Confession อีกหนึ่งซีรีส์สนุกตื่นเต้น งานดีของปีที่ต้องแนะนำ เป็นแนวสืบสวนอาชญากรรมที่พ่วงคู่มากับท้องเรื่องการพิจารณาคดีในศาล (Courtroom) โดย ผู้กำกับคิมชอลคยู เจ้าของผลงานเรื่องเด่นๆ เช่น Mother (2018) , Chicago Typewriter (2017) , On the Way to Airport (2016) , My Beautiful Bride (2015) , Emergency Couple (2014) ส่วนคนเขียนบท ไม่ปรากฏประวัติ อาจเป็นนักเขียนหน้าใหม่ แต่ได้แจ้งเกิดเลยละงานนี้ เพราะบทแน่น เนื้อหามีเสน่ห์ชวนติดตาม และเมื่อถูกถ่ายทอดเล่าเรื่องด้วยลีลามีสไตล์ของผู้กำกับ ทำให้เรื่องนี้สนุกเร้าใจเกินคาดกว่าเรื่องย่อที่ปล่อยโปรโมตก่อนออกอากาศเสียอีก

ด้วยลักษณะการดำเนินเรื่องที่สร้างปมสืบสวนให้เฉลยหรือเซอร์ไพรซ์ตลอดเวลา เหมือนทยอยตามเก็บจิ๊กซอว์ทีละชิ้นไปต่อให้ได้ภาพใหญ่ท้ายเรื่อง  จึงอาจทำให้บทรีวิวนี้มีบางส่วนพาดพิงสปอยล์เนื้อหา หรือสร้าง hint ให้ผู้อ่านบ้างเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ก็ยังเชื่อว่าเนื้อหารายละเอียดในเรื่องยังมีความสนุก ชวนติดตามอยู่อีกเยอะมากค่ะ

คดีฆาตกรรม 2 คดี ที่ดูเหมือนจะเป็นคดีต่อเนื่อง ด้วยว่าลักษณะการทำร้ายเหยื่อผู้หญิง ปาดคอกรีดร่างด้วยขวดแตก เผาเสื้อผ้าเหมือนกัน และจุดก่อเหตุที่เดียวกันในเขตอึนซอ คดีแรกเกิดเมื่อ 5 ปีที่แล้ว สถานที่ยังเป็นงานก่อสร้าง แต่ 5 ปีให้หลังเป็นอาคารร้างที่รอการทุบทิ้ง ฆาตกรจะใช่ผู้ต้องสงสัยที่ชื่อว่า ฮันจงกู หรือไม่ ในเมื่อเขาถูกจับพร้อมหลักฐานทั้งสองคดี  ต้องไปติดตาม ‘คำสารภาพ’ ของเขา

ภายใต้การสืบคดีและสู้ความกันในศาล จะเป็นจุดเริ่มความสัมพันธ์ของ หนึ่งทนาย และ หนึ่งตำรวจ ตัวเอกของเรื่อง และเป็นจุดตั้งต้นของการขุดคุ้ยเรื่องราวสู่คดีสำคัญเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เพื่อคลี่คลายปมอดีตอันเจ็บปวดของใครต่อใครอีกหลายๆคน

ชเวโดฮยอน (รับบทโดย อีจุนโฮ) เป็นทนายบุคลิกนิ่งสุขุม ภายนอกดูบอบบาง แต่จิตใจมุ่งมั่นจริงจังกับงานจนแทบหารอยยิ้มไม่ได้ จากทนายฝึกหัดในสำนักงานกฎหมายใหญ่ ออกมาทำงานลำพังในสำนักงานเล็กๆของตนเอง เรื่องดีๆในชีวิต คือ สิบปีที่แล้วเขาผ่านการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจ รอดตายมาใช้ชีวิตที่สองเป็นทนายเยี่ยงวันนี้  แต่เรื่องสลดในชีวิตก็มี คือ พ่อเขา จ่าสิบเอกชเวพิลซู (รับบทโดย ชเวกวังอิล) ติดคุกรอโทษประหาร ในคดียิงพันเอกชาซึงฮู หัวหน้าของตัวเองตาย เป็นสิบปีที่พ่อไม่เคยยอมให้เขาได้เข้าเยี่ยมเลยสักครั้งเดียว ทำตัวเหมือนตัดขาดจากกันไปเลย

กีชุนโฮ (รับบทโดย ยูแจมยอง) หัวหน้าทีมตำรวจสืบสวนอาชญากรรมประจำสถานีอึนซอ เป็นคนมีฝีมือ เด็ดขาดจริงจัง กัดไม่ปล่อย (ถึงขั้นมีทีเซอร์ที่ออกมาแซวฉายาเป็น อัลลิเกเตอร์ – alligator 555) ทุกคดีในมือต้องจบที่การได้ตัวผู้กระทำผิด เขามีลูกทีมที่เชื่อมั่นในฝีมือลูกพี่เสมอ

คดีฆาตกรรมแรก เหยื่อคือ ยองเอรัน บนกระเป๋าของเธอพบลายนิ้วมือ ฮันจงกู (รับบทโดย รยูคยองซู) หนุ่มท่าทางเหลือขอ หน้าตาส่อสภาพจิตๆ  นักสืบกีเป็นเจ้าของคดี ทนายชเวเป็นทนายจำเลย และเมื่อฮันจงกูยืนยันว่าเพียงหยิบฉวยเงินไป ทนายชเวจึงหาข้อแย้งสู้ในชั้นศาลจนลูความหลุดคดีฆาตกรรม เหลือโทษแค่คดีลักทรัพย์ ในขณะที่นักสืบกีต้องออกจากงานพร้อมความขัดเคืองใจทนายยิ่ง เพราะเขามั่นใจเต็มร้อยว่า ฮันจงกู คือฆาตกร

คดีฆาตกรรมที่สอง เหยื่อคือ คิมซอนฮี  เกิดขึ้นหลังจากฮันจงกูพ้นโทษออกมาเพียงไม่กี่วัน เขาถูกจับเป็นผู้ต้องสงสัยพร้อมหลักฐานมัดตัวอีกครั้ง และกลับมาเป็นลูกความของทนายชเวอีกครั้ง

ส่วนนักสืบอีที่ไปยึดอาชีพ รปภ.ก็เจียดเวลามาช่วยลูกน้องในคดีนี้ เพราะยังติดใจอยากเอาผิดฮันจงกูให้ได้  แต่ไปๆมาๆ นักสืบอีกลับฟันธงว่า ฮันจงกูมิใช่ฆาตกรคดีคิมซอนฮี  เขาฆ่าเพียงยองเอรันแน่นอน

จากข้อมูลวิเคราะห์โดยศจ.ทางอาชญวิทยาชี้ว่า สองศพนี้ ถ้าไม่ใช่ฆาตกรต่างคน ก็ต้องเกิดพัฒนาการความรุนแรงจากระดับคดีคิมซอนฮีไปคดียองเอรัน  ซึ่งเมื่อกลับตาลปัตรเรื่องไทม์ไลน์เช่นนี้  จึงสันนิษฐานได้ว่า ฆาตกรเป็นคนละคน และตามหลักฐานใหม่จากนักสืบอี เชื่อได้ว่าฮันจงกูคือผู้ฆ่ายองเอรัน

ดังนั้น ถ้าฮันจงกูจะรอดจากคดีที่สอง ก็ต้องกลับไปยอมรับสารภาพผิดในคดีแรก  แต่เขาจะไม่ถูกพิจารณาโทษ เพราะตามหลักกฎหมายสากลว่าด้วย Double Jeopardy คือการห้ามฟ้องคดีอาญาซ้ำซ้อน  (หมายถึงในการกระทำครั้งเดียวกัน เคยตัดสินรับผิดไปแล้ว ก็ไม่นำมาตัดสินอีก แม้จะมีความผิดคนละบทหรือมาตราก็ตาม) ฮันจงกูซึ่งโดนโทษลักทรัพย์ไปในคดียองเอรันแล้ว จึงมิต้องถูกดำเนินคดีซ้ำ แม้ว่าจะ’สารภาพ’ตอนนี้ว่าฆ่ายองเอรันก็ตาม

คำสารภาพของฮันจงกูจึงช่วยให้รอดโทษได้อีกครั้ง  แต่ทว่าคำตัดสินกับความจริง อะไรจะสำคัญกว่ากัน  ถ้าฮันจงกูผิดก็ต้องชดใช้ความผิด ต้องไปตามชมวิธีจัดการของทนายชเวและนักสืบกีกันค่ะ

และตอนนี้ ภารกิจที่สำคัญยิ่งกว่าของคู่หูคู่ใหม่ ก็คือการตามล่าฆาตกรโหดตัวจริงอีกคน ซึ่งฮันจงกูได้อ้างว่าตนเลียนแบบฆาตกรรมคดีที่แขวงชางฮยอนเมื่อสิบปีก่อน  และโดยไม่คาดคิด จำเลยในคดีใหม่ของทนายชเว ซึ่งเป็นพยาบาลที่ประมาททำคนไข้เสียชีวิต พยาบาลโจคยองซอนคนนี้ทำงานในโรงพยาบาลเดียวกับที่ชเวโดฮยอนเคยรักษาตัว ผิวๆก็ดูจะเป็นคดีทั่วไป แต่เมื่อสืบสาวไปมาของทั้งสองเรื่อง กลับพบความเชื่อมโยงกันที่จะเป็นเบาะแสไปหาฆาตกรที่กำลังตามตัวอยู่  รวมทั้งความไม่คาดคิดว่าจะเกี่ยวข้องไปถึงคดีฆาตกรรมที่ร้านอาหารฮวาเยเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งเกี่ยวพันกับทั้งอดีตของทนายชเว และผู้คนรอบตัวเขา แม้ฮันจงกูจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ให้เบาะแสได้ แต่เขาก็ยังอมพะนำต่อไป…พระเอกทั้งคู่ของเราจึงได้โอกาสแสดงความสามารถสืบหากันเอง ให้เราๆได้ลุ้นสนุกกัน 555

เป็นไปตามที่เกริ่นไว้แหละว่า คนเขียนบทเขาจับเอาให้ทุกตัวละครมาผูกร้อยเป็นพวงเดียวกันอย่างเหลือเชื่อ แต่กั๊กไว้ทยอยปล่อยทีละนิดให้สาวกันไปโยงกันมา เบาะแสที่ทยอยได้จึงเป็นจิ๊กซอว์ไปต่อเฉลยเป็นภาพใหญ่ ณ ท้ายเรื่อง

ลำพังคดีที่พันไปมานัวเนียยังไม่พอ ละครยังผูกปมปริศนาให้ทนายชเวมีอาการฝันประหลาดบ่อยครั้งว่าประสบอุบัติเหตุรถชนสาหัส ซึ่งจะต้องตามหาสาเหตุกันต่อไป

มีตัวละครมากหน้าหลายตาที่จะเข้ามีบทบาทในระหว่างการสืบสาวหาความจริง ได้แก่

ฮายูริ (รับบทโดย ชินฮยอนบิน) รู้จักกับทนายชเวที่โรงพยาบาล มิตรภาพสิบปีที่เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นครอบครัว ฮามยองซู พ่อของเธอ และ ชเวโดฮยอน เป็นคนไข้รอรับการปลูกถ่ายหัวใจ เป็นรายที่ 1 และ 2 ตามลำดับ แต่ฮามยองซูเกิดหัวใจล้มเหลวเสียชีวิตไปก่อน ทำให้ชเวโดฮยอนได้คิวต่อชีวิตใหม่ทันท่วงที  ปัจจุบัน ฮายูริเพิ่งออกจากงานนักข่าว ทำเนียนมาขอแบ่งออฟฟิศทนาย ทำงานเป็นนักข่าวออนไลน์อิสระ ด้วยอาชีพของเธอก็สามารถช่วยงานทนายชเวได้มาก

มาดามจิน (รับบทโดย นัมกีเอ) ผู้หญิงปริศนาวัยประมาณ 50 ที่มาสมัครงานเป็นผู้ช่วยของทนายชเว นอกจากความรู้ความสามารถเข้าขั้นมือโปรแล้ว ยังเต็มไปด้วยความจริงใจ เธอช่วยงานทนายชเวได้ดีน่าทึ่ง ถ้ารู้ว่าแท้จริงเธอเป็นใครก็จะไม่สงสัยเรื่องระดับสติปัญญาเธอเลย

โอแท็กจิน (รับบทโดย ซงยองชาง) ประธานบริษัทยูควังคอร์ปอเรชัน เป็นตัวกลางการค้ายุทโธปกรณ์ เขาเป็นอดีตนายทหาร ผู้บัญชาการหน่วย DSC

Sponsored by VIU

                                       
                   
                               
แฟนไม่มีไม่เป็นไร แค่มีซีโร่ไนน์ก็พอแล้ว ชมซับไทย “My Absolute Boyfriend” ทันที หลังออนแอร์จบที่เกาหลี!คลิก!!!
       
   

เลขาฮวังคโยชิก (รับบทโดย ชเวแทฮุน) เป็นอดีตทหารในหน่วย DSC ที่ติดตามมาเป็นเลขาให้ประธานโอ

ฮอแจมัน (รับบทโดย ยุนคยองโฮ) เป็นผู้คุมนักโทษ และเป็นคนสนิทของพยาบาลโจคยองซอน จำเลยในคดีล่าสุดของทนายชเว ทั้งคู่เป็นเด็กกำพร้าที่โตมาด้วยกัน

พัคชีกัง (รับบทโดย คิมยองฮุน)  หลานชายอดีตประธานาธิบดีพัคมยองซอก เป็นนักการเมืองหนุ่มที่กำลังรุ่ง ลงสนามแข่งขันในเขตจุงกู

ชูมยองกึน (รับบทโดย มุนซองกึน) ประธานมูลนิธิซงอิล ผู้มีอิทธิพลในแวดวงนักการเมืองไปจนถึงเส้นสายในทำเนียบรัฐบาล

เจนนี่ซง (รับบทโดย คิมจองฮวา) เป็นล็อบบี้ยิสต์สัญชาติเกาหลี-เยอรมัน เจรจาดีลการค้าให้บริษัทยุทโธปกรณ์เอ็มไบท์ของเยอรมัน ขายเฮลิคอปเตอร์ทหาร Yurion ให้เกาหลี

จีชางรยอล  เป็นทนายเจ้าของสำนักทนายความดัง  อดีตเป็นรองอัยการประจำเขตเหนือ

ยางอินบอม  เป็นหัวหน้าอัยการ  อดีตเป็นอัยการประจำเขตเหนือ

อีฮยอนจุน  เป็นอัยการที่จบกฎหมายรุ่นเดียวกับชเวโดฮยอน สมัยเรียนก็เป็นรอง ยังต้องมาเผชิญหน้าสู้คดีกันในศาลอีก ภายใต้ความกดดันจากหัวหน้างานที่ย้ำว่า หน้าที่อัยการคือต้องชนะคดี

โนซอนฮู  เป็นอดีตอัยการประจำเขตเหนือ และเป็นเพื่อนสนิทของอัยการยาง

โดยรวม เป็นซีรีส์ที่สนุกมากจากการได้คิดและเดาตาม ปมซึ่งไม่ง่ายหรือยากเกินไป  แต่มีกั๊กเซอรไพรส์ให้ตื่นเต้นเป็นระยะๆตลอดเรื่อง  มีทริคหลอกล่อให้อยากติดตาม โดยเฉพาะช่วงตอนต่อตอน เพราะมักตัดจบแบบกระตุ้นต่อมชวนลุ้นมาก แทบทุกตอนเลย ทุกข้อสงสัยจะมีคำอธิบายแน่นอน แต่อาจถูกย้อนกลับมาตอบเมื่อไหร่เป็นอีกประเด็น (ก็ยังมีเจอรูโหว่บ้างเล็กน้อย หรือผู้เขียนดูตกหล่นไม่ครบเอง 555 ไว้ต้องย้อนอีกรอบเมื่อมีโอกาส)

ปมที่หยิบมาทำพลอตก็เป็นเรื่องราวที่สมจริง สามารถเจอะเจอได้ในสังคม การกระทบกระเทียบเรื่องการเมือง การทุจริตคอรัปชัน ปัญหาอาชญากรรมระดับประเทศ การหยิบเอาข้อกฎหมายที่เราๆไม่ค่อยคุ้นเคยมาใช้ ก็แปลกน่าสนใจดี แต่เสียดายที่นำมาเล่นแค่ชอตเดียว มิได้สานต่อหรือตอกย้ำอีก เลยกลายเป็นองค์ประกอบเล็กๆไป ทั้งๆที่เคยถูกนำมาใช้โปรโมตละครก่อนออกอากาศ ซึ่งทำให้ผู้เขียนเกิดความคาดหวังไปเองว่าประเด็นนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวเอกของเรื่องซะอีก

งานภาพ งานเสียง จัดเต็มมาในเทคนิคแบบภาพยนตร์  เข้ากับสไตล์งานสืบสวนทริลเลอร์  โดยเฉพาะซาวน์ประกอบนี่ดีไซน์มาพิถีพิถัน จัดวางกระตุกหูถูกจังหวะ สร้างอารมณ์ตื่นตัวเร้าใจมากเลย

ในมุมฝีไม้ลายมือการแสดง ทุกคนทำหน้าที่ได้ค่อนข้างดี สมบทบาท เข้าถึงอารมณ์ แบบไม่มีใครข่มใครเกิน หรือทิ้งช่องว่างตามกันไม่ติด เรียกว่าเป็นทีมที่ลงตัวสวยงามทีเดียว ส่วนตัวผู้เขียนสะดุดตาเป็นพิเศษกับลีลาฝีมือของรยูคยองซู (บทฮันจงกู) และ คิมยองฮุน (บทพัคชีกัง) งานดีมีเสน่ห์ใช้ได้เลยหละ

สำหรับการเตรียมตัวของอีจุนโฮในเรื่องนี้ เขาต้องลดน้ำหนักตัวเพื่อความบอบบางให้เข้ากับบทอ่อนแอมีโรคแต่กำเนิด เขาถูกจำกัดอาหาร ทานได้เพียงวันละมื้อเท่านั้น แต่ก็เคยมีแอบทีมงานกินไก่ทอดบ้าง 555 อีกสักพักก็จะถึงกำหนดเข้ากรมรับใช้ชาติ ค่อยไปขุนน้ำหนักคืนที่นั่นแล้วกันเนอะ

Trailer :