focus

เปิดแฟ้มบัญชีแค้นในซีรีส์ Taxi Driver ที่อ้างอิงมาจากคดีที่เกิดขึ้นจริงในเกาหลี

30/05/2021 - โชว์มีเดอะซีรีส์


Taxi Driver ซีรีส์สายโหดที่มาพร้อมอาชีพสุดแปลกใหม่ที่เราไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อนอย่างอาชีพ คนขับแท็กซี่ที่จะตามแก้แค้นให้กับลูกค้าที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม! ซีรีส์ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูนชื่อดัง โมบอมเท็กชี (모범택시) ซึ่งคดีในแต่ละตอนไม่ว่าจะคดีของตัวละครหลักหรือของลูกค้าแต่ละคน รู้หรือไม่ว่าซีรีส์อิงมาจากคดีที่เกิดขึ้นจริงในเกาหลีทั้งสิ้น วันนี้ Korseries ขอพามาเปิดแฟ้มคดีทั้ง 7 คดี เรื่องราวที่นำเสนอในซีรีส์กับคดีที่เกิดขึ้นจริงนั้นเป็นอย่างไร

สามารถรับชมซีรีส์ Taxi Driver ได้ที่ VIU

*บทความนี้มีการกล่าวถึงเรื่องราวในซีรีส์ และมีเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์คดีจริงที่อาจทำให้รู้สึกสะเทือนใจ ทั้งคดีล่วงละเมิดทางเพศ ฆาตกรรม ใช้ความรุนแรง*

▶ คดีโซวอน (Sowon) : คดีโจโดชอล

ย้อนกลับไปในปี 2551 ได้เกิดเหตุการณ์สุดเลวร้ายกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆวัย 8 ขวบที่ถูก โช ดูซุน ที่อยู่ในอาการมึนเมา ลักพาตัวไปล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำสาธารณะ ในขณะที่เธอกำลังเดินทางไปโรงเรียน เมื่อไปถึงห้องน้ำเขาได้ลงมือทุบตีเมื่อเธอพยายามจะขัดขืนและเมื่อเสร็จสิ้นเขาก็พยายามที่จะล้างร่างกายส่วนล่างของเธอด้วยน้ำที่มีแรงดันสูง และพยายามใช้ไม้ถูพื้นถูบริเวณห้องน้ำที่ใช้ก่อเหตุเพื่อลบร่องรอยต่างๆและคราบน้ำอสุจิของตัวเองที่อาจจะกลายมาเป็นหลักฐานได้

ซึ่งการก่อเหตุของดูซุนในครั้งนี้ทำให้เด็กน้อยที่มีอนาคตที่สดใสต้องตกนรกทั้งเป็น ร่างกายและอวัยวะภายในบอบช้ำอย่างรุนแรง อวัยวะเพศและทวารหนักฉีกขาดเสียหายไปกว่า 80 % ลำไส้ใหญ่ และลำไส้เล็กทะลุออกมา มดลูก กระดูกเชิงกราน และช่องท้องเสียหายอย่างหนัก ทำให้เธอต้องใส่ถุงปัสสาวะและทวารเทียมไปตลอดชีวิต เมื่อถูกจับกุมนายโชดูซุน ได้รับสารภาพว่าขณะก่อเหตุตัวเองมีอาการมึนเมาและไม่สามารถควบคุมสติได้ ทำให้ศาลตัดสินโทษจำคุกเพียง 12 ปีเท่านั้น และถูกปล่อยตัวออกมาในวันที่ 12 ธันวาคม 2563 ทั้งที่ก่อนหน้านี้ประชาชนได้มีการลงชื่อคัดค้านการปล่อยตัวและให้พิจารณาคดีใหม่กว่า 6,800 รายชื่อ ส่งผลให้วันปล่อยตัวของเขามีผู้มาประท้วงมากถึง 150 คนที่มาแสดงความไม่พอใจมีการปาไข่ ขัดขวางรถที่ดูซุนนั่งและส่งเสียงด่าทอขับไล่ออกจากเมือง ทำให้ตำรวจต้องนำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นายมาดูแลความเรียบร้อย

โชดูซุนในวันถูกปล่อยตัว
การประท้วงและเหตุโกลาหลเมื่อโชดูซุนถูกปล่อยตัว

คดีนี้ถือเป็นคดีแรกที่เราเห็นทีมแท็กซี่สายรุ้งออกปฏิบัติการแก้แค้นแทนลูกค้าโดยการลักพาตัวโจโดชอลไปขังเอาไว้ นอกจากเรื่อง Taxi Driver แล้ว คดีนี้ยังถูกนำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เรื่อง Hope (2013) และคดีของอีมันโฮในซีรีส์เรื่อง Law school ด้วย คดีที่เป็นต้นเหตุให้อาจารย์คิมอึยซุกต้องลาออกจากการเป็นผู้พิพากษา และเป็นคดีที่ก่อให้เกิดกฎหมายอีมันโฮขึ้นมา เพื่อแก้ไขกฎหมายในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 10 วรรคสอง จากการลดโทษตามหน้าที่ให้เป็นการลดโทษตามความต้องการของผู้พิพากษาแทน

การประท้วงของประชาชนเมื่อโจโดชอลถูกปล่อยตัว – Taxi driver Ep.1
โจ โดชอลในวันถูกปล่อยตัว – Taxi driver Ep.1

คดีฆาตกรต่อเนื่องนัมกยูจอง : คดีฆาตกรรมแม่คิมโดกี

คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่สะเทือนขวัญและยากจะลืมเลือนไปจากใจของประชาชนชาวเกาหลีพอสมควรเพราะ ‘นัมกยูจอง’ ผู้ต้องหาในคดีนี้ฆ่าเหยื่อไปถึง 13 ราย ซึ่งในนั้นมีผู้เยาว์รวมอยู่ด้วย 2 ราย นอกจากนี้ยังมีคนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึง 20 คน เหตุสะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ระหว่างโซลและคยองกี ตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 ถึงเดือนเมษายน 2549 การเลือกเหยื่อส่วนใหญ่มักจะเป็นในรูปแบบสุ่มโดยจะสุ่มเลือกเฉพาะผู้หญิงและเด็กที่อาศัยอยู่เพียงลำพังในพื้นที่ดังกล่าว เขาจะฆ่าเหยื่อทิ้งหากเหยื่อขัดขืนการข่มขืน และเขามักจะจุดไฟเผาเหยื่อเพื่อรอดูความทรมาณของเหยื่อก่อนตายอีกด้วย

ซึ่งในการก่อเหตุของเขาแม้จะเลือกเหยื่อในรูปแบบสุ่มแต่เขาก็ได้มีการเตรียมการอย่างละเอียดมาก่อนหน้าที่จะลงมือ นัมกยูจองชื่นชอบดูภาพยนตร์ระทึกขวัญอย่าง Memories of Murder และ The Silence of the Lambs ชื่นชอบอ่านหนังสือหลายเล่มที่เกี่ยวกับจิตวิทยา วิทยาศาสตร์และร่างกายมนุษย์ นอกจากนี้เขายังใช้อาวุธที่แตกต่างกันเพื่อให้ตำรวจสับสนและติดตามตัวเขาได้ยากขึ้นไปอีกด้วย เขาใช้มีดในคดี 7 คดีในปี 2547 และใช้วัตถุทื่อในคดี 4 คดีในปี 2548 และอีก 2 คดีในปี 2549

นัมกยูจองในระหว่างออกไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
นัมกยูจองระหว่างยิ้มให้กับกล้องของนักข่าว

เมื่อถูกจับได้นัมกยูจองไม่ได้แสดงท่าทีเสียใจหรือรู้สึกผิดต่อสิ่งที่เขาได้ทำลงไปเลยแม้แต่นิด ในวันทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นักข่าวได้เข้าไปถามว่า “คุณจะไม่ขอโทษเหยื่อเหรอ” สิ่งที่นัมกยูยองทำหลังจากได้ยินคำถามคือการลดแมสก์ลงและยิ้มให้กับนักข่าว ในการพิจารณาคดีครั้งแรกนัมกยูจองได้กล่าวว่า “ฉันโชคไม่ดีที่ถูกจับ ถ้าหากฉันไม่ถูกจับได้ฉันคงฆ่าคนไปเรื่อย ๆ”  ในขณะที่อัยการเรียกร้องโทษประหารชีวิตให้กับนัมกยูจอง เขาก็ได้กล่าวคำพูดสุดโหดร้ายอีกครั้งว่า “ฉันไม่แน่ใจว่าฉันรู้สึกเสียใจต่อเหยื่อ ฉันรู้สึกภาคภูมิใจมากกว่าที่ได้ฆ่าคนจำนวนมากเช่นนี้”

คดีนี้ถูกนำมาดัดแปลงเป็นคดีของแม่คุณพี่แท็กซี่คิมโดกีที่ถูกแทงเสียชีวิตอยู่ภายในห้องครัวของบ้านระหว่างทำอาหารรอลูกชายกลับมาจากกรมทหาร ทำให้คิมโดกีกลายเป็นคนกลัวเสียงหวีดของกาน้ำร้อนที่ดังขึ้นในวันที่เขาเข้าไปเจอศพของแม่ ในวันที่ผู้ต้องหาถูกจับได้และนำมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านของคิมโดกี ผู้ต้องหาไม่มีทางท่าทีสำนึกผิดหรือแม้แต่จะเอ่ยขอโทษลูกชายของเหยื่ออย่างพระเอกเลยด้วยซ้ำแต่กลับเอาแต่ยิ้มและหัวเราะเพียงอย่างเดียว

ADVERTISEMENT
The Penthouse 3 ดูย้อนหลังได้ที่ Viu คลิก!
Taxi driver Ep.2
Taxi driver Ep.2

▶ คดีทาสในฟาร์มเกลือ : คดีคังมาเรียทาสในโรงงานจอลกัท

เคสของมาเรียเป็นเคสที่เคยเกิดขึ้นจริงในประเทศเกาหลีย้อนกลับไปในปี 2558 บนเกาะ SINUI คิมเซจอง ผู้มีความบกพร่องทางสมอง ถูกบริษัทจัดหางานที่ไม่ได้จดทะเบียนหลอกว่าจะพาเขาไปหารายได้จากการทำงานในฟาร์มเกลือแต่เขากลับถูกนำไปขายให้กับเกษตรกรที่เป็นเจ้าของบ่อระเหยเกลือ และถูกบังคับให้ทำงานหนักมากกว่า 18 ชั่วโมงต่อวันโดยไม่เคยได้รับค่าจ้าง ถูกเฆี่ยนตีทำร้ายร่างกายด้วยท่อนเหล็กและไม้เบสบอลตั้งแต่วันแรกที่ก้าวขาเข้าไปในนรกที่มีชีวิตแห่งนี้ “ทุกครั้งที่ฉันพยายามจะถามอะไรเขา หมัดของเขาจะมาก่อนคำตอบเสมอ” คิมเซจองกล่าว เขาพยายามหนีออกจากเกาะอยู่ 3 ครั้ง แต่ก็ถูกขัดขวางจากเส้นสายของเจ้าของฟาร์มที่มีอยู่ในเกาะไม่ว่าจะตำรวจท้องที่หรือแม้แต่ชาวบ้านบนเกาะที่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นทำให้เขาถูกลากกลับมาทำงานใหม่อีกครั้งเสมอ จนสุดท้ายคิมเซจองตัดสินใจเขียนจดหมายถึงแม่ของเขา เมื่อแม่ของเขาได้รับจดหมายก็ได้นำไปแจ้งตำรวจทันที คิมเซจองถึงได้หลุดพ้นออกมาจากสถานที่แห่งฝันร้ายที่เขาเคยมีความคิดว่าจะไม่สามารถออกไปได้

เจ้าของฟาร์มเกลือและคนงานเข้าพบเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าตรวจสอบสิทธิมนุษยชนบนเกาะ
คิมเซจองในวันที่พ้นออกมาจากฝันร้าย

จากกรณีนี้ชาวนาเกลือมักอธิบายว่าตัวเองได้ทำประโยชน์เพื่อสังคมโดยรับคนจรจัด คนพิการ คนไร้การศึกษาและคนที่หางานทำที่อื่นไม่ได้เข้าทำงาน ปาร์คจองวอน เจ้าของฟาร์มเกลือที่เพิ่งพ้นโทษออกมาได้กล่าวว่า “มันเป็นเรื่องยากมากที่จะทำฟาร์มเกลือโดยไม่มีคนพิการ เพราะคนปกติจะไม่ทำงานในฟาร์มเกลือแม้ว่าจะขอร้องพวกเขาแค่ไหนก็ตาม” การเปิดเผยเรื่องทาสที่เกี่ยวข้องกับคนพิการในฟาร์มเกลือบนเกาะเกิดขึ้นถึง 5 ครั้งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จากการสอบสวนในปี 2557 พบคนงานมากกว่า 100 คนทั่วประเทศที่ไม่ได้รับค่าจ้างหรือได้ค่าจ้างต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ

คดีมาเรียเป็นคดีแรกที่เราจะเห็นถึงเรื่องราวความเจ็บปวดของเหยื่อ มาเรียเป็นหญิงสาวกำพร้าที่พิการทางสมองระดับ 3 เธอใฝ่ฝันอยากจะทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเอง แต่เธอกลับโดนคนขายประกันในคราบนักสังคมสงเคราะห์หลอก เธอถูกทุบตีทรมาณอย่างหนัก ถูกขังไว้ในถังภายในห้องเย็น ถูกใช้งานทั้งซักผ้า ล้างจาน และทำความสะอาดบ้านทั้งหมด นอกจากนี้เธอยังโดนล่วงละเมิดทางเพศด้วย ‘ฉันอยากหนีออกมา จากที่ที่คนเหล่านั้นอยู่แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ฉันก็ไม่สามารถหนีออกมาจากที่นั่นได้เลย’ นี่คือความเจ็บปวดของคังมาเรียเคสแรกของแท็กซี่สายรุ้ง

Taxi driver Ep.2
คังมาเรียที่กำลังหลบหนีออกจากโรงงาน – Taxi driver Ep.2

▶ คดีฆาตกรต่อเนื่องยูยองชอล : คดีพ่อแม่ประธานจาง

ยูยองซอล ถือว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ถูกขนานนามให้คดีที่โหดร้ายที่สุดในเกาหลีใต้ก็ว่าได้ ก่อนหน้าที่จะเริ่มก่อเหตุฆาตกรรม ยูยองซอลก็ผ่านคดีมาอย่างโชกโชนไม่ว่าจะขโมยของ ขายสื่อลามก ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ปลอมเอกสาร หรือแม้แต่ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ซึ่งการจับกุมตัวเขาได้ก็เป็นเรื่องบังเอิญ แต่เขากลับยอมรับสารภาพเองเลยว่าทำการฆาตกรรมเหยื่อมาแล้วมากถึง 20 ราย โดนเผา 3 ราย ถูกทำให้พิการ 11 ราย และบางรายก็ได้มีการควักตับเพื่อเอาไปกินด้วย โดยเหยื่อส่วนใหญ่ที่เขาเลือกจะเป็นผู้หญิงขายบริการและผู้สูงวัยที่ร่ำรวย แรงจูงใจในการฆ่าของเขาเกิดจากความแค้นที่ตัวเองเกิดมายากจนทำให้ชีวิตวัยเด็กต้องเจอแต่ความเจ็บปวด เมื่อโตขึ้นก็ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติได้ทำให้ต้องหันหน้าเข้าสู่วงการอาชญกรรมจนภรรยาและลูกต้องตีตัวลาจาก เขาโทษว่าทุกอย่างมันเป็นเพราะความเลื่อมล้ำของสังคมและโยนความผิดทุกอย่างไปที่คนรวย “พวกมันต้องตายอย่างหมาข้างถนน” ยูยองซอลกล่าวไว้หลังจากถูกจับ

ตำรวจและยูยองซอลขณะชี้สถานที่ฝังชิ้นส่วนของเหยื่อ

การฆาตกรรมของเขาทั้งหมดใช้เวลาไปเพียง 11 เดือนตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2546 – 15 กรกฎาคม 2547 เริ่มแรกเขาทำการทดลองกับสุนัขก่อนโดยใช้ค้อนเป็นอาวุธทดลอง ตีแรงแค่ไหนถึงจะตาย จะต้องตีกี่ครั้ง จะต้องตีในรูปแบบท่าทางแบบไหนถึงจะดีที่สุด เมื่อการทดลองเป็นที่น่าพอใจเขาก็เริ่มลงมือล่า เหยื่อ 8 รายแรกของเขามุ่งเน้นไปที่ผู้สูงวัยที่ร่ำรวย แต่ 1 ในเหยื่อ 8 รายแรกมีเด็กทารกรวมอยู่ด้วย ซึ่งยูยองชอลไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเพียงแต่ในระหว่างที่กำลังงัดตู้เซฟของบ้านหลังนี้ดันพลาดทำมือเป็นแผลเลือดหยดลงพื้น ยูยองชอลจึงเลือกที่จะเผาบ้านทั้งหลังทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน และเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์กลับตกเป็นเหยื่ออยู่ในกองไฟอย่างน่าสะเทือนใจ

หลังจากนั้นเขาก็เริ่มปลอมตัวเป็นตำรวจรีดไถเงินจากเหล่าแมงดาและโสเภณี เริ่มหมกมุ่นในกามและมักจะซื้อบริการทางเพศบ่อยครั้ง ในวันนึงเขาได้เรียกใช้หญิงขายบริการคนนึง เขาชอบเธอมากถึงขนาดเอ่ยปากขอแต่งงาน แต่เธอกลับปฏิเสธส่งผลให้เขาโกรธแค้นสุดขีดและนั่นก็กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเริ่มเบี่ยงเป้าหมายไปเป็นผู้หญิงขายบริการแทน ผู้หญิงขายบริการรายแรกเขาลงมือฆ่าเธอด้วยความสะเพร่า หลังจากนั่นเขาจึงใช้วิธีเรียกพวกเธอมาที่อพาร์ตเม้นท์ เมื่อพวกเธอมาถึงก็จะทำการทุบหัวด้วยค้อน หลังจากนั้นก็จะใช้เลื่อยตัดชิ้นส่วนของพวกเธอออกเป็น 8 ส่วน เพื่อนำเอาไปทิ้งในจุดต่างๆได้ง่ายขึ้น เขาใช้วิธีนี้กับเหยื่อถึง 11 รายด้วยกัน

โอชอลยองขณะกำลังฆ่าเหยื่อ – Taxi driver Ep.29
ค้อน อุปกรณ์หลักในการทำร้ายเหยื่อ – Taxi driver Ep.29

ภายในเรื่องเรียกคดีพ่อแม่ประธานจางว่าคดีฆาตกรรมคู่รักเศรษฐีสูงวัย และใช้ชื่อฆาตกรว่าโอชอลยอง ซึ่งคดีของพ่อแม่ประธานจางตรงกับเหยื่อ 2 รายแรกของยูยองซอลที่ก่อเหตุในย่านอับกูจอง ในปี 2546 ศาตราจารย์ลี อายุ 72 ปีและภรรยาอายุ 68 ปี เมื่อสามารถแอบเข้าไปในบ้านได้สำเร็จก็ได้สวมถุงมือ และค่อยๆเข้าไปในห้องนอนใช้มีดยาว 6 นิ้วกระหน่ำแทงเข้าที่คอของศาตราจารย์ลี และเอาค้อนหนักกว่า 4 กิโลทุบซ้ำต่อหน้าภรรยาที่กำลังนอนอยู่ หลังจากนั้นเขาก็เอาค้อนทุบหัวภรรยาจนกระโหลกแตกละเอียด หลังจากก่อเหตุเสร็จสิ้นยูยองซอล ก็ได้นั่งมองเหยื่อทั้ง 2 หายใจรวยรินช้าๆจนทั้งคู่ตายสนิทค่อยเอาผ้ามาเช็ดตัว หนีออกจากบ้านและล้างอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุภายในห้องน้ำรถไฟฟ้าใต้ดินและหายตัวไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

รูปภาพของศาตราจารย์ลีและภรรยา
รูปภาพจากคดีฆาตกรรมคู่รักเศรษฐีสูงวัยที่อัยการคังฮานาเปิดดู – Taxi driver Ep.5

นอกจากนี้ในฉากที่ประธานจางจะพุ่งเข้าไปทำร้ายคนร้ายแต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแตะตกลงมาจากบันได ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ญาติของเหยื่อรายนึงด่าไปที่ตำรวจว่า “พวกแกไร้ความสามารถ ปล่อยให้มันฆ่าลูกสาวฉัน ถ้าพวกแกตั้งใจทำงานมากกว่านี้ ลูกสาวฉันคงไม่ตาย” พร้อมกับพุ่งตัวไปหาคนร้าย ทำให้ตำรวจที่คุ้มกันใช้เท้าเตะญาติของเหยื่อจนล้มตกบันไดไป เหตุการณ์นี้ยิ่งโหมกระพือความโกรธแค้นของประชาชนเข้าไปอีก จนเกิดเป็นคำถามว่าทำไมตำรวจถึงต้องปกป้องคนร้ายมากขนาดนี้ กระแสโหมรุนแรงจนฝ่ายตำรวจต้องตั้งโต๊ะแถลงขอโทษแต่ก็ไม่ได้บรรเทาความโกรธแค้นของประชาชนให้เบาบางลง

ภาพที่ตำรวจใช้เท้าแตะญาติของเหยื่อ
ตำรวจใช้เท้าแตะประธานจาง – Taxi driver Ep.5

▶ คดี CEO บริษัทใหญ่ทำร้ายลูกน้องและทารุณสัตว์ : คดีบริษัทยูเดต้า

คดีนี้เป็นไวรัลไปทั่วโลกโซเชียลของเกาหลีทันทีที่คลิปวีดีโอการทำร้ายอดีตพนักงานทั้งการด่าทอและทุบตีของยังจินโฮ CEO บริษัท Korea Future Technology (WeDisk & Filenori) ได้เผยแพร่ออกไป ซึ่งวีดีโอนี้เป็นวีดีโอที่ยังจินโฮให้หนึ่งในกลุ่มผู้บริหารที่มีหน้าที่เป็นตากล้องประจำตัวบันทึกเอาไว้เองในวันที่ 8 เมษายน 2558 เพื่อเป็นของที่ระลึก โดยยังจินโฮได้ติดตามที่อยู่ IP ของพนักงานคนนี้หลังจากที่เขาโพสต์ความคิดเห็นเกี่ยวกับการละเลยสิทธิมนุษยชนของประธานยัง ลงบนกระดานข่าวลูกค้าของบริษัท หลังจากนั้นก็ได้เรียกเขาเข้าไปที่สำนักงาน เมื่อพนักงานคนนี้มาถึงยังจินโฮก็ให้เขาคุกเข่าขอโทษ ข่มขู่และตบหน้าอย่างแรงท่ามกลางพนักงานคนอื่นๆที่ยังคงทำงานต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้เขาจะเริ่มก้มหน้าร้องไห้แต่ยังจินโฮก็ยังไม่ยอมหยุด และไม่มีใครที่จะกล้ายื่นมือเข้ามาช่วยพนักงานคนนี้เลย หลังจากเกิดเหตุพนักงานคนนี้ก็ได้ย้ายไปอยู่ที่เกาะห่างไกลแห่งหนึ่ง

Taxi driver Ep.10

การกระทำที่โหดร้ายของยังจินโฮยังไม่หยุดแต่เพียงเท่านี้เพราะเขายังทารุณกรรมสัตว์ทั้งการยิงไก่ด้วยธนูและดาบญี่ปุ่น การฆ่าสัตว์ของเขาทำเพื่อความสนุกสนานส่วนตัวเท่านั้นเมื่อไก่ถูกยิงมันจะกลายมาเป็นอาหารที่จะถูกจัดเสริฟขึ้นโต๊ะเป็นมื้อค่ำให้กับยังจินโฮทันที นอกจากนี้ยังจินโอยังบังคับให้พนักงานชายของเขา ย้อมผมสีแดงและสีเขียวเพื่อความสนุกสนาน และบังคับให้พวกพนักงานดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นประจำในงานเลี้ยงของบริษัทโดยจะไม่มีการพักเข้าห้องน้ำ ถ้าหากว่ามีคนอยากจะอาเจียน ยังจินโอจะให้คนนั้นอาเจียนบนโต๊ะอาหาร นอกจากนี้เว็บไซต์แบ่งปันไฟล์ที่ยังจินโอเป็นเจ้าของก็ล้วนเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นสื่อยอดนิยมในการเผยแพร่ภาพอนาจารและภาพสแปมแคม

ภาพจากคลิปวีดีโอขณะที่ยังจินโฮใช้ธนูยิงไก่
งานเลี้ยงของบริษัทที่พนักงานทุกคนถูกบังคับดื่มอย่างหนัก และให้อาเจียนบนโต๊ะ – Taxi driver Ep.10

คดีนี้เรียกได้ว่าเป็นคดีที่โหดหินคดีนึง สำหรับพี่แท็กซี่ของเราเลยก็ว่าได้เพราะยิ่งขุดก็ยิ่งเจอ ยิ่งเข้าไปสัมผัสก็ยิ่งเห็นถึงความเน่าแฟะขององค์กรแห่งนี้และรายละเอียดต่างๆที่ถูกเล่าผ่านซีรีส์ก็เล่นเก็บครบทุกประเด็นไม่มีตกหล่นขนาดคนที่มารับบทประธานบริษัทยังหน้าเหมือนกันอย่างกับแกะ การเซ็ทสถานที่อย่างที่ทำงานในบริษัทก็เหมือนกับสถานที่จริงมาก! ประเด็นต่างๆก็เก็บครบหมดไม่ว่าจะประเด็นการทำร้ายตบตีพนักงานต่อหน้าพนักงานคนอื่น การสืบIPของพนักงานหลังจากพนักงานโพสต์วิจารณ์ลงบนกระดานข่าวของลูกค้า การที่พนักงานต้องลาออกและหนีไปอยู่ในเกาะห่างไกล การใช้ธนูในการยิงไก่ การคลั่งไคล้ดาบญี่ปุ่น การบังคับดื่มแอลกอฮอล์ การบังคับย้อมสีผม การชอบถ่ายวีดีโอเก็บไว้ และการเผยแพร่คลิปและรูปภาพอนาจาร เก็บทุกเม็กทุกซอกทุกมุมไม่มีพลาดจนอยากจะลุกขึ้นปรบมือดังๆ

พนักงานที่ต้องย้อมผมเพื่อความบันเทิงของประธานบริษัทแม้จะอยู่ในวัยกลางคน – Taxi driver Ep.10
ประธานยังจินโฮขณะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว

▶ ขบวนการ call center ข้ามชาติจีน : แก๊ง call center คุณนายอิม

4 พันล้านวอน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 111 ล้านบาท) คือจำนวนเงินที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ของจีนในคดีนี้ได้พรากไปจากเหยื่อชาวเกาหลี 370 ราย ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2560 – เดือนมิถุนายน 2662 พวกเขามักอ้างว่าตัวเองเป็นอัยการและบริษัทปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อหลอกเอาเงิน ขบวนการนี้ได้สร้างสถานที่ทำการในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในประเทศจีนและดำเนินการรับสมัครสมาชิกแก๊งชาวเกาหลีเพื่อลงมือโดยคนเกาหลีที่เข้าไปเป็นสมาชิกบางคนก็โดนหลอกว่าจะสามารถหาเงินได้มากหากมาทำงานในประเทศจีน เมื่อเข้าไปแล้วเขาก็ต้องทำตามคำสั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้มีการทำข้อตกลงร่วมกันกับแก๊งอันธพาลในจีนด้วย การทำงานภายในแก๊งเป็นไปอย่างมีระบบมีการแบ่งทีมออกเป็น 3 ทีมคือทีมคอลเซ็นเตอร์ ทีมแฮค และทีมเงินกู้ โดยแต่ละทีมจะมีผู้จัดการที่จะคอยดูความเรียบร้อยอย่างละเอียด

ภาพนี้ได้มาจากโทรศัพท์มือถือของสมาชิกแก๊งที่ถูกจับกุม

ในเกาหลีมีคดีหลอกลวงทางโทรศัพท์อยู่ถึง 192,752 คดี คิดเป็นยอดความเสียหายทั้งหมด 1,359,100 ล้านวอน ในปี 2019 เกิดคดีขึ้นถึงวันละ 200 คดี แค่ในปี 2562 ปีเดียวมียอดความเสียหายสูงถึง 672,000 ล้านวอน และเปอร์เซ็นการได้เงินคืนก็ต่ำมาก ในซีรีส์มีการแสดงให้เห็นถึงวิธีการหลอกเอาเงินที่จะแอบอ้างเป็นอัยการไม่ก็ตำรวจ และมักจะโทรหาเหยื่อจากโทรศัพท์ใช้แล้วทิ้งที่ยากต่อการติดตามตัว สมาชิกที่ถูกคัดเลือกมาเป็นสมาชิกก็จะคัดแต่เด็กที่เพิ่งจบใหม่ที่ต้องการเงิน เพราะด้วยการแข่งขันในประเทศเกาหลีที่สูงมากเด็กพวกนี้ที่อยากจะหางานทำมักจะไม่ปฏิเสธงานแม้จะมารู้ทีหลังว่างานที่ตัวเองทำเป็นการหลอกลวงเอาเงินของคนอื่นก็ตาม

Taxi driver Ep.19
บรรยากาศในการทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ – Taxi driver Ep.19

▶ คดีจับแพะฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซอง : คดีจับแพะโอชอลยอง

นายยุนซองยอ กลายเป็นผู้บริสุทธิ์หลังจากถูกสั่งจำคุกในกรณีล่วงละเมิดทางเพศและสังหารเด็กหญิงอายุ 13 ปี บนเตียงนอนของเธอในเมืองฮวาซอง ยาวนานถึง 20 ปีครบกำหนดตามที่ศาลตัดสิน ซึ่งวัยรุ่นหญิงคนนี้เป็น 1 ในเหยื่อของคดีฆาตกรรมฮวาซอง ที่เกิดขึ้นในปี 2529 – 2534 ซึ่งการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนายยุนเกิดขึ้นเมื่อตำรวจพบหลักฐาน DNA ใหม่ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างเหยื่อฆาตกรรมฮวาซองบางรายกับ อีชุนแจ ผู้ต้องหาในคดีล่วงละเมิดทางเพศและสังหารน้องสะใภ้ ที่ถูกจับกุมในปี 2537 ซึ่งในเดือนพฤศจิกายน 2563 ระหว่างการรื้อคดี อีชุนแจได้รับสารภาพว่าเขาเป็นฆาตกรของทั้ง 10 คดี และอีก 4 คดีที่ตำรวจไม่ได้ให้รายละเอียดไว้อีกด้วย

อีซุนแจ เขาคือฆาตกร ‘ตัวจริง’ ของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซอง เขาสามารถให้รายละเอียดของการฆาตกรรม รวมไปถึงการวาดรูปได้อย่างละเอียดชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้นแม้จะจับฆาตกรตัวจริงได้แล้วอีชุนแจก็ไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเพราะคดีของเขาหมดอายุความไปตั้งแต่ปี 2547 ทำให้ยุนซองยอต้องกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ต้องทนทุกข์กับสิ่งที่เขาไม่ได้ทำอยู่นานถึง 20 ปี

อีซุนแจ ฆาตกรตัวจริง
ยุนซองยอ แพะในคดีนี้ในอายุ 22 ปี

ยุนซองยอในตอนนั้นถูกตำรวจบีบบังคับให้รับสารภาพเท็จ ซึ่งในขณะที่ถูกจับกุมยุนซองยอมีอายุเพียง 22 ปี เป็นช่างซ่อมที่ไม่จบแม้กระทั่งชั้นประถม ไร้ความรู้เรื่องกฎหมายและยังพิการจากโรคโปลิโอตั้งแต่เด็ก เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มเปราะบางในเปราะบางเลยก็ว่าได้ แต่กลับถูกจับกุมขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่กับภรรยาและลูก เขาถูกจับใส่กุญแจมืออยู่ในห้องขังนานถึง 3 วัน ถูกตำรวจซ้อมและทรมานสารพัด ทั้งไม่ให้นอนและแทบจะไม่ได้รับประทานอาหารระหว่างที่ถูกสอบสวน ยุนซองยอกล่าวว่า “เมื่อไม่ได้นอน 3 วันติดกัน คุณจะแทบไม่รู้เลยว่าคุณพูดอะไร หรือทำอะไรออกไปสมองจะไม่สั่งการ ทุกอย่างจะงงไปหมด ตอนนั้นสิ่งที่ทำได้ก็คือต้องตามคำถามตามที่ตำรวจบอก”

ในวันพิพากษาตัดสินเขาก็ยังยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำ และเขาถูกตำรวจซ้อมให้รับสารภาพเท็จ – Taxi driver Ep.30
คิมซอลจินขณะถูกตำรวจบังคับให้เขียนคำรับสารภาพเท็จ – Taxi driver Ep.30

คดีนี้แม้จะถูกซีรีส์และภาพยนตร์หลายเรื่องนำเอาไปดัดแปลงแต่ส่วนใหญ่ก็มักจะมุ้งเน้นไปที่การก่อเหตุของตัวฆาตกรที่โหดเหี้ยมไม่ได้มุ่งเน้นในประเด็นการตกเป็นแพะรับบาปอย่างเรื่องนี้ จึงถือว่าเป็นอะไรที่เปิดโลกมาก ในเรื่องเราจะเห็นว่าคิมชอลจิน ที่ได้กลายเป็นแพะรับบาปมา 20 ปีต้องสูญเสียทุกอย่างในชีวิตไม่ว่าจะครอบครัว เพื่อนฝูง หน้าที่การงาน หรือแม้แต่ที่ยืนในสังคม เขาจะถูกตราหน้าเป็นตราบาปไปตลอดชีวิตว่าเป็นฆาตกร และถึงแม้จะยืนยันได้แล้วว่าเขาบริสุทธิ์แต่คนร้ายตัวจริงก็ไม่ถูกลงโทษอยู่ดีเพราะ ‘คดีความ’ ได้หมดลงไปแล้วสิ่งที่เข้าได้กลับมามีเพียงคำว่า ‘ขอโทษ’ จากปากของเหล่าผู้ใช้กฎหมายเท่านั้น ตำรวจที่บังคับให้เขารับสารภาพ และอัยการที่ไม่แม้แต่จะฟังในสิ่งที่เขาพูด

แต่ตอนนี้คุณยุนซองยอในวัย 53 ปี ได้ให้อภัยและยกโทษให้กับอีซุนแจฆาตกรตัวจริงและตำรวจที่ซ้อมเขาจนต้องรับสารภาพเท็จ เพื่อที่จะได้ลบล้างความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรมนี้และเอาชนะความรู้สึกนี้ไปให้ได้

ยุนซองยอ วัย 53 ปีที่ไร้มลมินจากสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ

ผู้กำกับพัคจุนอู ได้เผยในงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ Taxi Driver ว่า “ซีรีส์เรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความสิ้นหวัง และต้องการที่จะส่งต่อข้อความถึงเหยื่อในชีวิตจริงว่าพวกเขาไม่ใช่คนที่จะต้องรับผิดชอบต่อความเจ็บปวดและความยากลำบาก” พร้อมกันนี้ยังได้เผยอีกว่า “มีหลายกรณีที่ผู้ที่กระทำความผิดไม่ได้รับการลงโทษอย่างเหมาะสม ดังนั้นเราจึงรวบรวมคดีต่าง ๆ ไว้ในซีรีส์ของเรา”

สามารถรับชมซีรีส์ Taxi Driver ได้ที่ VIU

บทความโดย โชว์มีเดอะซีรีส์ สามารถติดตามการวิเคราะห์เจาะลึกประเด็นต่างๆในซีรีส์และการวิเคราะห์ตอนต่อตอนได้ทางเพจ โชว์มีเดอะซีรีส์

ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่


Facebook Fanpage
: facebook.com/korseries
Twitter
: twitter.com/korseries
Website
: korseries.com
Youtube
: Korseries

Source (1)(2)(3)(4)(5)(6)(7)(8)(9)(10)(11)(12)

Read More Articles


Korupdate






เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก