“อย่าไว้ใจใครในวังหลวง เพราะอะไรๆก็เกิดขึ้นได้

ถ้าคุณเคยดูซีรีส์เกาหลีแนวย้อนยุคของเกาหลี จำได้หรือไม่ว่าการล่มสลายของแต่ละราชวงศ์มีสาเหตุมาจากอะไร แล้วถ้าเป็นในยุคปัจจุบัน คิดว่าสิ่งใดที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น

หลายครั้งที่ดูซีรีส์เกาหลีย้อนยุคไม่ว่าจะเป็นสมัยโครยอ ชิลลา หรือโชซอน พวกเราก็คงเคยชินกับเรื่องราวอันแสนปวดหัวหลายรูปแบบที่เกิดในวังหลวงใช่ไหมคะ แล้วถ้าเกิดว่าความวุ่นวายในวังหลวงแบบนั้นมาเกิดในยุคปัจจุบัน เรื่องราวในซีรีส์จะเป็นยังไงกันนะ

The Last Empress ได้จำลองเหตุการณ์สมมติหากเกาหลีใต้ยังคงปกครองในระบอบกษัตริย์ โดยเล่าเรื่องราวของ องค์จักรพรรดิ์อีฮยอก (รับบทโดย ชินซองรก) ผู้เป็นที่รักของประชาชน ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดี ประกอบกับความรู้ความสามารถรอบด้าน เขาจึงเป็นกษัตริย์ที่ประชาชนทุกคนมอบความรักให้อย่างไม่มีเงื่อนไข รวมถึงสาวน้อยนักแสดงละครเวที โอซันนี่ (รับบทโดย จางนารา) หญิงสาวที่ติดตามผลงานจนเรียกได้ว่าเป็นแฟนตัวยงของฝ่าบาทอีฮยอกเลยก็ว่าได้ เมื่อโชคชะตาทำให้โอซันนี่ได้ใช้ชีวิตที่เธอไม่เคยกล้าใฝ่ฝัน คือการได้เคียงข้างอีฮยอกในฐานะองค์จักรพรรดินี โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเธอถูกใช้เป็นเครื่องมือของฝ่าบาทที่เธอรักอย่างหมดหัวใจ 

โอซันนี่และฝ่าบาทอีฮยอก

เพราะต้องการปกปิดความผิดที่ตนทำพลาดไป พระพันปีผู้เป็นแม่ที่คอยอยู่เบื้องหลังราชบัลลังค์จึงจัดการให้ลูกชายสวมบทฝ่าบาทผู้แสนดีที่เลือกแต่งงานกับหญิงสามัญชน แม้ว่าอีฮยอกจะมี มินยูรา (รับบทโดย อีเอลียา) ผู้ช่วยส่วนพระองค์ที่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งเคียงข้างอยู่แล้ว แต่เพราะต้องรักษาบัลลังก์เอาไว้เขาจึงต้องยอมเล่นละครตามคำสั่งไปอย่างไม่เต็มใจนัก ทางด้านมินยูราหญิงสาวผู้ทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจฝ่าบาท รวมถึงช่วยปกปิดความผิดที่ฝ่าบาทฆ่าแม่เลี้ยงของเธอตาย และแม่เลี้ยงของมินยูราก็เป็นแม่แท้ๆ ของ นาวังชิก (รับบทโดย ชเวจินฮยอก) พี่ชายคนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน เมื่อแม่ของตนต้องมาตายอย่างไม่เป็นธรรม นาวังชิกจึงออกตามหาตัวฆาตกรและพบว่าคนๆ นั้นอยู่ในวังหลวง

นาวังชิก ที่เข้าวังไปเป็นองครักษ์โดยใช้ชื่อ ชอนอูบิน
มินยูรา หญิงสาวที่เป็นมากกว่าผู้ช่วยส่วนพระองค์ของฝ่าบาท

โอซันนี่ที่กำลังเผชิญอันตรายรอบตัวในวังหลวงอย่างโดดเดี่ยวจึงได้พบกับนาวังชิกที่เปลี่ยนแปลงตัวเองและใช้ชีวิตในชื่อ ชอนอูบิน เขาหนีจากการตามล่าและเข้าวังมาเพื่อแก้แค้นให้แม่ของเขา ยิ่งโอซันนี่ถูกคนในวังหลวงรังแกมากเท่าไหร่ ภาพความเลวร้ายของผู้คนในวังก็เด่นชัดขึ้นเท่านั้น ไม่เพียงแต่ฝ่าบาท มินยูรา หรือพระพันปี แต่ยังมีคนอีกมากที่พร้อมจะทำลายทุกคนที่มาขัดขวางอำนาจและผลประโยชน์ที่ตนควรจะได้ สุดท้ายแล้วตอนจบของราชวงศ์อันแสนวุ่นวายนี้จะเป็นอย่างไร ความรักที่โอซันนี่มีต่อฝ่าบาทจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ มาลุ้นไปพร้อมๆ กัน…

พระพันปีผู้มีอำนาจสูงสุดในวังหลวง

ถ้าให้เล่าเรื่องย่อของซีรีส์เรื่องนี้แบบสั้นที่สุด คงต้องเล่าว่าเป็นเรื่องของแม่ผัว-ลูกสะใภ้ เมียน้อย-เมียหลวง จะจัดซีรีส์เรื่องนี้จัดอยู่ในหมวดซีรีส์ “น้ำเน่า” ก็คงไม่ผิด แต่สิ่งที่ทำให้ The Last Empress ต่างออกไปจากซีรีส์แนวเดียวกัน คือการดำเนินเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ก็พลาดไม่ได้สักตอน เพราะยิ่งเรื่องดำเนินไปมากเท่าไหร่ ตัวละครแต่ละตัวก็จะมีพัฒนาการมากขึ้นเรื่อย ๆ เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่หักมุมมากพอๆ กับซีรีส์สืบสวนสอบสวนเลยก็ว่าได้ แม้ปมปัญหาจะไม่ใช่เรื่องที่เดายากหรือซับซ้อนจนปวดหัว แต่คนเขียนบทก็สร้างความประหลาดใจให้เราได้เรื่อย ๆ แบบไม่มีเบื่อ แม้จะเดาได้ว่าต่อไปเรื่องจะเป็นยังไง แต่ก็มีหลายครั้งที่เดาผิดจนต้องอุทานขึ้นมาว่า “แบบนี้ก็ได้เหรอ”

นอกจากเรื่องผลประโยชน์ที่ไม่เข้าใครออกใครไม่ว่าจะเป็นชนชั้นไหนแล้ว อีกเรื่องที่ซีรีส์เรื่องนี้นำเสนอออกมาได้ดีมากคือ “ความรัก” ที่เห็นชัดเลยก็คือความรักที่โอซันนี่มีต่อฝ่าบาท เธอเฝ้าถามตัวเองอยู่หลายครั้งว่าการที่เธอจะได้แต่งงานกับฝ่าบาทเป็นเรื่องจริงใช่ไหม เธอจะคู่ควรกับฝ่าบาทหรือไม่ มันเป็นความรักที่ฝ่ายหนึ่งคอยเฝ้ามองคนที่รักมานาน จนกลายเป็นความผูกพันธ์ หลายคนอาจมองว่าโอซันนี่ไม่น่าไปหลงเชื่อฝ่าบาทตั้งแต่แรก เพราะทั้งสองคนแตกต่างกันเกินไป แต่เรามองว่าการตัดสินใจของเธอเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะเธอได้รักใครคนหนึ่งจนหมดหัวใจ แม้สุดท้ายจะต้องเจ็บปวดก็ตาม แสำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู เราบอกใบ้ให้นิดนึงว่าตอนหลังๆ มีการตั้ง #ทีมฝ่าบาท และ #ทีมองครักษ์ชอน เกิดขึ้นจ้า เท่านั้นไม่พอยังมีเลิฟไลน์อีกหลายๆคู่เป็นกำไรให้คนดูได้ฟินกันด้วย จะมีคู่ไหนบ้าง ต้องไปติดตามกันเอาเองน้า 

                                       
                   
                               
เพราะรักหรอกถึงหยอกเล่น ใครจะโดนหยอก หรือ ใครจะรู้ทัน ติดตามได้ในรายการหยอกหยอกคลิก!!!
       

อยากเขียนรีวิวเนื้อเรื่องให้มากกว่านี้ แต่ก็ไม่อยากให้เป็นการสปอยล์ เพราะเชื่อเถอะว่าไม่มีอะไรในซีรีส์เรื่องนี้ที่จะพลิกไปพลิกมาไม่ได้ วันนี้คน ๆ นี้เป็นอย่างนึง พอวันรุ่งขึ้นอาจจะเปลี่ยนไป แต่ทุกการกระทำของตัวละครมันมีเหตุผลเสมอ ซีรีส์เรื่องนี้จะทำให้เราเห็นว่า

“ การที่สิ่งใดๆจำเป็นต้องหายหรือถูกยกเลิกไป ไม่ใช่ความผิดหรือเป็นความรับผิดชอบของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มีผู้คนมากมายที่มีส่วนให้เกิดเหตุการณ์นั้น ”

The Last Empress เป็นซีรีส์ที่ชวนปวดหัวแต่กลับดูได้เรื่อยๆ เห็นหลายคนบอกว่าดูรวดเดียวตั้งแต่ตอนแรกจนตอนล่าสุด ที่เป็นแบบนั้นก็อาจเป็นเพราะซีรีส์เรื่องนี้รวบรวมองค์ประกอบหลายอย่างที่ซีรีส์เกาหลีควรมี ทั้งความโรแมนติก คอมเมดี้ ดราม่า แอคชั่น สืบสวน เรียกได้ว่าดูเรื่องเดียวแต่ได้ครบทุกอารมณ์ เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ม้ามืดที่ได้รับความนิยมอย่างแต่เนื่องตั้งแต่เริ่มออกอากาศ จนล่าสุดก็ประกาศเพิ่มตอนจาก 48 ตอนเป็น 52 ตอนแล้ว เรามองว่าการเพิ่มตอนเป็นเรื่องที่ดีที่คนดูจะได้เห็นรายละเอียดของการคลี่คลายปมปัญหาในเรื่องอย่างชัดเจน  และก็มองว่าตอนที่เพิ่มมาไม่ได้ทำให้คนดูรู้สึกว่าการดำเนินเรื่องช้าเกินไปหรือทำให้น่าเบื่อเลย

อย่างเราเองก็แอบเดาตอนจบเอาไว้แหละ แต่จากประสบการณ์ที่เดาผิดมาหลายรอบ ยังไงก็จะติดตามซีรีส์เรื่องนี้แบบไม่พลาดเลยซักตอน ฝากซีรีส์ The Last Empress หรือ An Empress’s Dignity ด้วยนะคะ เอาไว้ดูเพลินๆ สามารถรับชมซับไทยได้ที่ VIU <คลิ๊ก>

ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries >>อย่าลืมไปกด Subscribe กันน้า