ถือว่าเปิดตัวได้อย่างน่าติดตาม สำหรับซีรีส์เรื่องใหม่จากช่อง OCN เรื่อง “TRAIN” ซีรีส์แนวระทึกขวัญ สืบสวนสอบสวน ที่หยิบเอาแนวคิดเรื่อง “โลกคู่ขนาน” มาใช้ในการเดินเรื่อง แต่ก่อนที่เราจะไปอ่านข้อมูลสรุปภาพรวมของ EP1 และ EP2 ที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นเรื่อง เรามาปูพื้นฐานเพื่อให้เข้าใจเรื่องราวในภาพรวมก่อนที่จะไปดูซีรีส์เรื่องนี้กันนะครับ

โดยปกติแล้ว ซีรีส์แนวโลกคู่ขนาน นักแสดง 1 คน จะต้องรับบทบาทเป็นตัวละคร 2 ตัว ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งสองตัวละครนั้น มีบุคลิกลักษณะ และนิสัยใจคอที่แตกต่างกัน เรื่องราวของ TRAIN เริ่มต้นขึ้น โดยย้อนกลับไปเล่าถึงปมหลังในอดีตของ 2 ตัวละครหลัก ซอโดวอน (รับบทโดย ยุนชียุน) และ ฮันซอคยอง (รับบทโดย คยองซูจิน) ทั้งสองคนประสบกับชะตากรรมสูญเสียพ่อไปตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้ทั้งโดวอน และ ซอคยอง มีความผูกพันกันเป็นพิเศษนับตั้งแต่นั้นมา

แต่ปริศนาอย่างหนึ่ง ที่ติดอยู่ในใจของ ซอคยอง มานาน คือ ฆาตกรที่สังหารพ่อของเธออย่างโหดเหี้ยมในคืนนั้นทำไมถึงไม่มีใครจับมาลงโทษได้เลย ในขณะที่ โดวอน รู้สึกผิดต่อซอคยองตลอดมา เพราะเขาพบหลักฐานที่ชี้ชัดว่า “พ่อของเขาคือฆาตกร” ตั้งแต่วันที่เขารับของส่วนตัวของพ่อเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว นี่คือคดีฆาตกรรมที่เป็นจุดเริ่มต้นของปมปริศนาในเรื่อง TRAIN และอาจมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิด “โลกคู่ขนาน” ในเรื่องด้วย

การวางบทของ TRAIN ใน EP1-2 ถือว่าทำได้ดีและทำให้เราลุ้นไปกับตัวละครได้ตลอดทั้งเส้นเรื่อง
เพราะมีทั้งพาร์ทสืบสวนสอบสวน และดราม่าความสัมพันธ์ระหว่าง โดวอน และ ซอคยอง และอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การดูซีรีส์เรื่องนี้ยังไม่สับสนมาก เพราะ EP1-2 ยังไม่มีเรื่องร่างแฝดหรือโลกคู่ขนานเข้ามาเกี่ยวข้องมากนัก เป็นการปูทางให้ผู้ชมค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และปล่อยข้อมูลออกมาเป็นระยะ ๆ เพื่อให้ความลุ้นระทึกของเรื่องเข้มข้นยิ่งขึ้น

ต่อไปนี้ คือ ภาพรวมที่เกิดขึ้นใน EP1 และ 2 ครับ

*บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของเรื่อง*

สามารถรับชมซับไทยถูกลิขสิทธิ์ซีรีส์ Train ได้ที่ VIU <คลิก>

คืนฆาตกรรม

เนื่องจากเรื่องราวทั้งหมดของ TRAIN เริ่มต้นขึ้น วันที่ 8 เมษายน 2008 คืนเกิดเหตุคดีฆาตกรรมพ่อของซอคยอง และเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ เราจึงได้เห็นอดีตอันเจ็บปวดของทั้งโดวอน และซอคยองไปพร้อมกัน ซึ่งบทเลือกจะใส่สร้อยคอที่ถูกใช้ในการฆาตกรรมพ่อของ ซอคยอง ให้โดวอนเป็นคนเจอเองตั้งแต่แรก ตรงนี้ทำให้เกิดปมในใจของโดวอน ที่ติดตัวมาตั้งแต่เริ่มเรื่อง เพราะความสัมพันธ์ที่ โดวอน มีต่อซอคยอง เป็นความรู้สึกที่ผสมกันระหว่างความรู้สึกรัก และความรู้สึกผิดในใจ ความลับเรื่องที่พ่อของตัวเองคือฆาตกร เป็นสิ่งที่ โดวอน เลือกจะปิดบังมาตลอด ซึ่งความรู้สึกแบบนี้ไม่ดีต่อความสัมพันธ์เอามาก ๆ เพราะยิ่งปิดมากเท่าไหร่ โดวอนจะยิ่งเกลียดตัวเองที่เป็นคนหลอกลวงมากกว่าเดิม

Birth of a Beauty ดูย้อนหลังได้ที่ Viu คลิก!
 

สถานีรถไฟมูคยอง

สถานที่สำคัญที่จะเป็นตัวเดินเรื่องในซีรีส์ TRAIN คือ สถานีรถไฟร้างที่ปิดทำการไปแล้วชื่อ ‘สถานีมูคยอง’ ตามข้อมูลที่ซีรีส์ให้มา สถานีรถไฟนี้ถูกประกาศหยุดให้บริการมาตั้งแต่ วันที่ 3 พฤษภาคม 2015 แต่ใครจะรู้ว่าการไล่ล่ากันระหว่างโดวอน กับพัคแทยอง จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบค้นกระเป๋าบรรจุศพปริศนา และโครงกระดูกที่ไม่สามารถระบุได้ว่าตัวตนก่อนหน้านั้นคือใคร เรารู้เพียงแค่ว่าศพที่พบนั้น ตายด้วยวิธีการเดียวกัน คือถูกรัดคอให้ขาดอากาศหายใจ แล้วใช้ของแข็งตีลงไปซ้ำ ๆ จนตาย คำถามที่น่าสนใจ คือ นาฬิกาในสถานีที่บอกเวลา 21.35 น. มีความเกี่ยวพันอย่างไรกับการข้ามมายังอีกมิติของขบวนรถไฟปริศนา และ ร่างแฝดของโดวอน

อีซองอุค

นี่คือตัวละครที่รู้จักกับโดวอน และซอคยองมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ต่างกันแค่ตอนนั้นอีซองอุค เกือบจะข่มขืน ซอคยอง โชคยังดีที่โดวอนเข้ามาเจอและช่วยไว้ได้ทัน และเหตุการณ์นั้นเองเป็นจุดเริ่มต้นที่ ซอคยอง ย้ายมาอยู่กับ โดวอนนับตั้งแต่นั้นมา แต่ถ้าเราตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบัน ตัวละครอีซองอุค กลับกลายเป็นคนไร้ความสามารถเพราะอุบัติเหตุและมีอาการคลุ้มคลั่งเมื่อเห็นอะไรตาย ต้องเอาไปฝังไว้อาการถึงจะสลบลง ซึ่งอาการแบบนี้แหละ ที่ทำให้ตำรวจพบรอยนิ้วมือของเขาอยู่บนกระเป๋าจริง ๆ ใน EP หน้า ถ้าอีซองอุค ไม่ใช่ตัวละครที่แค่มาเสริมในเรื่องแล้วหายไป เราน่าจะได้เห็นอดีตของตัวละครนี้มากขึ้น

ความจริงที่ถูกเปิดเผย

อย่างที่ได้กล่าวไว้เบื้องต้นแล้ว ว่าความจริง เป็นสิ่งที่ทำให้ โดวอน เกลียดตัวเองเขาไม่สามารถทนเห็น ซอคยอง ฆ่าคนบริสุทธิ์ได้ ดังนั้น สิ่งที่เขาต้องทำ คือ  “พูดความจริง” ความจริงที่เขารู้เรื่องนี้มานานแล้ว แต่เลือกจะไม่เปิดเผยให้คนอื่นรู้ ซึ่งความลับนี้ มีแค่หัวหน้าแผนกที่เคยเป็นสายสืบในคดีของเขาเท่านั้นที่รู้ แต่ยิ่งรู้ ซอคยอง ยิ่งไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยิน แต่ความต้องการที่จะสืบหาความจริง ก็ทำให้ชีวิตของเธอตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน ในฉากนี้เราได้เห็นความสัมพันธ์ที่ย้อนกลับไปยังวันวานที่ซอคยอง และโดวอน ยังคงอยู่ด้วยกัน จะเห็นว่าทั้งคู่ต่างเป็นห่วงซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะโดวอน ที่คอยดูแล ซอคยอง เป็นอย่างดี จุดนี้ถือเป็น Backstory ที่ช่วยเสริมให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองตัวละครดูมีมิติมากขึ้น

อีจียอง เหยื่อรายที่ 5

อีจียอง หญิงสาววัย 26 ปี ถูกพบเป็นศพที่ 5 ใกล้สถานีมูคยอง เธอมีญาติเพียงคนเดียวคือ คุณยาย ที่ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม แต่อยู่ดีๆในช่วงท้าย อีจียอง ที่ยังไม่ตายกลับเป็นคนที่เดินเข้ามาพบกับ โดวอน นี่คือตัวละครแรกที่มีร่างแฝดเป็นของตัวเอง และน่าจะเป็นปริศนาชิ้นแรก ซึ่งจะทำให้ โดวอน ต้องสืบหาความจริง และสิ่งที่เกิดขึ้นในสถานีมูคยอง ชุดข้อมูลนี้ ทำให้เราพอจะมองเห็นภาพรวมแล้วว่า ศพที่พบนั้น คือเหยื่อจากโลกคู่ขนานที่ถูกนำมาทำลายหลักฐานอีกโลก เพราะศพของ อีจียองที่พบ มีทั้ง DNA และลายนิ้วมือที่ตรงกันกับ อีจียอง ในโลกนี้ คำถามที่ตามมา คือ การฆาตกรรมที่เกิดขึ้น มีจุดประสงค์เพื่ออะไรกันแน่ และความสำคัญของเหยื่อแต่ละคนมีผลยังไงต่อการเดินเรื่องราวในซีรีส์

เมื่อทุกอย่างสายเกินไป

ประเด็นนี้ต่อเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่ โดวอน เปิดเผยความจริงให้ ซอคยอง รับรู้ เพราะตัวของ โดวอน ไม่อาจทนเก็บความลับได้ต่อไปอีกแล้ว และไม่ได้หวังให้ ซอคยอง เข้าใจเขาด้วย แต่ว่าในขณะเดียวกัน การที่ ซอคยอง รู้ความจริง กลับยิ่งเป็นการผลักให้เธอไปค้นหาคำตอบมากขึ้นจนนำไปสู่เหตุการณ์เลวร้ายที่สถานีมูคยอง ในช่วงท้ายของ EP2 ซึ่งฉากนี้ทิ้งท้ายไว้ได้อย่างน่าติดตามด้วยขบวนรถไฟที่ร่างแฝดของ โดวอน ก้าวลงมาจากขบวน หรือแท้จริงแล้ว ตัวตนของโดวอนในอีกโลก จะเป็นเหมือนกับ “ด้านมืด” ที่เขาในโลกนี้ปิดบังเอาไว้อยู่ข้างใน การแสดงของ ยุนซียุน ที่รับบท 2 ตัวละคร ทำให้เราเห็นความแตกต่างของตัวละครจาก 2 โลก ในซีรีส์เรื่อง TRAIN ได้แล้ว ทั้งที่ยังไม่มีบทพูดสักประโยคเดียว

สามารถรับชมซับไทยถูกลิขสิทธิ์ซีรีส์ Train ได้ที่ VIU <คลิก>

ติดตาม RECAP และบทวิเคราะห์เรื่อง TRAIN ได้ทุกสัปดาห์ที่ Korseries หรือถ้าหากใครอยากอ่าน RECAP และบทวิเคราะห์แบบเจาะลึกเฉพาะตอน สามารถติดตามนักเขียน ได้ที่แฟนเพจ Nottchakun

ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries