spotlight

ทำความรู้จัก ‘สตีเฟน ยอน’ ส่วนผสมแสนลงตัวที่พาภาพยนตร์ Minari ก้าวสู่เวทีออสการ์

10/04/2021 - prangmprang




นาทีนี้คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อ Minari ภาพยนตร์สัญชาติอเมริกัน-เกาหลี ที่กำลังมาแรงแซงทุก Box Office ไม่เพียงเนื้อเรื่องที่ส่งสารถึงผู้ชมได้อย่างน่าประทับใจ เพราะได้เสี้ยวความทรงจำวัยเด็กของผู้กำกับ อี ไอแซก จอง (Lee Isaac Chung) มาเป็นจุดเริ่มเรื่อง แต่อีกส่วนผสมสำคัญที่ส่งให้ Minari ครองใจคอหนังทุกเพศ ทุกวัย ทุกชาติ ทุกภาษา และยังพาผลงานเรื่องนี้ไปโลดแล่นไกลถึงเวทีออสการ์ มาจากฝีมือของทีมนักแสดงที่มีผู้เป็นเบอร์ต้นของวงการ ผสานกำลังกับน้องใหม่วัยเด็กน้อย ซึ่งทุกคนล้วนได้เฉิดฉายและถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครออกมากันอย่างสุดพลัง

และนักแสดงท่านหนึ่งที่เราขอยกนิ้วโป้งทั้งสองข้างให้หลาย ๆ หน เพราะประทับใจและหลงใหลสายตาที่เขาส่งผ่านจอเงินมาหาผู้ชมทุกครั้ง นั่นคือ สตีเฟน ยอน (Steven Yeun) หรือ จาค็อบ อี ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวในภาพยนตร์ Minari นั่นเอง จะบอกว่าโปรไฟล์ของเขาคนนี้ไม่ธรรมดา เคยมีผลงานชื่อดัง (มาก) ปรากฏแก่สายตาชาวโลกมาแล้วหลายหน แถมชีวิตครอบครัวก็น่ารักไม่เบา ทำความรู้จักเขาไปพร้อม ๆ กัน

สตีเฟน ยอน หรือ ยอน ซังยอบ (Yeun Sang-yeop) เกิดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 1983 ปัจจุบันอายุ 38 ปี เป็นนักแสดงอเมริกัน-เกาหลีที่ครอบครัวย้ายมาใช้ชีวิต ณ ประเทศแคนาดา ตั้งแต่เมื่อเขายังจำความไม่ได้ แม้จะเติบโตมาในครอบครัวคนเกาหลี แต่ด้วยสภาพแวดล้อมรอบตัว ทำให้ สตีเฟน ยอน สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาเกาหลี ในคราวที่เขาต้องกลับแผ่นดินเกิดเพื่อร่วมแสดงภาพยนตร์ทั้ง Okja (2017), Burning (2018) รวมถึงการรับบทนำในภาพยนตร์เกาหลีเรื่องล่าสุดอย่าง Minari (2020) เขาก็ต้องฝึกฝนการสื่อสารด้วยภาษาเกาหลีใหม่ทั้งหมด 

ก่อนหน้าที่ สตีเฟน ยอน จะเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายจากผลงานทีวีซีรีส์เรื่อง The Walking Dead (2010 – 2016) ในปี 2005 เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก Kalamazoo College ในรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ในสาขาจิตวิทยาเกี่ยวกับประสาทวิทยา (Psychology with a Concentration in Neuroscience) และต่อมาในปี 2009 สตีเฟน ยอน ก็เริ่มต้นเส้นทางสายนักแสดงอย่างจริงจัง ด้วยการปรากฏตัวเป็นครั้งแรกผ่านภาพยนตร์สั้นเรื่อง The Kari Files (2009) 

ในปีต่อมา นอกจาก สตีเฟน ยอน จะมีผลงานภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง เขายังกระโดดไปมีผลงานบนจอแก้วอีกด้วย โดยเริ่มเรื่องแรกด้วยบทนักแสดงรับเชิญในซีรีส์เรื่อง The Big Bang Theory (2010) ก่อนจะได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ที่ครองใจแฟน ๆ ทั่วโลกอย่าง The Walking Dead ซึ่งในเรื่องนี้ สตีเฟน ยอน รับบทเป็นเด็กส่งพิซซ่าจอมขโมยซีนที่การปรากฏตัวทั้ง 66 ตอนของเขาได้เผยเสน่ห์และฝีมือทางการแสดงซึ่งไม่เป็นรองใคร จนส่งให้เขากลายเป็นนักแสดงหนุ่มเนื้อหอมที่ใคร ๆ ก็อยากร่วมงานด้วย 

หลังจากผลงานซีรีส์เรื่องแรกประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย ก็เหมือนว่า สตีเฟน ยอน จะติดใจวงการจอเงิน เพราะหลังจากนั้นเขามีผลงานทีวีซีรีส์ออกมาให้แฟน ๆ เห็นหน้ากันแบบ Non-stop ทั้ง Law & Order: LA (2011), NTSF:SD:SUV:: (2012), Filthy Preppy Teen$ (2013), Drunk History (2014), American Dad! (2014), Voltron: Legendary Defender (2016), Stretch Armstrong and the Flex Fighters (2017), Final Space (2018), Weird City (2019), The Twilight Zone (2019), Tuca & Bertie (2019), Wizards: Tales of Arcadia (2020) 

ADVERTISEMENT
Mouse ดูย้อนหลังได้ที่ Viu คลิก!
สตีเฟน ยอน จาก The Twilight Zone (2019)

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของรายชื่อซีรีส์ที่ สตีเฟน ยอน เคยร่วมแสดงด้วย ซึ่งเขาคนนี้มีผลงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2011 โดยไม่มีปีใดที่หายหน้าไปให้แฟน ๆ คิดถึง และโดยเฉลี่ย เขามีผลงานมากถึงปีละ 3 – 4 เรื่องเลยทีเดียว 

 แม้จะประสบความสำเร็จในวงการจอแก้วมากเพียงใด แต่ สตีเฟน ยอน ก็ยังไม่ละทิ้งวงการจอเงิน และหมั่นมาเติมโปรไฟล์ด้วยผลงานภาพยนตร์สร้างชื่อและกวาดรางวัลใหญ่ได้อีกหลายเรื่อง สำหรับภาพยนตร์ที่เป็นส่วนสำคัญและเปรียบเสมือนเครื่องนำทางพาเขากลับคืนสู่แผ่นดินแม่ คือเรื่อง Okja (2017) โดยผู้กำกับ บงจุนโฮ ที่สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการภาพยนตร์เกาหลีด้วยการพาภาพยนตร์ Parasite (2019) คว้ารางวัลจากเวทีใหญ่ทั่วโลก 

และในเรื่อง Okja (2017) บงจุนโฮก็ได้แสดงความจำนงอยากได้ สตีเฟน ยอน นักแสดงชาวเกาหลีฝีมือดีที่ไปโลดแล่น ณ อเมริกา กลับมาเล่นหนังให้บ้านเกิด ซึ่งนอกจากภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้ สตีเฟน ยอน เป็นที่รู้จักในหมู่แฟนคลับเอเชียมากขึ้นแล้ว เขายังได้กลับมาปัดฝุ่นฝึกฝนการใช้ภาษาเกาหลี หลังจากที่ห่างหายไปนานอีกด้วย 

สตีเฟน ยอน จาก Okja (2017)
สตีเฟน ยอน จาก Okja (2017)

ต่อเนื่องมาถึงปี 2018 สตีเฟน ยอน ภาพยนตร์เรื่อง Burning (2018) โดยผู้กำกับ อี ชางดง (Lee Chang Dong) ที่หยิบบทประพันธ์ของ ฮารูกิ มูราคามิ (Haruki Mukarami) มาดัดแปลงและแต่งเติมให้เนื้อหากินใจพร้อมสะท้อนแก่นสุดเจ็บแสบ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังส่งให้สตีเฟน ยอน ผู้รับบทเป็น เบน หนุ่มชนชั้นสูงมาดนิ่งผู้แฝงไปด้วยความเหยียดหยามและกำแพงระหว่างชนชั้น กลายเป็นท็อปสตาร์ที่กวาดรางวัลการแสดงในเวทีระดับโลกนับสิบรายการ

สตีเฟน ยอน จาก Burning (2018)
สตีเฟน ยอน จาก Burning (2018)
สตีเฟน ยอน จาก Burning (2018)

มาถึงผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ สตีเฟน ยอน อย่าง Minari (2020) ผลงานการกำกับของ อี ไอแซก จอง (Lee Isaac Chung) อดีตผู้อพยพชาวเกาหลีที่หยิบเอาความทรงจำวัยเด็กมาถ่ายทอดผ่านจอเงิน และประสบความสำเร็จทั้งจากคำวิจารณ์เชิงบวกของคอหนังทั่วโลก มีรายชื่อเข้าชิงรางวัลใหญ่ในวงการหนังระดับโลก อีกทั้งยังมีคุณค่าในแง่การสะท้อนแนวคิดและชีวิตให้กับผู้ชมทุกเพศ ทุกวัย และทุกชนชาติ ให้ตระหนักถึงการวิ่งตามฝันจนกว่ามันจะเป็นจริง 

สตีเฟน ยอน จาก Minari (2020)

และภาพยนตร์เรื่อง Minari ยังเป็นบันไดก้าวสำคัญที่ส่งให้ สตีเฟน ยอน ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่นักแสดงทุกคนต่างใฝ่ฝัน นั่นคือการได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ‘นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม’ จากเวทีออสการ์ในปีนี้ 

นอกจากประสบความสำเร็จในอาชีพนักแสดง ในด้านชีวิตส่วนตัว สตีเฟน ยอน ก็ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวและคุณพ่อลูกสองได้เป็นอย่างดี โดยในปี 2016 มีรายงานว่าเขาแต่งงานกับ Joana Pak แฟนสาวเชื้อสายอเมริกัน-เกาหลีที่มีอาชีพช่างภาพหลังจากคบหาดูใจกันนานถึง 7 ปี และต่อมาก็มีลูกน้อยด้วยกัน 2 คน 

ถ้าใครนึกภาพ สตีเฟน ยอน ตอนอยู่กับเด็ก ๆ ไม่ถนัด เรามีบางส่วนที่เขาไปเป็นแขกรับเชิญในรายการ The Return of Superman เพื่อดูแลน้องวิลเลี่ยมเป็นการชั่วคราวมาฝากด้วย 


 

และในปี 2021 สตีเฟน ยอน ก็ยังคงทำหน้าที่นักแสดงคุณภาพผู้งานหนักอย่างไม่หยุดหย่อน เพราะเขาอยู่ระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Humans (2021) ภาพยนตร์ดราม่าที่เขียนบทและกำกับโดย สตีเฟน คารัม (Stephen Karam) นักแสดงละครเวทีเรื่องดังอย่าง Sons of the Prophet (2012) ซึ่งในผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา ได้สตีเฟน ยอน มารับบทเป็น ริชาร์ด นักแสดงนำของเรื่องและอยู่ระหว่างเตรียมการถ่ายทำ และแน่นอนว่า นี่เป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจับตา และทักษะทางการแสดงของเขาก็จะได้เฉิดฉายอีกครั้งอย่างแน่นอน 

ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่


Facebook Fanpage
: facebook.com/korseries
Twitter
: twitter.com/korseries
Website
: korseries.com
Youtube
: Korseries

Source (1) (2) (3)

 

Read More Articles


Korupdate






เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก