เกมแค้นสู่แผนเหนือแผนของหมอเรือนจำ “Doctor Prisoner”

ถ้าใครติดตามซีรีส์เกาหลีอย่างใกล้ชิด จะพบว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ละครในช่องหลักไม่สามารถบรรลุความนิยมเฟื่องฟูได้เหมือนสมัยก่อน คือเรตติ้งค่อนข้างตกต่ำมาก แต่สำหรับ Doctor Prisoner นั้น ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องของช่องหลักที่ประสบความสำเร็จ สามารถเชิดหน้าชูตาให้กับช่อง KBS โดยทำเรตติ้งได้อย่างโดดเด่น เปิดตัวที่ 8.4% และลาจอด้วยเรตติ้งสูงถึง 15.8% แสดงว่าต้องมีดีให้หยิบมาชมอย่างแน่นอน

ด้วยความเรียบง่ายของชื่อเรื่อง Doctor Prisoner ที่สื่อตรงๆก็คือ นักโทษที่เป็นหมอ หรือ หมอ+นักโทษ แต่ซ่อนนัยให้ชวนคิดต่อเองจากเรื่องย่อที่วางไว้ว่า หมอถูกกล่าวโทษจนต้องติดคุกจึงอยากแก้แค้น มันคงจะแซ่บกว่าชื่อแน่ เพราะเป็นแผนแก้แค้นที่สุดเฉียบคม จากทั้งระดับสมองอันชาญฉลาด ความรู้ทางด้านการแพทย์ที่เปรียบเหมือนอาวุธเฉพาะทาง ผสมเข้ากับ ความร้ายเข้มโหมดคนคุก

แถมด้วยการเติมพล็อตที่แปลกใหม่น่าสนใจ หยิบ “การแพทย์” มาคลุกรวมกับ “กฎหมาย” อิงหลักพิจารณาความคดีอาญาของเกาหลีที่ว่าด้วยหลักสิทธิมนุษยชน นักโทษซึ่งป่วยเข้าเงื่อนไขข้อกำหนดจะใช้สิทธิ์ ‘ระงับคดี’ จะได้รับอนุญาตออกมาใช้ชีวิตรักษาตัวนอกคุกได้ โดยผ่านการตรวจร่างกายและมีใบรับรองแพทย์  จึงเป็นที่มาของโรงพยาบาลและหมอที่แหกจรรยาแพทย์ หาประโยชน์โดยมิชอบ ออกใบรับรองโรคปลอม ไม่เว้นทั้งผู้ร้ายหรือพระเอกของเรื่อง!!

Doctor Prisoner จึงเป็นผลงานแนวสืบสวน/ทริลเลอร์ ที่เล่าผ่านเกมการต่อสู้ด้วยสมองบน ช่องโหว่ของกฎหมาย และ ด้านมืดของการแพทย์ เพื่อการจัดการคนเลวในสังคมที่ต้องใช้พลังด้านร้ายเข้าต่อกร จึงจะสมน้ำสมเนื้อ ดังนั้น ถ้าผ่าน checklist เหล่านี้ แสดงว่าเรื่องนี้ตรงจริตคุณแล้วล่ะค่ะ!!

► ยุทธภูมิที่ไม่มีเลือดสาด แต่เฉียดเป็นเฉียดตายกันได้ เพราะห้ำหั่นกันนิ่งๆเข้มๆ ด้วยกึ๋นและศาสตร์แห่งวิชาชีพหมอ อาวุธที่เป็นรูปธรรม ดูท่าจะมีเพียงเข็มฉีดยา

► มิชชันแผนแก้แค้นเอาคืน ที่ซ่อนความเจ็บเคืองไว้ภายใต้หน้านิ่งๆเจือรอยยิ้มที่เขย่าขวัญต่อกรคู่ต่อสู้ตลอดเวลา

► ถ้าเป็นมวยก็เชียร์มันส์  ทุกฝ่ายลงสนามด้วยความสูสี สมองและกระดูกเบอร์เดียวกัน ฉลาดลึกล้ำ ชั้นเชิงมากเล่ห์  คมเฉือนคมจนหยดสุดท้าย

► การชิงไหวชิงพริบ แบบห้ามกระพริบตา เพราะทุกฉาก ทุกบทพูด คือการฟาดฟันกัน  ทุกฉาก ทุกบทพูด คือ นักเขียนและผู้กำกับได้เฟ้นคัดมาเสิร์ฟอย่างถึงใจ

                                       
                   
                               
เพราะรักหรอกถึงหยอกเล่น ใครจะโดนหยอก หรือ ใครจะรู้ทัน ติดตามได้ในรายการหยอกหยอกคลิก!!!
       

► ตราบใดที่สงครามไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร ทุกฝ่ายพร้อมรุกและรับ ผลัดกันได้ชัยและเพลี่ยงพล้ำ ไม่มีใครล้มใครได้ง่ายๆ ไม่ต้องด่วนฟันธงตลอด 32 ตอน

► การขับเคี่ยวที่เดาทางไม่ได้ มิตรเป็นศัตรู ศัตรูเป็นมิตร พร้อมการหักมุม พลิกตลบไปมาให้เซอร์ไพรส์  มีเหนือเมฆเร้าใจได้ตลอด

ถ้าใช่ ก็มาเริ่มกันที่ปฐมเหตุแห่งแผนแก้แค้นของหมอคนนี้…นาอีเจ

นัมกุงมิน รับบท นาอีเจ
ควอนนารา รับบท ฮันโซกึม

สามารถรับชมซับไทย Doctor Prisoner ได้แล้วที่ VIU <คลิ๊ก>

เมื่อ นาอีเจ (รับบทโดย นัมกุงมิน) ศัลยแพทย์ทรวงอกคนเก่ง ประจำแผนกฉุกเฉิน (ER) ของ รพ.แทกัง ใจบุญชอบช่วยคนไข้จรจัด แต่กลับต้องมาซวยด้วยที่นิสัยตรงไปตรงมา จึงไม่พินอบพิเทาให้บริการ อีแจฮวาน (รับบทโดย พัคอึนซอก) ลูกชายคนรองของเจ้าของโรงพยาบาล ความป่วนเกเรทำให้นาอีเจพลาดการช่วยชีวิตคนไข้ท้องแก่ที่สนิทกัน นำไปสู่การโดนจับข้อหาทำคนไข้ตาย โดนยึดใบอนุญาต เพราะการจงใจกลั่นแกล้งของอีแจฮวาน ทั้งๆที่อุบัติเหตุของสาวท้องรายนี้ก็มีเหตุเบื้องต้นมาจากการขับรถบ้าบิ่นของอีแจฮวานเอง

ที่ โรงพยาบาลแทกัง มีการใช้วิชาชีพในทางมิชอบ ขายใบรับรองแพทย์โรคปลอม ให้นักโทษที่มีเงินและอิทธิพล เพื่อใช้สิทธิ์ระงับคดี ออกมารักษาตัวนอกคุก  ก่อนหน้านี้นาอีเจเองก็เพิ่งถูกผอ.ขอให้เซ็นต์รับรองให้นักโทษ สส. จองมินเจไป ทั้งๆที่ไม่ได้เต็มใจนัก แต่จำยอมเพื่อแลกกับการได้ช่วยคนไข้จรจัดต่อไป และการผ่าตัดรักษาแม่ใน รพ.นี้ แต่หลังจากนาอีเจติดคุก แม่ก็เสียชีวิตเพราะไม่ได้รับการรักษา เป็นอีกหนึ่งความแค้นเคืองของเขา..

สามปีให้หลัง เมื่อนาอีเจพ้นโทษ แต่อีแจฮวานกลับถูกจับคดียาเสพติด จึงสบช่องเหมาะให้นาอีเจเดินเกมแผนแก้แค้นเอาคืนอย่างถึงพริกถึงขิง ด้วยกระบวนการสุดแยบยลซับซ้อน ปนความนิ่งเฉียบจนดูเหมือนจิต สไตล์เกลือจิ้มเกลือ คือ ใช้กฎหมายการระงับคดี กลับมาเล่นงานอีแจฮวาน ทายาทแทกัง

ในขณะที่ในคนตระกูลแทกังก็ห้ำหั่นแย่งอำนาจกันเองอย่างมีเบื้องลึกเบื้องหลัง ธุรกิจในกลุ่มมีหลายกิจการ ไม่ว่าจะเป็นเคมีคอล ขนส่ง ฯลฯ แต่เรือธง (Flagship) ก็คือ โรงพยาบาล หลังประธานใหญ่ผู้เป็นพ่อจู่ๆเกิดป่วยเป็นอัลไซเมอร์จนต้องสละตำแหน่ง  ขั้วแย่งชิงอำนาจฝ่ายหนึ่ง คือ ผู้สืบทอดธุรกิจในความตั้งใจเดิมของประธานใหญ่ ได้แก่ โมอีรา (รับบทโดย จินฮีคยอง) ซึ่งเป็นเมียใหม่ และลูกทั้งสอง อีแจฮวาน ที่เกเรไม่เอาถ่าน อีแจอิน (รับบทโดย อีดาอิน) เพิ่งจบกฎหมายมาจากต่างประเทศ กับอีกฝ่ายคือ อีแจจุน (รับบทโดย ชเววอนยอง) ลูกเมียเก่าผู้มีปมชีวิต แต่เป็นตัวจริงที่ฉลาดและมากฝีมือในงาน เป็นตัวแสบมาดนิ่งที่กำลังไต่เต้าตำแหน่งไล่บี้แม่เลี้ยง หวังขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มธุรกิจแทน

คิมบยองชอล รับบท ซอนมินชิก
ชเววอนยอง รับบท อีแจจุน

นาอีเจจึงเข้าคลุกวงในด้วยการไปเป็น หมอเรือนจำ โดยสมัครเป็น ผอ.ศูนย์การแพทย์ของเรือนจำโซลตะวันออก เพื่อจัดการอีแจฮวาน ขุดคุ้ยข้อมูลนักโทษวีไอพี และสิ่งที่โยงใย รพ.แทกัง ทำให้คนแรกที่ต้องต่อกรด้วย คือ ผอ.คนเดิมของศูนย์ ซอนมินชิก (รับบทโดย คิมบยองชอล) ที่ยังยืนขวางทางนาอีเจอย่างสุดแรง  เพราะเห็นแววตัวอันตราย จะทำลายความเป็นราชามาเฟียแห่งเรือนจำของเขา ขัดขวางผลประโยชน์ที่เขาได้จากใช้ยาแทนอาวุธคุมนักโทษ  สับเปลี่ยนยาปลอมให้นักโทษ ยักยอกยาจริงไปขาย ส่งนักโทษป่วยไร้ประกันเข้ารพ.แฮอึนของตัวเอง โอย กินเรียบหลายเด้งมาก และที่สำคัญ ส่งนักโทษไปออกใบรับรองโรคปลอมเพื่อการระงับคดี ที่ รพ.แทกัง  สิ่งที่ได้นอกเหนือจากเงินก็คือ การหวังไต่ขึ้นไปรับตำแหน่งหัวหน้าศูนย์วีไอพีของศูนย์แพทย์ทางไกล รพ.แทกังที่จะเปิดเร็วๆนี้

คู่ต่อสู้ของนาอีเจมีมากหน้าหลายตา ทั้งแบบเห็นๆ และอยู่เบื้องหลังชักใย ทั้งแบบย้ายข้างไปมาตามสถานการณ์ เพราะแต่ละคนฉลาดร้ายเขี้ยวๆ ยึดเป้าหมายผลประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้ง ทำให้เกิดเกมการต่อสู้ที่พลิกไปมา ผลัดรุกผลัดรับ เดาเกมได้ยาก ทุกคนเหมือนอยู่โหมด poker face ในวงไพ่ ต่างมีไพ่เด็ดในมือ ต้องเก็บไต๋ซ่อนสีหน้า รอจังหวะปล่อย

นาอีเจต้องใช้กลเม็ดการสร้างโรคปลอมที่เนียนๆกว่า คือ วิเคราะห์หาโรคที่เหมาะสมกับประวัติ และปั่นร่างกายให้เกิดอาการของโรคขึ้นเอง (แค่การปลอมโรค ยังจริงจังเหนือกว่า ผอ.ซอน หรือ รพ.แทกังที่ใช้ยาช่วยหรือเซ็นต์มั่วๆไป) มาเพื่อช่วยนักโทษ มาดามโอจองฮี (รับบทโดย คิมจองนัม) ให้กลายเน็ตเวิร์คผู้ช่วย (มีความเกลือจิ้มเกลือเลยหละ) และนักโทษอื่นๆเพื่อประโยชน์การเดินแผนให้ถึงที่หมาย

ระหว่างการจัดการอีแจฮวาน และโค่นหมอซอน ยังมีเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังสลับซับซ้อน ที่ทยอยเผยมาทีละส่วน ล้วนเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวพันกับอดีตอันเจ็บปวดของนาอีเจ และความสกปรกเลวร้ายของตระกูลแทกัง ซึ่งนาอีเจต้องทุ่มสรรพกำลังสมองในการสาวไส้มาแฉความผิดส่งให้ถึงมือกฎหมาย ในระหว่างนั้น ก็มีบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวพันด้วยอีกหลายคน มีทั้งตัวช่วยและตัวฉุด ว่ากันไปตามสถานการณ์ เช่น หมอผู้ช่วยโกยองชอล (รับบทโดย อีจุนฮยอก) เภสัชกรบ๊กฮเยซู (รับบทโดย อีมินยอง) ในเรือนจำ จิตแพทย์ ฮันโซกึม (รับบทโดย ควอนนารา) ฮันบิท-น้องชายของโซกึม และอัยการ จองอึยชิก (รับบทโดย จางฮยอนซอง)

สนุกเข้ม ตื่นเต้นทุกอีพี เหนืออื่นใด หัวใจความสนุกที่สำคัญมาก คือ การไม่รู้อะไรมาก่อน ค่อยๆดูไป ค่อยๆเผยปมข้อมูลที่ลึกขึ้นๆ นำกลับมาปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ซึ่งการเดินเรื่องจะกระชับฉับไว มีกั๊กสลับลำดับคิวบ้าง แต่ไม่มีซีนไหนมาแบบเปล่าประโยชน์ ประมาณว่าตาดูให้ทัน สมองคิดตามให้ไวว่อง เหม่อมีงงนะคะ และจะโดนกระตุกเซอร์ไพรซ์ หักมุม ที่เป็นทั้งมุมถูกใจและเจ็บใจสลับปนๆกันไป

งาน Cinematography คือองค์ประกอบสำคัญที่ต้องชื่นชม เรื่องนี้มีโทนนัวร์หน่อย แต่เล่นแสงได้สวยงาม ภาพมีมิติแปลกตา โฟกัสการบิวท์อารมณ์ผ่านสีหน้า คู่ไปกับงานวางซาวน์ที่สะดุดหูกระตุ้นต่อมตื่นตัวได้ดี  มีเอกลักษณ์เข้ากับพล็อตเรื่อง ที่โดดเด่นโดนใจมาก คือ เสียงตึ๊ดตึ๊ดของเครื่องมือการแพทย์ ประมาณว่าเป็นพวกเครื่องวัดสัญญาณชีพหรือหัวใจ ซึ่งจะดังพีคเร่งเร้าจังหวะหัวใจเราให้เต้นระทึกตามในทุกชอตที่สำคัญ

แต่ทั้งหลายทั้งปวง ต้องยกความดีให้กับทีมนักแสดงหลักที่ขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นมาก ไม่ว่าจะเป็น นัมกุงมิน หน้ายิ้มยั่วซ่อนร้าย กำแผนอย่างสุขุม ชเววอนยอง มาดนิ่งซ่อนร้ายแฝงความจิต  คิมบยองชอล งูพิษฉาบรอยยิ้ม หรือจะเป็นเทพแห่งกิ้งก่าดีนะ ทุกคนเป็นมือเก๋าที่สามารถเล่นน้อยๆแต่ได้อารมณ์เยอะๆ ปลายปีคงได้ชิงรางวัลการแสดงกันเองแน่นอน  ส่วนการจับคู่กุ๊กกิ๊กของรุ่นใหญ่อย่างคิมจองนัมกับจางฮยอนซอง ก็ฟินโลดได้น่าเอ็นดูเกินคาด

สำหรับใครที่สนุกกับความรู้ทางการแพทย์ เรื่องนี้ศัพท์โรคและยาเยอะเชียว มีโรคใหม่ๆที่ไม่ค่อยคุ้นหูกันมาก่อน ถึงขั้นต้องเสิร์ชกูเกิลกันเลยเชียว อย่างน้อยที่สุด โรคฮันติงตัน ซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่อง ต้องอยู่ในความสนใจผู้ชมแน่นอน มันคือ Huntington Disease เป็นโรคความเสื่อมของสมอง ถ่ายทอดทางพันธุกรรม นอกจากความจำที่เสื่อมแล้ว ร่างกายจะเคลื่อนไหวไม่ได้ตามปกติ ออกอาการที่ปลายแขนปลายขา รวมไปถึงการแสดงอาการทางจิต เช่นซึมเศร้า ย้ำคิดย้ำทำ หรืออารมณ์สองขั้ว แต่เป็นโรคที่ไม่ค่อยพบเจอในกลุ่มคนไทยหรอก

ชื่นชมไปตั้งมากมาย มุมติก็พอมีบ้างนะ คือ ความแผนเยอะก็พามึนล้าเวียนหัว และเมื่อพลิกไปพลิกมาหลายๆตลบเกิน หลังๆก็อาจมีท้อหรือชักเกิดชาชินได้บ้างในช่วงท้ายๆ ดีที่เขาลดจำนวนตอนลงจากเดิมที่วางไว้ 40 เหลือ 32  ในความตั้งใจที่จะโฟกัสแต่ซีนคัดเน้นๆ ก็มีผลให้เรื่องราวข้ามความสมเหตุสมผลไปบ้าง แต่ก็ไม่เป็นประเด็นสำคัญอะไรนัก เพราะถ้ามองในมุมความสนุกและคุณภาพของงาน ก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในละครมอมเมาความมันส์ ฉีกความจำเจจากละครประโลมโลกอื่นๆที่กลาดเกลื่อนจอได้ดีเลยนะ 555

Trailer

ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries