k-movies

รีวิวภาพยนตร์ Waiting for Rain (2021) | รักเตาะแตะ และ ฝนเปาะแปะ

06/07/2021 - warumanu


คิดจะให้ฝนฝ่าฤดู โปรยปรายในวันที่ 31 ธันวาคม คือสิ่งที่เกิดได้ยากมาก

แต่เขากล้าหวัง ปีแล้วปีเล่า  9 ปีแห่งการจดจ่อรอคอยนัดปาฏิหาริย์ เพราะอะไร …

ชวนตามไปดู คังฮานึล ถ่ายทอดเรื่องราวให้ฝนฤดูหนาวกลายเป็นความอบอุ่นหัวใจได้อย่างไร

Waiting for Rain หรืออีกชื่อว่า Endless Rain เป็นหนังรักวัยหนุ่มสาวที่มีความสวยงามในอีกรูปแบบหนึ่ง ฉีกวิธีดำเนินความสัมพันธ์ไปจากหนังรักสูตรนิยม ไม่ต้องเห็นหน้าก็เข้าใจกันได้ ไม่ต้องโอบกอดสัมผัสก็อบอุ่นได้  จึงดูไม่จำเจ ไม่หวานเลี่ยน สอดแทรกสาระสมจริง และให้พลังบวกกับชีวิต  เรื่องเล่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะดำเนินแบบค่อยเป็นค่อยไป หยอดเสน่ห์ด้วยการเล่าแบบไม่เรียงลำดับเวลา แต่ร้อยเหตุการณ์ให้เข้าใจต่อเนื่องได้อย่างครบความ และเป็นบทหนังที่มีมุมให้ผู้ชมได้คิดตาม ตีความต่อเองได้ด้วย

หนังเล่าเรื่องราวชีวิตของ พัคยองโฮ (รับบทโดย คังฮานึล) สลับไปมาระหว่างปี 2003 ที่เขาอายุ 20 กำลังอยู่ในช่วงติวสอบเข้ามหาวิทยาลัย และปี 2011 ที่เขากลายเป็นหนุ่มเข้าวัย 30 เป็นเจ้าของร้านขายร่มแฮนด์เมดอาร์ตๆที่ชื่อว่า ‘เวิร์คช้อปร่มเปาะแปะ’ แต่เรื่องราวส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงปี 2003 ซึ่งจะเริ่มต้นจากฤดูใบไม้ผลิของปีนั้น ไปจรด 31 ธันวาคม

ในปี 2003 พัคยองโฮ ลูกชายคนเล็กของเจ้าของร้านตัดเย็บกระเป๋าหนังเล็กๆ มีพี่ชายหนึ่งคนที่เรียนเก่ง จบมหาวิทยาลัยโซล มีงานทำอย่างดี  ส่วนพัคยองโฮก็วนเวียนกลับมาที่คลาสติวเข้มเข้ามหาวิทยาลัยของสถาบันชื่อดังซ้ำอีกครั้ง ปีนี้เรียนเป็นครั้งที่ 3 แล้ว หลังจากสอบไม่ติดมา 2 ปี ซึ่งปีนี้เขาก็ไม่ยังมีความหวังหรอก ก็เพราะรู้ตัวว่าไม่เก่ง แถมถูกพี่ชาย พัคยองฮวาน (รับบทโดย อิมจูฮวาน) เหน็บแนมตลอดว่าเป็นภาระพ่อ

ADVERTISEMENT
The Penthouse 3 ดูย้อนหลังได้ที่ Viu คลิก!

ในปี 2011 บนผนังร้านข้างพื้นที่ทำงานของเขา มีรูปวาด ‘ก๊อกน้ำ’ และ ‘หมวกแก๊ปคู่ ขาวหนึ่งฟ้าหนึ่ง’ มันคือแรงบันดาลใจชีวิต ซึ่งหยิบมาจากส่วนหนึ่งของความทรงจำในวัยเด็กสมัยประถมของเขาที่มีต่อเด็กผู้หญิงเพื่อนร่วมโรงเรียนคนหนึ่ง ที่ชื่อว่า กงโซยอน ซึ่งมีเหตุบังเอิญให้เจอกันครั้งหนึ่งจนทำให้เขาประทับใจในตัวเธอ แม้จะไม่ได้มีโอกาสมากไปกว่านั้น แต่เขาก็ยกให้เธอเป็น ‘รักแรก’ในใจของเขาไปเองคนเดียว

ในปี 2003 เมื่อตอนที่เขานึกถึงกงโซยอนขึ้นมา จึงไปสืบหาที่อยู่จากเพื่อนที่เป็นลูกของคุณครูสมัยนั้น และเริ่มต้นเขียนจดหมายไปหาเธอ ซึ่งย้ายไปอยู่ที่ปูซาน ที่บ้านของ กงโซยอน (รับบทโดย อีซอล) เป็นร้านหนังสือมือสองย่อมๆชื่อ ‘เพื่อนวรรณกรรม’ ที่ดูแลโดยแม่และน้องสาว คือ กงโซฮี (รับบทโดย ชอนอูอี) เพราะกงโซยอนป่วยโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาล ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สื่อสารได้ด้วยการกระดิกนิ้วดีดกระดิ่งที่วางไว้ใต้อุ้งมือเมื่อกงโซฮีชี้ป้ายตัวอักษรที่ละหนึ่งตัวให้ตอบรับว่าใช่หรือไม่ เพื่อเรียบเรียงเป็นคำพูดที่ต้องการ 

แน่นอนว่ากงโซฮีคือผู้รับจดหมาย และเปิดอ่านให้พี่สาวฟัง รวมทั้งเป็นคนเขียนจดหมายตอบแทนพี่สาวด้วย โดยมิได้บอกความจริงเรื่องนี้กับพัคยองโฮ เธอเปลี่ยนใจไม่ตอบจดหมายไปตามที่โซยอนบอกว่า ไม่รู้จักเขา แต่เปลี่ยนเป็นว่าจำเขาได้  คิดว่าอย่างน้อยพี่สาวก็จะได้มีใครให้คุยเพิ่มด้วยอีกสักคน เธอวางเงื่อนไขการสื่อสารทางจดหมายไว้ว่า พัคยองโฮต้องไม่มีคำถามใดๆ ไม่คิดนัดพบเจอ และไม่ต้องอยากมาเยี่ยมเยียน

ไม่น่าเชื่อว่า ตลอดช่วง 2-3 ฤดูต่อเนื่องในปีนั้น การคุยกันต่อเนื่องผ่านจดหมายด้วยเรื่องราวเรียบง่ายทั่วไป ประมาณดินฟ้าอากาศ รวมถึงของฝากที่สื่อความหมายจริงใจ ราวกับเป็นการชาร์จแบตชีวิต ต่างค่อยๆสะสมความรู้สึกดีๆและเติมกำลังใจชีวิตต่อกันโดยไม่รู้ตัว พลอยทำให้ชีวิตพัคยองโฮเติบโตเปลี่ยนแปลง ปักหมุดเห็นเส้นทางอนาคตตัวเอง

และแล้ว ฤดูใบไม้ร่วงปีนั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่ยุติการโต้ตอบจดหมาย และเป็นจุดเริ่มต้นการตั้งตารอคอยฝนฤดูหนาวทุกวันที่ 31 ธค.ของพัคยองโฮ

แม้ว่าเรื่องราวหลักจะอยู่กับพัคยองโฮ และสองพี่น้องกง แต่ก็ยังมีตัวละครข้างเคียงที่หยอดแง่คิดชีวิตให้บ้าง แม้เรื่องราวของพวกเขาจะแทรกเสริมมาอย่างสั้นๆก็ตาม เช่น ลูกค้าหนุ่มเนิร์ด หนอนหนังสือตัวยงในร้านเพื่อนวรรณกรรม หรือ ซูจิน (รับบทโดย คังโซรา) เพื่อนเรียนร่วมสถาบันติวเตอร์กับพัคยองโฮ หรือแม้แต่ พัคยองฮวาน พี่ชายของยองโฮ

ผู้เขียนเองมีความสุขกับการได้เก็บเกี่ยวมุมน่าสนใจนู่นนิดนี่หน่อยจากหนัง เช่น ความที่ท้องเรื่องเป็นร้านหนังสือ ก็จะมีวาทะคมๆสอดแทรกมาประปรายในบท  มีการพาดพิงถึงหนังของเลสลีจางเรื่อง Days of Being Wild ที่ชวนระลึกถึง คิดอยากกลับไปดูซ้ำอีกครั้งเลย หรือความน่าเอ็นดูของรายละเอียดการออกแบบไอคอนชื่อฤดูต่างๆ ไล่ไปจนถึงความเก๋ไก๋ร่มน้องหมา ก็เอาให้ชัดไปเลยว่าร้านนี้คือผู้เชี่ยวชาญทุกร่ม 555  ที่สำคัญต้องอย่าลืมดูให้ครบให้สุด หลัง end credit ท้ายเรื่องแล้วยังมีต่อเป็นบทส่งท้ายที่จะทำใจเราฟูเบิ้ล เป็นกิมมิคอมยิ้มและโบนัสความสุขจากฉากจบที่ผ่านมา

คังฮานึล แม้หน้าตาจะเลยวัยรุ่นไปแล้ว แต่สามารถถ่ายทอดฟิลเคอะเขินเงอะงะของหนุ่มน้อยซื่อใสได้อย่างน่ารักมาก ชอนอูฮีก็น่าเอ็นดูเข้ากับบทผู้หญิงธรรมดาๆที่สวยมาจากจิตใจและความละเอียดอ่อนที่เป็นธรรมชาติ เป็นน้องสาวของอีซอลได้เนียนๆ แม้ว่าตัวจริงจะอายุมากกว่าอีซอลหลายปี ส่วนคังโซรามาแจมด้วยการเป็นนักแสดงรับเชิญ แต่เล่นให้คุ้มค่าจับใจเลย

คำถามส่งท้ายของรีวิว : เพราะอะไรพัคยองโฮถึงชอบแค่ ‘ฝนเปาะแปะ’  –> ก็เพราะคนมักจะลืมหยิบร่มมา มักทำร่มหายได้ง่าย ในสถานการณ์เช่นนั้น ร้านร่มของเขาจึงจะขายดี … น่าคิดไหมหละ

Trailer :

ติดตามบทความรีวิวอื่นๆ ข่าวสารบันเทิงเกาหลี หรือพูดคุยกับ WARUMANU ได้ที่ เพจมูฟวีข้ามวันซีรีส์ข้ามคืน

ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่


Facebook Fanpage
 : facebook.com/korseries
Twitter
 : twitter.com/korseries
Website
 : korseries.com
Youtube 
: Korseries

Read More Articles


Korupdate






เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก