เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางทัพซีรีส์มาใหม่จากหลายช่อง ซึ่งถือว่ามาแรงแซงทางโค้งเลยทีเดียว สำหรับ ‘Tale of the Nine Tailed’ (구미호뎐) ซีรีส์โรแมนติกแฟนตาซีเรื่องใหม่ ส่งตรงจากช่อง tvN ที่แค่เปิดตัวตอนแรกก็ทำเรตติ้งไปถึง 5.804% นับว่าทำแต้มได้สูงตั้งแต่สัปดาห์แรกสำหรับซีรีส์จากช่องเคเบิล

เห็นมาแรงขนาดนี้ ทาง Korseries จึงไม่พลาดที่จะหยิบซีรีส์เรื่องฮอตนี้ มาสรุปภาพรวม 4 ตอนเปิดตัว ให้กับใครที่กำลังคิดว่า จะดูเลยดีไหม? หรือผ่านไปก่อนดี? เพื่อเป็นตัวช่วยให้แฟน ๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยซีรีส์จะเป็นอย่างไร ตื่นตาสมการรอคอยจริงไหม ตามมาอ่านได้ที่ข้างล่างนี้เลย~

แค่ชื่อเรื่องหลายคงอาจพอเดาได้แล้วว่าเกี่ยวกับ จิ้งจองเก้าหาง หรือตามตำนานเรียกว่า กูมิโฮ ซึ่งแฟนซีรีส์เกาหลีตัวยงอาจจะพูดว่า กูมิโฮ อีกแล้วหรอ? แล้วมันต่างจากซีรีส์กูมิโฮเรื่องอื่น ๆ อย่างไรละเนี่ย ทางเราต้องขอบอกว่าซีรีส์เรื่องดังกล่าวนี้ได้รับความสนใจและถูกจับตามองอย่างมาก เพราะเป็นโปรเจกต์ซีรีส์โรแมนติกแฟนตาซีที่นำเรื่องราวของ กูมิโฮ มาเล่าใหม่ในคราบของชายหนุ่มรูปงามแทนหญิงสาวที่ควรจะเป็นตามตำนาน โดยถือว่าเป็นการฉีกตำนานครั้งใหม่ของเกาหลีใต้เลยทีเดียว! แถมยังได้ 3 นักแสดงนำระดับแม่เหล็ก อย่าง อีดงอุค – โจโบอา – คิมบอม มาถ่ายทอดบทบาทตัวละครเหนือจินตนาการอีก จึงไม่น่าแปลกใจที่ซีรีส์เรื่องนี้จะเป็นที่คาดหวังตั้งตารอคอยจากผู้ชมอย่างล้นหลาม

โดยเรื่อง ‘Tale of the Nine Tailed’ จะเป็นซีรีส์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ กูมิโฮ หรือ สุนัขจิ้งจอกเก้าหางในตำนาน นามว่า อียอน (รับบทโดย อีดงอุค) ซึ่งใช้ชีวิตกลมกลืนอยู่ในสังคมเมืองบนโลกมนุษย์ และ โปรดิวเซอร์สาวผู้บ้าบิ่น นัมจีอา (รับบทโดย โจโบอา) ที่ทำทุกวิถีทางเพื่อรายการเด็ดของเธอ ซึ่งเธอพยายามจะตามล่าตัวกูมิโฮมาให้ได้

เอาล่ะ! ทำความเข้าใจเล่าเรื่องราวพื้นฐานเกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้กันแล้ว งั้นเรามาเริ่มสรุปภาพรวม 4 ตอนแรกเลยดีกว่าว่า แล้วมันคุ้มค่า ตื่นตาตื่นใจ เปิดตัวด้วยความปังสมการรอคอยแค่ไหนกันเชียว

สตาร์ตเรื่องเร่งเครื่องมาด้วยการเล่าเรื่องที่หวือหวา ลึกลับ น่าสนใจ

ต้องยอมรับว่าในช่วง 10 นาทีแรกของตอนที่ 1 เรื่องนี้ก็ทำได้น่าค้นหามากในระดับหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อเรื่องเลือกที่จะพาผู้ชมไปสำรวจเหตุการณ์ในอดีตที่พบความไม่ชอบมาพากลกันตั้งเเต่เริ่ม โดยบรรยากาศเริ่มเรื่องนั้นเต็มไปด้วยความลึกลับ ซึ่งชวนให้ตั้งคำถามว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? ด้วยฝีมือของใคร? เป็นปริศนาทิ้งไว้ให้ผู้ชมคาใจ ดีงดูดให้ตามเรื่องติดจอกันตั้งแต่ฉากแรก

เรื่องดำเนินต่อมาด้วยการเปิดตัว อียอน กูมิโฮหรือจิ้งจอกเก้าหางหนุ่มรูปงามของเรา ผู้มีพลังเหนือจินตนาการ ในช่วงเวลา 21 ปีต่อมา จากเหตุการณ์ลึกลับครั้งนั้น ซึ่งซีรีส์ก็เริ่มต้นฉายภาพให้เห็นพลังที่แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ของจิ้งจอกหนุ่ม ด้วยฉากแอคชั่นเดือดที่ฟาดฟันกันอย่างน่าตื่นเต้น ซึ่งในซีรีส์เรื่องนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ อียอน ที่มีความสามารถเหนือมนุษย์เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ยังมีตัวละครอื่น ๆ อีกหลายตัวที่มีพลังเหนือจินตนาการเช่นเดียวกัน ซึ่งการต่อสู้ที่เปี่ยมไปด้วยพลังและความฉับไวของตัวละครอมนุษย์เหล่านี้ ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นและเป็นสีสันให้กับผู้ชมอย่างเรา ๆ ได้บันเทิงระดับนึงเลยทีเดียว

โดยนอกจากเรื่องของพลังวิเศษ ที่ทำให้ตัวซีรีส์น่าตื่นตาตื่นใจกับสิ่งเหนือธรรมชาติแล้ว ยังมีเรื่องของการชิงไหวชิงพริบของตัวละครที่ฟาดฟันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร และการเล่าเรื่องสับขาหลอก ทั้งหลอกตัวละครกันเอง จากการที่แต่ละคนดูมีเงื่อนงำ และแอบซ่อนเขี้ยวเล็บเตรียมลอบกัดกัน หรือหลอกคนดูด้วยสไตล์การเล่าเรื่องที่มีลูกเล่น จึงทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ค่อนข้างโดดเด่นในเรื่องของการเล่าเรื่องที่หวือหวา ขับเคี่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2 ตอนแรก

ปมเรื่องอาจไม่แปลกใหม่ แต่น่าค้นหาในระหว่างเส้นทางการหาคำตอบ

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ซีรีส์เรื่องนี้อาจจะมีปมเรื่องราวความรักบางอย่าง ซึ่งค่อนข้างไม่แปลกใหม่มากนัก สำหรับคอซีรีส์สายแฟนตาซี ที่อาจจะพอคุ้นเคยกับปูมหลังตัวละครในลักษณะนี้มาบ้างแล้ว เช่น การที่พระนางอาจจะเคยเกี่ยวเนื่องกันมาก่อนในอดีตชาติ มีตัวละครผู้ถูกตรึงให้อยู่ในโลกมนุษย์เพื่อชดใช้โทษหลังทำผิดกฎเบื้องบนบัญชาไว้ หรือการที่ตัวละครยังคงรอคอยวนเวียนในโลกมาเป็นร้อยเป็นพันปี เพื่อให้ได้พบเจอกับคนรัก ซึ่งเห็นกันมาอย่างเจนตาในซีรีส์โรแมนติกแฟนตาซีของเกาหลีหลายเรื่อง

ซีรีส์เรื่องนี้จึงใส่ความน่าค้นหาไปที่ mood & tone ของเรื่องที่มีความลึกลับ รวมถึงปมปัญหาอื่น ๆ อย่างเรื่องราวอุบัติเหตุของ นัมจีอา ในอดีตที่ทำให้พ่อแม่ของเธอหายตัวไปอย่างน่าสงสัย และเหตุการณ์ที่เธอต้องสืบสาวเพื่อเอาไปประกอบรายการที่เธอทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์อยู่ ซึ่งเส้นทางระหว่างการคลายปมนั้นถูกทำให้น่าสนใจ ด้วยวิธีการที่ให้ตัวละครค่อย ๆ เดินเข้าไปหาคำตอบอันเป็นปริศนา แถมยังมีเหตุการณ์หลายอย่างอุบัติขึ้นแบบไม่ชอบมาพากล ซึ่งดูจะเป็นเบาะแส และเกี่ยวเนื่องกันอย่างน่าประหลาด ประกอบกับเอกลักษณ์ของเรื่องนี้คือการนำเรื่องราวตำนาน ความเชื่อเรื่องภูติผีมาผูกเกี่ยวเนื่องกับความเป็นไปของตัวละคร จึงทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีกลิ่นอายของความเป็นซีรีส์สืบสวนสอบสวนในคราบโรแมนติกแฟนตาซีอยู่ในที

ตัวละครมีเสน่ห์เฉพาะตัวแบบไม่มีใครยอมใคร และวางให้ไม่น่าไว้ใจ ชวนให้ตามสำรวจ

อีกหนึ่งสีสันโดดเด่นของ Tale of the Nine Tailed ที่เผยออกมาให้เห็นกันตั้งแต่ 4 ตอนแรก คือการใช้เสน่ห์ของตัวละครแต่ละตัวมามัดใจผู้ชมให้อยู่หมัด อย่าง อียอน (รับบทโดย อีดงอุค) ที่ดูภายนอกอาจจะดูเป็นหนุ่มรูปงามแสนเย็นชา เคร่งขรึม ไม่แคร์สิ่งใด แต่ความทะเล้น ตลกหน้าตายของเขาก็ทำให้ตัวละครนี้มีเสน่ห์น่ารักในแบบเฉพาะตัวอยู่ไม่น้อย แถมเขายังมีเรื่องราวปูมหลังที่น่าเศร้า ซึ่งทำให้ตัวละครนี้ถูกพัดพาและโอนอ่อนไปตามความหวังที่แปรเปลี่ยนไปในจิตใจ

ขณะเดียวกัน ตัวละครที่น่าหลงใหลและชวนให้ติดตามมากที่สุดอีกตัวละครหนึ่ง ได้แก่ อีรัง (รับบทโดย คิมบอม) จิ้งจอกหนุ่มรูปงามอีกตน ผู้เป็นน้องชายต่างสายเลือดของ อียอน ที่มีปูมหลังอันทำให้เกิดความบาดหมาง จนเกิดการเข่นเเค้นขับเคี่ยวกันแบบตาต่อตาฟันต่อฟันระหว่างสองพี่น้อง ซึ่งด้วยความเจ้าเล่ห์ของ อีรัง ที่ดูร้ายลึก โฉบเฉี่ยว มีเขี้ยวเล็บแหลมคม แต่ก็มีแววตาแห่งความหม่นหมองอยู่ในที จึงทำให้เขาดูน่าค้นหา และคาดเดาไม่ได้ว่าเขามีแผนการจะทำอะไรต่อไป

และหนึ่งในหมากที่อยู่ในเกมล้างแค้นของจิ้งจอกหนุ่มสองพี่น้องก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น นัมจีอา (รับบทโดย โจโบอา) ตัวละครโปรดิวเซอร์สาว จากรายการตำนานลึกลับรายการดัง ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวกับความสุดลุย กล้าได้กล้าเสีย ไม่กลัวสิ่งใดของเธอ ซึ่งไม่ว่าจะต้องไปลุยสืบข่าวคนเดียวยามค่ำคืน ตากฝน ลุยป่า เธอก็ทำได้ทั้งนั้น เพียงแค่ได้หาคำตอบของสิ่งที่เธอต้องการ โดยสิ่งที่ทำให้ตัวละครนี้ ดูแล้วสนุกสนานในการรับชมอย่างมากคือ ไหวพริบของเธอที่ไม่เป็นสองรองใคร การกระทำของเธอจึงทำให้เรื่องราวพลิกผัน ชวนติดตาม เรียกได้ว่าเธอคือหญิงแกร่ง มนุษย์เดินดินที่จะมาต่อกรกับเหล่าตัวละครจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ

Birth of a Beauty ดูย้อนหลังได้ที่ Viu คลิก!
 

นอกจากตัวละครหลักทั้ง 3 ตัวแล้ว ยังมีตัวละครอื่น ๆ ภายในเรื่องที่ดูไม่ธรรมดา ซึ่งน่าติดตามว่าพวกเขาจะมีบทบาทสำคัญอย่างไรที่ทำให้เรื่องราวปริศนานี้ คลี่คลายหรือชวนฉงนมากกว่าเดิม

งาน CG ที่หลายคนคาดหวัง + ฉากแอคชั่นที่มีความแฟนตาซี เน้นฉับไว เร็วและแรง!

เมื่อพูดถึงซีรีส์แฟนตาซี คงจะไม่พูดถึงงาน CG คงไม่ได้ โดยซีรีส์เรื่องนี้เปิดตัวมา 4 ตอนก็ได้งัดเทคนิคพิเศษมาให้ได้ชมหลายฉากเลยทีเดียว ซึ่งสำหรับตัวผู้เขียนแล้ว รู้สึกว่างาน CG ของ Tale of the Nine Tailed ถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง ตามมาตรฐาน แต่อาจจะยังไม่เนียนตา 100% สวยงามจนกลมกลืนไปกับภาพรอบข้างจนแยกไม่ออก แต่อย่างไรก็ดี ก็ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสในการรับชมมากจนเกินไป

ไม่เพียงแต่เท่านั้น เทคนิคพิเศษ CG ยังมาช่วยเสริมความดุเดือดให้กับฉากแอคชั่นของตัวละครอมุษย์ภายในเรื่อง ที่มีอยู่หลายฉากด้วยกันใน 4 ตอนแรก ซึ่งเรื่องนี้จะเน้นไปที่ความเร็วและแรง ทำให้เหมือนว่าตัวละครเหล่านี้โบยบินและกระโจนเข้าหากันอย่างไม่ต้องคิดชีวิต จึงค่อนข้างที่จะแตกต่างกับฉากต่อสู้ในซีรีส์หรือภาพยนตร์แนวบู๊แอคชั่นที่เน้นการออกแบบท่วงท่าของร่างกายให้ระห่ำสุดกำลัง เลยอาจจะค่อนข้างแปลกตาแต่ก็แปลกใหม่สำหรับผู้ชมอยู่บ้าง

ตลบหลังเหนือความคาดหมาย ปล่อยความคาใจ จนผู้ชมต้องร้องขอตอนต่อไปให้มาด่วน ๆ

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ซีรีส์โรแมนติกแฟนตาซีเรื่องนี้น่าติดตามต่อไปก็คือ การดำเนินเรื่องทำให้ผู้ชมตายใจ หลอกล่อให้มาติดกับ และตลบหลังกับเรื่องราวเหนือความคาดหมาย ซึ่งมอบความบันเทิงให้กับผู้ชมได้อย่างดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นในช่วงท้ายตอนที่ 1 หรือตอนที่ 2 ก็ทำได้ดีทั้งคู่ กับการปล่อยระเบิดที่คาดไม่ถึง ทิ้งความสงสัยเอาไว้ และสำหรับในตอนที่ 3 และ 4 ก็ทิ้งท้ายได้น่าตามต่อเช่นเดียวกัน เมื่อเกิดเหตุการณ์ชวนฉงนบางอย่างอุบัติขึ้น ที่ทิ้งไว้ให้ผู้ชมต้องคาใจและอยากดูตอนต่อไปทันทีที่ดูจบ

สรุปแล้ว ‘Tale of the Nine Tailed’ น่าดูไหมนะ?

ร่ายกันมายืดยาว แต่โดยสรุปภาพรวม 4 ตอนแรกแล้ว ถือว่า Tale of the Nine Tailed อาจจะไม่ได้แปลกใหม่มากนักสำหรับคอซีรีส์แฟนตาซี ในแง่ปมความรัก แต่ก็เปิดตัวมาได้หวือหวาในระดับที่น่าสนใจเลยทีเดียว กับการดำเนินเรื่องแบบปล่อยกับดักความน่าสงสัยให้เดินเข้าหาก่อน พอจะเข้าไปหาคำตอบก็ดันมาพบกับเงื่อนงำ และความพิศวงซ้อนทับอีกที ซึ่งชวนให้ติดตามเรื่องเพื่อหาคำตอบต่อไป พร้อมกับยังดึงดูดผู้ชมด้วยเส้นเรื่องความรักของสองพระนาง ให้พอชุ่มฉ่ำหัวใจ ที่ต้องมาลุ้นว่าพวกเขาจะมาลงเอยกันอย่างไร

นอกจากนี้ ซีรีส์ยังมีความคอมเมดี้ มีมุกตลกสอดแทรกอยู่ตลอดทั้งเรื่องให้ได้ดูกันอย่างสนุกสนาน ผ่อนคลายไปพร้อมกับความตื่นเต้น ในเรื่องราวที่ชวนสงสัย แถมยังเป็นซีรีส์ที่ดัดแปลงมาจากตำนานพื้นบ้านของเกาหลี ที่ดูแล้วผู้ชมจะได้ทำความรู้จักเกี่ยวกับวัฒนธรรม ความเชื่อเรื่องภูติผีปีศาจ สิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติของเกาหลีมากขึ้นผ่านการผสมผสานการเล่าเรื่องแบบสมัยใหม่ที่นำเสนอออกมาอย่างน่าสนใจ

และสำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะดู Tale of the Nine Tailed ดีไหม? หรือจะปัดตกไปก่อนดี? ก็ต้องบอกว่าหากกำลังมองหาซีรีส์โรแมนติก ที่มีเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ แต่ก็ค่อนข้างมีปม มีเรื่องราว นอกจากความสัมพันธ์รักให้ได้ตื่นเต้นติดตาม mood & tone ดูน่าค้นหา และมีกลิ่นอายความเป็นซีรีส์สืบสวนหน่อย ๆ พอประมาณแบบไม่เครียดจนเกินไป ต้องรีบไปลองจัด Tale of the Nine Tailed ด่วน ๆ เลยล่ะ! รับรองว่าตอบโจทย์แน่นอน!

แล้วมารอตามต่อไปพร้อมกันว่าเรื่องราวของพวกเขาจะเป็นอย่างไร ใน Tale of the Nine Tailed ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 22.30 น. ตามเวลาเกาหลี ทางช่อง tvN แฟน ๆ ชาวไทยสามารถรอติดตามรอชมซับไทยถูกลิขสิทธิ์ที่ iQIYI / WeTV / VIU

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูดีไหม?|’More Than Friends’ ซีรีส์จี้จุดสายเฟรนด์โซน โดนใจคน(แอบ)รักเพื่อน

ดูดีไหม? | 18 Again ปาฏิหาริย์ย้อนวัย จากชาย 37 กลับมาเป็นหนุ่มอายุ 18 อีกครั้ง!

เอ็นดูมาก! เมื่อ อีดงอุค – โจโบอา ปิ๊งไอเดียถ่ายทำคลิปโปรโมตซีรีส์ Tale of the Nine Tailed ด้วยตัวเอง

ผู้กำกับเปิดเผยเบื้องหลังการดึงตัว ‘อีดงอุค-โจโบอา-คิมบอม’ มาสวมบทบาทในซีรีส์ Tale of the Nine Tailed

‘อีดงอุค’ เผยความรู้สึกถึงวันแรกของการถ่ายทำซีรีส์ใหม่ Tale of the Nine Tailed

รวมผลงานซีรีส์ของ ‘อีดงอุค’ ที่ต้องหาเวลาไปไล่ตามเก็บ!

ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่


Facebook Fanpage
 : facebook.com/korseries
Twitter
 : twitter.com/korseries
Website
 : korseries.com
Youtube 
: Korseries