ทุกคนเคยสังเกตไหมคะว่า ปกติแล้วเรื่องเล่าของ กูมิโฮ หรือจิ้งจอกเก้าหาง มักผูกกับความปรารถนาที่อยากจะเป็นมนุษย์ อยากมีหัวใจ อยากมีความรัก หรืออยากมีชีวิตที่ไม่เหงา แต่ซีรีส์เกาหลีเรื่อง No Tail To Tell กลับเลือกเล่าอีกด้านหนึ่งของ กูมิโฮที่กลัวการเป็นมนุษย์ และมองว่า การเป็นมนุษย์นั้นเป็นความเสี่ยงมากกว่าความฝัน
No Tail To Tell เล่าเรื่องราวของ อึนโฮ (รับบทโดย คิมฮเยยุน) กูมิโฮ หรือจิ้งจอกเก้าหาง แห่งยุค Gen Z ที่มีพลังวิญญาณสะสมมายาวนานนับพันปี แต่กลับไม่ปรารถนาจะละทิ้งชีวิตอมตะเพื่อกลายเป็นมนุษย์ และ คังชียอล (รับบทโดย โลมน) เด็กหนุ่มที่ไม่เคยถูกมองว่าเป็นดาวรุ่ง จนสามารถก้าวขึ้นเป็นนักฟุตบอลระดับโลกได้ และกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ที่มีออร่าจับทุกสายตา
กูมิโฮ Gen Z เอาตัวรอดด้วยความไม่สุดโต่ง
จิ้งจอกเก้าหาง อึนโฮ มีกฎของตัวเองที่ชัดเจน เธอเลือกที่จะไม่ทำดีเกินไป เพราะรู้ดีว่าการสะสมความดีที่มากเกิน อาจค่อย ๆ ผลักให้เธอหลุดออกจากความเป็นอมตะ ในขณะเดียวกันเธอก็ไม่ยอมก้าวล้ำไปสู่ความชั่วร้ายอย่างสุดโต่ง เพราะนั่นหมายถึงความเสี่ยงที่พลังวิญญาณของเธอ ซึ่งสะสมมานานนับพันปีอาจพังทลายลงได้ในพริบตา เธอจึงใช้ชีวิตแบบสมดุล และมีตราชั่งไว้คอยบอกสถานะ


นอกจากนี้วิธีเอาตัวรอดของเธอในโลกมนุษย์ คือการให้พรแก่คนรวยและผู้มีอิทธิพล แลกกับเงินจำนวนมหาศาล ไม่ใช่เพราะความโลภ แต่เพราะ อึนโฮ เข้าใจดีว่า ต่อให้มีพลังเหนือธรรมชาติแค่ไหน การใช้ชีวิตในสังคมมนุษย์ก็ยังต้องพึ่งพาเงิน เธอไม่เชื่อในปาฏิหาริย์ฟรี และไม่ยอมให้พลังของตัวเองถูกใช้โดยไร้สิ่งตอบแทน ทุกคำอธิษฐานจึงกลายเป็นธุรกรรมที่ชัดเจน โปร่งใส และควบคุมความเสี่ยงได้
ในแง่นี้ อึนโฮ ทำให้คิดถึงความเป็น กูมิโฮ Gen Z อย่างแท้จริง สิ่งมีชีวิตอมตะที่ไม่วิ่งไล่ตามอุดมคติอันสวยงาม แต่เลือกจะอยู่รอดด้วยความพอดี ไม่ทุ่มสุดตัวให้ความดี และไม่ปล่อยตัวเองให้จมดิ่งกับความชั่ว เธอไม่ได้ปฏิเสธความเป็นมนุษย์เพราะไร้หัวใจ หากแต่เพราะเข้าใจดีว่าการเป็นมนุษย์หมายถึงการสูญเสีย การเจ็บปวด และขีดจำกัดที่ไม่อาจควบคุมได้ สำหรับ อึนโฮ การรักษาสมดุลของตัวเองไว้ คือการปกป้องอิสรภาพที่เธอสั่งสมมาทั้งชีวิต จนกลายเป็นการเอาตัวรอดที่ฉลาดที่สุดในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน
เมื่อกูมิโฮที่ไม่อยากเป็นมนุษย์ กลายเป็นมนุษย์
เพราะแบบนั้นการเป็นมนุษย์ จึงไม่เคยอยู่ในลิสต์ความปรารถนาของ อึนโฮ เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามคือเธอหลีกเลี่ยงมันมาตลอด เพราะรู้ดีว่าการเป็นมนุษย์หมายถึงการสูญเสียพลัง แต่เมื่อโชคชะตาเล่นตลก ทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์แบบไม่ทันตั้งตัว ต้องสูญเสียพลังและลูกแก้ว รวมถึงความสามารถของจิ้งจอกเก้าหางไป เรื่องราวทั้งหมดเลยเริ่มวุ่นวายขึ้น
ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งในฐานะจิ้งจอกเก้าหาง พลังที่สามารถเสกทุกอย่างได้ดั่งใจ หรือแม้แต่การเคลื่อนย้ายตัวเองข้ามทวีปภายในไม่กี่วินาที ล้วนหายไปในพริบตา เพราะเมื่อ อึนโฮ กลายเป็นมนุษย์ สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือ ร่างกายที่แสนเปราะบาง ความเหนื่อยล้า และความเจ็บปวด ยิ่งรับรู้ความรู้สึกของมนุษย์มากเท่าไร อึนโฮ ก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าการเป็นมนุษย์มีข้อดีตรงไหน เพราะมันพรากความสามารถในการควบคุมชีวิตของเธอไปทีละน้อย

ความรัก สิ่งที่กูมิโฮไม่สามารถหลีกเลี่ยง
แต่เมื่อกลายเป็นมนุษย์แล้ว ความรู้สึกหนึ่งที่ อึนโฮ หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ความรัก การใกล้ชิดกันทำให้เธอเริ่มมีความรู้สึกกับ คังชียอล เป็นผลลัพธ์จากการใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์เป็นครั้งแรก การมีใครสักคนคอยห่วงใย โดยไม่หวังผลตอบแทน และไม่มองเธอเป็นเพียงจิ้งจอกเก้าหางผู้ให้พร หรือสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ เป็นประสบการณ์ที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน ความห่วงใยของ คังชียอล จึงค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาอย่างเงียบงัน จนแม้แต่ อึนโฮ เองก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เธอเริ่มตอบสนองด้วยความรู้สึกแบบเดียวกัน เริ่มมีความรู้สึกเป็นห่วง ในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ในมุมของผู้เขียน บางทีซีรีส์เรื่องนี้อาจไม่ได้พยายามบอกเราว่า การเป็นมนุษย์นั้นดี หรือไม่ดี แต่กำลังแสดงให้ผู้ชมเห็นว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การมีความรู้สึกห่วงใย และได้รักใครสักคน อาจเป็น สิ่งที่คอยย้ำเตือนถึงการมีอยู่ของเรา ไม่ว่าจะในฐานะมนุษย์ หรือจิ้งจอกเก้าหางก็ตาม
บทความที่เกี่ยวข้อง
No Tail To Tell ตำนานรักวุ่น ๆ ของกูมิโฮ Gen Z กับนักฟุตบอลหนุ่ม คิมฮเยยุน – โลมน โคจรพบกันครั้งแรก
ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่
Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries
ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ

