เมื่อหนุ่มๆชาวแก๊งที่เรียกตัวเองเป็น ‘ไอ้โง่งม’ ออกตามสานฝันที่ค้างคาในวัยเยาว์ด้วยกัน
ดันกลายเป็นทริปต่างแดนที่สุดเหวอสุดฮา และการเดินทางของมิตรภาพอันสุดซึ้งใจ

The First Ride หรือในชื่อไทยว่า ‘ทริปแรก ทริปรั่ว ทัวร์ไทยแลนด์’ เป็นผลงานของผู้กำกับนัมแทจุง หนึ่งในผู้ที่พิสูจน์มาแล้วว่าทำคอมเมดี้ได้ถึง เช่น Love Reset (2023), Homme Fatale (2019), The Last Ride (2016) ดังนั้น สามารถวางใจในบทและจังหวะมุกฮาที่เสิร์ฟได้เลยค่ะ
เรื่องราวเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวละครหลัก ที่เล่าสนุกๆจากมุมของ อันยอนมิน (รับบทโดย ชาอึนอู) จากที่เขาคลอดก่อนกำหนด ทำให้เขาตัวเล็ก จึงเกิดความคิดด้อยและแปลกแยกจากเด็กอื่นๆ ทว่า ตอนหกขวบ ความโดดเดี่ยวของเขาก็หายไปเมื่อจู่ๆมีเด็กแปลกสามคนเข้ามาเสนอตัวเป็นเพื่อน ยอนมินคิดว่าเพราะทุกคนล้วนเป็นคนโง่งั่งเหมือนเขา จึงไปกันได้ ทั้งๆที่คาแรคเตอร์ประหลาดๆของแต่ละคนช่างต่างกันสุดขั้ว พวกเขาได้กลายเป็นเพื่อนรั่วๆบื้อๆ แอคทีมเป็นดาร์ตาญังกับสามทหารเสือ ตัวติดหนึบกันจนโต

เพื่อนทั้งสาม คือ จองแทจอง (รับบทโดย คังฮานึล) ผู้หมกมุ่นความเป็นเลิศจนกลายเป็นเด็กนักเรียนหัวกะทิ ต่างจากเพื่อนซี้ที่เหลือซึ่งเรียนได้กากกันหมด คเยกึมบก (รับบทโดย คังยองซอก) เป็นลูกของแม่ชีเจ้าอาวาสวัดพุทธ ซึ่งถูกคาดหวังให้เติบโตในสายธรรม แต่ความสามารถเฉพาะตัวคือการหลับได้โดยไม่ปิดเปลือกตา เป็นวิธี ‘นิพพาน’ เฉพาะของเขา! โกโดจิน (รับบทโดย คิมยองควัง) หุ่นสูงยาว เป็นกัปตันทีมบาส แต่ต้องเลิกเพราะบาดเจ็บ ชีวิตกำลังเคว้ง ส่วนความหน้าตาดีของยอนมิน ทำให้เขาป๊อบในหมู่สาวๆ ไม่ว่าจะเด็กยันป้าๆยายๆ ยอนมินมีฝันอยากเป็นดีเจ และชักชวนโดจินสำเร็จ



ช่วงที่พวกเขาจบชั้นมัธยม ยอนมินกำลังจะตามครอบครัวย้ายไปอยู่นิวซีแลนด์ถาวร แทจองเลยขอรางวัลเรียนดีจากพ่อแม่ ให้พวกเขาทั้งสี่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันสักครั้ง โดยหวังจะไปร่วมงานเวิร์ลทัวร์ของดีเจซุปตาร์ระดับโลกที่เมืองไทย แต่แล้ว ความบื้ออลวนอลเวงจนทำให้พวกเขาตกรสบัสไปสนามบิน จึงได้แต่สัญญากันว่า’คราวหน้า’ค่อยไปละกัน…..แล้วเวลาสิบปีก็ล่วงผ่านไป

ตัดภาพไปที่วัยผู้ใหญ่ซึ่งทุกคนแยกย้ายกันใช้ชีวิต แทจองทำงานเป็นผู้ช่วย สส.อย่างง่วน กึมบกแอบเป็นช่างสักแทตทู แม่เลยเคือง จับโกนหัวเตรียมบวช ส่วนโดจินกลายเป็นคนไข้รักษาอาการป่วยจิตฝันสลาย เข้าๆออกๆโรงพยาบาลมาตลอดสิบปี
ในวันที่โดจินได้ออกจาก รพ.และก่อนที่กึมบกจะต้องเข้าสู่สถานะพระโดยสมบูรณ์ แผนการเดินทางสานฝันจึงถูกนำกลับมาอีกครั้ง นั่นคือ ทริปงานเทศกาลดนตรีที่ประเทศไทยช่วงสงกรานต์ ซึ่งจะเป็นงานก่อนอำลาวงการของดีเจดังคนนั้น


การเดินทางที่จะเผชิญเรื่องเกินคาดฝันของพวกเขาทั้งสี่จึงเริ่มต้นขึ้น ที่ว่า 4 นั้น เพราะ โดจินพายอนมินซึ่งเป็นหมอนข้างขนาดเท่าคนจริงร่วมเดินทางไปด้วย 555 แต่เอาจริง ถ้าจะนับว่าเป็น 4 คนจริงๆ ก็เพราะมี จินอ๊กชิม (รับบทโดย ฮันซอนฮวา) แอบตามไปด้วย เธอผู้นี้วอแวจะยึดตำแหน่งแฟนของแทจองให้ได้มาตั้งแต่เด็ก แม้ว่าแทจองจะคอยเลี่ยงก็ตาม

เรื่องราวมากมายที่เกิดต่อไปในทริปนี้ จะเป็นความสนุกสนานของผู้ชม ซึ่งอยู่บนความหวานอมขมกลืนอย่างฮาๆของการผจญภัยครั้งใหญ่ของพวกเขาที่ต้องไปติดตามดูกันค่ะ งานถ่ายทำที่ไทยมีทั้งในกรุงเทพและพัทยา
แม้จะเป็นงานคอมเมดี้เกาหลีสูตรกลมกล่อมเฉพาะตัว คือหัวเราะนำ น้ำตาตาม แบบที่คุ้นเคยกันมาตลอด ก็ยังสามารถทำออกได้ลีลาสนุก เลี้ยงขำได้ตลอดเรื่อง พ่วงการเรียกน้ำตาได้ดี และตามปิดเกมอย่างฟิลกู้ด หัวใจหลักน่าจะอยู่ที่ฝีมือนักแสดงและบทที่จับจังหวะมุกได้ลงตัว แม้จะกระเดียดไปทางตลก slapstick ซะเยอะซึ่งปกติผู้เขียนไม่ค่อยจะชื่นชอบนัก แต่ก็ยังดูจบเรื่องได้อย่างเพลินๆ เรื่องย่อยง่ายเพราะเล่าตรงไปตรงมา เดินเรื่องไวชวนติดตาม ทั้งพาร์ทปูทางแนะนำตัวละคร และพาร์ทผจญภัยในไทย ซึ่งไม่จืดชืดเรียบไปเพราะมีหยอดหักมุมเซอร์ไพรซ์ด้วย อรรถรสครบจบความสุขและฮีลใจไปด้วยเลย
ทีมนักแสดงหลักเล่นได้เยี่ยมทุกคน สวมบทบาทตัวละครได้เนียนมีเสน่ห์ แค่เห็นรูปลักษณ์ท่าทางก็ชวนอมยิ้มแล้ว พอบทบื้อๆเกรียนๆใส่ปากมีฮาแรงเลย การเกลี่ยบทก็ทำได้ดี แม้แต่บทของชาอึนดูที่อาจเห็นตัวจริงไม่เยอะ แต่ก็รักษาน้ำหนักไว้ได้ดีทีเดียว รวมถึงฮันซอนฮวาที่มาแจมทีหลัง สีสันและความสำคัญของเธอก็ไม่หย่อนเหล่าหนุ่มๆเลย สิ่งที่ผู้เขียนขัดตาขัดใจเล็กๆก็คงมีเพียงเรื่องวัยของนักแสดงในบทช่วงเป็นเด็กมัธยม แต่เอาว่าคิดให้เป็นหนังตลก ก็พอหยวนๆละกัน ส่วนบทสมทบและแขกรับเชิญที่มาร่วมฮาอย่างน่าดูมีทั้ง โกคยูพิล ชเวกวีฮวา และยุนคยองโฮ

สำหรับสาระที่ชวนทิ้งท้ายไว้คิดก็คือ มาใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุดเสมอ วันนี้ทำได้ก็ทำเลยเถอะ อย่า ‘รอไว้คราวหน้า’ เพราะมันอาจผ่านแล้วผ่านเลย เอากลับคืนมาไม่ได้

Trailer :

