k-movies

รีวิวภาพยนตร์ Minari (2020) | เมื่อดอกมินาริไปผลิบาน ณ ต่างแดน

16/01/2021 - warumanu


Minari‘ เป็นภาพยนตร์สัญชาติอเมริกันที่มีความเกาหลีเอี่ยวอยู่ด้วย ทั้งตัวผู้กำกับ อี ไอแซค ชอง ซึ่งเป็นลูกครึ่งเกาหลีอเมริกัน นักแสดงหลักเป็นชาวเกาหลีและอเมริกันเชื้อสายเกาหลี รวมไปถึงพล็อตของครอบครัวคนเกาหลีที่อพยพไปตั้งรกรากที่อเมริกาเมื่อปี 1980 จนคิดอยากสานฝันเป็นเจ้าของฟาร์มเยี่ยงอเมริกันชนยุคนั้น นอกจากนี้ บทภาพยนตร์ยังเขียนขึ้นโดยอิงชีวิตจริงในวัยเด็กของตัวผู้กำกับเองด้วย

เรื่องราวของ ‘Minari‘ ถูกถ่ายทอดในรูปแบบ Slice of Life เรียล ๆ แต่ชวนติดตาม เล่าถึงครอบครัวตระกูลอี ซึ่งได้ตัดสินใจหันหลังให้กับบ้านเกิดเกาหลีในยุควุ่นวายท่ามกลางปัญหาการปกครองของรัฐบาลทหาร ทิ้งชีวิตอยู่ยาก ดาหน้าไปเสี่ยงชะตาลงหลักปักฐานในอีกฟากของโลกที่แตกต่าง นั่นคือ สหรัฐอเมริกา

หัวหน้าครอบครัวตระกูลอี คือ จาค็อบ (รับบทโดย สตีเวน ยอน) ภรรยา คือ โมนิกา (รับบทโดย ฮันเยริ) และลูกสาว แอนนี่ กับ ลูกชาย เดวิด พวกเขาอาศัยอยู่ที่แคลิฟอร์เนียมาก่อน ทำงานขยันขันแข็งในโรงงานคัดแยกเพศลูกเจี๊ยบ แต่จาค็อบมีฝันอยากเป็นเกษตกรเจ้าของฟาร์ม ด้วยเงินเก็บที่มี เขาคงซื้อที่ดินได้เพียงสักแค่ 5 เอเคอร์ (ประมาณ 10 กว่าไร่) แต่ฝันที่ใหญ่กว่านั้น คือการปลูกพืชผักของเกาหลีขายคนเกาหลีอพยพซึ่งอยู่ในเมืองละแวกนั้น เขาจึงเลือกที่จะย้ายออกไปอยู่ไกลเมือง เพื่อครอบครองแปลงที่ดินที่ใหญ่ขึ้น 10 เท่า ซึ่งอยู่ในเขตชนบทของรัฐอาร์คันซอ

นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเผชิญปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะความอึ้งตะลึงในบ้านใหม่ที่ผิดคาดอย่างแรงของโมนิกา เพราะเป็นเพียงตู้คอนเทนเนอร์ติดล้อ ทุ่งกว้างที่ทุกอย่างเริ่มจากศูนย์จริง ๆ ต้องอาศัยเพียงสองมือทำเองหมด เพราะไม่มีเงินมากพอแม้แต่จะจ้างคนหาตาน้ำขุดบ่อ ความเป็นชายขอบที่ห่างเมือง ห่างโรงพยาบาล ทำให้โมนิกาเป็นห่วงเดวิดซึ่งมีปัญหาสุขภาพหัวใจ การที่เธอยังต้องช่วยหาเงิน ออกไปทำงานโรงงาน ไม่มีใครดูแลลูกหรือหาพี่เลี้ยงเด็กได้ ในที่สุดความเครียดที่รุมเร้าก็ก่อให้เกิดปากเสียงกัน และทางออกที่ช่วยให้โมนิกาผ่อนคลาย ช่วยให้สองสามีภรรยามีแรงสู้ชีวิตต่อได้ ก็คือการให้ ยายซุนจา (รับบทโดย ยุนยอจอง) แม่ของโมนิกาย้ายจากเกาหลีมาอยู่ด้วยกันที่นี่

การมาของยายคือ ‘ความสุขของโมนิกา’ แต่คือผิดความคาดหวังในใจของเดวิดอย่างแรง เด็กที่เติบโตมาแบบกึ่งอเมริกัน ชินกับภาษาอังกฤษ แม้ว่าจะเข้าใจภาษาเกาหลีเพราะพ่อแม่ยังสื่อสารด้วยก็ตาม แต่เดวิดก็ยังวาดภาพยายแบบอเมริกัน นุ่งผ้ากันเปื้อน อบขนมทำอาหารให้ คุยเข้าใจภาษาเดียวกัน ซึ่งยายซุนจาของเขาช่างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ยายมาพร้อมกับสมุนไพรรสชาติแย่ ๆ ทำให้เขาถูกแม่บังคับดื่ม ยายให้ของฝากเขาเป็นไพ่โกสต็อปที่ไร้ประโยชน์ในสายเขา เพราะคนสนุกก็คือยาย  แถมยายยังชอบสบถ พูดจาไม่เข้าหู ทำอะไรก็ช่างขัดตาขัดใจเดวิดไปซะหมด … แต่สำหรับยายนั้นรักเอ็นดูเดวิดมาก เธอเลี้ยงเดวิดในสไตล์ของซุนจาและวิถีเกาหลี

source: Unsplash.com

ยายได้นำ ‘เมล็ดพันธุ์ดอกบัตเตอร์คัพ’ หรือที่ภาษาเกาหลีเรียกว่า มินาริ มาจากเกาหลีมาปลูกไว้ที่ริมลำธารด้วย และบอกกับเดวิดว่า มินาริสามารถเติบโตได้เองในทุกที่ แม้ในพื้นที่ป่าว่างเปล่า (เพราะเป็นดอกไม้ป่า ขึ้นง่าย ทนต่อโรคและแมลง แต่มักจะต้องผ่านการผลัดใบครั้งแรกไปได้เสียก่อน จึงจะงอกงามได้ดี) ออกดอกเล็ก ๆ สีเหลืองสวยงาม และยังกินได้ ดีต่อสุขภาพด้วย

ADVERTISEMENT

นี่คือเรื่องจริงที่มาจากชีวิตวัยเด็กของผู้กำกับที่ยายได้นำมินาริมาปลูกในฟาร์มตอนครอบครัวของเขาย้ายมาอยู่อเมริกา และมีเพียงมินาริที่เติบโตได้ดีสุดในหมู่พืชพันธุ์ต่าง ๆ ที่พ่อปลูก ทำให้เขารู้สึกได้ว่า มันสื่อถึงความรักของยายที่นำพามาจากเกาหลีเพื่อครอบครัวของเขา

‘มินาริ’ จึงสื่อสะท้อนความหมายของหนัง  ภาพใหญ่คือการให้กำลังใจคนเกาหลีที่เปรียบเหมือนมินาริซึ่งไปเติบโตอยู่ในสถานที่ยากลำบากได้อย่างอดทน และจะประสบความสำเร็จได้ในสักวันหนึ่ง แม้จะเป็นเพียงดอกไม้ป่าเล็กๆที่ดูไม่สำคัญ แต่ก็มีคุณค่ามากเกินตัว ในแกนภาพย่อยลงมา ‘มินาริ’ ที่สื่อความ coming of age ของเดวิด ความคิดที่เติบโตไปกับความสัมพันธ์ยาย-หลาน รวมไปถึงความสัมพันธ์ของสมาชิกครอบครัวที่มีต่อกัน ในการร่วมฟันฝ่าจุดยากของชีวิต หรือร่วมเส้นทางฝันไปด้วยกัน ไม่ว่ามันจะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน และเมื่อไหร่ก็ตาม

(ตัวดอกบัตเตอร์คัพเอง ก็เป็นสัญลักษณ์ในด้านความมั่นคงมั่งคั่ง คนซื่อ และหมายถึงความร่าเริงแจ่มใสด้วย)

หนังมีความโดดเด่นมากในการเล่าเรื่องเรียล ๆ แทรกกลิ่นอายเอเชียในลีลาหนังตะวันตก ซึ่งมีรายละเอียดที่โดนใจ ‘คนอพยพไปอยู่ต่างแดน’ ที่อาจไม่ใช่แค่คนเกาหลี แต่เป็นชนชาติใด ๆ ก็ตาม ที่ต้องไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต่าง วิถีวัฒนธรรมต่าง ความไม่คุ้นเคย ปากกัดตีนถีบสู้ชีวิต หรืออดทนต่อการถูกเหยียดเชื้อชาติ รวมทั้งโดนใจคนมีฝันให้สู้ แม้จะใหญ่เกินตัวและยังไม่เห็นรูปเห็นร่าง หรือล้มลุกคลุกคลานบ้าง จึงกลายเป็นหนังที่ใคร ๆ ทั่วโลกก็รู้สึกร่วมได้ รวมทั้งเรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งใกล้ตัวของทุกคน อารมณ์จึงไหลลื่นตามไปอย่างซาบซึ้งกินใจได้แน่นอน

ความสนุกในการตามดูคู่ยายหลาน ที่เริ่มจากความต่างขั้ว ไม่เป็นที่ยอมรับ กลับมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นจนทำให้ช่องว่างระหว่างวัยและความคิด ความแตกต่างของการสื่อความจากภาษาและวิถีวัฒนธรรม ค่อย ๆ ลดลง จนเดวิดค่อย ๆ ซึมซับรับซุนจาเป็นยายอย่างเป็นธรรมชาติ

ทรรศนะการใช้ชีวิตที่สอดแทรกมากับบทสนทนาของจาค็อบที่สอนเดวิด เป็นต้นว่า การจะไม่ยอมเป็นลูกเจี๊ยบตัวผู้ที่ถูกคัดกำจัดทิ้ง เพราะไร้ประโยชน์ ออกไข่ไม่ได้ เนื้อก็ไม่อร่อย สังคมเกาหลีที่ชายเป็นใหญ่ เมื่อมาอยู่ในสภาวะนี้ ก็ turn เป็นผู้ชายที่เป็นผู้นำของครอบครัว ซึ่งต้องแข็งแกร่ง เป็นที่พึ่ง นำพาครอบครัวเดินไปข้างหน้าให้ได้  หรือคติการทำงานที่จาค็อบสอนเดวิดว่า จะไม่ยอมจ่ายเงินให้กับสิ่งที่เป็นธรรมชาติให้มา ให้พึ่งพาสมองของเราคิด พึ่งพาสองมือของเราทำเอง สัมผัสได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นในความเป็นพ่อจากฉากเหล่านี้ได้เลย

ความหมายนัยที่มากับเรื่องราวน่ารักๆใสซื่อ เช่น เดวิดที่บอกว่า กลิ่นยายเป็นกลิ่นเกาหลี หรือ กล่องไพ่โกสต็อปที่ยายให้มา หน้าไพ่บนสุด คือว่างๆที่ไม่มีลาย (ผู้เขียนก็เล่นไม่เป็น ไม่รู้ความหมายนะ) สื่อความผิดหวังในความว่างเปล่าได้ดี

ความลงตัวของเนื้อหาหนังที่ถ่ายทอดได้ครบอารมณ์ ผ่านลีลาการแสดงที่เป็นธรรมชาติมากของ ยุนยองจอง สตีเวน ยอน และฮันเยริ ผสมผสานกับงาน cinematography ที่ดีงามสมคุณค่ากัน ภาพสวยด้วยธรรมชาติ มุมมอง การสื่อความ และการวางเพลงประกอบได้น่าฟังเข้าถึงอารมณ์ดีมาก

งานดีขนาดนี้ จึงไม่แปลกใจที่หนังจะไล่กวาดรางวัลมากมายจากหลากหลายเวทีมาเรื่อยๆ ทั้งผู้กำกับ บทหนัง นักแสดง เพลงประกอบ เริ่มต้นฮือฮาด้วยรางวัลจากเทศกาลหนัง Sundance Film Festival แล้วก็ตามมาด้วยอีกหลายเทษกาลที่มีชื่อเสียงและเป็นเวทีของสายนักวิจารณ์ดังๆ จนกลายเป็นตัวเต็งของรายชื่อผู้ท้าชิงออสการ์ปีนี้ ก็รอลุ้นกันดู รายชื่อผู้ท้าชิงจะประกาศ 15 มีนาคมนี้ ก่อนงานประกาศรางวัล 25 เมษายน 2021 ซึ่งปีนี้จัดช้าเพราะสถานการณ์โควิด-19 หลายโพลจากหลายสำนักก็เชียร์เรื่องนี้เป็น Best Picture กันเลยเชียว

ข้อมูลคะแนนของ Minari : IMDb 7.7 (จากผู้โหวต 2,684 ราย) Rotten Tomato 100% (คะแนนเฉลี่ย 8.7/10 จากนักวิจารณ์ 79 ราย ณ วันที่เขียนรีวิว) และ Metacritic 87% 

Trailer :

ติดตามบทความและงานรีวิวอื่นๆของ WARUMANU ได้ที่ https://www.facebook.com/MoviesAllDay.SeriesAllNight/

Read More Articles


Korupdate






เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก