focus bloody flower lee woo gyeom serial killer or researcher

Bloody Flower วิเคราะห์ ‘อีอูกยอม’ เมื่อฆาตกรต่อเนื่องเชื่อว่าตัวเองคือนักวิจัยเพื่อมนุษยชาติ

ในโลกที่การแพทย์และเทคโนโลยีกำลังก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ซีรีส์เกาหลีจำนวนไม่น้อยมักเลือกเล่าเรื่อง ‘หมอ’ ในฐานะผู้ช่วยชีวิต ผู้ยืนอยู่ฝั่งของความหวังและความถูกต้อง แต่ Bloody Flower กลับเลือกเปิดมุมมองการช่วยชีวิตผู้ป่วยที่ต้องเผชิญกับโรครักษายาก ผ่าน ‘อีอูกยอม’ ชายที่ถูกตีตราว่าเป็น ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ จากการวิจัยยาชนิดใหม่ที่เขาเชื่อว่าจะช่วยชีวิตมนุษยชาติ หากแต่ผลลัพธ์ของการวิจัยนั้นกลับต้องแลกมาด้วยชีวิตของผู้บริสุทธิ์

นี่ไม่ใช่ซีรีส์อาชญากรรมที่มุ่งเน้นเพียงการไล่ล่าฆาตกร แต่เป็นซีรีส์ที่จงใจพาผู้ชมเข้าไปยืนอยู่ตรงกลางของสนามศีลธรรม ที่ไม่มีคำตอบใดขาวสะอาดหรือดำมืดอย่างแท้จริงว่านี่คือ ‘การช่วยชีวิต’ หรือ ‘อาชญากรรม’ กันแน่

“ผมไม่ได้ฆ่า แต่มันคือการวิจัย”

แก่นกลางของ Bloody Flower ถูกขับเคลื่อนด้วยตัวละคร อีอูกยอม รับบทโดย รยออุน ชายผู้ไม่เคยมองตัวเองเป็นฆาตกร ในสายตาของเขา สิ่งที่ทำไม่ใช่การสังหาร แต่คือการวิจัยเพื่อกอบกู้มนุษยชาติจากโรคที่โลกยังไม่อาจรักษาได้ เขาพูดถึงการกระทำของตนเองอย่างชัดเจนว่า “ผมไม่ได้ฆ่า แต่มันคือการวิจัย”

Bloody Flower ryeoun 03

ประโยคนี้ไม่ใช่คำแก้ตัว แต่คือระบบความคิดทั้งหมดของอีอูกยอม อดีตนักศึกษาแพทย์ระดับหัวกะทิที่ประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นเจ้าชายนิทราถึง 3 ปี ชายที่มีชีวิตอย่างโดดเดี่ยวหลังจากครอบครัวที่เหลือเพียงคนเดียว คือ แม่ของเขาเสียชีวิตลง

เขาเริ่มวิจัยยารักษาได้ทุกโรคหลังจากต้นไม้ที่เคยตายกลับมาเติบโตงอดงาม ปลาทองในตู้ปลากลับมาหายใจและแหวกว่ายได้อีกครั้ง จนเกิดคำถามว่า “ถ้ายาชนิดใหม่นี้ลองใช้กับคน ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร” จากคำถามที่ฉุกคิดได้เช่นเดียวกับนักวิจัยหรือนักวิทยาศาสตร์ทั่วไป เขาเริ่มเสาะหาบุคคลที่มีประวัติอาชญากรรมและมีอาการป่วยเป็นโรคร้าย โรคหายาก โรครักษาไม่หายเข้ามาทดลอง สำหรับเขาการพรากชีวิตมนุษย์ไม่ใช่อาชญากรรม หากแต่เป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น

Bloody Flower 03

17-17 = 0 เมื่อชีวิตมนุษย์กลายเป็นตัวเลขในสมการ

แนวคิดของอีอูกยอมถูกขยายให้ชัดเจนขึ้นผ่านสมการศีลธรรมที่เขาอธิบายอย่างเยือกเย็นว่า “17-17 = 0 ผมฆ่าไป 17 คน แต่ผมช่วยโลกเอาไว้ได้ สุดท้ายคนตายคือศูนย์คน ก็เท่ากับว่าผมไม่ได้ฆ่าใครเลยสักคนไงครับ”

ในสมการของเขา ชีวิตมนุษย์ถูกลดทอนให้เหลือเพียงตัวเลข ผลลัพธ์คือสิ่งเดียวที่มีความหมาย ขณะที่กระบวนการเสียชีวิตของผู้คนกลับถูกลบออกไปจากการพิจารณาอย่างสิ้นเชิง Bloody Flower จงใจปล่อยให้คำพูดนี้ดังอยู่ในหัวของผู้ชม เพราะมันไม่ใช่เหตุผลที่เลื่อนลอย หากแต่เป็นตรรกะเดียวกับที่มนุษย์เคยใช้การทดลองยาในมนุษย์จริง ๆ มาแล้วในประวัติศาสตร์

Bloody Flower ryeoun 04

อีอูกยอมไม่ได้มองตัวเองเป็นผู้ทำลายชีวิต แต่เป็นคนที่ยอมมือเปื้อนเลือดเพื่อช่วยผู้อื่น เขากล่าวอย่างมั่นใจว่า “ผมช่วยคนที่เป็นโรครักษาไม่หาย มันคือการเสียสละที่ไม่อาจเลี่ยง เพื่อช่วยชีวิตผู้คน” คำพูดนี้ทำให้ Bloody Flower ขยับจากซีรีส์อาชญากรรม ไปสู่ซีรีส์ที่ตั้งคำถามเชิงจริยธรรมอย่างจริงจัง เพราะเมื่อ ‘การเสียสละ’ ถูกอธิบายด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและมีเหตุผล คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าเขาผิดหรือไม่ แต่คือ ใครกันแน่ที่มีสิทธิ์ตัดสินว่าชีวิตใดควรถูกเสียสละ

เมื่อโรคแบตเทนไม่ใช่เรื่องสมมติ แต่คือความจริงที่โลกยังยอมแพ้

ความคิดของอีอูกยอมยิ่งทวีความหนักแน่น เมื่อถูกผูกโยงเข้ากับชีวิตของ พัคฮันจุน รับบทโดย ซองดงอิล ทนายความผู้ยึดมั่นในกฎหมายมาตลอดชีวิต ลูกสาวของเขาป่วยด้วย โรคแบตเทน (Batten disease) โรคทางพันธุกรรมหายากที่มีอยู่จริง โดยเป็นโรคที่ทำให้ระบบประสาทเสื่อมลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยจะค่อย ๆ สูญเสียการมองเห็น การเคลื่อนไหว การสื่อสาร และการทำงานของสมอง ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด การรักษาทำได้เพียงประคับประคอง และผู้ป่วยจำนวนมากจะเสียชีวิตภายในไม่กี่ปีหลังจากเริ่มแสดงอาการ

Bloody Flower sung dong il 4

เมื่อการแพทย์ในโลกจริงยังยอมแพ้ ความรู้ของฆาตกรจึงกลายเป็น ‘ฟางเส้นสุดท้าย’ ของพ่อคนหนึ่ง กฎหมายที่พัคฮันจุนยึดถือมาตลอดชีวิต กลับกลายเป็นกำแพงขวางกั้นโอกาสในการช่วยชีวิตลูก ซีรีส์ไม่ได้ตัดสินการเลือกของเขา แต่กลับชวนให้คอซีรีส์ต้องถามตัวเองว่า “หากอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เราจะยังยืนหยัดในความถูกต้องแบบเดิมได้หรือไม่”

Bloody Flower sung dong il 1

ฆาตกรหรือผู้มาโปรด ?

ฆาตกรหรือผู้มาโปรด ? คือ พาดหัวข่าวที่ถูกเผยแพร่ออกมาหลังการจับกุม อีอูกยอม ในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง แม้ว่าการแลกชีวิตบางชีวิตเพื่อวิจัยยาชนิดใหม่ช่วยเหลือผู้ป่วยและมวลมนุษยชาติจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องในมุมมองของ อีอูกยอม แต่สำหรับ ชาอียอน รับบทโดย กึมแซรก เธอโต้กลับแนวคิดของอีอูกยอมอย่างตรงไปตรงมาว่า “ต่อให้นายช่วยคนได้เป็นร้อยเป็นพัน แต่ถ้าฆ่าคนแม้แต่คนเดียวก็แปลว่าเป็นฆาตกรไม่ใช่เหรอ”

Bloody Flower 02

แม้ ชาอียอน จะเลือกรับทำคดีนี้อย่างจริงจัง เพื่อเหตุผลเบื้องหลังบางอย่าง แต่คำพูดนี้กลับเป็นข้อกังขาที่ชวนให้ฉุกคิดว่าชีวิตหนึ่งชีวิตไม่ใช่ตัวเลขในสมการ และไม่ควรถูกลบล้างด้วยผลลัพธ์ใด ๆ ท่ามกลางการสืบสวนและต่อกรกับ อีอูกยอม ทำให้ Bloody Flower ทวีความร้อนแรงทั้งในด้านศีลธรรมและเนื้อเรื่องมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนคดีจะถูกตัดสินและสิ้นสุดลง

Bloody Flower 01

ดอกไม้ที่งอกงามจากเลือด

อย่างไรก็ตาม ชื่อเรื่อง Bloody Flower จึงไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ของความรุนแรง แต่คือภาพแทนของความหวังที่งอกงามจากการเสียสละ ดอกไม้คือการเยียวยาและชีวิตใหม่ ขณะที่เลือดคือราคาที่ต้องจ่าย ท้ายที่สุด Bloody Flower ไม่ได้ให้คำตอบว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด แต่กลับชวนตั้งคำถามผ่านตัวละครทั้งสองฝ่ายที่ปะทะกันอย่างตรงไปตรงมา

Bloody Flower ryeoun 02

คอซีรีส์แนวอาชญากรรม-ดราม่าที่อ่านมาถึงตรงนี้ สามารถมาร่วมหาคำตอบกันได้ว่า “เราควรยอมให้ดอกไม้แห่งความหวัง เบ่งบานบนเลือดของคนอื่นได้จริงหรือไม่” ใน Bloody Flower คนแลกเลือด กันได้ทุกวันพุธ เวลา 15.30 น. (ไทย) ซับไทยถูกลิขสิทธิ์ที่ Viu

บทความที่เกี่ยวข้อง

เรื่องย่อซีรีส์ : Bloody Flower (2026)

ส่องประวัติ – ผลงาน ของ รยออุน (Ryeo Un)

ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter
 : twitter.com/korseries
Website
 : korseries.com
Youtube 
: Korseries

ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ