลการหักครึ่งของ มันพาชิกจ็อกในอนาคต ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลให้มันพาชิกจ็อกครึ่งเลาในมือของ อีริม และ อีกน สูญสลายไป

2 | อีกน ไม่ได้ไปคนเดียว เขามีโจยองตามไปด้วย

และนั่นทำให้เขาสามารถโฟกัส ที่จะตามตัว อีริม ได้ ไม่มัวแต่เป็นห่วงตัวเองในวัยเด็กเกินไป จนทำไม่สำเร็จ

ถ้าใครจำได้ ในเรื่อง Goblin มีสิ่งหนึ่ง ที่อยู่เหนือโชคชะตา นั่นคือ ความเสียสละของมนุษย์ มนุษย์เป็นผู้เลือกเอง มีแต่มนุษย์เท่านั้น ที่สามารถเลือกจะทำสิ่งนี้ได้

เช่นเดียวกันกับคนที่อยู่เคียงข้าง อีกนมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็น โจยอง คังชินแจ โนซังกุง องค์ชายบูยอง หรือจองแทอึล ทั้งหมดนั่นคือความเสียสละ คือความกล้าหาญที่จะต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายที่อยู่ตรงหน้า นี่คือสิ่งที่ทำให้ทุกคนเอาชนะ อีริม ได้ในที่สุด

Flower  
คลิปวีดีโอจากปี 2022

ในที่สุดเราก็ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในคลิปแล้วนะครับ เพียงแต่ข้อแตกต่าง คือ ในคลิปไม่มีเด็กที่เล่นโยโย่แล้ว แต่กลายเป็น “คังฮยอนมิน” ที่เรียกร่างแฝดของจองแทอึลให้หันกลับมา นั่นก็แปลว่า สิ่งที่ อีกน เห็น คือสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2022 จริงๆ เพียงแต่สถานการณ์ได้เปลี่ยนไป เมื่อไทม์ไลน์เกิดการเปลี่ยนแปลง

โลกระหว่างกลางกลับสู่ความสมดุล

ใน EP16 เราจะเห็นว่าเมล็ดพันธุ์ที่จองแทอึลนำมาจากโลกจักรวรรดิ ได้งอกขึ้นมาในกระถางต้นไม้ของโลกสาธารณรัฐ ซึ่งนั่นเป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ที่บอกว่า สมดุลได้กลับคืนมาสู่ทั้งสองโลกแล้ว เพราะแบบนี้ ปืนของจองแทอึล ถึงยิงออก เพราะแสง ลม และเวลา ได้กลับมาทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง ณ โลกระหว่างกลาง และประตูมิติสีแดงของพระเจ้าแฮจง

:: กล่าวอำลาตัวละคร ::

ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา และการจากลาเป็นเรื่องปกติ
ผมขอส่งท้ายบทความนี้ ด้วยคำขอบคุณ และการกล่าวอำลาตัวละครแต่ละตัวในเรื่อง The King Eternal Monarch

ขอบคุณ อีกน ที่ทำให้เรารู้ว่า ความรัก และการรักษาสัญญาต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน

ขอบคุณ จองแทอึล ที่ทำให้เรารู้ว่า การเฝ้ารอใครสักคนนั้น มีความหมายเสมอ และทุกความทรงจำล้วนมีค่ามากพอให้รักษาไว้ขอบคุณ ลูน่า ที่ทำให้เรารู้ว่า การได้มีชีวิตปกติธรรมดาเป็นเรื่องโชคดีมากแค่ไหน

ขอบคุณ คังชินแจ ที่ทำให้เรารู้ว่า ความรักไม่ใช่การครอบครอง แต่คือการได้มองเห็นคนที่เรารักมีความสุข

ขอบคุณ โจยอง ที่ทำให้เรารู้ว่า ความภักดี และความซื่อสัตย์ ไม่ควรใช้แค่คำพูด แต่ต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ

ขอบคุณ โจอึนซอบ ที่ทำให้เรารู้ว่า ครอบครัวคือสิ่งที่เราควรปกป้องเอาไว้เสมอ

ขอบคุณ โนซังกุง ที่เป็นทุกอย่างสำหรับ อีกน เป็นเหมือนเข็มทิศ เป็นเหมือนแสงนำทาง และเป็นเหมือนบทเพลงที่คอยปลอบประโลม ในยามที่โลกมืดมิด

ขอบคุณ องค์ชายบูยอง ที่ทำให้เรารู้ว่า เราไม่จำเป็นต้องเอาชนะโชคชะตาหรอก ขอแค่เดินไปให้ถึงมันก็พอ

ขอบคุณ นายกคู ที่ทำให้เรารู้ว่า ความทะเยอะทะยานที่ไม่มีขอบเขตนั้น ส่งผลสะท้อนกลับมารุนแรงแค่ไหน

และสุดท้ายขอบคุณ อีริม ที่ทำให้เรารู้ว่า ต่อให้มีอำนาจอยู่ในมือมากแค่ไหน แต่ความตายก็ยังเป็นปลายทางของโชคชะตาอยู่ดี

เพราะบางครั้ง… ความธรรมดาก็มีความสุข
“อยู่เพื่อวันนี้ และวันนี้ เท่านั้น….”

ไว้พบกันใหม่ในเรื่องต่อไป
ขอบคุณทุกการสนับสนุน ทุกการแชร์ ทุกคอมเมนต์
ผมซาบซึ้งเสมอ และดีใจที่เราได้ร่วมเดินทางมาด้วยกันครับ

#Nottchakun #TheKingEternalMonarch

บทความนี้เป็นบทความจาก Guest Writer คุณ Nottchakun ที่วิเคราะห์ปมซับซ้อนจากในซีรีส์ The King : Eternal Monarch ให้คอซีรีส์สามารถเข้าใจได้อย่างดียิ่งขึ้น สามารถติดตามบทวิเคราะห์เรื่องอื่น ๆ ผ่านงานเขียนของคุณ Nottchakun ได้ที่ Korseries หรือ สามารถติดตามนักเขียนโดยตรงได้ที่เพจ Nottchakun

บทความที่เกี่ยวข้อง

เหล่านักแสดงนำ The King : Eternal Monarch เผยความในใจส่งท้ายตอนจบซีรีส์

คลิปแนะนำ

ตำนานขลุ่ยมันพาชิกจ็อก ซีรีส์ The King Eternal Monarch

ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries