[Kormovies] The Battleship Island (2017)

ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องดังแห่งปี  ที่จะทำให้ทุกคนอยากดูเพราะไม่อยากตกเทรนด์หนังดีเกาหลี  ดีงามสมเป็นผลงาน  Blockbuster ชิ้นเอกของผู้กำกับรยูซึงวาน

มาเล่าสู่กันฟังหลังจากได้มีโอกาสไปชมรอบพรีเมียร์มาเมื่อคืน ถ้าเอาแบบสรุปสั้นๆ ก็คงต้องบอกว่า เป็นหนังสนุกที่ตรึงอารมณ์ได้ดีตลอดเรื่อง ผู้กำกับ รยูซึงวาน และ เหล่านักแสดง ไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวังเลย เอาเป็นว่า ถ้าคุณพลาดหนังเรื่องนี้ แสดงว่าคุณไม่ใช่ติ่งหนังเกาหลีตัวจริงแน่นอน

เรื่องย่อ

เล่าถึงชีวิตการทำงานเสี่ยงภัย ถูกกดขี่เยี่ยงทาส และสภาพความเป็นอยู่อันแสนทารุณเยี่ยงนรก ของชาวเกาหลีหลายร้อยคน ที่ถูกคนญี่ปุ่นหลอกบังคับมาใช้แรงงานที่เกาะฮาชิมะ ในช่วงปีท้ายๆของสงครามโลกครั้งที่ 2 ชายฉกรรจ์ และเด็กชาย จะเป็นแรงงานทาสในเหมืองถ่านหินใต้ดินลึก ส่วนผู้หญิงจะกลายเป็นหญิงบำเรอให้กับชาวญี่ปุ่น

 

 

 

                                       
                   
                               
เพราะรักหรอกถึงหยอกเล่น ใครจะโดนหยอก หรือ ใครจะรู้ทัน ติดตามได้ในรายการหยอกหยอกคลิก!!!
       

 

 

 

 

 

การอพยพหนีตายจากขุมนรกแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อมีเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษคนหนึ่งแฝงตัวเข้ามา หวังช่วยเหลือบุคคลสำคัญของรัฐบาลเกาหลีที่ถูกจับไว้ แต่หลังจากความจริงบางอย่างถูกค้นพบ ทำให้เขาเปลี่ยนใจทิ้งภารกิจเดิม หันมาวางแผนนำเพื่อจะนำแรงงานเกาหลีทั้งหมดหลบหนีแทน ให้ทันก่อนที่ผู้นำญี่ปุ่นบนเกาะจะถล่มเหมืองและคนงานทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน เพราะเริ่มตระหนักว่าญี่ปุ่นกำลังใกล้จะแพ้สงครามแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นักแสดงและตัวละครหลักของเรื่อง

ฮวังจองมิน  รับบท อีคังอ๊ก หัวหน้าวงดนตรี ที่โดนหลอกไปเกาะนี้ พร้อมกับลูกสาววัย 10 ขวบ และลูกน้องในวงอีกหลายชีวิต เขาเป็นคนฉลาด ปรับตัวเอาชีวิตรอดเป็น และพร้อมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกสาว (เรื่องนี้ ฮวังจองมิน ลงทุนไว้หนวด และสูบบุหรี่ เพื่อให้เข้าถึงบทอย่างสมจริง)

โซจีซบ รับบท ชเวชิลซอง นักเลงขาใหญ่ ที่ถูกหลอกไปเกาะนี้ เป็นตัวป่วนถนัดใช้กำลังจนยึดตำแหน่งหัวหน้าชาวแรงงานไปจากคนเดิมได้ เห็นภายนอกเป็นคนหยาบรุนแรง แต่จริงๆแล้วมีจิตใจดี และเด็ดเดี่ยวมาก

ซงจุงกิ รับบท พัคมูยอง เจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษเกาหลี ที่รับภารกิจแฝงตัวเป็นแรงงานทาส เพื่อจะช่วยเหลือบุคคลสำคัญของรัฐบาลหลบหนีจากเกาะ

อีจองฮยอน รับบท เป็นหญิงสาวจิตใจแข็งแกร่ง ที่ผ่านการเผชิญความยากลำบากมามาก แม้จะตกอยู่ในสภาพเป็นหญิงบำเรอ (เรื่องนี้เธอลงทุนลดน้ำหนักลงให้เหลือเพียง 36.5 กก. เพื่อให้สมบทบาทหญิงที่ถูกทารุณกรรมทางกายและจิตใจอย่างสาหัส)

คิมซูอัน รับบท อีโซฮี ลูกสาวของ อีคังอ๊ค ผู้มีความสามารถในการร้องรำทำเพลง (น้องเป็นดาราเด็กที่รุ่งมากนาทีนี้)

อีกึงยอง รับบทเป็น ยูนฮักชอล เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนสำคัญขององค์กรรัฐ ที่หายตัวไป และพบภายหลังว่าถูกจับไว้ที่เกาะนี้ จึงเป็นเป้าหมายที่หน่วยรบพิเศษจัดส่งคนมาช่วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้โด่งดังทันทีที่ออกสู่สายตาผู้ชม ทั้งด้วยความโดดเด่นของตัวหนังเอง และ ปลุกกระแสความรักชาติของคนเกาหลีเป็นทุน  ซึ่งสังเกตได้ว่าหนังที่เกี่ยวข้องกับอดีตการต่อสู้หรือความเจ็บปวดร่วมของบรรพบุรุษคนในชาติ เช่น The Admiral : Roaring Currents (2014) หรือ Ode to My Father (2014) หรือหนังสงครามดีๆอีกหลายเรื่อง จะติดอันดับต้นๆของ Box Office  อีกทั้งยังมีกระแสข่าวการท้วงติงของญี่ปุ่นว่าบทหนังทำมาเกินจริง มาช่วยกระพือความอยากดูเข้าไปอีก แต่เราคงขอไม่ร่วมวิพากษ์วิจารณ์ใดๆตรงนี้ จะขอเน้นเฉพาะความน่าสนใจของตัวหนัง ในฐานะของชิ้นงานบันเทิงที่ดีมากเรื่องหนึ่งของปีละกัน

โดยรวม หนังเรื่องนี้สนุกแนวอลังการกว่า Veteran เรื่องล่าสุดของผู้กำกับเดียวกัน ที่เคยได้ครองแชมป์หนังรายได้สูงสุดไปเมื่อปี 2015  องค์ประกอบของหนังที่อยากพูดถึง เพื่อกระตุ้นต่อมอยากดู มีมากมาย

  •  บทหนังที่ได้อรรถรสดี แม้จะตึงเครียด แต่สามารถหยอดมุกอมยิ้มเล็กๆได้เป็นระยะๆ บทจะแอคชั่นก็ถึงพริกถึงขิง หรือดราม่าก็ได้ใจนะ
  •  ฉากภายในเกาะ ที่ผู้กำกับจินตนาการว่าเปรียบเสมือน ‘คุกขนาดมหึมา’ ถูกสร้างขึ้นเลียนแบบสถานที่จริง  อลังการงานฉาก ทั้งส่วนของเหมืองถ่านหินใต้ดินที่คับแคบประหนึ่ง ‘รังมด’ ส่วนของเขตพักอาศัยที่แสนแออัดกับฉากหลังบันไดนรกที่สะดุดตาเป็นภาพจำอันหนึ่งของเรื่อง  และส่วนของจุดความเจริญกลางเมืองที่ชาวญี่ปุ่นครอบครองเสพย์สุข
  • การดำเนินเรื่องที่มีจังหวะจะโคนดี ไหลลื่น ชวนติดตาม มีอารมณ์พีคเป็นช่วงๆตลอดเรื่อง  การสื่อความของภาพมีความน่าสนใจหลายชอต เช่นที่ผู้เขียนชอบมาก คือ ฉากฉีกธงชาติญี่ปุ่นเพื่อนำเศษผ้าไปใช้ช่วยยกบันไดเหล็ก
  • ภาพที่คุมโทนสีและแสงให้หม่น ทึม ใช้ภาพเกรนหยาบ ให้ความรู้สึกถึงความกดดัน อึดอัด ไร้ทางออก  จังหวะการเลือกใช้ภาพสโลว์คั่นในฉากแอคชัน ตัดเสียงเอฟเฟคท์ ช่วยให้เราลุ้น หายใจไม่ทั่วท้องตามไปด้วย หรือความสวยงามของภาพจากมุมกล้อง Wide-angle / Bird-eye view/ Long take มากมายหลายชอตตลอดเรื่อง
  • ซาวน์ / เพลง ของเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ชอบมาก จังหวะการวางและการเลือกเพลง ช่วยบิวท์อารมณ์ได้ดีมาก ไม่ว่าจะช่วงลุ้นตื่นเต้น ฮึกเหิม ถึงขั้นขนลุกซู่ตามได้เลย  หรือจะแนวลึกซึ้งกินใจ เช่นช่วงฉากหลบหนีที่ใช้เพลงกล่อมเด็กวางประกอบ
  • ด้านฝีมือการแสดงของดาราแต่ละคนก็เล่นได้ดีมาก ตั้งแต่ดาราหลักไปจนถึงนักแสดงสมทบ  ทุกคนเล่นกันแบบทุ่มสุดตัว เล่นจริงเจ็บจริง แต่ที่ชอบสุดๆก็ยังคงเป็น ฮวังจองมิน และ คิมซูอัน สีสันสำคัญของเรื่องเลย
  • อย่างไรก็ตาม มุมที่ยังขัดตาขัดใจเล็กน้อยก็พอมีอยู่บ้าง เช่น บางช่วงของเรื่องอาจกระชับขึ้นได้อีก จนคิดว่าจริงๆแล้วหนังยาวแค่ 2 ชม.ถ้วนๆก็น่าจะเอาอยู่แล้ว และบทซงจุงกิ ที่ยังไม่ค่อยทำให้เชื่ออย่างสนิทใจ อาจเพราะ Perception ส่วนตัวที่มองเห็นบุคลิกกับหน้า Flower boy ของจุงกิ มันขัดกับบททหาร (ขออภัยที่อาจเห็นต่างจากคนหมู่มากที่รักจุงกิจากบทในซีรีส์ Descendants of the sun) นอกจากนี้ ดูเหมือนว่าจะจัดซีนแฟนเซอร์วิสเยอะไปหน่อยด้วย ก็คงเพราะความเป็นหนัง Blockbuster ด้วยแหละ
  • เรื่องนี้มีการฉายแบบพิเศษ คือการฉายในโรงภาพยนตร์ Sceen X ใช้ระบบการฉาย 3 ทิศทาง (270 องศา) ที่มีด้านหน้า ด้านซ้าย และ ด้านขวา ซึ่งจากที่ลองชมมาทั้งแบบ Sceen X และแบบธรรมดา รู้สึกไม่ค่อยต่างกันมากขนาดนั้น แต่แน่นอนว่าแบบ Sceen X จะได้อรรถรสมากกว่าในบางฉาก เพราะจะมีบางมุมที่ทำให้ดูมีมิติ เหมือนเราได้เข้าไปอยู่ในนั้นจริงๆ

เกร็ดความรู้

Battleship Island เป็นอีกชื่อของเกาะฮาชิมะ ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองนางาซากิ ญี่ปุ่น มีรูปทรงคล้ายเรือรบ จึงได้ชื่อนี้มา ในอดีตเกาะนี้เคยเป็นสัญลักษณ์ของความเติบโตของยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น โดยบริษัทกลุ่มอุตสาหกรรมมิตซูบิชิ  เป็นผู้บริหารการผลิตถ่านหินจากเหมืองใต้ดินของเกาะ เพื่อป้อนโรงงานอุตสาหกรรมในญี่ปุ่น และการผุดอาคารสิ่งปลูกสร้าง ความเจริญต่างๆในญี่ปุ่น ในอีกด้าน ที่เกาะนี้ก็มีประวิติศาสตร์ด้านมืด คือมีการใช้แรงงานต่างชาติ เกาหลี จีน อย่างผิดกฎหมาย ทั้งที่มาจาการการหลอกบังคับขู่เข็ญ และเชลยศึกจากสงครามโลกครั้งที่ 2  และอาจมีแรงงานส่วนหนึ่งตั้งใจมาเองด้วยก็ได้ เพราะตามประวัติบางแหล่งข้อมูล เขาว่าแม้แต่งานหญิงบำเรอ ยังมีหญิงญี่ปุ่นเองสมัครใจทำเพื่อเงินเช่นกัน

ปัจจุบันกลายเป็นเกาะร้าง ที่ใช้เป็นเพียงจุดท่องเที่ยว  เพราะหลังจากนโยบายพลังงานแห่งชาติหันไปพึ่งน้ำมันเป็นหลัก กิจการเหมืองบนเกาะนี้จึงเลิกไป

ในปี 2015 ที่ผ่านมา เกาะนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโก ในมุมความสำคัญของสังคมอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ด้านเหล็ก การต่อเรือ และเหมืองถ่านหิน  อย่างไรก็ตาม การรับรองสถานะ จะทำภายใต้เงื่อนไขที่ญี่ปุ่นต้องยอมรับในการกระทำอันโหดร้ายต่อแรงงานต่างชาตินับหมื่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2   ซึ่งความจริงในข้อนี้แหละที่ถูกหยิบไปใช้อ้างอิงในหนัง ส่วนเรื่องการหลบหนี และรายละเอียดอื่นๆเป็นเรื่องที่แต่งเติมเพิ่มขึ้นค่ะ

Trailer

Exclusive Interview