k-movies

รีวิวภาพยนตร์ The Book of Fish (2021) | จากสารานุกรมปลาไปสู่ตำราชีวิตบนมิตรภาพต่างชนชั้น

05/09/2021 - warumanu


เมื่อขุนนางทรงภูมิผู้มีช่วงชีวิตตกอับ เจอกับหนุ่มประมงผู้อาภัพในชนชั้นกำเนิด

เมื่อภูมิปัญญาปราชญ์หลอมรวมกับภูมิปัญญาชีวิตธรรมชาติ

ก่อเกิดทรัพย์ปัญญาแห่งท้องทะเลและเรื่องราวที่น่าติดตาม

จนผู้กำกับที่รังสรรค์งานได้รับรางวัลแดซัง (สุดยอดแห่งปี) จากเวที 57th Baeksang Arts Awards

The Book of Fish เป็นภาพยนตร์ย้อนยุคโบราณที่อาศัยท้องเรื่องอิงสมัยโชซอน ปี 1801 และผูกเรื่องราวแต่งเติมเพิ่มตัวละครหลักจากประวัติศาสตร์ ที่สะท้อนสาระบันเทิงหลากหลายมุม เป็นผลงานกำกับโดย ผู้กำกับอีจุนอิก ซึ่งเคยคว้ารางวัลแดซังของ 52nd Baeksang Arts Awards มาแล้วจากผลงานเรื่อง Dongju : The Portrait of a Poet (2016) และ The Throne (2015) และมาการันตีฝีมือรับรางวัลเดียวกันอีกครั้งจากเรื่องนี้ นอกจากนั้น ที่ผ่านมาก็ยังมีเรื่องอื่นๆที่ประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และรางวัลอื่นอีกมาก อาทิเช่น King and the Clown (2005), Sunny (2008), Hope (2013) และ Anarchist from Colony (2017) ล่าสุดผู้กำกับอีจุนอิกก็กำลังเตรียมผลงานลงจอเล็กด้วยซีรีส์เรื่อง Beyond the Memory ที่มีแผนจะออกอากาศปีหน้า

นอกจากพล็อตเรื่องที่ผูกสองตัวละคร หนึ่งจริงและอีกหนึ่งแต่งเติม เข้าด้วยกันได้กลมกล่อมลงตัว ได้เห็นทั้งมุมของอัตชีวประวัติบุคคลสำคัญ และมุมเรื่องราวบันเทิงจากอีกตัวละครหลัก ที่ร่วมกันสะท้อนความหมายของชีวิตและการเรียนรู้ จนถึงความเป็นไปของสังคมและโลกแบบโชซอนแล้ว ยังเป็นภาพยนตร์ที่มีเสน่ห์ด้วยสไตล์ภาพขาว-ดำทั้งเรื่อง ให้อารมณ์คลาสสิค เรียบง่ายสามัญ แต่ในทางกลับกันก็กลายเป็นความโดดเด่นได้ด้วย ในมุมมองของผู้กำกับ เห็นว่าหนังขาวดำให้ความแฟนตาซีมีจินตนาการ แต่หนังสีให้ความสมจริงมีความเป็นปัจจุบัน  การทำหนังขาว-ดำก็มีด้านที่ยากในแง่ที่ว่าในความเรียบง่ายที่ไม่มีสีสันอะไรมาเบี่ยงเบนความสนใจ ภาพที่ถ่ายทอดออกมาต้องถูกคิดตรองมาอย่างใส่ใจมาก และนี่เป็นหนังขาวดำเรื่องที่สองของผู้กำกับ เรื่องแรกคือ Dongju : The Portrait of a Poet

ADVERTISEMENT
ช็องยักจอน (รับบทโดย โซลคยองกู)

หนังเปิดด้วยที่มาของการที่ขุนนางช็องยักจอน (รับบทโดย โซลคยองกู) ซึ่งเคยเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าช็องโจ (หรือที่เรารู้จักดีมาจากในนามอีซานหรือพระเจ้าจองโจ) ด้วยความเป็นบัณฑิตรอบรู้และหัวใหม่ แต่พอสิ้นรัชกาลกระทันหันและเปลี่ยนแผ่นดินเป็นพระเจ้าซุนโจ ซึ่งมีพระชนม์เพียง 10 ชันษา พระปัยยิกาช็องซุนวังฮูจึงเป็นผู้สำเร็จราชการแทน ปัญหาการเมืองของขุนนางสองฝ่ายก็ขัดแย้งกันรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ชีวิตช็องยักจอนพลิกผัน ประกอบกับในจังหวะนั้น ทางการจับได้ว่ามีขุนนางซึ่งนับถือคริสต์ส่งสารไปหามิชชันนารีฝรั่งเศสที่กรุงปักกิ่ง ร้องขอให้ชิงส่งกำลังมาแทรกแซงเพื่อปลดแอกชาวคาทอลิกในโชซอน ทางการจึงกวาดล้างสังหารผู้นับถือคริสต์อย่างจริงจัง หรือที่เรียกว่า ‘การปราบปรามชาวคาทอลิคปีชินยู’

การศึกษาวิทยาการตะวันตกและนับถือศาสนาคริสต์mujกลายเป็นสิ่งต้องห้ามและผิดกฎหมาย ทำให้ ช็องยักจอน พร้อมน้องชายอีกสองคน ช็องยักจง (รับบทโดย ชเววอนยอง) และ ช็องยักยง (รับบทโดย รยูซึงรยง) ถูกจับด้วยข้อหานี้  มีการสั่งประหาร ช็องยักจง ซึ่งเป็นผู้นำของคริสต์ศาสนิกชน พร้อมลูกชายของเขา ส่วน ช็องยักจอน และ ช็องยักยง ถูกตัดสินเนรเทศไปอยู่ไกลโพ้นสุดทางใต้ของประเทศ  โดยช็องยักจอนไปอยู่เกาะชื่อว่า ฮึกซานโด (แปลว่า เกาะภูเขาดำ) ช็องยักยงไปอยู่เขาที่คังจิน

หญิงสาวที่ย้ายมาจากเกาะกากอ (รับบทโดย อีจองอึน)

ที่เกาะนั้น ช็องยักจอน ไปอาศัยอยู่ที่บ้านของหญิงสาวที่ย้ายมาจากเกาะกากอ (รับบทโดย อีจองอึน) ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน เธอเป็นผู้หญิงใจดี คิดบวก นับถือช็องยักจอนอย่างจริงใจ ต่างจากชาวบ้านคนอื่นที่มองเขาเป็นขบถคนบาป ไม่อยากสุงสิงด้วย ช็องยักจอนได้พบหนุ่มชาวประมงคนหนึ่งที่น่าสนใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้เขาได้ในเวลาต่อมา เขาคือ ชางแด (รับบทโดย บยอนโยฮัน) คนขยันและหาปลาเก่งสุดบนเกาะนี้ เขาอาศัยอยู่กับแม่ และเขาตั้งหน้าตั้งตาศึกษาตำราความรู้ด้วยตัวเองทุกค่ำคืน ด้วยว่าเขามีปมลึก ๆ ในใจกับชาติกำเนิดที่ต่ำต้อย ถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับการยอมรับ แม้จริง ๆ แล้วจะมีสายเลือดขุนนางผสมอยู่ก็ตาม

ชางแด (รับบทโดย บยอนโยฮัน)
อีกฉากน่ารักของชางแด แบกปลาจวดยักษ์กลับบ้าน ปลาที่ใครจับได้ถือว่าเป็นโชคดี

ช็องยักจอนที่อยู่ว่าง ๆ ไม่รู้จะทำอะไร ไป ๆ มา ๆ ก็มาสะดุดสนใจกับความรู้ใหม่ ศาสตร์แห่งชีวิตธรรมชาติ โดยเฉพาะเหล่าปลาและสัตว์ท้องทะเล ซึ่งชางแดเป็นผู้เชี่ยวชาญ รู้ลึกซึ้งทุกแง่มุมทุกมิติจนทำให้เขาต้องทึ่งและอยากขอแบ่งปันความรู้บ้าง แต่ชางแดปฏิเสธ ไม่ต้องการสุงสิงกับคนบาป ผิดกฎหมาย แหกคอกหลักความรู้ลัทธิขงจื๊อ แต่เมื่อการอ่านเรียนตำราของชางแดไม่สามารถกระจ่างได้ด้วยตัวเอง ช็องยักจอนจึงพิสูจน์ให้เห็นว่าความเป็นบัณฑิตคนเก่งของเขาช่วยได้ ทั้งคู่เลยเข้าสู่ข้อตกลงใหม่ คือ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ซึ่งกันและกัน 

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างดี ทั้งมุมของมิตรภาพ ถ่ายเทแบ่งปันความรู้ พัฒนาความเป็นอาจารย์และศิษย์ เวลาผ่านไป ช็องยักจอนก็ยังคงมุ่งมั่นรวบรวมความรู้แห่งท้องทะเลเขียนเป็นหนังสือ ซึ่งมีข้อมูลมากมาย หลายปีก็ยังทำไม่เสร็จสักที ในขณะที่ชางแดมีความรู้แน่นจนไปสอบข้าราชการได้ เป็นที่ยอมรับของพ่อ จนชีวิตเปลี่ยนไปอีกโลกหนึ่งและทำให้เขาได้ตระหนักรู้ถึงสิ่งที่อาจารย์สอนมาอย่างเป็นรูปธรรม ชีวิตและเส้นทางเลือกของพวกเขาจะลงเอยอย่างไรต้องไปติดตามชมกัน

ช็องยักยง (รับบทโดย รยูซึงรยง)
ช็องยักจง (รับบทโดย ชเววอนยอง)
ข้าหลวงบยอลจาง ผู้ดูแลเกาะฮึกซาน (รับบทโดย โจอูจิน)

เรียกได้ว่าเป็นหนังฟิลกู้ด สะท้อนชีวิต การเรียนรู้ และมิตรภาพ สอดแทรกประเด็นทางสังคม คุณค่าชีวิต การศึกษา ภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การเมือง ชีวิตของธรรมชาติ และอะไรเยอะแยะไปด้วยในตัว

การเรียนรู้ที่ไม่จำกัดวัย เวลา และสถานที่ มันมีอยู่รอบตัว ปราชญ์แท้จริงอย่าง ช็องยักจอน คือตัวอย่างของความมีปัญญา มองเห็นคุณค่าเหล่าองค์ความรู้ที่ล่องลอยอยู่รอบตัว ข้อมูลที่ดีและสดใหม่จะจัดว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นก็ได้นะ เมื่อนำมารวบรวมผ่านศาสตร์จัดการ และพื้นฐานความเป็นคนหัวก้าวหน้า ความมานะบากบั่นและความสงบของจิตใจจึงให้กำเนิดตำราชีววิทยาทางทะเลที่ชื่อว่า 자산어보 (Jasaneobo / จาซันนอโบ) ที่มีคุณค่าแก่ประเทศ ในอีกด้าน ช็องยักจอนยังเป็นครูที่ไม่เพียงสอนเนื้อหาตามตำราให้ชางแด แต่เขาสอนความรู้ในชีวิตในโลกความจริงและโลกในอุดมคติ แน่นอนว่า คนมีพลังและแรงใฝ่รู้อย่างชางแดก็ย่อมอยากเรียนนอกตำรา สัมผัสด้วยประสบการณ์ของเขาบ้าง ชางแดจึงจักได้เติบโตและค้นพบคุณค่าแท้จริงของตัวเอง

ประเด็นสะท้อนสังคมและการเมืองมีแทรกไว้มากมายตลอดเรื่อง แต่อาจไม่ได้ตีจนแตก หรือให้คำตอบชัดเจนในทุกเรื่อง ทว่าทุกประเด็นก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ถ้าเราดูหนังละครมาตลอดก็จะค่อนข้างคุ้นเคย ไม่ว่าจะเรื่องชนชั้น วิถีชีวิต แบบแผนบรรทัดฐานของสังคม วิถีการปกครอง การเมือง การกำหนดคุณค่าของปัญญาชน และคุณค่าความเป็นคน  

ดูจบจึงเข้าใจได้ว่าทำไมผู้กำกับอีจุนอิกจึงได้รับรางวัลแดซังไปครองจากผลงานเรื่องนี้ เพราะเสน่ห์ของงานโปรดักชันที่คราฟท์อย่างพิถีพิถันมีสไตล์และมีพลัง แต่ละซีนมีองค์ประกอบภาพจัดวางอย่างเรียบง่าย สวยงามคลาสสิค มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวชัดเจนดี และยังร้อยเรียงเรื่องราวได้น่าติดตาม เข้าใจง่าย ในด้านของเนื้อหาและนักแสดงที่ได้ช่วยกันเติมเต็มความหมายลุ่มลึก และเสน่ห์ความเป็นธรรมชาติสมจริงให้กับหนังเรื่องนี้  มีนักแสดงรับเชิญระดับแนวหน้ามาแจม เช่น จองจินยอง คิมอึยซอง โจอูจิน ถึงจะมากันคนละแว้บๆ แต่ก็คุ้มค่าน่าดูค่ะ

Trailer :

ติดตามบทความรีวิวอื่นๆ ข่าวสารบันเทิงเกาหลี หรือพูดคุยกับ WARUMANU ได้ที่ เพจมูฟวีข้ามวันซีรีส์ข้ามคืน


ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่


Facebook Fanpage
 : facebook.com/korseries
Twitter
 : twitter.com/korseries
Website
 : korseries.com
Youtube 
: Korseries

ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ ♡

Read More Articles


Korupdate






เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก