Mr.Sunshine ซีรีส์ฟอร์มยักษ์แห่งปี กับคาแรคเตอร์ที่ไม่เคยพบในซีรีส์เกาหลีเรื่องไหนมาก่อน

นับเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่หลายๆคนตั้งตารอคอย สำหรับ Mr. Sunshine ซีรีส์แนวประวัติศาสตร์-โรแมนติก-ดราม่า ผลงานชิ้นล่าสุดของทีมผู้สร้างซีรีส์ยอดฮิตทั่วเอเชีย อย่าง Descendants of the Sun และ Goblin ด้วยผลงานที่ผ่านมาของทีมผู้สร้างจึงอาจเป็นเครื่องการันตีคุณภาพได้ในระดับหนึ่ง ทำให้แฟนๆต่างคาดหวังกับผลงานซีรีส์เรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง

Korseries ได้เดินทางไปเข้าร่วมงานแถลงข่าว Mr. Sunshine ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งงานในครั้งนี้ต่างจากซีรีส์เรื่องอื่นๆตรงที่ไม่ได้มีเพียงแค่สื่อในประเทศมาร่วมงานเท่านั้น แต่ยังมีสื่อต่างประเทศมาร่วมงานด้วย เนื่องจากซีรีส์เรื่องนี้ถูกซื้อลิขสิทธิ์ฉายทั่วโลกผ่านสตรีมมิ่ง Netflix โดยจะฉายตอนแรกในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ ในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศส่วนใหญ่ของอาเซียน(รวมประเทศไทย)ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่เกาหลี และจะฉายวันแรกในญี่ปุ่นในวันที่ 8 กรกฎาคม และภูมิภาคอื่นๆ ของโลกในวันที่ 19 กรกฎาคม

Korseries ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ 5 นักแสดงนำ ซึ่งได้แก่ อีบยองฮอน คิมแทริ ยูยอนซอก คิมมินจอง และ บยอนโยฮัน ถึงการร่วมแสดงในโปรเจคซีรีส์ฟอร์มยักษ์เรื่องนี้ มาทำความรู้จักตัวละครแต่ละคนผ่านบทสัมภาษณ์นี้ไปพร้อมๆกัน

อีบยองฮอน

ไม่ได้แสดงละครมานานแล้ว มีเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษไหม?

อีบยองฮอน : จริงๆแล้วผมไม่ได้เตรียมทักษะอะไรเป็นพิเศษนะครับ แต่ว่าบทบาทนี้จะเป็นบทผู้ชายที่หนีออกมาจากประเทศตอนอายุ 9 ขวบ แล้วไปอยู่ที่อเมริกานานถึง 30 ปี ก่อนที่จะกลับมาที่เกาหลีอีกครั้งในฐานะทหารสหรัฐ ผมก็เลยต้องมานั่งนึกอยู่นิดนึงว่าถ้าตัวผมเป็นสายเลือดเกาหลีแต่ต้องทำตัวเหมือนเป็นคนอเมริกา ผมจะมองตัวละครนี้ยังไง ทั้งวิธีการคิด การแสดงออกของตัวละครจะต้องออกมาเป็นยังไง ผมจึงพยายามคิดถึงมุมมองตัวเองแบบที่ไม่ใช่คนเกาหลีดูครับ

ได้มาแสดงละครเรื่องนี้กับคิมแทริเป็นอย่างไรบ้าง?

อีบยองฮอน : จริงๆแล้วในเรื่องผมเคยแสดงกับหลายๆท่านมาบ้างแล้ว แต่สำหรับคุณแทริเป็นครั้งแรกเลย ซึ่งเธอเป็นคนที่เก่งมากครับ เธอเป็นคนที่มีข้อดีในตัวเยอะ เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และยังแสดงออกได้ดีมากด้วย ซึ่งมีช่วงเวลาที่ผมรู้สึกว่านักแสดงคนนี้เก่งมากจริงๆ

มีอะไรจะพูดไหมในฐานะที่เป็นรุ่นพี่โตสุดในเรื่องนี้?

อีบยองฮอน : ผมรู้สึกว่าที่ถ่ายทำมันค่อนข้างไม่เหมือนเดิม (จากที่เคยแสดงละครเมื่อ7ปีที่แล้ว) ครั้งนี้ไม่รู้ว่าตัวเองอายุเยอะขึ้นหรือยังไงนะครับ แต่ทีมงานที่ทำงานด้วยอายุน้อยกันมากๆ ตอนนี้ผมไม่ใช่แค่รุ่นพี่ในบรรดานักแสดงแต่เป็นรุ่นพี่ในบรรดาทีมงานด้วย เมื่อก่อนยังต้องมาคอยสวัสดีคนอื่นอยู่เลย ตอนนี้ก็รู้สึกแปลกๆเพราะมันเปลี่ยนไปแล้ว แต่รุ่นน้องที่เป็นทีมงานก็ไม่ได้ทำตัวเกร็งๆ ก็ทำงานอย่างดี และก็ไฟแรงกันมากๆ บางครั้งทุกคนอยากจะให้ออกมาดีก็อาจจะมี conflict กันบ้าง แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ทุกคนพยายามซัพพอร์ตกันอย่างดีครับ

รู้สึกยังไงบ้างกับสไตล์การเขียนบทของคิมอึนซุกจะออกแนวหวานๆ?

อีบยองฮอน : บางคนอาจจะมองว่าเลี่ยนไป แต่ตัวเธอก็เป็นคนที่สร้างเรื่องออกมาได้โด่งดังมาก มันมีสไตล์ของคุณคิมอึนซุกอยู่แล้ว สำหรับผมก็ค่อนข้างแปลกและไม่ค่อยคุ้นเคยเหมือนกัน บางครั้งผมก็ไม่เข้าใจว่าเธอเขียนแบบนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะสื่อเรื่องอะไร ก็มีบางครั้งที่กังวลว่าสิ่งที่แสดงออกมาเป็นไปตามที่เธอต้องการบ้างไหม แต่มีหลายๆบทตอนที่ผมแสดงก็รู้สึกงงว่าต้องการจะสื่ออะไร แต่พอผ่านไป ตอนนี้ผมก็เข้าใจแล้วว่าเธอต้องการสื่ออะไรแล้วครับ


คิมแทริ

แสดงละครเรื่องแรกก็ได้มารับบทนางเอกเลย รู้สึกอย่างไรบ้าง?

คิมแทริ : ตอนแรกฉันรู้สึกกดดันมากเลยค่ะ มันใหม่สำหรับฉันมาก แถมคนที่ได้มาแสดงด้วยกันคือคุณอีบยองฮอนอีก คุณอีบยองฮอนมีประสบการณ์ในการแสดงมาเยอะมาก ในขณะที่ตัวฉันเองไม่ค่อยมีประสบการณ์เท่าไหร่ แน่นอนว่าก็ต้องมีความรู้สึกกดดันอยู่แล้ว แต่ว่าฉันก็รู้สึกดีและเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมงานกับเขาค่ะ

ต้องมีการเตรียมตัวหรือฝึกฝนอะไรเพิ่มเติมบ้าง?

คิมแทริ : การใช้ปืน การเขียนตัวอักษรโดยใช้พู่กันค่ะ จริงๆแล้วฉันอาจจะไม่ได้ทำมันออกมาดี แต่เวลาออกจอฉันจะต้องแสดงออกมาให้ดูเพอร์เฟกต์ที่สุด ฉันจึงต้องฝึกฝนการใช้สิ่งเหล่านี้ค่ะ


ยูยอนซอก

บทบาทที่แสดงมีส่วนไหนที่ยากและต้องเตรียมตัวบ้าง?

ยูยอนซอก : ตัวผมรับบทเป็นคนที่เย็นชา ไม่สนใจหรือไม่กลัวว่าตัวเองจะต้องตายเมื่อไหร่ ซึ่งยากนิดนึงว่าถ้าจะต้องแสดงเป็นคนเย็นชาจะต้องแสดงออกมายังไง ต้องวางตัวแบบไหน ตัวผมเองยังจะต้องพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วย ซึ่งลำพังการพูดภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียวมันก็ยากอยู่แล้ว แต่การที่จะต้องสื่อความรู้สึกพร้อมๆกับพูดภาษาญี่ปุ่นด้วย มันเลยเป็นอะไรที่ยากกว่าเดิมครับ

เห็นมีต้องใช้ดาบด้วย ต้องฝึกฝนอะไรบ้างไหม?

ยูยอนซอก : จริงๆแล้วผมเคยรับบทที่ใช้มีดมาก่อน แต่การเป็นซามูไรต้องใช้ดาบของคนญี่ปุ่น ซึ่งผมก็พยายามศึกษาด้วยการดูคลิปตามในยูทูปด้วยว่าเขาทำยังไง ดูหนังด้วยว่าเขาแสดงออกมายังไง วิธีการเก็บดาบ ควักดาบออกมา การใช้จะต้องเป็นลักษณะแบบไหนบ้าง จึงต้องศึกษาเกี่ยวกับดาบญี่ปุ่นเยอะเลยครับ

ในเรื่องเป็นคนที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อความรัก แล้วมุมมองความรักในชีวิตจริงเป็นเหมือนในเรื่องหรือเปล่า?

ยูยอนซอก : จริงๆแล้วการที่แสดงบทบาทดงแมมันค่อนข้างยากเพราะว่าตัวดงแมเป็นคนที่จะทำยังไงก็ได้เพื่อให้แอชินมาเป็นคนของเราโดยที่ไม่กลัวอะไรเลย แต่ถ้าพูดถึงในชีวิตจริง เราจะทำแบบนั้นไม่ได้ จะให้ทุกคนเป็นศัตรูหรอ มันก็ไม่ใช่ใช่ไหมครับ ถ้าเรารักใครจริงเราก็จะหาวิธีที่จะโน้มน้าวให้คนอื่นยอมรับในตัวเราหรือคิดแบบเราซะมากกว่าครับ แต่ตัวผมเองก็คิดอยู่เหมือนกันว่าถ้าเป็นผมในสมัยก่อนจะเป็นแบบดงแมได้ไหม แต่มันก็ยากเหมือนกันนะครับ ผมจินตนาการไม่ได้เลยในการที่จะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างมาทำเพื่อผู้หญิงคนเดียวแบบนี้

ปกติทุกคนจะมีภาพจำว่าคุณยูยอนซอกเป็นหนุ่มดอกไม้ หนุ่มโรแมนติกซะมากกว่า ในเรื่องนี้บทบาทที่คุณรับฉีกแนวออกไป จะได้เห็นอะไรใหม่ๆในเรื่องนี้บ้าง?

ยูยอนซอก : วิธีการสื่อความในใจกับวิธีการรักมันค่อนข้างจะแตกต่างกันครับ อย่างบทอื่นๆที่เคยแสดงมาอย่างแนวโรแมนติกที่แฟนๆจะชอบกัน จะเป็นคนรักข้างเดียวที่ดูนุ่มนวลมากกว่า แต่การเป็นดงแมจะเป็นอีกแบบนึงเลย คือรักในวิธีที่ต่างกัน ซึ่งบทของดงแมไม่ได้เป็นคนที่มีฐานันดรที่สูงอะไรฉะนั้นตัวเขาจึงรักอะไรที่ไม่สามารถครอบครองได้อยู่แล้ว ถ้าให้พูดสิ่งที่ใกล้เคียงกันก็คือก่อนหน้านี้เป็นคนที่รักฝ่ายเดียวยังไงเรื่องนี้ก็รักฝ่ายเดียวเหมือนเดิมครับ


คิมมินจอง

ช่วยเล่าคาแรคเตอร์ของคุณให้ฟังหน่อย?

คิมมินจอง : ฉันรับบทเป็นฮินะ ซึ่งฮินะจะเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมาก เป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง มีทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอำนาจ ทั้งๆที่ในยุคนั้นผู้หญิงจะไม่ค่อยมี Power ในสังคมสักเท่าไหร่ ฉะนั้นก็เลยอาจจะเป็นเรื่องยากที่แสดงออกมาค่ะ 

รู้สึกอย่างไรบ้างกับการมารับบทในละครเรื่องนี้?

คิมมินจอง : นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเข้ามาร่วมในซีรีส์หลังจากที่เขาถ่ายทำกันไปแล้ว ฉันจึงเป็นคนสุดท้ายเลยค่ะ ตอนที่ได้รับบทมา พออ่านก็รู้สึกว่าไม่ได้ตื่นเต้นขนาดนี้มานานแล้ว และรู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงดีๆทุกคน และก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มีความแปลกใหม่ เป็นอีกครั้งที่ฉันรู้สึกว่าได้เติบโตขึ้นกว่าเดิมค่ะ

มีอะไรเป็นพิเศษไหมกับบทบาทนี้?

คิมมินจอง : ฉันอยากแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของผู้หญิงค่ะ บทฮินะเป็นคนที่แข็งแกร่งมากๆ อีกอย่างคือเรื่องทรงผม ซึ่งเป็นทรงที่ทำยากมากๆ แต่งตัวฟูๆตั้งแต่หัวจรดเท้าสิ่งนี้ก็จะเป็นอีกจุดที่ทำให้คาแรคเตอร์ฮินะดูโดดเด่นขึ้นมาค่ะ


บยอนโยฮัน

เสน่ห์ของตัวละครที่คุณแสดงคืออะไร?

บยอนโยฮัน : จริงๆแล้วบทที่ได้รับเป็นเพล์บอย ก็จะค่อนข้างอินกับแฟชั่น แฟชั่นของตัวละครจะดูทันสมัยมากกว่าคนอื่น แถมยังมีเงินเยอะ สิ่งที่ทำได้ก็มีหลายอย่างและที่สำคัญคือเขาไม่ได้ใช้อำนาจในทางที่แย่ซึ่งเป็นเสน่ห์ของคาแรคเตอร์นี้ครับ

เรื่องนี้ลุคแตกต่างจากเรื่องก่อนๆมาก ใช้เวลานานไหมในการไว้หนวดและรู้สึกอย่างไรบ้าง?

บยอนโยฮัน : เป็นคำถามที่ยากมากเลยครับ ไม่รู้ว่าจะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องหนวดยังไง 3-4ปี ที่แล้วรับบทไว้หนวดเหมือนกันแต่ตอนนั้นติดหนวดปลอม พอมาไว้เองก็รู้สึกว่าคาแรคเตอร์เปลี่ยนไป พอมีหนวดของตัวเองจริงๆตอนใช้ดาบเหมือนว่าเราเก่งจริงๆเลยครับ (หัวเราะ) ตอนได้บทมาผมอยากจะใช้หนวดนี้ให้ดีที่สุด ตอนนี้หนวดผมรู้สึกเกร็งๆมากเลยเพราะไม่รู้จะตอบยังไง ส่วนตัวตอนเห็นกระจกก็ดูโอเคนะครับ


อะไรทำให้คุณตัดสินใจมาแสดงเรื่องนี้?

อีบยองฮอน : คงไม่มีเหตุผลที่จะไม่ทำอยู่แล้วในเมื่อเป็นงานของผู้กำกับอีอึงบกและนักเขียนบทคิมอึนซุกครับ ในเมื่อมีผลงานที่ดีมาแล้วเลยตัดสินใจรับบทนี้

คิมแทริ : หลักๆเป็นเพราะผู้กำกับอีอึงบกและนักเขียนบทคิมอึนซุกค่ะ เขาทั้งสองได้อธิบายว่าคาแรคเตอร์จะออกมาเป็นแบบไหน บอกฉันว่าไม่เป็นไรไม่ต้องกังวล พวกเขาจะช่วยฉันให้ได้เอง ฉันจึงเชื่อใจทั้งสองท่านจึงตัดสินใจรับบทนี้ค่ะ

ยูยอนซอก : ตัวผมเองชื่นชอบและเป็นแฟนซีรีส์ที่ผู้กำกับอีอึงบกและนักเขียนบทคิมอึนซุกอยู่แล้ว โดยบทในเรื่องจะเป็นคาแรคเตอร์ที่มีความเจ็บปวดเศร้าๆเย็นชา พอเห็นบทนี้รู้สึกว่าท้าทายดีครับ

เคมีของพระนางเป็นยังไงบ้าง รู้สึกว่าอายุของทั้งคู่ที่ต่างกันมีผลหรือเปล่า?

คิมแทริ : ตอนแรกที่รู้ว่าได้แสดงร่วมกับรุ่นพี่อีบยองฮอนก็มีคนมาถามเหมือนกันค่ะ แต่ฉันคิดอีกมุมว่าฉันรู้สึกเป็นเกียรติมาก และกลัวจะทำให้ชื่อเสียงของเขาเสียหายเพราะฉันด้วยซ้ำ คุณอีบยองฮอนเป็นคนสบายๆ ให้คำแนะนำฉันอยู่ตลอด และเป็นคนที่สร้างให้บรรยากาศดูเฮฮา ตอนถ่ายทำก็รู้สึกดีและสบายมากเลยค่ะ

อีบยองฮอน : ถ้าพูดเรื่องเคมี ตอนแสดงด้วยกันก็ตกใจตลอดเลยเพราะว่าเธอเก่งมาก เรื่องวัยอาจจะต่างกัน แต่ว่าในการแสดง ผมคิดว่าไม่ต้องโฟกัสกับตรงนี้เลยครับ ผมไม่คิดว่าคิมแทริจะเป็นนักแสดงใหม่เลย เธอเป็นนักแสดงที่ดีมากและแสดงอารมณ์ออกมาได้ดีมากจริงๆ 


สิ่งที่อยากแสดงออกเรื่องราวความรัก ผ่านละครเรื่องนี้คืออะไร?

อีบยองฮอน : สำหรับเรื่องนี้จะเล่าในยุคมืดของเกาหลีมีทั้งเรื่องการเมือง มีปัญหาระหว่างประเทศมาเกี่ยวข้องด้วย ตัวละครแต่ละคนจะดูเหมือนกึ่งๆนักสู้หน่อยครับ ซึ่งระหว่างเรื่องก็จะมีความสัมพันธ์ที่หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเกลียดกัน รักกัน อธิบายถึงความเจ็บปวดท่ามกลางสถานการณ์การเมือง ซึ่งเป็นการถ่ายทอดผ่านตัวละครจากยุคนั้นให้ผู้ชมในยุคปัจจุบันได้ดูครับ


Mr.Sunshine ต่างจากเรื่องอื่นยังไง?

อีบยองฮอน : เรื่องราวเกิดขึ้น ช่วง 1800ปลายๆ 1900ต้นๆ คิดว่าการพูดถึงเรื่องนี้แตกต่างจากเรื่องอื่นอยู่แล้ว แถมคาแรคเตอร์ของตัวละครหลักเหมือนเป็นคนสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่เคยมีคาแรคเตอร์แบบนี้ในซีรีส์เกาหลีมาก่อน ซึ่งแหวกแนวและน่าดึงดูดมากครับ


ประทับใจฉากไหนมากที่สุด?

อีบยองฮอน : ฉากที่เจอกันครั้งแรกของพระนาง เพราะทั้งคู่ต่างปิดหน้าเห็นเพียงแค่ตาและยกปืนจะจ่อยิงกันอยู่แล้ว เป็นอะไรที่แปลกใหม่และแหวกแนวดีครับ


เรื่องราวของซีรีส์เรื่องนี้เป็นแนวประวัติศาสตร์ ถ้าเป็นในมุมมองคนต่างชาติมาดูเรื่องนี้ เขาจะทำให้คนอินตามได้ยังไง?

อีบยองฮอน : จริงๆแล้วถึงแม้ว่าประวัติศาสตร์จะไม่เหมือนกันแต่สิ่งหลักๆเรื่องความเป็นธรรมทุกประเทศน่าจะมีเหมือนกัน  จริงๆแล้วผู้ชมอาจจะชมด้วยการไม่รู้พื้นฐานอะไรเลย แต่ผมคิดว่าทุกคนน่าจะเข้าใจได้ดี เรื่องความเป็นธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน ผมเชื่อว่าทุกคนจะอินกับซีรีส์เรื่องนี้ได้แม้ว่าจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เกาหลีมาก่อน


คิดว่าแฟนๆจะชอบอะไรในซีรีส์เรื่องนี้?

ยูยอนซอก : ผมคิดว่าหลายๆประเทศในอดีตอาจจะเคยอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศอื่น หรือเคยพบเจออุปสรรคต่างๆมาก่อน สำหรับเรื่องนี้อาจจะมีอะไรที่คล้ายๆกัน ซึ่งในเรื่องก็จะถ่ายทอดตัวละครที่พยายามจะสู้เพื่อที่จะทำเพื่อประเทศชาติของตัวเองซึ่งเป็นคนที่เสียสละชีวิตตัวเองโดยที่คนอาจจะไม่รู้แม้แต่ชื่อของพวกเขาด้วยซ้ำครับ


Mr. Sunshine บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงชินมิยังโย (Shinmiyangyo) หรือการเข้ามาของทหารอเมริกันในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เกี่ยวกับเด็กชายชาวเกาหลีที่เกิดในครอบครัวคนรับใช้ที่หนีไปพร้อมกับเรือรบอเมริกัน และกลับมาประเทศบ้านเกิดอีกครั้งในฐานะนายทหารประจำกองทัพเรือสหรัฐฯ แล้วโชคชะตาก็ทำให้เขาตกหลุมรักลูกสาวของตระกูลสูงศักดิ์ และได้เห็นถึงแผนการร้ายในการปกครองประเทศที่ครั้งหนึ่งเขาเคยหนีจากไป

จะสนุกและน่าติดตามขนาดไหน แฟนๆชาวไทยสามารถรอติดตามชมได้ตอนแรกที่ Netflix 7 กรกฎาคมนี้

ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com