…เพราะพวกเราคือเพื่อนกัน ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันไหนก็ตาม…

Sunny เป็นภาพยนตร์ที่ได้กระแสตอบรับจากผู้ชมเกาหลีอย่างล้นหลาม จนกลายเป็นหนังทำรายได้อันดับสองของปี 2011 ด้วยความโดดเด่นของเนื้อหาที่ให้ความฟิลกู้ด และสนุกสนานไปพร้อมๆกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการยอมรับในระดับอินเตอร์ ด้วยการได้เข้าฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์ระดับชาติในหลายๆประเทศทั่วโลก ส่วนในด้านรางวัล ทั้งตัวหนังเอง รวมไปถึง ผู้กำกับ และนักแสดงก็ได้รับรางวัลกันพอควร นอกจากนี้ยังเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความสนใจรีเมคจากอีกหลายประเทศด้วย ล่าสุด Sunny ได้ถูกไปรีเมคในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ซึ่งกำลังเข้าฉายในไทย 31 มกราคมนี้

Sunny เป็นภาพยนตร์แนวคอมเมดี้-ดราม่า เล่าถึงชีวิตและมิตรภาพอันแนบแน่นของ 7 สาว อดีตเฮี้ยวๆมันส์ๆในวัยมัธยมยุค ’80 โดยใช้ชื่อแก๊งว่า ‘ซันนี่’ ณ วันนี้ ทุกคนล่วงเข้าวัย 40+ แล้ว เป็นเวลาถึง 25 ปีที่ต่างคนต่างแยกย้ายจากกันไปใช้ชีวิตของตัวเอง โดยไม่เคยได้เจอกันเลย ถ้าไม่บังเอิญว่า นามิได้พบชุนฮวานอนป่วยด้วยโรคร้ายอยู่ที่โรงพยาบาล ปฏิบัติการออกตามหาเพื่อนๆอีก 5 คน จึงเกิดขึ้น เพื่อนำพวกเขากลับมาให้ชุนฮวามีความสุขเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต มิตรภาพของ ‘ซันนี่’ จะถูกรีเฟรชกลับขึ้นมาอีกครั้ง จะกลายเป็นความทรงจำที่ตราตรึงใจของทุกคนไปตลอดกาล

อิมนามิ (รับบทโดย ชิมอึนคยอง / ยูโฮจอง) ในช่วงวัยรุ่น นามิเป็นเด็กนักเรียนย้ายมาใหม่ มีความเป็นบ้านนอกสำเนียงใต้ เงอะงะเปิ่นๆจนกลายเป็นตลกธรรมชาติ แต่ก็น่ารักน่าเอ็นดู และอาศัยว่าเป็นเด็กหัวไว จริงใจ  จึงสะดุดตาโดนใจชุนฮวา จนได้รับการต้อนรับเข้าแก๊งค์เด็กนักเรียนหญิงสุดซ่าส์ของห้องที่เธอเป็นหัวโจทก์อยู่ …. ในวัยผู้ใหญ่ นามิเป็นภรรยาของสามีนักธุรกิจและแม่ของลูกสาววัยรุ่น สามีทำงานเก่ง ก้าวหน้า เงินทองไม่ขาดมือ เผื่อแผ่ไปดูแลถึงแม่ของนามิ ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เป็นเหตุให้เธอได้บังเอิญพบกับชุนฮวาที่นอนป่วยอยู่โรงพยาบาลเดียวกัน

ฮาชุนฮวา (รับบทโดย คังโซรา / จินฮีคยอง) ในช่วงวัยรุ่น ชุนฮวา แก่นเฮี้ยว ใจนักเลง เป็นหัวหน้าแก๊งค์ที่ปล่อยพลังซ่าส์ไปตามวัย ไม่ได้มีพิษภัยอะไรมากมาย จะมีที่ต้องใช้ทั้งสกิลด่าเจ็บแสบและตบตีจริงจังก็คือการดวลกับแก๊งคู่อริขาประจำต่างโรงเรียนเท่านั้น …. ในวัยผู้ใหญ่ ชุนฮวาเหมือนตัวคนเดียว สามีห่างเหินเลิกราไป ลูกก็ไม่มี ธุรกิจการงานที่ผ่านมาประสบความสำเร็จดี การเงินมั่นคง แต่กลับป่วยเป็นโรคมะเร็ง มีเวลาเหลืออยู่เพียงน้อยนิด หลังจากได้พบนามิ เธอจึงมีความหวังปิดฉากชีวิตประสาคนไม่มีห่วงอะไรอื่น ว่าอยากได้พบสมาชิก ‘ซันนี่’ พร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง

คิมจางมี (รับบทโดย คิมมินยอง / โกซูฮี) ในช่วงวัยรุ่น จางมีอ้วนปุ๊กลุ๊กผู้ไม่ยี่หระกับการเรียน หรือเสียงพร่ำเรียกใดๆของครู เธอหมกมุ่นอยู่กับส่องกระจกทำสวย มุ่งมั่นกับขนตาปลอม ตาสองชั้น ….

ฮวังจินฮี (รับบทโดย พัคจินจู / ฮงจินฮี) ในช่วงวัยรุ่น จินฮี ลูกสาวของ ศจ.ด้านภาษาวรรณกรรม เธอจึงเก่งการใช้ภาษาด้วย แต่เป็นการนำมาร้อยเรียงด่าได้ไม่มีซ้ำคำ ฉะฉานไฟแลบ เป็นตัวเทพในการดวลด่า ….

ซอกึมอ๊ค (รับบทโดย นัมโบรา / อียอนคยอง) ในช่วงวัยรุ่น กึมอ๊ค ลูกสาวคนเดียวของหมอฟัน เป็นหนอนหนังสือตัวยง แต่ชอบพกไม้ไว้เตรียมรบรา ถือความได้เปรียบที่มีอาวุธประจำมือ การแย่งชิงขนมอาหาร จึงไวกว่าทุกคน เพราะไม้ช่วยให้มือยาว สาวได้สาวเอา ….

รยูบ๊คฮี (รับบทโดย คิมโบมี / คิมซอนคยอง) ในช่วงวัยรุ่น บ๊คฮี ผู้รักสวยรักงาม ทุกท่วงท่าลีลาของเธอคือการเฉิดฉาย เตรียมพร้อมการเป็นนางงามในอนาคตตามใฝ่ฝัน ….

ซูจี (รับบทโดย มินฮโยริน / ยูนจอง) ในช่วงวัยรุ่น ซูจีเป็นดาวโรงเรียน สาวสวยผู้หยิ่งเย็นชา เป็นสมาชิกคนเดียวที่ไม่อยากยอมรับนามิเข้ากลุ่ม ด้วยเดียดฉันท์ความเชยเซ่อซ่าบ้านนอก และอคติความเป็นคน ‘จอลลา’ เพราะซูจีมีอดีตเจ็บปวดของเธอบางอย่างฝังใจกับคนจอลลา …

ทุกวันนี้ เพื่อนๆเหล่านี้ ทำอะไรอยู่ ที่ไหน อย่างไร นามิจะตามตัวเจอหรือไม่ อย่างไร และแก๊งค์ ‘ซันนี่’ ในวัยเลขสี่นำ จะมีวีรกรรมใดบ้างให้ประทับใจ ต้องไปติดตามดูค่ะ

แต่ก็ใช่ว่าตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีที่ไม่ได้พบกัน จะทำให้ทุกคนลืมเลือน ‘ซันนี่’ เพียงแค่ว่าต่างคนต่างมีชีวิตที่ต้องเดินไป ในยุคที่ไม่มีการสื่อสารโซเชียลเข้าถึงกันง่ายๆเช่นปัจจุบัน ทุกคนจึงเหมือนจากหายกันไป อย่างไรก็ตาม ถ้ามิตรภาพของพวกเขาจะเปรียบเหมือนชื่อ ‘Sunny’ มันจะต้องกลับมาส่องแสงสดใสได้เสมอ เพราะตะวันย่อมกลับขึ้นฟ้าทุกวัน จริงไหมคะ…

ไม่เพียงความซึ้งกินใจของมิตรภาพ ‘ซันนี่’ ที่จับผู้ชมอยู่หมัด มิตรภาพที่เติบโตตามวัย เน้นความสนุกสนานในช่วงเด็ก เป็นเรื่องเป็นราวจริงจังขึ้นในช่วงผู้ใหญ่ ก็มีแอบขอหลุดวัยบ้างนิดๆพอเป็นสีสัน  ยังมีความสนุกสนานของวีรกรรมสุดซ่าส์สุดเฮี้ยว ไม่ว่าจะเป็นการดวลด่า การตะลุมบอนสู้กันที่เล่นใหญ่ให้ฮาเกินจริง แอคติ้งสุดเกรียนของนามิที่หลอกขู่ขวัญคู่ต่อสู้ว่าผีสิงร่าง ชิมอึนคยองช่างทำไปได้ แต่ก็ขำน่ารักมากค่ะ

นอกจากนี้ ในแง่มิติเนื้อหา หนังก็ไม่ได้ละเลยชีวิตมุมอื่นของเด็กวัยรุ่น เช่น ครอบครัว หรือความรัก วัยที่จะมีประสบการณ์ปิ๊งหนุ่มเท่ ฝันหวาน แต่ไม่สมหวัง ประสบการณ์กิจกรรมร้องเล่นเต้นรำ หรือหนักๆแบบร่วมการบ้านการเมือง ก็มีเล่าไว้ รวมถึงความจริงของโลก ชีวิตที่ก้าวมาสู่วัยผู้ใหญ่ ทั้งเรื่องงานและครอบครัว อาจไม่ได้สวยหรูเหมือนฝันที่เคยมีก็ได้

องค์ประกอบของหนังที่สร้างความเพลิดเพลินเจริญใจอย่างมากสำหรับคนที่หลงเสน่ห์งานย้อนยุค ถือว่าทำได้ดีด้วยฉาก ของตกแต่ง เสื้อผ้า เครื่องใช้ และที่สำคัญคือ เพลงประกอบค่ะ แน่นอนว่าชื่อเรื่อง Sunny ก็ต้องใช้เพลง Sunny ของ Boney M มาวางเป็นเพลงหลักของเรื่อง ร่วมด้วยเพลง Reality ของ Richard Sanderson โห! ทำเอาผู้เขียนอิน หวนรำลึกความหลังชีวิตในยุค ’70-’80 บอกกันแบบไม่มีอายวัยเลยเชียว 555

ความดีงามที่สุดของหนังเรื่องนี้ คงต้องยกให้ฝีมือเหล่านักแสดง และต้องขอปรบมือให้กับงานแคสที่ดีเยี่ยมด้วย ที่คัดทุกตัวละครทั้งวัยรุ่นและผู้ใหญ่ได้เหมาะเจาะลงตัว สอดคล้องเชื่อมกันได้ดีไม่มีสะดุด เมื่อคาแรคเตอร์ชัดมีเสน่ห์ บทดีโดนใจ นักแสดงฝีมือถึง ก็รีบดูเลยค่ะ จะรออะไร ไม่ผิดหวังแน่นอน

Trailer :