รีวิวภาพยนตร์ The Vanished (2018) | ศพหายลึกลับจากห้องดับจิต

เมื่อศพสาวใหญ่เศรษฐีนีไฮโซหายลึกลับจากห้องดับจิต ตำรวจเพ่งเล็งสามีหนุ่มที่แอบนอกใจว่าฆ่าภรรยา วางแผนซ่อนศพเพื่อมิให้ชันสูตร แต่สอบไปสอบมา เขากลับยืนยันว่าภรรยายังมีชีวิตอยู่ เพราะอะไร ตำรวจจะเชื่อหรือไม่ ศพถูกขโมย หรือ ศพจะลุกขึ้นเดินหนีไปเองได้ !!!

1540

 

Advertisement

The Vanished เป็นภาพยนตร์แนวทริลเลอร์บนเรื่องราวของอาชญากรรมปริศนา รีเมคจาก The Body ซึ่งเป็นภาพยนตร์ของสเปนเมื่อปี 2012 และยังมีอีกหลายประเทศนำไปรีเมคด้วยเช่นกัน ใครชอบหนังแนวสืบสวนตำรวจจับผู้ร้ายที่ไม่ใช่แอคชั่นไล่ล่า แต่เป็นจิตวิทยาไล่ต้อน บทที่มีชั้นเชิงลีลา มีปริศนาให้คาดเดา มีปมให้คิดวิเคราะห์ตาม มีเซอร์ไพรส์หักมุมชวนอึ้ง ทึ่งในความแยบยล ต้องบอกว่า เรื่องนี้ใช่เลย

เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในคืนหนึ่ง ที่ NFS หรือสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เกิดไฟดับๆติดๆผิดปกติจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องออกตรวจ และพบว่า ศพหญิงสาวชื่อ ยุนซอลฮี อันตรธานไปจากตู้แช่ในห้องดับจิต ด้วยบรรยากาศหลอนๆและเงาลางๆที่เห็น พาจิตสับสนว่ามีผู้บุกรุก หรือ ผีออกมาจากตู้เอง แต่ยังไม่ทันได้ข้อสรุป เขาก็โดนฟาดสลบไปโดยไม่เห็นว่าเป็นฝีมือใคร

ทีมตำรวจรุดเข้าตรวจสอบทันที นำทีมโดย อูจองซิก (รับบทโดย คิมซังคยอง) จากรูปการณ์เชื่อว่าน่าจะเป็นการขโมยศพ แต่ใครมันจะขโมยศพหละ แล้วขโมยไปทำอะไรรึ

ยุนซอลฮี (รับบทโดย คิมฮีแอ) คือ ทายาทของกลุ่มธุรกิจใหญ่ วัย 45 ปี มีตำแหน่งเป็นประธานบริษัทบารอนฟาร์มาซี สามีหนุ่มวัยเพียงสามสิบกว่าๆ คือ ศจ.พัคจินฮัน (รับบทโดย คิมคังอู) ทำงานให้บริษัทเดียวกัน เป็นคู่แต่งงานที่ดังฮือฮาน่าอิจฉามาก แต่ตอนนี้เธอคือศพที่กำลังเตรียมเข้าสู่พิธีฌาปนกิจศพในค่ำคืนนี้ สาเหตุการเสียชีวิตที่ตรวจระบุไว้คือ กล้ามเนื้อหัวใจตาย

อูจองซิกให้โทรเรียก ศจ.พัคจินฮันมาสอบปากคำด่วน ในขณะที่พัคจินฮันกำลังนัวเนียอยู่กับชู้เอ๊าะๆ ฮเยจิน (ฮันจีอัน) ซึ่งอดีตเป็นนักศึกษาในคลาสสอนของเขา เขาจึงรีบเดินทางไปสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ทันที

ก่อนเขาจะถูกสอบปากคำ หนังจะเล่าย้อนให้ผู้ชมได้เห็นเบื้องหลังชีวิตคู่ของพัคจินฮันกับยุนซอลฮี ไม่ได้สวยหรูน่าอิจฉาอย่างที่เห็นภาพภายนอกหรอก สามีหนุ่มหล่อมีดีกรีศาตราจารย์เหมาะไว้ประดับบารมีของยุนซอลฮี เธอชุบเลี้ยงปรนเปรอสามีด้วยเงินให้อยู่ใต้บงการทุกการกระทำทุกความคิด กดดันจนทำให้เขากระดิกกระเดี้ยไม่ได้ ระอาจนแทบหลังชนฝา เมื่อสบโอกาสเขาจึงลักลอบมีชู้ซะเลย

หลังจากเขาพบว่ามียา TH-16 พัฒนาขึ้นใหม่ในแล็บบริษัท มีฤทธิ์รุนแรงทำให้เป็นอัมพาตตายได้อย่างไร้ร่องรอย หลังกินเข้าไป 8 ชม. เขาจึงวางยาเธอ และเสแสร้งเสียใจในงานศพ

กลับมาที่เหตุการณ์ ณ NFS พัคจินฮันถูกกักตัวไว้สอบปากคำทันที เพราะหมอชันสูตรให้ความเห็นว่ามีโอกาสเป็นไปได้ที่จะตรวจสาเหตุการตายผิดพลาด แม้จะเพียงแค่ 1% อูจองซิกก็ไม่ยอมปล่อยไปแน่นอน พร้อมตั้งข้อสันนิษฐานเป็นการฆาตกรรม ศพซึ่งเป็นหลักฐานถูกลักขโมยไป ป้องกันการรื้อฟื้นชันสูตรใหม่ และคนที่น่าสงสัยอันดับแรก คือ สามี เพราะอูจองซิกจับเบาะแสจากเศษสติ๊กเกอร์หน้ารถของพัคจินฮันที่ถูกขูดทิ้งก่อนเข้ามาให้ปากคำ มีความเป็นไปได้ว่าพัคจินฮันอาจแอบมีชู้ ได้มูลเหตุจูงใจละ

จากจุดนี้ไป หนังจะปล่อยลีลาให้ผู้ชมต้องตามติดๆ ลุ้นตื่นเต้น และลุ้นคำตอบที่ค่อยๆเผยกันไปเรื่อยๆ  หนังผูกสถานการณ์ให้พัคจินฮันที่พยายามเตรียมตัวมารับมือตำรวจอย่างดี แต่ก็ยังต้องตกอยู่ในสภาพเหมือนหนูติดจั่น ถูกอูจองซิกไล่ต้อนจนสติแตก ทั้งจากความกดดันของตำรวจจนตัวเองหลุดพิรุธเอง และจากเหตุแปลกๆที่ไม่รู้ที่มาที่ไปแต่เหมือนถูกจัดฉากมายั่วให้พัคจินฮันกระอักกระอ่วน ร้อนรน นั่งไม่ติดเก้าอี้ เช่น

บังเอิญให้เขาเห็นกล่องใส่ยา TH-16 วางไว้จนต้องรีบเก็บซ่อน แต่มิวายถูกอูจองซิกจับได้ กลายเป็นหลักฐานเบาะแสชิ้นใหม่ให้นำไปตรวจพิษ

บังเอิญให้เขาเจอการ์ดเชิญอีเวนท์ที่ส่งมาจากยุนซอลฮี วันงานคือ 27 เมษายน มันคือวันที่มีความหมายบางอย่างกับเขา

บังเอิญให้เขาได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังในถุงศพ พอหยิบมาดูก็เป็นชื่อยุนซอลฮีโทรมา แต่โทรกลับก็ติดต่อไม่ได้ ได้แต่ข้อความกลับมาว่า ให้ไปเจอกันที่สถานที่นัดซึ่งรู้กันลับๆระหว่างเขากับเธอ ลงวันที่ 27 เมษายน 2007  และนี่คือสิ่งที่ตอกย้ำได้ดีที่สุดว่า เป็นฝีมือยุนซอลฮีแน่นอน เพราะมีแต่ยุนซอลฮีคนเดียวเท่านั้นที่รู้ความลับของ ‘27 เมษายน’

เมื่อพัคจินฮันเชื่อว่ายุนซอลฮียังไม่ตาย เพราะอาจรู้วิธีใช้ยาแก้พิษ จึงฟันธงว่ากับดักจัดฉากทั้งหมดนี่คือแผนแก้แค้นของยุนซอลอีที่คงรู้ความลับว่าเขานอกใจและวางยาเธอแล้ว พาไปสู่ความวิตกกังวลรุนแรงในความปลอดภัยของฮเยจินและลูกในท้องของเขา

ทางเดียวที่จะจบปัญหานี้ได้ ก็คือต้องรีบไปตามนัด หวังจัดการเรื่องราวให้ได้ก่อนตำรวจจะสืบเจออะไรไปมากกว่านี้

ส่วนด้านตำรวจอูจองซิก เมื่อสถานการณ์ชี้ชัดขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้การสืบค้นหาร่องรอยการสูญหายของศพเป็นไปอย่างรีบเร่งและเอาจริงเอาจัง เบาะแสสำคัญสุดตอนนี้ คือต้องสะกดรอยตามพัคจินฮัน คาดหวังว่าปลายทางน่าจะเจอจุดซ่อนศพ

ต้องตามไปดูค่ะว่าความจริงของคดีจะถูกคลี่คลายได้หรือไม่ เรื่องราวเป็นไปตามที่พัคจินฮันและอูจองซิกคิดหรือไม่  และพัคจินฮันจะยอมจำนนต่อความผิดอย่างไร

เป็นชั่วโมงกว่าๆที่จะถูกตรึงไว้อย่างเพลิดเพลินค่ะ ข้างหนึ่งก็อยากลุ้นให้ตำรวจจับคนผิดให้ได้ หลักฐานใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่อีกข้างหนึ่งก็อยากลุ้นเอาใจช่วยให้พัคจินฮันหลุดพ้นกับดักชวนสติแตก มีความแอบเห็นใจนิดๆกับการถูกกดดันเป็นเบี้ยล่างเมีย ถึงทำชั่วด้วยความจำเป็น ก็ยังต้องจัดว่าผิดอยู่ดี ผิดแล้วก็รับๆไปให้จบเถอะ จะทรมานถูกไล่ต้อนซะหมดท่าไปไย 555

แต่ประเด็นที่ยังคาใจต้องตามหาคำตอบ คือ ศพไปไหน ตายจริงไหม จึงต้องตามกันไปให้สุด สุดทางผู้ชมอาจได้ตบเข่าฉาดอุทานว่าหนังมันส์สะใจกว่าที่คิด หรือใครที่เก็บเบาะแสระหว่างทางได้เก่งและอ่านใจคนเขียนบทได้ทะลุ ก็อาจเดาเรื่องได้ถูกบ้างก็ได้นะ แล้วค่อยลงคะแนนว่าจะสะใจหรือสงสารพัคจินฮันดี ก็ว่าไปตามแต่อัธยาศัยค่ะ

Trailer :

Advertisements