จากเด็กหนุ่มที่คว้าอันดับ 1 ในการออดิชันของ JYP Entertainment สู่การเดบิวต์เป็นศิลปินดูโอ้ JJ Project และสมาชิก GOT7 จนมาถึงวันที่ ‘พัคจินยอง’ กำลังเป็นที่จับตาอีกครั้งในฐานะนักแสดงนำจากซีรีส์ 100 Days of Deception ที่เขาประกบคู่กับ คิมยูจอง แต่กว่าจินยองจะมีผลงานหลากหลายบทบาท พร้อมรางวัลจากเวทีสำคัญอย่างวันนี้ เขาผ่านประสบการณ์อะไรมาบ้าง คอซีรีส์จะพาทุกคนไปทำความรู้จักเขาให้มากขึ้นผ่านบทความ SPOTLIGHT นี้กันค่ะ
พัคจินยอง (Park Jin Young / 박진영) เกิดวันที่ 22 กันยายน 1994 ที่เมืองชางวอน ประเทศเกาหลีใต้ เขาเข้าร่วมการออดิชันแบบเปิดของ JYP Entertainment ในปี 2009 และคว้าอันดับ 1 ร่วมกับ อิมแจบอม หรือ เจบี ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เข้ามาเป็นเด็กฝึก และเริ่มต้นเส้นทางในวงการไปด้วยกัน

แม้หลายคนจะรู้จักจินยองจากการเป็นไอดอล แต่ผลงานแรกที่พาเขาปรากฏตัวต่อหน้าผู้ชมกลับเป็นซีรีส์ Dream High 2 (2012) ซึ่ง จินยอง รับบทเป็น จองอึยบง เด็กหนุ่มที่มีความสามารถด้านการเต้น เขาได้ร่วมแสดงกับเจบีในเรื่องราวของเหล่านักเรียนผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นศิลปิน ก่อนที่ความฝันนั้นจะกลายเป็นอีกก้าวสำคัญในชีวิตจริง เมื่อทั้งคู่ได้เดบิวต์เป็นดูโอ้ JJ Project พร้อมเพลง Bounce ในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน โดยจินยองใช้ชื่อในวงการว่า Jr. ในช่วงแรกของการทำกิจกรรม

หลังร่วมงานกันอีกครั้งในซีรีส์ When a Man Loves (2013) จินยองและเจบีก็ได้เริ่มต้นอีกเส้นทางศิลปินในฐานะสมาชิก GOT7 เมื่อปี 2014 ร่วมกับ มาร์ค แจ็คสัน ยองแจ แบมแบม และยูคยอม ด้วยมินิอัลบั้ม Got it? พร้อมเพลงไตเติล Girls Girls Girls และค่อย ๆ สร้างฐานแฟนเพลงไปทั่วโลกผ่านผลงานเพลงที่หลากหลาย โดยเพลง If You Do ได้พาวงคว้าถ้วยรายการเพลงเป็นครั้งแรกจากรายการ The Show เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2015 ก่อนจะมีผลงานที่ได้รับการตอบรับบนชาร์ตต่างประเทศที่นำไปสู่การเดินสายเวิลด์ทัวร์ท่ามกลางความรักและแรงสนับสนุนจากอากาเซ่ทั่วโลก และยังมีผลงานยูนิต JJ Project ออกมาให้แฟน ๆ ได้ติดตามต่อเนื่องด้วย


นอกจากงานด้านเพลงแล้ว จินยองยังคงเดินหน้าสั่งสมประสบการณ์ด้านการแสดงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2015 เข้าได้ร่วมแสดงในผลงาน This Is My Love (2015) หรือ My Love Eun Dong กับบทบาท พัคฮยอนซูในวัยรุ่น ถ่ายทอดจุดเริ่มต้นของความรักที่ตัวละครจดจำไปตลอดชีวิต ทั้งความหุนหันของเด็กหนุ่มและความอ่อนโยนเมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่รัก ก่อนจะมารับบทเป็น ฮอจุนแจช่วงวัยรุ่น ใน The Legend of the Blue Sea (2016–2017) ซึ่งเปิดโอกาสให้เขาถ่ายทอดความโดดเดี่ยวและความเจ็บปวดจากปัญหาครอบครัว แม้เป็นบทในช่วงย้อนอดีต แต่ก็มีส่วนช่วยให้ผู้ชมเข้าใจตัวละครหลักเมื่อเติบโตขึ้น


จินยองยังได้ลองขยับความท้าทายมาสู่บทบาทที่เข้มข้นขึ้นผ่านภาพยนตร์ A Stray Goat (2017) ซึ่งเขารับบทเป็น มินชิก เด็กหนุ่มที่ย้ายมาอยู่ในเมืองเล็กและเข้าไปเกี่ยวข้องกับหญิงสาวที่ถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน บรรยากาศหม่นหมองของเรื่องพาเขาออกจากภาพสดใสบนเวที มาสู่การถ่ายทอดความอึดอัด ความลังเล และการตัดสินใจของวัยรุ่นที่ส่งผลต่อชีวิตคนอื่น เป็นอีกผลงานที่เผยให้เห็นความสนใจของเขาต่องานแสดงอย่างจริงจัง

เมื่อมาถึงปี 2019 จินยองได้รับโอกาสให้ได้เป็นนักแสดงนำครั้งแรกในซีรีส์ He Is Psychometric โดย จินยอง รับบทเป็น อีอัน ชายหนุ่มที่สามารถอ่านความทรงจำผ่านการสัมผัส ภายใต้บุคลิกขี้เล่นของอีอันกลับมีบาดแผลจากอดีตที่เขาต้องเผชิญ ทำให้บทนี้มีทั้งฉากชวนยิ้ม ความรัก แอ็กชัน และช่วงเวลาที่ต้องถ่ายทอดความเจ็บปวด จินยองจึงได้แสดงอารมณ์หลากหลายตลอดเรื่อง พร้อมคว้ารางวัล Favourite Korean Drama Male Character จากงาน StarHub Night of Stars 2019 ที่ประเทศสิงคโปร์ด้วย

หาก He Is Psychometric ทำให้ผู้ชมได้รู้จักความทะเล้นของเขาแล้ว When My Love Blooms (2020) ก็พาจินยองกลับมาสู่บรรยากาศรักแรกอีกครั้ง โดย จินยอง รับบทเป็น ฮันแจฮยอนในวัยหนุ่ม นักศึกษาที่เชื่อมั่นในอุดมการณ์และร่วมเคลื่อนไหวทางการเมือง ก่อนพบรักกับหญิงสาวที่รับบทโดย จอนโซนี ความอบอุ่นของเรื่องราวในวัยเรียนยิ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงระยะห่างจากชีวิตในวัยกลางคน ซึ่งตัวละครเดียวกันนี้แสดงโดย ยูจีแท และในปีเดียวกัน จินยองยังได้รับรางวัลมากมายทั้ง Potential Award สาขานักแสดง และ Popularity Award สาขานักแสดง จากงาน Asia Artist Awards 2020

เมื่อสัญญาของสมาชิก GOT7 กับ JYP Entertainment สิ้นสุดลงในเดือนมกราคม 2021 ทั้ง 7 คนเลือกแยกย้ายไปเริ่มต้นเส้นทางกับต้นสังกัดใหม่ แต่ยังคงทำกิจกรรมร่วมกันในนาม GOT7 โดยสมาชิกได้เผยจดหมายถึงแฟน ๆ เพื่อบอกเล่าการเริ่มต้นครั้งนี้ ก่อนกลับมาปล่อยมินิอัลบั้ม GOT7 พร้อมเพลงไตเติล NANANA ในปี 2022 และมีผลงาน WINTER HEPTAGON ตามมาในปี 2025 เป็นการเดินหน้าทั้งงานเดี่ยวและงานวง แม้จะอยู่ต่างต้นสังกัดกันแล้วก็ตาม

สำหรับจินยอง เขาตัดสินใจร่วมงานกับ BH Entertainment เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2021 และเดินหน้ารับงานแสดงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผูกพันกับงานเพลงยังคงอยู่เช่นเดิม ในบทสัมภาษณ์กับ Marie Claire ปี 2022 จินยองเล่าว่า เขายังฝึกซ้อมร้องและเต้นด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และการไม่ได้ทำสิ่งที่ทำมานานกว่าสิบปีกลับเป็นเรื่องยากสำหรับเขา ซึ่งบทสัมภาษณ์นี้เป็นมุมมองที่ช่วยอธิบายว่าทำไมเขาจึงยังรักษาทั้งสองเส้นทางเอาไว้ แม้ตารางงานแสดงจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ความผูกพันนั้นยังถ่ายทอดผ่านผลงานเพลงที่จินยองทยอยปล่อยให้แฟน ๆ ได้ติดตาม เริ่มจากดิจิทัลซิงเกิล DIVE ในเดือนกรกฎาคม 2021 ที่เขามีส่วนร่วมเขียนและแต่งเพื่อมอบเป็นของขวัญให้แฟน ๆ ก่อนก้าวมาสู่มินิอัลบั้มโซโล่ชุดแรก Chapter 0: WITH พร้อมเพลงไตเติล Cotton Candy ในเดือนมกราคม 2023 และคัมแบ็กอีกครั้งด้วยมินิอัลบั้มชุดที่ 2 Said & Done พร้อมเพลงไตเติล EVERLOVE เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2026 ทำให้ตลอดเส้นทางการเติบโตในฐานะนักแสดง แฟน ๆ ยังคงได้พบกับจินยองในฐานะศิลปินที่พวกเขาคุ้นเคยด้วยเช่นกัน
หนึ่งในผลงานสำคัญของปี 2021 คือ The Devil Judge ซึ่ง จินยอง รับบทเป็น คิมกาอน ผู้พิพากษาหนุ่มที่ต้องเผชิญหน้ากับวิธีตัดสินคดีของ คังโยฮัน ซึ่งรับบทโดย จีซอง จากคนที่เชื่อมั่นในหลักความยุติธรรม กาอนต้องตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองเห็นและคนที่อยู่ตรงหน้า บทบาทนี้จึงเต็มไปด้วยความขัดแย้งภายใน ทั้งความระแวง ความเชื่อใจ และความโกรธที่พร้อมจะสั่นคลอนการตัดสินใจของเขา

แม้ช่วงเวลที่อยู่ในวง GOT7 ในฐานะพี่คนรองของวงและมักจะถูกมอบตำแหน่ง ‘ออมม่า’ ของน้อง ๆ ให้ แต่ในสายงานแสดงแล้วจินยองยังคงเป็นน้องชายที่มุ่งมั่นของพี่ ๆ นักแสดงคนอื่นอยู่เสมอ จีซองยังกล่าวถึงจินยองในงานแถลงข่าวซีรีส์ว่า เขาเป็นคนที่มีวุฒิภาวะและความรับผิดชอบ คิดเกี่ยวกับตัวละครอย่างละเอียด และสามารถพาฉากไปในทิศทางที่ทั้งคู่ตั้งใจไว้ พร้อมชื่นชมความเคารพที่เขามีต่อผู้กำกับและนักแสดงรุ่นพี่ ขณะที่จินยองเล่าว่า การร่วมงานครั้งนี้ทำให้เขาได้เรียนรู้จากจีซองอย่างมาก โดยเฉพาะการตั้งใจฟังและรับส่งกับคู่แสดง ซึ่งสำคัญต่อบทกาอนที่มักตอบสนองต่อสิ่งที่คังโยฮันทำ

หลังจากนั้น จินยอง ได้รับโอกาสสำคัญอีกครั้งกับการเป็นส่วนหนึ่งของผลงานยอดนิยมอย่าง Yumi’s Cells (2021) และ Yumi’s Cells 2 (2022) กับบทบาท ยูบาบี ชายหนุ่มสุภาพและใส่ใจที่เข้ามาในชีวิตของยูมี ซึ่งรับบทโดย คิมโกอึน ความน่าจดจำของบทนี้อยู่ในรายละเอียดเล็ก ๆ ของคนรัก ทั้งคำพูด สายตา และการดูแลกัน ก่อนที่ความลังเลและความไม่สมบูรณ์แบบของตัวละครจะค่อย ๆ ปรากฏให้เห็น จินยองจึงต้องถ่ายทอดทั้งด้านที่ทำให้ผู้ชมหวั่นไหว และด้านที่ทำให้เข้าใจว่าความสัมพันธ์ไม่ได้ดำเนินไปตามความรู้สึกของคนเพียงคนเดียว

สำหรับตัวจินยองเอง เขาไม่ได้มองว่าต้องทำให้ผู้ชมชื่นชอบตัวละครอยู่เสมอ ในบทสัมภาษณ์กับ ELLE ปี 2022 เขาอธิบายถึงการรับบทยูบาบีว่า แม้ตัวละครอาจทำให้ถูกวิจารณ์ แต่ก็เป็นความสนุกอย่างหนึ่งของการแสดง และเขาเลือกยึดบทเป็นหลักมากกว่าพยายามแสดงให้ดูดี มุมมองนี้สอดคล้องกับผลงานหลังจากนั้นที่เขาเริ่มรับบทซึ่งมีข้อบกพร่องและด้านมืดมากขึ้น

ปี 2022 ยังเป็นช่วงที่เขามีผลงานหลากหลาย ทั้งภาพยนตร์แอ็กชันสายลับ Yaksha: Ruthless Operations และบทรับเชิญใน Reborn Rich ซึ่ง จินยอง รับบทเป็น ชินคยองมิน เพื่อนร่วมงานของตัวละครที่รับบทโดย ซงจุงกิ แม้ปรากฏตัวเพียงช่วงสั้น ๆ แต่กลับเกี่ยวข้องกับจุดเปลี่ยนสำคัญของตอนแรก โดยจินยองเคยเล่าว่า เขาพยายามทำความเข้าใจชินคยองมินในฐานะคนที่ปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อม เพื่อให้การกระทำของตัวละครมีที่มาที่ไป


แต่ผลงานที่พาจินยองไปถึงอีกก้าวสำคัญคือภาพยนตร์ Christmas Carol (2022) ซึ่ง จินยอง รับบทเป็น จูอิลอู และ จูวอลอู ฝาแฝดที่มีบุคลิกแตกต่างกัน หลังวอลอูเสียชีวิต อิลอูตัดสินใจเข้าไปในสถานพินิจเพื่อแก้แค้น เขาต้องถ่ายทอดทั้งความเปราะบางของวอลอูและความโกรธแค้นของอิลอูให้แยกจากกันอย่างชัดเจน รวมถึงรับมือกับฉากรุนแรงและอารมณ์หนักของเรื่อง ระหว่างเตรียมตัว จินยองยังได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวที่มีความพิการด้านพัฒนาการ เพื่อทำความเข้าใจความรู้สึกและประสบการณ์ของตัวละครให้มากขึ้น

ผลงานเรื่องนี้ทำให้จินยองได้รับรางวัล นักแสดงชายหน้าใหม่ยอดเยี่ยม สาขาภาพยนตร์ จากงาน 59th Baeksang Arts Awards ปี 2023 พร้อมรางวัล นักแสดงชายยอดนิยม ในเวทีเดียวกัน ก่อนคว้ารางวัล นักแสดงชายหน้าใหม่ยอดเยี่ยม จาก 43rd Korean Association of Film Critics Awards อีกหนึ่งเวที เป็นความสำเร็จที่สร้างความประทับใจก่อนที่เขาจะตัดสินใจเข้ารับราชการทหาร และเสร็จสิ้นภารกิจในเดือนพฤศจิกายน 2024

หลังปลดประจำการ คอซีรีส์ได้พบจินยองอีกครั้งผ่านผลงาน The Witch (2025) ผลงานที่ถ่ายทำไว้ก่อนเข้ากรม โดย จินยอง รับบทเป็น อีดงจิน นักวิเคราะห์ข้อมูลที่ต้องการพิสูจน์ว่าหญิงสาวที่เขารักไม่ได้เป็นแม่มดอย่างที่ผู้คนกล่าวหา เสน่ห์ของบทนี้อยู่ที่การใช้เหตุผลควบคู่กับความรู้สึก ดงจินค่อย ๆ รวบรวมข้อมูลและยอมเสี่ยงเพื่อหาคำตอบให้เธอ ความโรแมนติกจึงเกิดขึ้นผ่านความพยายามและการลงมือทำ ขณะที่ผู้กำกับ คิมแทกยุน เคยกล่าวชื่นชมพัฒนาการด้านการแสดงของจินยองที่ช่วยให้เขาถ่ายทอดตัวละครนี้ได้อย่างเข้าถึง

จากนั้นจินยองก็ได้สร้างความประทับใจให้คอซีรีส์อีกครั้งกับผลงาน Our Unwritten Seoul (2025) โดย จินยอง รับบทเป็น อีโฮซู ทนายความผู้เป็นรักแรกของหญิงสาวที่รับบทโดย พัคโบยอง แม้ภายนอกจะดูสุขุมและจัดการชีวิตได้ดี แต่โฮซูกลับมีบาดแผลและปัญหาการได้ยินที่ต้องเผชิญ ความอบอุ่นของตัวละครจึงมาพร้อมความเปราะบางที่เขาไม่ได้เปิดเผยกับทุกคน บทนี้เปิดโอกาสให้จินยองสื่ออารมณ์ผ่านความเงียบและท่าทีเล็ก ๆ ขณะที่ความสัมพันธ์กับพัคโบยองก็ค่อย ๆ พาผู้ชมเข้าใจคนสองคนที่เรียนรู้จะดูแลกัน พร้อมรับมือกับปัญหาของตัวเอง

ในปีเดียวกัน จินยองยังพลิกบทบาทมารับบทตัวร้ายในภาพยนตร์ Hi-Five (2025) โดย จินยอง รับบทเป็น ยองชุน ผู้นำลัทธิที่ได้รับพลังดูดกลืนความเยาว์วัยหลังการปลูกถ่ายอวัยวะ และกลายเป็นศัตรูของเหล่าตัวละครหลัก ความท้าทายของบทนี้ยังอยู่ที่การทำให้ผู้ชมเชื่อว่าเขากับนักแสดงอาวุโส ชินกู เป็นคนคนเดียวกัน จินยองจึงศึกษาทั้งวิธีพูด การเดิน และท่านั่งของชินกู แล้วนำมาใช้กับตัวละครในร่างหนุ่ม เผยด้านอันตรายที่ต่างจากภาพชายหนุ่มอบอุ่นในผลงานโรแมนติกอย่างชัดเจน ผลงานนี้ยังทำให้เขาได้รับรางวัล Popular Star Award จากงาน 46th Blue Dragon Film Awards ปี 2025 ด้วย

เมื่อเข้าสู่ปี 2026 จินยองกลับมาถ่ายทอดเรื่องราวรักแรกใน Still Shining ร่วมกับ คิมมินจู โดย จินยอง รับบทเป็น ยอนแทซอ พนักงานขับรถไฟใต้ดินที่ใช้ชีวิตอยู่กับความเป็นจริง และยังเก็บความทรงจำเกี่ยวกับคนรักในอดีตเอาไว้ และในเดือนตุลาคม จินยองกลับมาเปล่งประกายอีกครั้งผ่าน 100 Days of Deception (2026) ซีรีส์โรแมนติกสายลับจาก tvN ที่เขาประกบคู่ คิมยูจอง ภายใต้การกำกับของ ยูอินชิก จาก Extraordinary Attorney Woo และซีรีส์ Dr. Romantic ครั้งนี้ จินยอง รับบทเป็น คิมแทอุง หรือ ซาโตะ ฮิเดโอะ ล่ามชาวเกาหลีผู้เป็นบุตรบุญธรรมของข้าราชการระดับสูงชาวญี่ปุ่น

ภายใต้ภาพลักษณ์สุขุมและความสามารถด้านภาษา คิมแทอุงเป็นตัวละครที่ชวนให้ผู้ชมสงสัยว่าเขากำลังคิดอะไร และมีสิ่งใดซ่อนอยู่เบื้องหลังการใช้ชีวิตในชื่อญี่ปุ่น ยิ่งเมื่อได้พบกับ อีกากยอง นักล้วงกระเป๋าที่แฝงตัวเข้ามาเป็นล่ามฝึกหัด ซึ่งรับบทโดย คิมยูจอง การพูดคุยของทั้งคู่ก็มีทั้งการลองเชิง จับพิรุธ และความรู้สึกที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น จนทำให้ผู้ชมอยากรู้จักเขามากขึ้นในทุก ๆ ตอน และผลงานเรื่องล่าสุดนี้เองก็ทำให้ชื่อของนักแสดงพัคจินยองถูกค้นพบมากยิ่งขึ้น

จากเด็กหนุ่มที่เริ่มต้นด้วยความฝันอยากเป็นศิลปิน จินยองใช้เวลาหลายปีเรียนรู้และพิสูจน์ตัวเองในฐานะนักแสดง ผ่านทั้งบทสมทบ ตัวละครวัยเยาว์ ตัวร้าย และบทนำที่ต้องแบกรับเรื่องราวไว้ตลอดทั้งเรื่อง เขาค่อย ๆ สะสมประสบการณ์จากทุกโอกาส และยังเลือกท้าทายตัวเองด้วยบทบาทที่แตกต่างออกไปเสมอ จนวันนี้ชื่อของ พัคจินยอง มีทั้งผลงานและรางวัลที่บอกเล่าถึงความตั้งใจตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ขณะที่ทุกตัวละครใหม่ก็ยังเปิดโอกาสให้คอซีรีส์ได้ค้นพบอีกด้านของเขา และเฝ้ารอติดตามการแสดงครั้งต่อไปอยู่เสมอ
ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่
Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Instagram : instagram.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Tiktok : tiktok.com/@Korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries
ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ

