กลับมาอีกครั้ง สำหรับการพลิกบทบาทที่น่าตื่นเต้นของ นักแสดงรุ่นใหญ่ระดับแนวหน้า จองอูซอง ในจักรวาลภาพยนตร์ชุด Steel Rain ของผู้กำกับ ยังอูซอก ที่ครั้งนี้เขาได้พลิกบทบาทจากนายทหารชั้นสัญญาบัตรจากเกาหลีเหนือ ในภาคแรก สู่การสวมบทบาทเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในภาพยนตร์รีเมคเว็บตูนภาคต่อเรื่องใหม่ ‘Steel Rain 2: Summit’ โดยล่าสุดนี้ จองอูซอง ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับภาพยนตร์และมุมมองทางสังคมการเมืองของเขาต่อสื่อเมื่อไม่นานมานี้

การพลิกบทบาทสวมคาแรกเตอร์ที่หลากหลายนั้นอาจไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนักแสดงแนวหน้ามากความสามารถอย่าง จองอูซอง แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องกลับมาฉุกคิดนั่นคือความเป็นไปได้ในการเกิดประเด็นข้อโต้แย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากภาพยนตร์ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปลุกเร้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเขากลายเป็นตราของคนดังที่รู้กันดีว่า กล้าออกมาแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นอ่อนไหวทางสังคมได้อย่างเปิดเผย ดังเช่นในกรณีที่เขาสนับสนุนผู้ลี้ภัยชาวเยเมนที่เดินทางมายังเกาะเชจูของเกาหลีใต้

‘Steel Rain 2: Summit’ เป็นภาคต่อจากภาพยนตร์เรื่อง ‘Steel Rain‘ ซึ่งลงโรงไปเมื่อปี 2017 ที่ว่าด้วยเรื่องประเด็นละเอียดอ่อนในความสัมพันธ์ระดับประเทศของฝ่ายเหนือ และฝ่ายใต้ ความเจ็บปวดจากการแบ่งแยกชาติและถูกแทรกแซงจากประเทศมหาอำนาจอื่น รวมไปถึงความไม่ลงรอยระหว่างกลุ่มนายพลที่เชื่อในการทำสงครามและผู้ที่เชื่อในสันติวิธี

โดยในภาคนี้จะบอกเล่าเรื่องราวของการสร้างสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างประเทศเกาหลีเหนือและสหรัฐอเมริกา ที่ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะนำมาซึ่งความสงบสุขในคาบสมุทรเกาหลี ด้วยความตั้งใจของ ฮันคยองแจ (รับบทโดย จองอูซอง) ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ แต่เรื่องราววุ่นวายกลับได้บังเกิดขึ้น เมื่อผู้นำจากทั้ง 3 ประเทศ ประกอบไปด้วย ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ผู้นำเกาหลีเหนือ (รับบทโดย ยูยอนซอก) และประธานาธิบดีสหรัฐฯ (รับบทโดย Angus Macfadyen) ถูกลักพาตัวและขังไว้ในเรือดำน้ำนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ หลังการรัฐประหารระหว่างประชุมสุดยอดของ 3 ประเทศ ที่มีหัวหน้าหน่วยบัญชาการทหารสูงสุด (รับบทโดย ควักโดวอน) อยู่เบื้องหลัง

“แม้ว่าเรื่องราวจะเป็นเรื่องที่เเต่งขึ้นและเเนวของภาพยนตร์ก็เป็นแนวพื้นฐาน ที่เคยมีมาอยู่แล้ว ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่มีพื้นฐานเรื่องราวมาจากการเมืองจริง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลก แต่ด้วยเหตุนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเชื้อเพลิงจุดประกายการโต้เถียงในข้อขัดแย้งทางการเมืองที่มีโอกาสเกิดขึ้น ผมจึงถามความตั้งใจกับทางผู้กำกับว่าเขามีความตั้งใจอย่างไรที่เสนอบทนี้ให้กับผม” จองอูซอง เผยถึงเบื้องหลังการตัดสินใจรับบทบาทระหว่างการสัมภาษณ์ “ซึ่งผมคิดว่าผู้กำกับเขาชอบการแสดงทางสีหน้าของผม ที่บทประธานาธิบดีต้องมีการสงวนท่าที เงียบขรึม​(เพื่อเป็นคนกลางระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ) ซึ่งผู้ชมสามารถสังเกตความรู้สึกของเขาได้ผ่านการแสดงอารมณ์ทางสีหน้า”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ จองอูซอง ได้ที่ด้านล่างนี้

คุณมีบุคคลที่เป็นตัวอย่างสำหรับการสวมบทบาทนี้เป็นพิเศษไหม

จองอูซอง : ผมไม่ได้มีบุคคลใดเป็นพิเศษในความคิดของผม มันไม่สามารถบรรยายจำกัดความด้วยคนคนหนึ่งได้ แต่ผมพยายามที่จะถ่ายทอดภาพของผู้นำที่พยายามอย่างเต็มที่ในการนำเส้นทางของประเทศที่แบ่งแยก ไปสู่ยุคของการรวมเป็นหนึ่งและสันติสุข ด้วยการแสดงของผมที่ตั้งใจจะแผ่ขยายความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่ผู้นำพึงมี เพื่อเดินหน้าเข้าสู่ความสงบสุขครับ

สำหรับบทบาทของท่านผู้นำอีก 2 ท่าน ดูเหมือนว่าจะมีลักษณะที่คล้ายกับผู้นำในปัจจุบันจริง ๆ ?

จองอูซอง : การแสดงออกบางอย่างอาจจะทำให้ทุกคนคิดถึงท่านผู้นำในโลกจริง ๆ ได้อยู่ครับ แต่ผมเชื่อว่าผู้กำกับไม่ได้มีจุดประสงค์ในการยุแยงทางการเมืองครับ บทบาทเหล่านั้นนำเสนอสัญชาตญาณความเป็นผู้นำในมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพวกเขาทั้ง 3 คน ถูกกักขังไว้ในเรือดำน้ำ ที่ถึงแม้ว่าพวกเขาต้องเป็นตัวแทนผู้ทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ แต่เมื่อพวกเขาถูกต้อนให้จนมุม สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์และสัตว์ก็จะแสดงออกมา ในสถานการณ์เช่นนั้นตัวละคร ฮันคยองแจ ก็ต้องอดกลั้นชั่งใจ หรือตัวละคร ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีความคล้ายกับ โดนัล ทรัมป์ ก็จะแสดงการกระทำบางอย่างที่อยู่ใต้แนวคิด ‘อเมริกาต้องมาก่อน’ ซึ่งแสดงให้เห็นเนื้อแท้ของตัวละครที่เป็นคนไร้มารยาทและขาดหลักการ

การต้องแสดงเป็นคนกลางนั้น เป็นอย่างไรบ้าง?

จองอูซอง : มันน่าเบื่อ น่าโมโห และน่าหงุดหงิดครับ แต่นั่นมันเป็นสิ่งที่คนที่ดำรงตำแหน่งนี้ต้องทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและใต้ที่ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่สามารถแสดงความเห็นส่งเสียงของเราได้อย่างเต็มที่และชัดเจน ผมคิดว่าในห้องโดยสารเรือดำน้ำแคบ ๆ นั่น สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ประเทศคาบสมุทรเกาหลีเผชิญอยู่ ในสภาพที่บีบคั้นเรา (ทั้งในด้านกายภาพและด้านจิตวิทยา) ซึ่งสารจะถูกถ่ายทอดผ่านจอไปสู่ผู้ชม และนั่นเป็นสภาพแวดล้อมที่สำคัญมาก ๆ สำหรับภาพยนตร์ของเราครับ”

คุณคิดว่าอะไรคือลักษณะที่ผู้นำในอุดมคติพึงมี?

Birth of a Beauty ดูย้อนหลังได้ที่ Viu คลิก!
 

จองอูซอง : ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน ผมเชื่อว่าเจ้าหน้าที่รัฐควรจะพึงตระหนักในหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อประชาชนเสมอ และในเมื่อเราก็เป็นมนุษย์เหมือน ๆ กันหมด แน่นอนว่าเราสามารถหลงผิดเนื่องจากเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของเรากันได้ทั้งนั้น เจ้าหน้าที่ของรัฐจึงควรตระหนักและระมัดระวังในเรื่องนี้อย่างดี และโดยเฉพาะกับประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างคาบสมุทรเกาหลี ผู้นำควรจะมีความอดทน พวกเราทั้งเกาหลีเหนือและใต้ต่างจมอยู่กับปัญหามาเป็นระยะเวลายาวนาน เราก็ต้องมีความอดทนที่ยาวนานเพื่อนำไปสู่ข้อตกลงร่วมกัน เหล่าผู้นำต้องตั้งเป้าหมายและอดทนไว้อยู่เสมอเพื่อที่จะบรรลุสิ่งที่ตั้งไว้ได้ และแทนที่จะกระทำสิ่งใดอย่างหุนหันพลันแล่น ก็ต้องโน้มน้าวให้ผู้คนด้วยความใจเย็นก่อน มันอาจจะดูน่าสิ้นหวัง แต่ผู้นำก็ควรมีความแน่วแน่ที่จะผลักดันให้ประเทศไปสู่สันติภาพ เพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไปของประเทศชาติในอนาคต

คุณคิดว่าหนทางสู่สันติภาพของเราเป็นแบบไหน?

จองอูซอง : ประเทศเกาหลีเหนือมีระบอบปกครองในแบบของเขา ประชาชนในเกาหลีเหนือไม่สามารถมีสิทธิ์มีเสียง แสดงความคิดของพวกเขาได้เท่าที่คนในเกาหลีใต้สามารถทำได้ และเมื่อเราอยู่ในจุดที่สามารถรวมความเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ได้ เราก็ควรที่จะเกิดการพูดคุยถกเถียงระหว่างพลเมืองให้มากขึ้นเกี่ยวกับว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเราทำได้จริง ๆ บ้าง และมีตัวเลือกใดที่จะนำพาเราไปสู่สันติภาพ ซึ่งผมว่าการพูดคุยถกเถียงระหว่างประชาชนพลเมืองนี่แหละเป็นสิ่งสำคัญ เราไม่ได้มีตำแหน่งที่จะกำหนดผลลัพธ์ออกมาได้ แต่ถ้าเราได้มีการสนทนา ผ่านช่วงเวลาที่ล่วงเลยไป คนรุ่นใหม่เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งพวกเขาก็จะสร้างตัวเลือกของพวกเขาในอนาคต ดังนั้นสิ่งสำคัญในตอนนี้คือเราจะต้องเริ่มต้นบทสนทนานั้นให้ได้ครับ

คุณรู้สึกกดดันบ้างไหมที่จะต้องมาแสดงในภาพยนตร์ที่อาจจะทำให้เกิดข้อถกเถียงทางการเมืองได้ และถ้ามี มันทำให้คุณลังเลที่จะเลือกรับบทบาทนี้หรือไม่?

จองอูซอง : เป็นความจริงที่ผมก็รู้สึกกดดันครับ ผู้กำกับยังเขาก็มีบาดแผลจากเรื่อง ‘The Attorney’ (2013) มาก่อน แต่ผมคิดเพียงแค่ว่าเราได้มาลองถ่ายทอดเรื่องราวใหม่ ๆ ผ่านภาพยนตร์ และเราก็ต้องใช้ความพยายามครับ ถ้าคุณถามว่าภาพยนตร์ของเรานั้นมีอคติชี้นำทางการเมืองไหม ผมก็จะตอบว่าไม่ครับ แต่ผมก็กังวลว่าอาจจะมีคนที่เห็นว่าภาพยนตร์มันเป็นอย่างนั้น แต่ผมก็ตัดสินใจเลือกรับบท เพราะผมคำนึงถึงคุณค่าของหนังครับ มันคือการที่ว่าเราตั้งคำถามอะไรกับสังคมได้บ้าง อะไรที่เราควรจุดประกายให้กับคนรุ่นต่อ ๆ ไป ซึ่งสิ่งนี้มันดึงดูดผมให้รับบทบาทครับ

คุณคิดว่าตัวเองเป็นคนดังที่ไม่ลังเลที่จะพูดถึงมุมมองทางการเมืองของคุณหรือไม่?

จองอูซอง : ผมไม่มั่นใจว่าการแสดงออกของผมที่ได้ทำลงไป สิ่งไหนบ้างที่ถูกจำกัดความว่าเป็นการแสดงออกทางการเมือง แต่ผมก็ทราบดีครับว่ามีคนที่คิดว่าผมเป็นคนที่กล้าแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นสังคม แต่ชีวิตของพวกเรามันก็คือการเมืองทั้งนั้นนี่ครับ ทั้งชีวิตและการเมืองมันเป็นสิ่งที่เกี่ยวโยงกันอย่างใกล้ชิด พวกเราเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบและต้องอดทนเผชิญ เมื่อเหล่านักการเมืองที่เราลงเสียงลงคะแนนเลือกตั้งกันมานั้นสร้างปัญหาและความลำบากไว้มากมาย พวกเราทุกคนมีสิทธิ์และหน้าที่ที่จะออกมาพูด เปล่งเสียงความคิดของเราให้ดัง เมื่อประสบกับความไม่สะดวกสบายที่เรารู้สึกในชีวิตของเรา ถ้าสิ่งนี้เรียกว่าการเมือง ดังนั้นมันก็เป็นการเมืองอย่างที่ว่ากันนั่นแหละครับ ผมคิดว่าพวกเราทุกคนในแต่ละบทบาทหน้าที่ต้องแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง เพราะมันเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราโดยตรง ฉะนั้นการเมืองจึงพึงกระทำด้วยนักการเมืองที่สามารถตั้งข้อสงสัยได้ เพราะพวกเขาอาจจะตั้งใจผลักไสประชาชนให้ห่างเหินจากการเมือง เพื่อทำทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการโดยปราศจากก้าวก่ายจากประชาชน

คุณได้เดบิวต์เป็นนักแสดงเมื่อปี 1994 ในตอนนี้คุณเต็มไปด้วยพลังของคนหนุ่มสาวที่เปี่ยมไปด้วยความเเข็งแกร่ง แต่ในตอนนี้คุณมีอะไรมากกว่าแค่ความหนุ่มสาว ดูเหมือนว่าคุณจะมีน้ำหนักบนบ่าทั้งในด้านความรับผิดชอบ ความน่าเชื่อถือ และบางอย่างที่ทำให้คุณแสดงออกถึงตัวตนของคุณในทุกวันนี้ คุณมีแรงจูงใจหรือแรงบันดาลใจที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นหรือไม่?

จองอูซอง : ผมคิดว่าผมเป็นคนที่พยายามไม่ยึดติดกับตัวเองครับ ผมไม่ได้อยู่เพียงแค่แต่ในภาพลักษณ์ที่ผู้ชมจดจำผม ถ้าคาแรกเตอร์ที่ผมแสดงได้เสียงตอบรับที่ดี ผมก็จะไม่ยึดติดกับมัน และจะไม่วนเวียนอยู่แต่ในความสำเร็จนั้นครับ ผมคิดว่าชีวิตมันคือการสร้างตัวตนให้ตัวเองไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะตายครับ ทั้งตัวบทและตัวละครที่ผมได้รับมันไม่ใช่สิ่งที่ผมจะละเลยและทิ้งขว้างมันไปได้ ผมจึงรู้สึกขอบคุณสิ่งเหล่านั้นเสมอ และถ้าผมได้รับความรักจากคนทั้งโลกมากเท่าไหร่ ผมก็จะคิดทันทีครับว่าผมก็ต้องให้ความสนใจกับโลกมากเท่านั้น นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามทำครับ และก็เป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่าทำให้ผมค้นพบตัวเองครับ

ภาพยนตร์ ‘Guardian’ (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ) ภาพยนตร์เรื่องแรกที่คุณจะเดบิวต์ในฐานะผู้กำกับเป็นอย่างไรบ้าง ได้ข่าวมาว่ามันจะออกมาได้ดีเลยทีเดียว

จองอูซอง : ผมเป็นคนปล่อยข่าวนั้นเองแหละ (หัวเราะ) แต่มันก็ต้องรอดูครับว่าผู้ชมจะรู้สึกเช่นเดียวกันหรือเปล่า จากประสบการณ์ของผมแล้ว การทำหนังคือการทำงานที่คุณจะยึดติดกับความสบมบูรณ์แบบ แต่ไม่ว่าผมจะวางแผนมาอย่างพิถีพิถันขนาดไหน แต่ผมก็ตระหนักได้ว่าผมไม่สามารถควบคุมสิ่งที่จะเกิดขึ้นในกองถ่ายได้ทุกอย่าง เพราะเงื่อนไขสภาพตอนนั้นมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ผมต้องตัดสินใจอย่างดีที่สุดจากสิ่งที่ผมได้เจอมาก่อนหน้านั้น ผมมุ่งเน้นโฟกัสไปที่ผมจะทำหนังออกมาแบบไหนเมื่ออยู่ที่กองถ่าย ตอนนี้ผมกำลังทำงานอยู่ในช่วงครึ่งหลังของหนังครับ

ชมตัวอย่างภาพยนตร์ “Steel Rain 2: Summit” ได้ที่คลิปด้านล่างนี้

แฟน ๆ ชาวไทยสามารถรับชมภาพยนตร์ “Steel Rain” ซึ่งเป็นภาคก่อนหน้า แบบซับไทยถูกลิขสิทธิ์ได้แล้ววันนี้ที่ Netflix

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยูยอนซอก กับการพิสูจน์ฝีมือการแสดงครั้งใหม่บนจอเงิน ในมาด ‘ท่านผู้นำเกาหลีเหนือ’

ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries

Source (1)