focus

เปิด 10 TMI ! ชวนมารู้จักตัวตนของ ‘อีซึงกิ’ ผ่านรายการวาไรตี้

10/10/2021 - BubbaK


หลังปลดประจำการในปี 2017 อีซึงกิ ก็กลับมาทำรายการวาไรตี้โชว์อย่างเต็มตัว และได้เป็นพิธีกรประจำรายการวาไรตี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น All The Butlers, Little Forest, Hometown Flex, Team Up 072 รวมถึงได้เข้าร่วมรายการอื่น ๆ อีกหลากหลายแนว เช่น LOUD, Twogether, BUSTED, Friday Joy Package ผลจากการทุ่มเททำงานหนักในการมอบความสุขให้กับคนดู ในที่สุดซึงกิก็ได้รับ รางวัลแดซัง จากงาน 2018 SBS Entertainment Awards ในฐานะพิธีกรยอดเยี่ยม จากรายการ All The Butlers และรางวัลคนบันเทิงชายยอดเยี่ยม ในงาน 57th Baeksang Arts Awards 2021 จากรายการ All The Butlers และ BUSTED ซีซั่น 3

มาพูดถึงรายการที่ทำให้ซึงกิคว้ารางวัลใหญ่ไปได้ถึง 2 รางวัลกันหน่อย All The Butlers เป็นรายการวาไรตี้จาก SBS ที่เปิดตัวในปี 2018 มีคอนเซ็ปต์ของรายการ คือ ให้สมาชิกสวมบทบาทเป็น ‘พ่อบ้าน’ ที่จะต้องใช้ชีวิตตามกิจวัตรประจำวันของ ‘เจ้านาย’ เพื่อที่จะได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากไลฟ์สไตล์นั้น ซึ่งแขกรับเชิญที่มารับบทบาทเป็นเจ้านายก็มาจากทั่วทุกวงการ ทั้งนักร้อง นักแสดงระดับตำนาน, นักกีฬาทีมชาติ, ผู้กำกับคิวบู๊, เจ้าของค่ายเพลง หรือแม้แต่ เจ้าหน้าที่กู้ภัย เรียกได้ว่าแต่ละคนมีวิถีชีวิตที่โดดเด่นและแตกต่างกันในเส้นทางของตัวเอง ถือว่าเป็นรายการที่ช่วยเปิดโลกให้เรารู้จักกับบุคคลที่คงไม่ได้สัมผัสในชีวิตจริง ในรูปแบบที่สนุกสนานไปพร้อมกับเหล่าพ่อบ้านผู้มีเสน่ห์แตกต่างกันไป

สิ่งหนึ่งที่เราจะได้เห็นจากซึงกิในรายการวาไรตี้ต่าง ๆ ก็คือ ‘ความเป็นธรรมชาติ’ และ ‘ตัวตน’ ของเขาที่เผยออกมาโดยไม่รู้ตัว และทำให้เรารู้จักเขามากขึ้น วันนี้เลยจะพาทุกคนไปรู้จักกับ ‘อีซึงกิ’ ให้มากยิ่งขึ้น ผ่าน 10 เรื่องราวลับที่ได้รู้จากรายการวาไรตี้ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย!


1. อีซึงกิเคยฝันอยากเป็นสถาปนิก

ในรายการ Friday Joy Package (2020) ที่ซึงกิต้องไปเรียนรู้งานที่โรงงานทั้งหมด 10 แห่ง ซึงกิเผยว่าเขาเคยอยากเป็นสถาปนิก โดยที่ตัวเขาเองก็เก่งเรื่องการประกอบของต่าง ๆ และการทำงานที่ประณีต ซึงกิได้บอกว่า “เมื่อก่อนผมต่อโมเดลเยอะมาก เคยทำรถจิ๋วหรือกระท่อมจิ๋วด้วย”

เรายังได้เห็นทักษะทางการช่างของซึงกิในรายการวาไรตี้อื่นอย่าง Little Forest (2019) ที่เขาสร้างตั้งแต่เก้าอี้สำหรับยืนแปรงฟัน ชิงช้า ไปจนถึงบ้านต้นไม้ให้กับเด็ก ๆ จนเปรียบเสมือนตัวละคร ‘เอ็ดดี้’ ในการ์ตูนเรื่อง Pororo ที่เก่งเรื่องการสร้างและประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ


2. ความลับเบื้องหลังการเข้าหน่วยรบพิเศษของอีซึงกิ

อีซึงกิได้เผยว่า “หลายคนคิดว่าผมเลือกสมัครเข้าหน่วยรบพิเศษ แต่ไม่ใช่แบบนั้น ผมสมัครตำแหน่งที่ใช้ทักษะ มีแผนกที่เรียกว่า ‘แผนกข้อมูลข่าวสาร’ ซึ่งค่อนข้างสบายและไม่ต้องใช้แรงมาก ถ้าผมได้เข้าแผนกนั้น พ่อผมคงมีความสุขมากกว่าการที่ผมเข้ามหาวิทยาลัยโซลได้ซะอีก แต่ว่าอัตราการแข่งขันก็สูงมากที่ประมาณ 70 : 1 คืนสุดท้ายในค่ายฝึกฝน มีการสุ่มเลือกตำแหน่งด้วยการหมุนวงล้อเสี่ยงโชค และนั่นทำให้ผมได้เข้าหน่วยรบพิเศษ”

ซึงกิยังให้ข้อมูลต่ออีกว่า เขาคิดว่าอาจจะเป็นทฤษฎีสมคบคิด เพราะช่วงนั้นซีรีส์เรื่อง Descendants of the Sun กำลังดัง เขาอาจจะเป็นคนดังที่โดนให้ไปเป็นหน่วยรบพิเศษเหมือนกับ กัปตันยูชีจิน (รับบทโดย ซงจุงกิ)ในเรื่องก็ได้

ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องราวที่แท้จริงเป็นอย่างไรเพราะไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ แต่สุดท้ายซึงกิก็ยินดีรับหน้าที่นี้เพื่อประเทศชาติเป็นเวลานานถึง 1 ปี 9 เดือน และปลดประจำการออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปลายปี 2017

– อ้างอิงจากรายการ All The Butler (2021) ตอนที่ 162


3. เปิดบ้านใหม่ของอีซึงกิ

ซึงกิได้เปิดบ้านที่รีโนเวทใหม่ในรายการ All The Butlers (2020) ตอนที่ 146 ซึ่งก่อนหน้านี้ เราเคยได้เห็นการถ่ายทำที่บ้านของซึงกิก่อนตกแต่งใหม่ในตอนแรกของรายการไปแล้ว 

บ้านของอีซึงกิก่อนตกแต่งใหม่ในรายการ All The Butlers (2018) ตอนที่ 1

หลังจากซึงกิเพิ่งออกจากกรมมาหมาด ๆในปี 2017 อะดรีนาลีนยังหลั่งเต็มร่างกาย ห้องนั่งเล่นของเขาเต็มไปด้วยเครื่องออกกำลังกาย ซึงกิเล่าว่า “การที่วางไว้ในบ้านเฉย ๆ มันทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองขี้เกียจ” ทำให้เขาต้องลุกขึ้นมาวิ่งอีกรอบแม้จะเพิ่งกลับมาจากการออกกำลังกายข้างนอกก็ตาม ด้วยตัวเขาเองเป็นคนใจร้อน อยากจะทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่บ้าน เขาเลยตัดสินใจอยากเปลี่ยนบ้านให้เป็นสถานที่ที่พักผ่อน ให้ตัวเองได้กลับมาเติมพลังที่บ้านเพื่อที่จะออกไปทำงานข้างนอกได้อย่างเต็มที่

“หลังจากที่เดบิวต์มา ผมไม่เคยลงทุนกับตัวเองมากขนาดนี้มาก่อน บ้านหลังนี้เป็นครั้งแรกเลย”

ซึงกิได้เปิดให้เราได้ดูบ้านใหม่ทุกซอกทุกมุม ทุกโซนได้รับการตกแต่งในโทนสีขาวสะอาดตา ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ มีห้องแต่งตัวที่แทบจะเหมือนร้านเสื้อผ้า และสุดทางเดินมีห้องหนึ่งที่เรียกเสียงฮือฮาจากสมาชิกได้มากที่สุดก็คือ ห้องดูหนัง’ ที่มีชุดโฮมเทียเตอร์อยู่ข้างใน จน ยังเซฮยอง หนึ่งในสมาชิกของเหล่าพ่อบ้านยังเอ่ยปากชมว่า “บ้านเขาตกแต่งได้สวยที่สุดจากทุกบ้านที่ผมเคยไปมาเลย” 


4. กิจวัตร 24 อย่างของอีซึงกิ กับระเบียบวินัยในตัวเอง

วันของผม

1. ตื่นมากลั้วคอด้วยน้ำเกลือ
2. วิ่ง 10 km ริมแม่น้ำฮัน
3. ไปคลินิก
4. โยคะ
.
.
.
10. เริ่มยามเช้าด้วยเสียงเพลง
11. ทำความสะอาดห้องครัว
12. ดูรายการเพลง
13. ดูละคร
14. ดูรายการ All The Butlers
.
.
.

กิจวัตรนี้เป็นคอนเซ็ปต์ของรายการ All The Butlers ที่เหล่าพ่อบ้านจะต้องใช้ชีวิตตามกิจวัตรปกติของเจ้านาย เพื่อจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากไลฟ์สไตล์นั้น ในรายการ All The Butlers (2020) ตอนที่ 146 อีซึงกิที่เคยเป็นพ่อบ้านผันตัวมาเป็นเจ้านายเองในวันนี้ และเขาก็เขียนสิ่งที่ทำประจำไว้ถึง 24 ข้อ 

ADVERTISEMENT

หนึ่งในกิจวัตรที่น่าสนใจคือ ‘การฝึกออกเสียง’ ซึงกิเล่าว่า ในฐานะนักร้อง การรักษาเส้นเสียงด้วยการไม่พูดเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่เพราะเขาเป็นพิธีกรรายการวาไรตี้ด้วย จึงยังจำเป็นต้องใช้เสียงและต้องออกเสียงคำต่าง ๆ ให้ถูกต้อง โดยเขาจะเริ่มต้นวันด้วยการกลั้วคอด้วยน้ำเกลือเพื่อบำรุงคอ รักษาระดับเสียงพื้นฐานด้วยการหายใจทางท้อง และวอร์มคอก่อนพูดเพื่อลดแรงดัน ก่อนออกรายการวาไรตี้ทุกครั้ง เขาจะฝึกการออกเสียงเพื่อให้สามารถพูดได้อย่างชัดเจนและลิ้นไม่พันกัน

“ทุกการฝึกควรจบในสองสามนาที สามารถทำขณะนั่งรถหรือรอติดไมค์ได้ เพราะถ้าฝึกนาน 20-30 นาทีก็จะทำทุกวันไม่ได้แล้ว”

อีซึงกิเล่าว่า เวลาดูรายการตัวเองแล้วเขาแสดงความเหนื่อยล้าออกมาทางสีหน้า คนอื่นอาจจะไม่ทันสังเกต แต่ตัวเขาเองรู้สึกว่ามันไม่เป็นมืออาชีพ 

“ถ้าผมบ่นว่าเหนื่อย ทุกคนก็จะเสียแรงใจ”

เหตุผลนั้นทำให้เขาพยายามออกกำลังกาย 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ หรือทุกครั้งที่มีเวลาว่าง ทั้งเวทเทรนนิ่งและคาร์ดิโอ รวมถึงการออกกำลังแบบผสมอย่าง CrossFit ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ร่างกายทั้งตัว เพื่อให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าอยู่เสมอ

แม้ซึงกิจะเดบิวต์มาแล้ว 17 ปี แต่เราก็ยังคงเห็นความใส่ใจรายละเอียดในการใช้ชีวิตของเขา ความทุ่มเท ความพยายามอย่างเต็มที่และต่อเนื่องให้กับการทำงาน และนั่นทำให้เขาเหมาะสมที่จะเป็น ‘เจ้านาย’ อย่างแท้จริง


5. เปิดพอร์ตคนรวยของอีซึงกิ

ห้องเรียนการลงทุนสำหรับนักเทรดหุ้นมือใหม่ ในรายการ All The Butlers (2021) ตอนที่ 161 ที่มี ชยูคา ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมาเป็นเจ้านาย เพื่อที่จะได้เรียนรู้เรื่องการเงินไปพร้อม ๆ กับทุกคน อีซึงกิได้วาดพอร์ตแสดงสินทรัพย์ของตัวเองไว้ดังนี้

  • เงินเก็บ 40%
  • สกุลเงินต่างประเทศ 5%
  • ประกันบำนาญ 5%
  • กองทุน 5%
  • หุ้น 20%
  • อสังหาริมทรัพย์ 20%
  • จำนอง 5%

พอร์ตของเขาถือว่ามีความเสี่ยงต่ำมาก โดยมีสัดส่วนของเงินเก็บเยอะที่สุด คือ 40% และมียังมีสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำอื่น ๆ อย่างประกันบำนาญและอสังหาริมทรัพย์ที่เตรียมพร้อมไว้สำหรับการเกษียณด้วย ซึงกิบอกว่า ไม่ใช่เพราะเขาฉลาด แต่เพราะพ่อแม่เขาเคยเป็นนายธนาคาร ก็เลยทำให้เขาเล่นสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยง ชยูคา แสดงความเห็นกับเรื่องนี้เพียงเล็กน้อย แต่สร้างความอิจฉาให้กับเพื่อน ๆ ในห้องเรียนการลงทุนได้เป็นอย่างดี

“พอร์ตนั่นเป็นพอร์ตฉบับคนรวยครับ”

อีซึงกิเป็น อับดับที่ 5 จากการจัดลำดับคนดังเกาหลีที่มีรายได้สูงที่สุดในปี 2021 ของ KBS’ All Year Live รองลงมาจาก อันดับที่ 1 จอนจีฮยอน, อันดับที่ 2 คิมซูฮยอน, อันดับที่ 3 ยูแจซอก และอันดับที่ 4 ซงจุงกิ ตามลำดับ

ค่าตัวการถ่ายซีรีส์ในปี 2016 ก่อนที่จะเข้ากรม ซึงกิมีรายได้อยู่ที่ 70 ล้านวอนต่อตอน (ประมาณ 1.9 ล้านบาท) เท่ากับ อีมินโฮ และ ยูอาอิน, สำหรับซีรีส์เรื่อง A Korean Odyssey เขาได้รับค่าตัว 100 ล้านวอนต่อตอน (ประมาณ 2.8 ล้านบาท) และรายได้จากการแสดงต่อตอนของซึงกิก็เพิ่มสูงขึ้นไปอีกในซีรีส์เรื่อง Vagabond กับ Mouse ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก รวมถึงรายได้จากค่าตัวนายแบบโฆษณาที่สูงถึง 700 ล้านวอน (ประมาณ 19.5 ล้านบาท) ด้วย จึงไม่แปลกเลยที่เขาจะเป็นคนดังเกาหลีที่มีรายได้สูงที่สุดในปี 2021


6. อีซึงกิเคยเป็นเด็กต่างจังหวัด และความทรงจำอันล้ำค่าในวัยเด็ก

อีซึงกิเล่าว่าเขาเกิดและเรียนที่โรงเรียนในกรุงโซลมาโดยตลอด เริ่มจากโรงเรียนประถมชินฮัก แล้วไปต่อโรงเรียนมัธยมต้นโนกก กับโรงเรียนมัธยมปลายซังกเย และจบจากมหาวิทยาลัยทงกุก แต่ในรายการ Hometown Flex (2020) ตอนที่ 5 และตอนที่ 6 ซึ่งมีนักแสดง ฮันฮโยจู นางเอกดังซึ่งเคยร่วมงานกันใน Brilliant Legacy (SBS, 2009) มาเป็นไกด์ท้องถิ่นพาไปรู้จักกับเมืองชองจู ซึงกิเปิดเผยว่า เขาเคยอยู่ที่ชองจู ยูลรยังดง ในสมัยเด็กถึง 2 ปี เหมือนกับฮโยจู ความบังเอิญยังไม่หมดแค่นั้น เพราะอพาร์ตเมนต์ของซึงกิและฮโยจูอยู่ห่างกันเพียงแค่ข้ามถนน บางทีทั้งคู่อาจจะเคยบังเอิญพบกันสมัยเด็กก็ได้

ซึงกิ และ ฮโยจู ได้เดินเล่นย้อนรอยความทรงจำสมัยเด็ก เห็นสภาพแวดล้อมที่ดูคุ้นเคยแต่ก็แปลกตาไปจากเดิม ทั้งเนินบริเวณหน้าอพาร์ตเมนต์ที่ดูสูงชันในวัยเด็ก ซึ่งเคยขี่จักรยานขึ้นได้อย่างยากลำบาก ถนนที่คุ้นตากับร้านค้าที่ยังอยู่ในความทรงจำ อีซึงกิเล่าถึงความประทับใจที่ได้กลับมาที่ชองจูครั้งนี้ว่า “อีซึงกิและฮันฮโยจูที่ไม่เคยลำบากและไม่เคยเจ็บปวด เคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เราเป็นแค่เด็กน้อยใส่ชุดเทควันโด ขี่จักรยาน เล่นสนุกทั้งวัน เล่นลูกข่าง การที่ตัวเองในวัยเยาว์เคยใช้ชีวิตที่นี่มันน่าทึ่งมาก”


7. อีซึงกิมีชื่อภาษาอังกฤษว่า ‘วินเซนต์’

ซึงกิเผยว่าบาทหลวงต่างชาติเป็นคนตั้งชื่อนี้ให้เขาสมัยมัธยมต้น “เขาบอกว่าผมควรชื่อ วินเซนต์ มีคนชื่อ วินเซนต์ แวนโก๊ะ ตามขนบแล้ววินเซนต์ก็เป็นคนมีระดับ และผมก็ชอบชื่อนี้นะ” แม้ว่าซึงกิจะพูดเรื่องนี้ในรายการต่าง ๆ หลายรอบ แต่ก็เรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างได้ทุกครั้งที่เขายืนยันว่าชื่อ ‘วินเซนต์’

รายการ All The Butlers (2018) ตอนที่ 35
รายการ All The Butlers (2021) ตอนที่ 168

8. จุดเริ่มต้นการเข้าวงการของอีซึงกิ ในวันที่ตัดสินใจร้องเพลงเป็นวันสุดท้าย

ซึงกิเล่าในรายการ Healing Camp ตอนที่ 134 ว่าสมัยมัธยมปลาย พ่อแม่อยากให้เขาเลิกเล่นดนตรี เพื่อจะได้ทุ่มเทให้กับการเรียนและเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเต็มที่ ในวันที่เขาตัดสินใจจะเลิกร้องเพลงและไปเล่นคอนเสิร์ตเป็นครั้งสุดท้ายที่โรงละคร Daehakro กลับเป็นวันที่เขาได้พบกับ อีซอนฮี หรืออาจารย์ผู้ที่มาเปลี่ยนเส้นทางชีวิตเขาไปตลอดกาล

ระหว่างที่ซึงกิและเพื่อนกำลังซ้อมดนตรีกันอยู่นั้น เขาเห็นคุณป้าคนหนึ่งใส่หมวก นั่งไขว่ห้างมองลงมาจากชั้น 2 หลังจากนั้นก็มีคนเรียกเขาไปพบที่ห้อง ทำให้เขาได้พบกับคุณป้าที่ใส่หมวกคนนั้นอีกครั้ง คุณป้าเอ่ยปากชมว่าเขาร้องเพลงเพราะและถามเขาว่า “อยากเรียนร้องเพลงไหม” แต่ซึงกิปฏิเสธไปในตอนแรก จากนั้นเขาก็ได้รู้ว่าเธอคือ อีซอนฮี แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกับคนระดับ “นักร้องดีว่าแห่งชาติ” ที่นี่ ซึงกิจึงนำเรื่องนี้ไปบอกแม่ ปรากฏว่าพ่อแม่เขาเป็นแฟนเพลงตัวยงของอีซอนฮี เธอจึงได้โทรไปตามนามบัตรนั้น ทำให้ซึงกิได้พบกับประธานค่ายเพลงและอาจารย์อีซอนฮีในที่สุด

ซึงกิได้มาย้อนความทรงจำสมัยก่อนเดบิวต์อีกครั้งในรายการ All The Butlers (2018) ตอนที่ 21 และตอนที่ 22 ที่ อีซอนฮี มาเป็นเจ้านายคนที่ 10 เธอเป็นผู้ค้นพบอีซึงกิและสอนเขาร้องเพลง โดยซึงกิใช้เวลาฝึกซ้อมเพื่อเตรียมตัวเดบิวต์เป็นเวลา 2 ปี และเขาเคยอาศัยอยู่ที่บ้านเดียวกับอาจารย์นาน 6 เดือนเพื่อเตรียมตัวอย่างเข้มข้น

ทำไมต้องมาอยู่ที่นี่เลย ทำไมไม่มาเฉพาะวันที่เรียนร้องเพลงล่ะ?

“เพราะอาจารย์ไม่คิดว่าการร้องเพลงเป็นสิ่งสำคัญเพียงอย่างเดียว ความคิดและทัศนคติในฐานะนักร้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเธอ”

เมื่อได้กลับมายังบ้านที่เคยใช้ฝึกฝนสมัยก่อนเดบิวต์ ความทรงจำเก่าๆก็ย้อนกลับมา ทั้งเก้าอี้ประจำที่นั่งกินข้าวร่วมกับอาจารย์และลูกสาวของอาจารย์ มุมเดิม ๆ ที่ต้องซ้อมร้อง – ซ้อมเต้นระหว่างมองวิวแม่น้ำฮันในทุก ๆ คืน ทุกอย่างดูคุ้นตาไปหมด ซึงกิพาเหล่าพ่อบ้านไปดูห้องที่เขาใช้ซ้อมร้องเพลง และพาไปรู้จักกับแบบฝึกหัดสุดแหวกแนวที่เขาเคยฝึก อย่างการ ร้องเพลงเด็กด้วยอารมณ์ต่าง ๆ’ เช่น ร้องเพลง ‘The School Bell’ เป็นแนวร็อก ซึงกิโชว์ความมุ่งมั่นในการสาธิตด้วยการใช้ขวดน้ำต่างไมค์ และยกขาพาดไว้บนโต๊ะเหมือนร็อกเกอร์หนุ่ม แต่เพราะเนื้อเพลงเด็กช่างดูน่ารัก ขัดกับท่าทางขึงขังและเสียงกรีดร้องของร็อกเกอร์ ทำเอาเหล่าพ่อบ้านหลุดขำ ทนดูไม่ได้เพราะเขินแทนเจ้าตัว

‘เสียงกริ่งดังแล้ว มารวมตัวกัน คุณครูของเรากำลังรอเราอยู่ ~~~’

อาจารย์อีซอนฮีเสริมถึงเหตุผลที่ให้ฝึกแบบนี้ว่า “เพราะไม่ว่าจะร้องเพลงอะไรก็ตาม ก็จำเป็นต้องควบคุมอารมณ์ให้ได้” ส่วนสำหรับใครที่อยากดูซึงกิร้องเพลงเด็กแนวร็อกแบบเต็ม ๆ ติดตามได้ที่ All The Butlers (2018) ตอนที่ 21 ใน Viu ได้เลย


9. เพลงร็อกและ ‘คิมคยองโฮ’ ที่เชื่อมโยงอีซึงกิจากอดีตถึงปัจจุบัน

แม้ว่าอีซึงกิจะเป็นนักร้องเพลงบัลลาด แต่กลิ่นอายความเป็นร็อกเกอร์ยังคงวนเวียนอยู่ในจิตวิญญาณเขามาตั้งแต่สมัยเริ่มเล่นดนตรี ซึงกิเล่าว่าเขาเคยอยู่ในวงดนตรีร็อกของโรงเรียน และมี คิมคยองโฮ เป็นไอดอลในดวงใจ ซึ่งเขาฟังเพลงและพยายามร้องตามมานับครั้งไม่ถ้วน จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะไปออกรายการไหน ซึงกิก็มักเลือกร้องเพลงของร็อกเกอร์ระดับตำนานอย่าง คิมคยองโฮ หรือ พัควานกยู อยู่บ่อยครั้ง รวมถึงในรายการ All The Butlers (2020) ตอนที่ 129 ที่มีนักร้อง-นักแสดง อีจองฮยอน มาเป็นเจ้านาย และมอบภารกิจให้เหล่าสมาชิกสร้างสรรค์เวทีการแสดงในคอนเซ็ปต์ Back to 1999

ปี 1999 ถือว่าเป็นยุคเรเนซองส์ในประวัติศาสตร์เพลงดังเกาหลี มีวงดังมากมายที่ปล่อยเพลงยอดฮิตออกมาในช่วงนั้น ไม่ว่าจะเป็นวง H.O.T, Fin.K.L หรือ SHINHWA ถือเป็นยุคที่มีแนวเพลงหลากหลายมาก ซึ่งซึงกิก็ได้เลือกเพลงร็อกบัลลาดในตำนานอย่างเพลง ‘Forbidden Love’ ของ คิมคยองโฮ รุ่นพี่ที่เขาชื่นชอบ มาตีความใหม่ในสไตล์ของตัวเอง และการแสดงครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะทั้ง Forbidden love’ และ อีซึงกิ’ กลายเป็นคำค้นหาเรียลไทม์บนโลกโซเชียลที่เป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก สำหรับคลิปการแสดงที่ได้เผยแพร่บนช่องยูทูปของ SBS Entertainment ปัจจุบันก็มียอดผู้เข้าชมเกิน 17 ล้านวิวไปแล้ว  

ปี 2021ในที่สุดเราก็ได้เห็น อีซึงกิ และ คิมคยองโฮ ไอดอลของเขาร้องเพลง ‘Forbidden Love’ ด้วยกันบนเวที ในรายการ All The Butlers (2021) ตอนที่ 173 ที่มีการจัดคอนเสิร์ตออนไลน์กับเหล่าตำนานร็อกเกอร์เกาหลีผู้มาเยือนรายการในฐานะเจ้านายอย่าง คิมแทโฮ, คิมคยองโฮ และ พัควานกยู 

ท่าทางของอีซึงกิแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นแฟนคลับตัวจริงของรุ่นพี่ทั้ง 3 คน เราได้เห็นจิตวิญญาณของร็อกเกอร์ในตัวซึงกิออกมาโลดแล่นอีกครั้ง ทั้งดวงตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ความกระตือรือร้นในการเรียนรู้เทคนิคการร้องจากรุ่นพี่ แม้ตอนที่พักกองอยู่ และถึงจะเป็นครั้งแรกที่ซ้อมด้วยกัน เขาก็ร้องประสานได้อย่างยอดเยี่ยม จน คิมคยองโฮ ถึงกับเอ่ยปากชมว่า  “ซึงกิ ฉันรู้ว่านายเก่ง แต่ไม่คิดว่าจะเก่งขนาดนี้” 

ซึงกิได้โชว์ร้องเพลงร่วมกับ คิมคยองโฮ ในเพลง ‘Even Though I Loved’ และร่วมร้องเพลง ‘Thousand Years Of Love’ กับ ‘Forbidden Love’ ร่วมกับ คิมคยองโฮ และ พัควานกยู เป็นการแสดงไฮไลต์ปิดท้ายคอนเสิร์ตในครั้งนี้  ซึงกิเผยว่า “การแสดงนี้เป็นช่วงเวลาที่พิเศษสำหรับผม ตอนผมอยู่มัธยมปลาย ผมเคยร้องเพลงของรุ่นพี่คิมคยองโฮ ถึงได้เข้าวงร็อกสมัยมัธยมปลายและสุดท้ายผมก็ได้เป็นนักร้องครับ มันเลยมีความหมายมากที่ได้ร้องเพลงกับไอดอลของผม” ดูเหมือนว่านี่จะเพลงแห่งโชคชะตาเมื่อ 20 ปีก่อน ที่ทำให้มีอีซึงกิในปัจจุบัน


10. อีซึงกิเป็นคนร่าเริงและเจ้าอารมณ์

ในรายการ All The Butlers ตอนที่ 38 ที่ ชินเอรา มาเป็นเจ้านาย เธอเป็นทั้งนักแสดงที่พ่วงใบปริญญาโทด้านจิตวิทยา และปริญญาเอกด้านสถาบันครอบครัว ทำให้เหล่าพ่อบ้านได้เข้าห้องแนะแนวเปิดใจกับเธอ โดยชินเอราได้มอบ แบบทดสอบบุคลิกภาพฮิปโปเครติส ให้แต่ละคนทำ เพื่อที่จะให้สมาชิกแต่ละคนได้รู้จักนิสัยตนเอง ทั้งข้อดี – ข้อเสีย และเข้าใจในความต่างของผู้อื่น โดยแบบทดสอบแต่ละข้อ จะให้เลือกคำที่ชอบที่สุดจาก 4 คำ แล้วรวมคะแนน โดยที่นิสัยเด่นของเราคือช่องที่รวมคะแนนได้มากที่สุด ส่วนนิสัยรองคือช่องที่ได้คะแนนรองลงมา จะสามารถแบ่งได้เป็น คนร่าเริง คนเจ้าอารมณ์ คนอ่อนไหว และ คนวางเฉย

หัวข้อที่ซึงกิได้คะแนนมากที่สุด คือ ความร่าเริง’ และ เจ้าอารมณ์’ โดยทั้ง 2 ช่องได้คะแนนเท่ากัน สามารถแปลลักษณะนิสัยได้ว่า “เธอเป็นหัวหน้าที่ดีมาก เป็นคนที่ชอบเข้าสังคมที่สุดด้วย เธอต้องการความสนใจและคำชื่นชมจากคนอื่น เธอจะตามหากิจกรรมและความสนุกต่าง ๆ และให้ความร่วมมือเก่ง ตอนอยู่ในกรมไม่น่ามีปัญหาอะไรเลย” แม้แต่ตอนที่ออกจากกรมแล้วซึงกิก็ยังพูดถึงประสบการณ์ชีวิตตอนเป็นทหารอยู่บ่อยครั้ง เขายังติดต่อกับเพื่อนในกรมและแจกตั๋วหนังให้กับเพื่อน ๆ ชินเอราบอกว่า “เพราะเธอมีความเป็นผู้นำและอยากดูแลพวกเขา”

สำหรับจุดอ่อนคือ “ต้องฝึกควบคุมตัวเองให้ดี เพราะเธออาจเหมือนคนโชว์ออฟ” เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน เพราะซึงกิที่เราเห็นในรายการก็ดูเป็นคนมั่นใจในตัวเองมากจริง ๆ 

“บางครั้งเราก็ต้องบอกตัวเองว่า ‘ไม่เป็นไร’ ล้มบ้างก็ได้ จะผิดพลาดบ้างก็ไม่เป็นไร พักบ้างก็ได้”

เป็นคำแนะนำของ ชินเอรา ที่ปลอบโยนเหล่าสมาชิกให้รู้จักให้อภัยความผิดพลาดของตัวเอง แต่ซึงกิกลับมองในมุมที่แตกต่าง เขาบอกว่าเขาก็ชอบคำว่า ‘ไม่เป็นไร’ เหมือนกัน แต่เขาก็บอกเช่นกันว่า

“ไม่เป็นไร…ไม่ได้นะ ผมบอกตัวเองเสมอว่ามันไม่โอเคที่จะเป็นแบบนั้น”

เพราะบุคลิกนิสัยที่ชอบท้าทายตัวเองแบบนี้ ทำให้เราได้เห็นอีซึงกิที่คอยเข็นตัวเองให้ทำสิ่งต่าง ๆ อยู่เสมอ เขาได้รับการยอมรับเป็นหัวหน้าทีมไปโดยปริยาย เซฮยองบอกว่า “ซึงกิเหมือนด้วงกลิ้งมูลสัตว์ ถึงซึงกิจะเด็กกว่า แต่ภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงที่เขาแบกไว้กับตัว เขาทำให้ผมทึ่งมาก” 

ในขณะที่หลาย ๆ คนกำลังมีอารมณ์อ่อนไหวไปกับภาวะผู้นำและความมุ่งมั่นของซึงกิ แต่เจ้าตัวกลับยิ้มหน้าบานแล้วบอกว่า เขามีความสุขมากกับคำชม และพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้พูดเสริมอวยตัวเอง ช่างสมกับเป็นอีซึงกิจริงๆ…

ตอนนี้เป็นอีกตอนที่ได้รู้จักตัวตนของสมาชิกทั้ง 4 อย่าง อีซึงกิ, อีซังยุน, ยุกซองแจ และ ยังเซฮยอง มากขึ้น และยังได้เรียนรู้ข้อคิดดี ๆ จากเจ้านายชินเอรา ใครสนใจ สามารถติดตามซับไทยถูกลิขสิทธิ์ได้ในรายการ All The Butlers ตอนที่ 38 ทาง Viu


เร็ว ๆ นี้ อีซึงกิ จะมีรายการวาไรตี้ใหม่ New World หนึ่งในรายการแห่ง K-Content Land ที่ Netflix รวบรวมความบันเทิงต่าง ๆ ไว้ในธีมสวนสนุกแห่งคอนเทนต์เกาหลีที่มีทั้งซีรีส์และวาไรตี้โชว์มากมาย

“หากคุณรักการนั่งบอลลูน และชื่นชอบการเล่นเครื่องเล่นในธีมเดินทาง นี่คือที่ ๆ คุณควรจะไป”

New World เป็นรายการวาไรตี้ที่ได้ตัว 6 คนดังมาร่วมรายการ ไม่ว่าจะเป็น อีซึงกิ, อึนจีวอน, คิมฮีชอล, ไค EXO, พัคนาแร และนักแสดง โจโบอา และยังได้โปรดิวเซอร์มือดีจากบริษัท SangSang เจ้าของผลงานรายการสุดฮอตอย่าง BUSTED มากำกับการถ่ายทำนี้ โดยรายการนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสนุกและเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชม ทั้งยังสามารถเพลิดเพลินไปกับวิวที่สวยงามได้อีกด้วย รายการจะเป็นอย่างไร และเราจะได้รู้จักตัวตนอีซึงกิในแง่มุมไหนเพิ่มขึ้นบ้าง ต้องปักหมุดเตรียมรับชมกันไว้ให้ดี 20 พฤศจิกายนนี้ ทาง Netflix เท่านั้น!

New World Official Teaser

ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่


Facebook Fanpage
 : facebook.com/korseries
Twitter
 : twitter.com/korseries
Website
 : korseries.com
Youtube 
: Korseries

ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ ♡

Source (1)

Read More Articles


Korupdate






เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก