라이프온마스

ซีรีส์เกาหลีอีกเรื่องที่รีเมคจากของประเทศอังกฤษในชื่อเรื่องเดียวกัน โดยต้นฉบับได้มีการออกอากาศครั้งแรกในปี 2006 ทางช่อง BBC และได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจนถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปออกอากาศในหลายประเทศ นอกจากนั้นแล้วเรื่องนี้ยังเคยได้รับการรีเมคในเวอร์ชั่นอเมริกามาแล้วด้วยและได้รับเสียงตอบรับที่ดีเช่นเดียวกัน ในส่วนของเวอร์ชั่นเกาหลีนั้นหลังจากการออกอากาศทางช่อง OCN ไม่นานทาง BBC ได้ให้สัมภาษณ์ชื่นชมถึงความยอดเยี่ยมในการพยายามคงเรื่องราวหลักเดิมของต้นฉบับไว้ได้อย่างครบถ้วนพร้อมๆกับทำให้เข้ากับยุคสมัยและวัฒนธรรมเรื่องราวในประเทศของตนเองได้อย่างธรรมชาติ ในด้านของตัวเลขเรตติ้งจากผู้ชมทั่วประเทศที่วัดโดย AGB Nielsen นั้นสูงสุดได้ถึง 4.834% ในตอนที่ 12 สำหรับช่องเคเบิ้ลถือว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆสำหรับความเจ๋งของละครรีเมคเรื่องนี้

โปสเตอร์ Life on Mars เวอร์ชั่นประเทศอังกฤษและอเมริกา

” ไปทางไหนไม่สำคัญหรอก เพราะไม่ว่าอยู่ที่ไหน คุณก็ยังเป็นคุณคนเดิมไม่ใช่คนอื่น ถ้าพยายามเต็มที่แล้วกับทุกอย่าง มันก็จะกลับมาเหมือนเดิม “

คำพูดของพนักงานในร้านอาหารที่อินซองโฮเต็ลเพื่อปลอบใจฮันแทจู ในตอนที่ 2

ในภาพอาจจะมี 5 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
โอแดฮวาน รับบท อียองกี / พัคซองอุง รับบท คังดงชอล / โนจองฮยอน รับบท โจนัมซิก / จองคยองโฮ รับบท ฮันแทจู / โกอาซอง รับบท ยุนนายอง

advertisements

กลไกการลำดับเรื่องราวของละครเรื่องนี้ จะบอกเล่าถึงการแก้ไขคดีต่างๆในยุค 1988 ผสมปนเประหว่างความเฮฮาปาจิงโกะในการทำงานสไตล์เก๋าเกมส์แบบเน้นการใช้กำลังเป็นหลักของผู้กอง คังดงชอล ที่ชอบถกเถียงทะเลาะกันในการทำงานอยู่ตลอดเวลากับ คู่ปรับข้ามเวลาอย่าง ฮันแทจู ผู้หมวดที่ต้องมีหลักฐานชัดเจนและปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ตัดสลับกับ เสียงปริศนาที่ดังอยู่ตามที่ต่างๆระหว่างการดำรงชีวิตในยุค 1988 ของ ฮันแทจู เหมือนจงใจทิ้งร่องรอยหลักฐานให้ผู้ชมได้ร่วมค้นหาไปพร้อมกันกับตัวละครว่าทำไมเขาถึงย้อนเวลากลับมา ณ ตรงนี้กันแน่ ซึ่งทีมงานสามารถเรียบเรียงเรื่องราวได้อย่างมีชั้นเชิง, เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนมากเกินไป (ปกติละครแนวนี้โดยมากมักจะซับซ้อนจนตามไม่ทันค่ะ 555) และน่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ผู้คนกำลังยืน
จอนซอกโฮ รับบท ฮันชุงโฮ พ่อของฮันแทจู ที่บาดเจ็บจากการหนีตำรวจในคดีหนึ่ง ตัวละครนี้เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด

” คุณลุงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่หัวจากอุบัติเหตุ ทำให้เขาจำคำหลายคำไม่ได้ และเขาเป็นทุกข์มาก หลังจากนั้นไม่นานได้ไปเจอคุณลุงอีกทีพร้อมกับรอยยิ้ม เพราะว่าคุณลุงหยุดคิดที่จะหาคำตอบแล้ว หลังจากที่ทำแบบนั้นสิ่งที่ทุกข์ใจก็หายไปหมดเลย “

ยุนนายอง เล่าเรื่องตอนเธอทำงานพิเศษให้ ฮันแทจู ฟังเพื่อให้เขาหยุดคิดในตอนที่ 2

ในภาพอาจจะมี 2 คน
ชเวซึงยุน รับบท คิมมินซอก ผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง เป็นอีกตัวละครที่ถือกุญแจสำคัญของการข้ามเวลานี้เช่นเดียวกัน

สิ่งที่ใช้ในการเชื่อมโยงตัวละคร ฮันแทจู จากในยุค 2018 กับ 1988 นั้นคือคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ตัวฆาตกรจะทาเล็บสีแดงให้กับเหยื่อทุกคนที่ถูกเขาฆ่า ระหว่างพยายามตามล่าผู้ต้องสงสัยในคดีนี้นี่เองที่ทำให้ฮันแทจูได้รับบาดเจ็บสาหัสจนย้อนเวลากลับไปในยุค 1988 และกลับกลายเป็นว่ามีคดีแบบเดียวกันเกิดขึ้นในยุค 1988 ตรงพื้นที่ที่เขามาร่วมงานเช่นเดียวกัน เครื่องหมายคำถามจึงเกิดขึ้นประมาณ 100 คำถามในสมองว่าตกลงทั้งหมดมันคืออะไรกันแน่??

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และผู้คนกำลังนั่ง
ซีนที่ ฮันแทจู ถูกทำร้ายจนเป็นเหตุให้ย้อนเวลากลับไป

มีหลายจุดที่ทำให้นึกถึงซีรีส์อีกเรื่องที่คลับคล้ายคลับคลากันนั่นก็คือ Tunnel ละครดังอีกเรื่องของ OCN ทั้งการข้ามช่วงเวลาในระหว่างการตามล่าคนร้ายซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องราว, การไปแก้ไขคดีต่างๆเพื่อทำให้ได้กลับไปในช่วงเวลาเดิมของตัวเอง และ การใช้ทักษะจากยุคเวลาของตนเองมาแก้ไขคดีในอีกยุคซึ่งต้องมีการปรับตัวและเข้าหากันกับคนในทีมให้จงได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วก็ถือว่าเป็นคนละเรื่องอยู่ดี รสชาติความสนุก, กลิ่นอายการเล่าเรื่อง รวมถึงภาพและโทนสีก็แตกต่างกัน ซึ่งใน Life on Mars ถือว่าทำการบ้านในยุค 1988 และให้ภาพโทนสีเก่าๆทำให้ได้ความรู้สึกยุคนั้นได้อย่างสมบูรณ์รวมถึงการหยิบยกเหตุการณ์สำคัญในยุคนั้นอาทิเช่น การจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1988 ในกรุงโซลและการซ้อมเตรียมตัวหากเกิดภัยสงครามจากความขัดแย้งทางการเมืองกับเกาหลีเหนือ ตามปกติของซีรีส์เกาหลีที่ความสนุกก็มีแผ่วลงบ้างบางช่วงแต่โดยส่วนใหญ่แล้วเพลิดเพลินใจตลอดรอดฝั่ง คอละครแนวนี้ไม่ผิดหวังแน่นอน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ tunnel korean drama
Tunnel บอกเล่าเรื่องราวตำรวจมือเก่งจากยุคอดีตที่ข้ามเวลามาในปัจจุบันระหว่างตามล่าหาตัวคนร้าย ออกอากาศในปี 2017 ทาง OCN

” ความขัดแย้งในใจคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุด “

คำพูดของ คังดงชอล ในตอนที่ 4

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ผู้คนกำลังนั่ง
ตัวละครหลัก 3 คน คังดงชอล – ฮันแทจู – ยุนนายอง

ทางด้านของทีมนักแสดงที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เรื่องราวมีความสนุกสนาน ไม้เด็ดของเรื่องนี้คงหนีไม่พ้น พัคซองอุง ในเรื่องรับบทเป็น คังดงชอล เป็นมือเก๋าประจำสถานีตำรวจ แต่นอกเรื่องเขาคือหนึ่งในความคุณภาพของวงการบันเทิงเกาหลีใต้เลยก็ว่าได้ ฝีมือยังดีงามเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะบทบู๊ทำได้สมจริงจนแอบสงสัยไม่ได้ว่านั่นเฮียตบเตะจริงเลยรึเปล่า กลัวคู่กรณีบาดเจ็บจริงน่ะค่ะ 555 และ จองคยองโฮ ก็ยังคงเสน่ห์ของทักษะเฉพาะตัวในการแสดงได้เหมือนเดิมถึงแม้เรื่องนี้บทจะเคร่งขรึมก็ตามเพราะตัวละครนี้เรื่องเครียดเยอะจริงๆ แต่ในส่วนของ โกอาซอง กับบทตำรวจสาวคนเดียวในทีมและในเรื่อง ต้องยอมรับเลยว่าไม่เคยได้ชมงานแสดงของเธอมาก่อน พอได้ลองชมก็ถือได้ว่าเธอเป็นนักแสดงที่เล่นได้ดีและมีคุณภาพอยู่สูงเลยทีเดียว

ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ตัวละคร อียงกิ และ โจนัมซิก ลูกน้อง 2 แสบประจำทีมนี้ที่สร้างสีสันให้กับละครได้เป็นอย่างดีอีกเช่นเดียวกัน

” สมองของมนุษย์มีความทรงจำแค่ 5% ส่วนที่เหลือถูกเก็บไว้ในจิตใต้สำนึก มันเป็นกลไกการป้องกันตัวเองของมนุษย์จากความทรงจำไม่ดี เพราะฉะนั้นอย่าไปจำทุกอย่างเลย บางความทรงจำลืมมันไปเสีย ดีกว่าจะจดจำมันได้ “

คำพูดของ ยุนนายอง ในตอนที่ 8

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง และข้อความ
ตัวละคร ยุนนายอง ตำรวจสาวที่ต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่าผู้ชายเพราะสภาวะสังคมในยุคสมัยที่ผู้ชายยังคงกดผู้หญิงว่าเป็นช้างเท้าหลัง

ประเด็นหนึ่งที่ได้มาจากในละครคือเรื่องของสภาวะความเป็นเพศหญิงในยุคสมัยก่อนซึ่งจากในเรื่อง ยุนนายอง นางเอกและตำรวจสาวคนเดียวในทีม งานที่เธอมักจะได้รับมอบหมายส่วนใหญ่จะเป็นพวกงานเอกสาร, ชงกาแฟ, ทำความสะอาด หรือว่าง่ายๆพวกงานจับฉ่ายที่ผู้ชายไม่ทำก็โยนมาให้เธอหมด หลังจากที่ ฮันแทจู เข้าร่วมทีม ด้วยความที่มาจากโลกปัจจุบันที่ไม่มีการแบ่งแยกเพศหรือชนชั้นแล้ว เขาจึงปฏิบัติกับเธอดั่งเช่นเพื่อนร่วมงานปกติคนหนึ่งซึ่งนั่นทำให้เธอประทับใจในตัวเขามาก ในขณะเดียวกันตัว ยุนนายอง เองเป็นคนที่ชื่นชอบการทำงานตำรวจเป็นอย่างมาก เธอจึงจดรายละเอียดทุกอย่างและเมื่อได้รับมอบหมายงานใดเธอจะได้ข้อมูลมาอย่างครบถ้วน ซึ่งนั่นเป็นผลจากการที่เธอทำงานมากกว่าคนอื่นๆในทีม และในเวลาต่อมาผู้กองคังดงชอลที่ชอบใช้เธอชงกาแฟ ก็เริ่มมองเห็นเธอมากขึ้น และเธอไม่ได้เป็นแค่เสมียนอีกต่อไป … เรียนรู้จาก ยุนนายอง ในการจะทำให้คนยอมรับด้วยการ “ทำ” มากกว่าการ “พูด” นะคะ ^^

ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน, สถานที่กลางแจ้ง และข้อความ
จองคยองโฮ และ จอนฮเยบิน รับบท จองซอฮยอน แฟนเก่าและอัยการของฮันแทจูในเวลาปัจจุบัน

“ เวลาทำกุกพับ (ก๋วยเตี๋ยวในซุปหมูของเกาหลี) เราจะใส่สมุนไพรลงไป เพื่อกำจัดกลิ่นคาวแต่มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะกลิ่นคาวมันมาจากเนื้อด้านใน แต่ถ้าเราเลือกเนื้อสดและล้างเลือดให้หมดก่อนปรุง ก็จะไม่มีปัญหานี้เลย เหมือนกันกับถ้ามีปัญหา ก็ต้องหาสาเหตุของปัญหาให้เจอเสียก่อน ถึงจะแก้ปัญหานั้นได้ “

คำพูดของพนักงานในร้านอาหารที่อินซองโฮเต็ลสอนฮันแทจูในตอนที่ 8

ในภาพอาจจะมี 6 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน และชุดสูท
ทีมนักแสดงถ่ายรูปกับผู้กำกับ อีจองฮโย ในงานแถลงข่าวเปิดตัวละคร

เสน่ห์อีกอย่างของเรื่องราวการข้ามเวลาแบบนี้คือทำให้ผู้ชมได้มองเห็นจุดแข็งและจุดด้อยของสิ่งต่างๆในแต่ละช่วงเวลา สำหรับ ฮันแทจู จากในปี 2018 ที่มีทั้งกล้องวงจรปิด มีทั้งการตรวจ DNA มีเทคโนโลยีทันสมัยมากมายที่พร้อมจะให้พิสูจน์หลักฐาน แต่หาความจริงใจกันในสังคมแทบจะไม่มี เมื่อต้องไปอยู่ในยุคที่มันยังไม่เทคโนโลยีเหล่านี้ หากอยากจะได้ข้อมูลอะไรซักอย่างสิ่งที่ทำได้คือการใช้สัญชาติญาณและการหาข้อมูลจากชาวบ้านในละแวกนั้นด้วยการเรียกรวมตัวกันแบบธรรมดาๆ แต่ความรักความจริงใจมันมีอยู่เต็มไปหมด บทสรุปของคำถามมากมายกับการแก้ไขคดีต่างๆในแบบที่ไม่คุ้นเคย พร้อมกับมิตรภาพจากเพื่อนร่วมงานที่ได้มาในแบบที่ไม่คิดว่าน่าจะมี แล้ว ฮันแทจู จะกลับไปในโลกปัจจุบันได้หรือไม่ …. บทสรุปที่ต้องรอพิสูจน์ด้วยตาของคุณเอง !!

สามารถอ่านเรื่องย่อและรายละเอียดตัวละครตามลิงก์ด้านล่างนี้

เรื่องย่อซีรีส์ : Life on Mars (2018)


ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com

Sources (1)(2)(3)
Photo Credit (1)(2)

Advertisements