เรื่องราวขององค์กษัตริย์หนุ่มน้อยดันจง กับชายผู้พิทักษ์ซึ่งรับหน้าที่คุมโทษเนรเทศ
หนังที่ทะยานสู่อันดับ 2 ของบ็อกซ์ออฟฟิซตลอดกาล ด้วยผู้ชมมากกว่า 16 ล้าน
หนังที่ดารานำทั้งคู่แสดงไว้เยี่ยมมาก ถึงขั้นได้รับรางวัลแพคซังปีนี้พร้อมกันสองสาขา
หนังที่อิงเรื่องจริงจากประวัติศาสตร์ แล้วยังขยี้อารมณ์ได้สุดจัด แม้จะรู้บทจบอยู่แล้วก็ตาม
เป็นหนังดีงามอีกเรื่องที่ใครพลาดดู คงน่าเสียดายแย่เลยค่ะ

The King’s Warden ในชื่อไทยว่า ดันจง ราชันย์นักโทษแห่งชองนยองโพ เป็นผลงานของ ผู้กำกับจางฮันจุน ที่เคยมีผลงานเด่นคือ Rebound (2023), Forgotten (2017) เล่าเรื่องราวที่อิงจากประวัติศาสตร์จริง โดยหยิบเอาบันทึกต่างมุมจากหลากหลายแหล่งที่ยังหาข้อสรุปแท้จริงไม่ได้ (อ่านเสริมได้จากเกร็ดข้อมูลท้ายรีวิว) ยังคาใจชาวเกาหลีอยู่จนทุกวันนี้ นำมาร้อยเรียงและแต่งบทเสริมเข้าไปเพื่อให้เป็นงานที่ชวนติดตาม ได้ทั้งคุณค่าในเกร็ดประวัติศาสตร์ และคุณค่าของบทที่ให้น้ำหนักกับการสร้างความอบอุ่นหัวใจในความสัมพันธ์ของคนเราไม่ว่าจะต่างสถานะกันแค่ไหน และการแสดงความกล้าหาญของคนธรรมดาๆ ผ่านการผสมผสานเสียงหัวเราะนำและน้ำตาตามได้อย่างลงตัว คุณภาพงานบันเทิงที่ครบองค์ประกอบนี้ พิสูจน์ชัดด้วยรายได้ กระแสการตอบรับ และรางวัลทรงเกียรติที่ได้รับ



เรื่องราวที่เล่าถึงชีวิตของพระเจ้าดันจง (รับบทโดย พัคจีฮุน) กษัตริย์ลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์โชซอน พระนามเดิมคือ อีฮงวี เป็นหลานปู่องค์โต สายตรงของพระเจ้าเซจงมหาราช ขึ้นครองราชย์โดยชอบธรรมด้วยวัยเพียง11 พรรษา (ถ้านับแบบเกาหลีเดิมคือ 12 พรรษา) เพราะพระบิดาคือพระเจ้ามุนจงป่วยและสิ้นก่อนวัยอันควร ทำให้พระเจ้าดันจงต้องเผชิญชะตากรรมอาภัพ จากมรสุมการเมืองในราชสำนัก ถูกเสด็จอาแท้ๆคือองค์ชายซูยัง (ภายหลังคือพระเจ้าเซโจ กษัตริย์ลำดับที่ 7) ก่อรัฐประหารยึดอำนาจ ประหารสองขุนนางผู้สำเร็จราชการและสำเร็จโทษเหล่าข้าราชบริพารที่ภักดีในข้อหาก่อกบฏ ถูกบังคับให้สละบัลลังก์ ถูกถอดพระยศ ให้เรียกนามเพียงว่าองค์ชายโนซาน และต้องโทษเนรเทศไปอยู่ในที่กันดารไกลโพ้น ในวัยเพียง 16 พรรษาซึ่งกลายเป็นวาระสุดท้ายของชีวิต
ส่วนชายวัยกลางคนอีกคนที่ถูกวางบทสำคัญคู่ไปกับช่วงชีวิตเนรเทศขององค์ดันจง ก็คือ ออมฮีงโด (รับบทโดย ยูแฮจิน) หัวหน้าหมู่บ้านเล็กๆกลางหุบเขาที่ชองนยองโพ (อยู่ในเมืองยองวอล จังหวัดคังวอน) ออมฮึงโดดิ้นรนล่าสัตว์หาอาหารเลี้ยงดูลูกบ้านด้วยความยากลำบาก เขาบังเอิญไปได้รู้จากหัวหน้าหมู่บ้านข้างเคียงว่า การรับขุนนางนักโทษเนรเทศมาอยู่ในพื้นที่ แค่ทำหน้าที่ดูแลเฝ้าระวัง ก็มีโอกาสทำให้อนาคตหมู่บ้านอุดมสมบูรณ์หากขุนนางนั้นกลับไปเรืองอำนาจใหม่และส่งข้าวของกลับมาตอบแทน เขาจึงไปเสนอตัวให้เจ้าเมืองใช้ชองนยองโพเป็นสถานที่เนรเทศ โดยไม่รู้มาก่อนว่าขุนนางผู้มาคนนั้นจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มวัยเยาว์ อดีตกษัตริย์ที่ถูกอัปเปหิจากบัลลังก์นั่นเอง


เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นี่ในเวลาพียงไม่กี่เดือน ค่อยๆเปลี่ยนสภาพจิตใจของอดีตกษัตริย์ที่ทุกข์ระทม โดดเดี่ยว ไร้ความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ ออมฮึงโดและชาวบ้านที่ตั้งอกตั้งใจดูแลเขาอย่างดี ด้วยความซื่อใสบริสุทธิ์ใจ หวังเพียงให้เชามีชีวิตอยู่ต่อได้ และชาวบ้านได้มีความหวังกับชีวิตข้างหน้าบ้าง จากหน้าที่ที่ต้องคอยเฝ้าจับตา รายงานทุกความเคลื่อนไหวของนักโทษเนรเทศให้ทางการทราบ ได้ค่อยๆพัฒนากลายเป็นความผูกพันต่อกัน ชาวบ้านกลุ่มนี้ก็ไม่ต่างจากไพร่ฟ้าย่อมๆ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์วิกฤตที่ออมฮึงโดได้กลายเป็นเสมือน ‘ผู้พิทักษ์’ แทน ‘ผู้คุมนักโทษ’ นั่นคือที่มาของชื่อเรื่อง The King’s Warden
อย่างที่เกริ่นไว้ว่า เรื่องราวปลายทางเป็นที่รู้กันดีจากบันทึกประวัติศาสตร์ แต่หนังก็ยังพาเราค่อยๆพัฒนาอารมณ์ไหลตามพวกเขาไปได้อย่างดี จากแรกเริ่ม ดูกันเพลินๆ เฮฮาประสาสไตล์คาแรคเตอร์สุดยูนีคของยูแฮจิน คือแคสใครก็ไม่เหมาะเท่าคนนี้จริงๆ แล้วค่อยๆเพาะบ่มความหวังความอบอุ่นหัวใจ ก่อนไปปักฉึกอารมณ์สุดสะเทือนใจอย่างฉับพลันใน 20 นาทีท้ายเรื่อง ที่ทำเอาน้ำตาแตกแบบเขื่อนพังทะลักเลยเชียว
ยูแฮจินตีบทแตกอย่างสมมงรางวัลแดซังสุดๆ รวมถึงพัคจีฮุนก็ถ่ายทอดบทขององค์ดันจงได้อินมาก ใบหน้าซูบซีดอิดโรย (ได้ข่าวว่าเขาถึงขั้นอดข้าวลดน้ำหนักเป็นเดือนเลยเพื่อบทนี้) ไม่ว่าจะเป็นบทดวงตาเศร้าๆไร้ชีวิตในช่วงต้น หรือดวงตามีพลังในช่วงต่อมา ก็ทำได้ดีจริง ส่วนตัวผู้เขียนมักเห็นพัคจีฮุนตั้งใจแสดงจนเกินธรรมชาติอยู่บ่อยครั้งในงานเดิมๆก่อนหน้า แต่มาเรื่องนี้น่าทึ่งมากที่เขาใช้พลังได้ลึกซึ้ง แนวเล่นน้อยได้มาก ชวนสัมผัสได้ถึงทุกออารมณ์ที่อัดอั้นอยู่ภายใต้ร่างเปราะบางเล็กๆของเด็กหนุ่มผู้เคยสง่างาม ที่กลับต้องเผชิญชะตากรรมพลิกผันอย่างสุดเศร้า เรียกว่าควรค่ากับรางวัลแพคซังที่ได้รับเช่นกันค่ะ เชื่อว่าคงรับรัวๆกันไปอีกหลายเวทีแน่นอน
สมทบความเข้มข้นด้วยนักแสดงอื่นๆ ได้แก่ ยูจีแท รับบทเป็น อัครเสนาบดีฮันมยองโฮ ผู้หนุนองค์ชายซูยังยึดอำนาจ (ตัวละครที่ชวนเกลียดมากทุกฉากที่ออกมา) จอนมีโด รับบทเป็นนางในแมฮวา ผู้ติดตามองค์ดันจง พัคจีฮวาน รับบทเป็นเจ้าเมืองยองวอล คิมมิน รับบทเป็นออมแทซาน ลูกชายของออมฮึงโด อีจุนฺฮยอก รับบทเป็นองค์ชายกึมซอง เสด็จอาอีกคนขององค์ดันจง นอกจากนี้ก็ยังมี โอดัลซู คิมซูจิน และอีจุนฮยอก (อีกคน) รับบทเป็นเหล่าชาวบ้าน อันแจฮง ก็มาแจมรับเชิญเป็นหัวหน้าหมู่บ้านโนรูโกล และปิดท้าย ตัวผู้กำกับเองก็ยังแอบรับบทเล็กๆเป็นขันทีด้วยนะ






เกร็ดข้อมูลเสริม :
กินเวลานานหลักร้อยๆปีทีเดียว ที่หลายหลักฐานข้อมูลค่อยๆถูกทยอยเปิดเผย ก็อาจเป็นไปได้ว่าเพราะสายการสืบสันตติวงศ์จากพระเจ้าเซโจยาวต่อเนื่องมานับจากนั้น แต่ข้อมูลที่ได้มาจากหลายแหล่งอ้างอิง ก็มีความต่างกันในรายละเอียด ดังนี้
#พงศาวดารราชวงศ์โชซอน ในรัชสมัยของพระเจ้าเซโจ เสด็จอาผู้ยึดบัลลังก์ในการรัฐประหารปี ค.ศ.1453 บันทึกไว้อย่างกระชับสั้นๆว่า ‘เมื่อองค์ชายโนซานทรงทราบข่าวการประหารชีวิตผู้ภักดีของพระองค์ ก็เลยตัดสินใจแขวนคอตนเอง ราชสำนักได้ประกอบพิธีศพตามธรรมเนียม’
#ในบันทึกของราชสำนักอีกฉบับอื่นต่อมา เริ่มแตกต่างออกไปโดยกล่าวว่า ในรัชสมัยของพระเจ้าซอนโจ (ค.ศ. 1567-1608) มีคำบอกเล่าโดยข้าราชการคนหนึ่งต่อองค์กษัตริย์ว่า ‘ผู้ตรวจการหลวงถูกส่งไปยังเมืองยองวอลเพื่อนำเครื่องดื่มยาพิษไปให้พระเจ้าดันจง และบันทึกของเรื่องนี้ยังคงมีปรากฏอยู่ที่สำนักตุลาการหลวง‘
#ในบันทึกฉบับต่อมาของสมัยของพระเจ้าซุกจง (ค.ศ. 1661-1720) ผู้คืนพระยศอย่างเป็นทางการให้พระเจ้าดันจง ระบุว่า ‘ผู้ตรวจการหลวงนามวังบังยอน เดินทางมาถึงยองวอลพร้อมคำสั่งของพระเจ้าเซโจ แต่เมื่อมาถึงเมืองนั้น เขากลับลังเล ไม่กล้าก้าวไปข้างหน้า เมื่อพระเจ้าดันจงเสด็จออกมาและถามถึงจุดประสงค์ของการเสด็จมา วังบังยอนก็ยังคงนิ่งเงียบ จากนั้น บัณฑิตหนุ่มคนหนึ่งที่รับใช้องค์ดันจงมานานได้อาสาลงมือเอง แต่ทันใดนั้น เขาผู้นั้นก็มีเลือดไหลทะลักออกมาจากทวารทั้งเก้าและเสียชีวิตลง’ ประหนึ่งตีความได้ต่อว่าการตายนี้เป็นการลงทัณฑ์ของสวรรค์ที่ไม่เห็นด้วยกับการประหารชีวิต
#ในอีกหลักฐานจาก ‘ยอลยอซิล กิซุล’ ซึ่งเป็นหนังสือรวบรวมประวัติศาสตร์อย่างไม่เป็นทางการในศตวรรษที่ 18 โดยนักวิชาการชื่อว่า อีกึงอิก ระบุว่า ‘ข้าราชบริพารที่รับใช้องค์กษัตริย์ผู้ถูกเนรเทศ ได้ผูกเชือกยาวเข้ากับสายธนูและดึงสุดแรงให้ตึงผ่านหน้าต่างด้านหลังที่ประทับของกษัตริย์’
#จากทุกแหล่งที่กล่าวมา ดูจะไม่มีพิธีศพอย่างเป็นทางการโดยรัฐ กลายเป็นว่าร่างขององค์ดันจงถูกโยนลงในแม่น้ำ ตามรายงานพระราชกฤษฎีกาของพระเจ้าเซโจได้ประกาศไว้ว่าใครก็ตามที่นำร่างขึ้นมา จะถูกโทษดับสิ้นสามชั่วโคตร จนกระทั่งออมฮึงโดได้เก็บร่างของพระองค์ขึ้นมาจากแม่น้ำกลางดึก และนำไปฝังไว้บนภูเขาที่หิมะปกคลุมมิด ก่อนที่จะหนีไปหลบซ่อนตัว
Trailer :
บทความที่เกี่ยวข้อง

