เจาะลึกซีรีส์ The Scarecrow ‘คดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซอง’ ที่เล่าใหม่ผ่านหุ่นไล่กา

Focus The Scarecrow Hwaseong Serial Murders cover

กลางทุ่งที่ไม่มีใครอยู่ หุ่นไล่กาตัวหนึ่งยืนอยู่นิ่ง ๆ แต่ในซีรีส์ The Scarecrow มันไม่ใช่แค่หุ่น หากคือใครบางคนที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในความมืด เพื่อรอเวลาเลือกเหยื่อของตัวเอง เรื่องนี้มีรากฐานมาจากคดีจริงที่โด่งดังของเกาหลีอย่าง ‘คดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซอง’ ซีรีส์นำแสดงโดย พัคแฮซูอีฮีจุน ในบทบาทของนักสืบและอัยการคู่ปรับ ที่ต้องจำใจร่วมมือกันไขคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นย้อนไปตั้งแต่ปี 1986 แต่กลับถูกคลี่คลายตัวตนของคนร้ายได้ในอีกกว่า 30 ปีให้หลัง

ดูซีรีส์เกาหลี The Scarecrow ซับไทยถูกลิขสิทธิ์ ได้ที่ Viu

Park Hae Soo Lee Hee Joon The Scarecrow Photo

เรื่องราวที่ดัดแปลงมาจากคดีจริง

คดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซอง (화성 연쇄살인사건) เกิดขึ้นระหว่างปี 1986 – 1991 ในเมืองฮวาซอง จังหวัดคยองกี เมื่อผู้หญิงอย่างน้อย 10 รายตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศ และถูกสังหารอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ใกล้เคียงกัน โดยเหยื่อมีตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงอายุ คนร้ายมักซุ่มรอเหยื่อในพื้นที่ชนบทหรือเส้นทางเปลี่ยว ก่อนลงมือกับผู้หญิงที่เดินทางกลับบ้านเพียงลำพังในช่วงเวลากลางคืนหรือเช้ามืด 

ในหลายคดีคนร้ายไม่ได้ใช้อาวุธโดยตรง แต่เลือกใช้สิ่งของของเหยื่อ เช่น ถุงน่องหรือเสื้อผ้า มาเป็นเครื่องมือในการก่อเหตุ โดยเฉพาะการรัดคอ ซึ่งกลายเป็นลักษณะเด่นที่เชื่อมโยงคดีต่าง ๆ เข้าด้วยกัน และสะท้อนรูปแบบการก่อเหตุที่มีความต่อเนื่องอย่างชัดเจน ท่ามกลางบรรยากาศของความหวาดกลัวที่ปกคลุมทั้งเมือง และการสืบสวนที่เต็มไปด้วยความมืดมน เนื่องจากตำรวจไม่สามารถระบุตัวคนร้ายได้ในขณะนั้น

Focus The Scarecrow Hwaseong Serial Murders

ตลอดหลายปีของการสืบสวน ความผิดพลาดและการใช้อำนาจเกินขอบเขตก็ได้เกิดขึ้น หนึ่งในนั้นคือคดีที่ 8 เป็นเหตุการณ์ที่เด็กหญิงอายุ 13 ปี ถูกล่วงละเมิดทางเพศภายในบ้านของตนเอง ก่อนถูกบีบคอเสียชีวิต ซึ่งตำรวจได้จับกุม ยุนซองยอ ชายวัย 23 ปี มาเป็นผู้ต้องหา โดยมีการควบคุมตัวโดยมิชอบ บังคับให้รับสารภาพภายใต้ความรุนแรง กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้เขาเป็นแพะรับบาป และถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต 


ความยุติธรรมที่สายเกินไป

หลังใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำอย่างไม่เป็นธรรมมายาวนานกว่า 20 ปี ยุนซองยอ ได้รับการปล่อยตัวแบบมีเงื่อนไขในปี 2009 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คดีเริ่มถูกหยิบขึ้นมาตรวจสอบใหม่ด้วยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตามความจริงเพิ่งถูกเปิดเผยอย่างชัดเจนในปี 2019 เมื่อการตรวจ DNA สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุที่แท้จริงได้นั่นคือ อีชุนแจ ซึ่งในขณะนั้นเขากำลังรับโทษจำคุกตลอดชีวิตอยู่ที่เรือนจำปูซานจากคดีฆาตกรรมญาติของตัวเองในปี 1994 

คนร้ายได้ยอมรับว่าก่อเหตุฆาตกรรมอย่างน้อย 14 คดี โดยในจำนวนนี้นับเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซอง 10 คดี ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1986–1991 และสารภาพว่าได้พยายามหรือก่อคดีล่วงละเมิดทางเพศอีกประมาณ 30 ครั้ง โดยการวิเคราะห์ทางจิตวิทยายังชี้ว่า เขามีลักษณะของไซโคพาธ ไม่สามารถรู้สึกเห็นอกเห็นใจเหยื่อ โอ้อวดอาชญากรรมของตนเอง และการแสดงตัวตนเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น อย่างไรก็ตามแม้ตัวคนร้ายจะถูกระบุได้ในท้ายที่สุด แต่ความยุติธรรมกลับมาไม่ทันเวลา เพราะคดีทั้งหมดได้หมดอายุความไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2006 ทำให้ไม่สามารถดำเนินคดีอาญากับเขาได้


หุ่นไล่กากลางทุ่งนา

แม้ความจริงจะถูกเปิดเผยแล้ว ความหวาดกลัว ความไม่ไว้วางใจ และบาดแผลที่หลงเหลืออยู่ในสังคมกลับไม่เคยหายไปไหน และนั่นคือสิ่งที่ The Scarecrow เลือกจะหยิบขึ้นมาเล่าอีกครั้งผ่านความกลัวที่ยังคงยืนอยู่ เหมือนหุ่นไล่กาในความมืด ซีรีส์ถ่ายทอดเรื่องราวการก่อเหตุมาอย่างมีแบบแผนชัดเจน เหยื่อจะเป็นผู้หญิงที่ต้องเดินทางกลับบ้านเพียงลำพังในยามค่ำคืน โดยเฉพาะเส้นทางที่ต้องผ่านทุ่งนาอันเงียบเปลี่ยว คนร้ายเลือกซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางทุ่งนาด้วยการปลอมเป็น หุ่นไล่กา เพื่อกลืนไปกับสภาพแวดล้อม 

Focus The Scarecrow Hwaseong Serial Murders 2

คนร้ายเฝ้ารอจังหวะเพื่อเลือกเหยื่อที่ต้องการ และลงมือเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนใช้เสื้อผ้าของเหยื่อมามัดมือและเท้า ควบคุมไม่ให้ขัดขืน หลังจากนั้นการก่อเหตุจะดำเนินไปในรูปแบบซ้ำเดิม คือการล่วงละเมิดทางเพศ ก่อนจบลงด้วยการสังหารด้วยการรัดคอจนขาดอากาศหายใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนร้ายได้เริ่มทิ้งลายเซ็นของตัวเองลงในคดี ด้วยการเลือกใช้ถุงน่องเป็นอุปกรณ์ในการก่อเหตุ ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ผูกโยงทุกคดีเข้าด้วยกันเหมือนกับในคดีจริง


Focus The Scarecrow Hwaseong Serial Murders 3

ในซีรีส์ตัวตนของคนร้ายถูกเปิดเผยตั้งแต่ช่วงต้นเรื่อง แต่ชื่อที่ปรากฏกลับยังไม่เชื่อมโยงกับตัวละครใดอย่างชัดเจน ทำให้ความจริงยังคงถูกปิดบังไว้ในอีกระดับหนึ่ง เล่าเรื่องสลับระหว่างอดีตในช่วงที่คดีเพิ่งเริ่มต้น กับปัจจุบันที่รู้ตัวคนร้ายแล้ว แต่โครงสร้างแบบนี้ไม่ได้ลดทอนอรรถรสของการสืบสวนลงเลย ตรงกันข้ามกลับยิ่งเพิ่มความตึงเครียดและชวนให้ติดตามมากขึ้น 

เพราะแม้ผู้ชมจะรับรู้ข้อมูลบางอย่างล่วงหน้า ทั้งการเชื่อมโยงกับคดีจริง หรือการมีตัวตนของคนร้ายอยู่แล้ว ซีรีส์ก็ยังคงเล่าเรื่องในลักษณะที่ทำให้ยากจะคาดเดาได้ว่า คนร้ายตัวจริงคือใครกันแน่ จนกว่าจะถึงจุดที่เรื่องราวค่อย ๆ เปิดเผยออกมาอย่างสมบูรณ์ พร้อมชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของคดีนี้คือ ความจริงที่เคยถูกมองข้าม และต้องใช้เวลากว่าหลายทศวรรษกว่าจะถูกเปิดเผย คอซีรีส์ตามไปรับชมกันต่อได้ทุกวันจันทร์-อังคาร พร้อมซับไทยถูกลิขสิทธิ์ที่ Viu

บทความที่เกี่ยวข้อง

The Scarecrow ซีรีส์สืบสวนเรื่องใหม่ของ พัคแฮซู – อีฮีจุน เมื่อศัตรูต้องร่วมมือกันไล่ล่าฆาตกรต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter
 : twitter.com/korseries
Website
 : korseries.com
Youtube 
: Korseries

ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ

Source (1) (2) (3)

ชอบดูซีรีส์ ฝันอยากเป็นนักวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากร ปัจจุบันเขียนหนังสือที่ชื่อว่าชีวิตทุกวัน