
เมื่อมหาอุทกภัยฉับพลันคือการมาถึงของวันสิ้นโลก
ความอยู่รอดเดียวของมนุษยชาติ จะอยู่ในมือเธอ … ‘แม่’ คนนี้
The Great Flood เป็นภาพยนตร์ออริจินัลของ Netflix ด้วยการเขียนบทและกำกับโดย ผู้กำกับคิมบยอนอู ซึ่งมีผลงานเด่นๆ คือ Omniscient Reader: The Prophecy (2025), Take Point (2018), The Terror Live (2013)
อันดับแรก จากชื่อเรื่องที่เรียบง่ายเกิน ทำให้ต้องมาสำรวจ genre เพื่อเห็นภาพกว้างก่อนชม ก็คือการผสมรวมมิตรของ หายนะภัยพิบัติ ไซไฟ แอ็คชั่น ดราม่า การวนลูป ทริลเลอร์ แฟนตาซี ดิสโทเปีย การล่มสลายของโลกจากระบบนิเวศ และการผจญภัยฟันฝ่าอุปสรรค นั่นหมายความว่าจะมีอะไรๆมากกว่าแค่หนังบันเทิงแอ็คชั่นระทึกขวัญหนีตายจากภัยพิบัติสูตรเดิมๆค่ะ อย่าเพิ่งมองแค่ชื่อและเรื่องย่อ หรือคาดหวังหนังพิบัติจ๋าอย่างที่เคยเห็นกันมา
แน่นอนว่าฉากหลังที่ปูเปิดเรื่องก็คือ น้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่จากการละลายของน้ำแข็งมหึมาขั้วโลกทะลักลงทะเลมา ท่วมอย่างเยอะแบบที่ว่าคอนโดสูงยังไม่รอด และไวขนาดหนีไม่ทันไม่ต่างจากสึนามิ


คูอันนา (รับบทโดย คิมดามี) ถูกลูกชาย จาอิน (รับบทโดย ควอนอึนซอง) วัย 6 ขวบปลุกตื่นด้วยความหมกมุ่นเล่นประสาเด็กที่เอาแต่เซ้าซี้แม่ให้ว่ายน้ำดำน้ำด้วยกัน ไปจนถึงการเซ้าซี้ให้แม่ดูรูปวาดของตน ในขณะที่น้ำกำลังท่วมทะลักเข้ามาในบ้านของเธอซึ่งอยู่ชั้น 3 ของอาคาร และเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วน่าใจหาย

ในจังหวะนั้น ซนฮวีโจ (รับบทโดย พัคแฮซู) เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของบริษัทก็โทรมาเพื่อช่วยเหลืออันนาให้ขึ้นไปดาดฟ้ารอเฮลิคอปเตอร์ของบริษัทมาพาอพยพทิ้งโลกนี้ไป เพราะอันนาคือทรัพยากรบุคคลที่สำคัญ ไม่เพียงต่อองค์กร แต่ต่อการอยู่รอดของมนุษย์ด้วย เธอเป็นด็อกเตอร์นักวิจัยเอไอมนุษย์ ในส่วนของการพัฒนาอารมณ์ความรู้สึก (Emotion Engine) เป็นผู้ช่วยของหัวหน้าอิมฮยอนโม (บทรับเชิญโดย จอนฮเยจิน) ซึ่งฮวีโจแจ้งว่าช่วยฮยอนโมไม่ทันแล้ว จึงเหลือคนสำคัญหนึ่งเดียวคือ ดร.อันนา ที่ต้องรอดเพื่อไปอยู่นอกโลกแล้วเริ่มต้นสร้างมนุษย์เผ่าพันธุ์ใหม่ ร่วมกับด็อกเตอร์ในโหนดเอ็นจิ้นอื่นๆที่เตรียมพร้อมรอแล้ว



ความพยายามหนีตายขึ้นดาดฟ้าของอันนาและจาอินที่ไม่ได้แข็งแรงสมบูรณ์นั้น เจอะเจอนานาปัญหาอุปสรรค และเชื่อมโยงเข้าสู่เรื่องราวที่มาของงานที่เธอทำอยู่ ความจริงบางอย่างทยอยเผย และปล่อย hint เป็นจิ๊กซอว์ให้เราเก็บปะติดปะต่อเรื่องราวที่เข้าสู่ใจความสาระแท้จริงของหนังที่จะโฟกัส การนำจินตนาการไซไฟ มาถ่ายทอดอารมณ์ความเป็นมนุษย์ จรดถึงอารมณ์ของ ‘มนุษย์แม่’ ที่ทุ่มเทความพยายามเพื่อลูกอย่างนับครั้งไม่ถ้วน (กราฟฟิคชื่อเรื่องในไตเติ้ลเองก็ล้อกับสัญญลักษณ์อินฟินิตี้ด้วยอย่างเก๋ๆ) เทคนิคการเดินเรื่องแบบวนลูปจึงทำหน้าที่สำคัญในช่วงต่อมา ผิวเผินอาจดูเหมือนเครียดๆซ้ำซากน่าเบื่อ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะมีรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ ให้จับตาร้อยเรื่องอย่างสนุก เดินเรื่องไวมากจนอาจดูไม่ทันเอาเลยนะ
ใบ้ไว้ให้เล็กน้อยค่ะว่ามีจุดสังเกตที่ ‘หมายเลข‘ บนเสื้อของอันนา แล้วจะช่วยให้เก็ตได้ง่ายขึ้น และเรื่องนี้ควรดูอย่างตั้งใจตั้งแต่เปิดเรื่องเลยนะคะ ทุกประโยคมีเหตุผลที่มาทั้งนั้น เมื่อคิดย้อนไปย้อนมาแล้ว เรียกว่าผูกเรื่องได้ดี รวมถึงการหักมุมท้ายเรื่อง ทำได้น่าทึ่งดีเลยค่ะ


แว้บแรกของเรื่อง ชวนให้นึกว่าไอเดียอาจมาจากเรื่องน้ำท่วมสิ้นโลก มีผู้ได้รับการพิทักษ์ขึ้นเรือโนอาห์ เพื่อรักษาเผ่าพันธุ์สำคัญของโลกไว้ ซึ่งมนุษย์ผู้รอดก็สมควรมีความพร้อมของ ‘ความเป็นแม่’ ในจิตวิญญาณ ท่ามกลางโลกความจริงที่ทุกวันนี้มนุษย์มีความโหดร้าย เห็นแก่ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
แว้บแรกอีกเช่นกันที่แอบคิดว่า คิมดามี ช่างดูไม่เหมาะกับบทแม่ และมีความนอยด์บทเด็กชายพอควร แต่เมื่อดูไปเรื่อยๆจะเจอเหตุผลที่คลี่คลายความอึดอัดนั้นได้ กลายเป็นความชื่นชมผู้กำกับว่าคิดเก่งจัง มีชั้นเชิงในการพลิกอารมณ์คนดู จากคาแรคเตอร์ตัวละครที่คิดไม่ถึง รวมถึงความรู้สึกแรกที่เห็นตัวละครของพัคแฮซูออกจะแบนๆแบบว่าจะใช้ดาราไม่คุ้มรึไม่ ก็เปลี่ยนไปหลังจากนั้น เพราะตัวละครนี้มีไว้ให้ติดตามพัฒนาการที่น่าสนใจ
นอกจากนี้ยังมีนักแสดงรับเชิญอีกหลายคน อาทิเช่น พัคบยองอึน อีฮักจู และน้องยูนา แต่ก็เรียกได้ว่าเรื่องราวหลักๆถูกแบกอยู่บนบ่าของคิมดามีตลอดเรื่องเลย สมกับที่เป็น ‘แม่’ โดยนัยว่า แม่ก็เป็นบุคคลสำคัญของการสร้างโลกใหม่เช่นกัน
โดยรวมแล้ว จัดว่าเป็นหนังไซไฟตำรับเกาหลีที่หยิบความเร้าใจของภัยพิบัติมานำเรื่องได้ดี ด้วยงานผลิตซีจีที่จัดเต็มมาก (จะขัดเล็กๆก็ตรงน้ำใสสะอาดเหลือเกิน!) พล็อตบทที่สดใหม่ สามารถผูกโยงความดราม่า ความสัมพันธ์ครอบครัวได้อารมณ์สมยี่ห้องานเกาหลี ส่วนตัวผู้เขียนซึ่งให้ค่าของบทที่สดใหม่และมีความพยายามที่ดี จึงเห็นเป็นพัฒนาการอีกขั้นที่เกาหลีทุ่มเทเดินหน้าเอาจริง ต่อจาก Wonderland (2024) ซึ่งเป็นงานในแนวเดียวกัน ใครชอบแนวนี้ก็จัดไปได้เลย ส่วนใครที่ตั้งตาอยากดูหนังภัยพิบัติระห่ำระทึกหนีตายแบบฮาร์ดคอร์ก็อาจต้องข้ามเรื่องนี้ไปก่อนเลยค่ะ
******************************************************************************
สำหรับใครที่ต้องการตัวช่วย อ่านจุดสังเกตและคำอธิบายเสริมได้ค่ะ แต่เนื้อหามีสปอยล์นะคะ
ซีนเปิดแม่ลูก : ความงอแงของลูกเรื่องดำน้ำ, เวลา 30 วินาที, ความเซ้าซี้เรื่องรูปวาด, จาอินชอบซ่อนในตู้เสื้อผ้า
จาอิน ไม่ใช่ลูกจริง แต่เป็นเอไอตัวทดลอง (ของศูนย์ดาร์วิน องค์กรวิจัยการสร้างเอไอมนุษย์ ซึ่งเบื้องลึกมีเป้าหมายปลายทางในการเตรียมไว้รับมือกับวันสิ้นโลก) ที่ใช้รหัสว่า นิวแมน-77 ถูกมอบหมายให้อันนาเลี้ยงเป็นลูกมาตั้งแต่แบเบาะ เช่นเดียวกับ ยูจิน ที่ไปอยู่กับหัวหน้าของเธอ เดิมทีทั้งจาอินและยูจินจะต้องถูกเก็บคืนอยู่แล้วเมื่อเสร็จภารกิจที่พิสูจน์ว่าสำเร็จดี
เมื่อมาเกิดพิบัติภัยที่ทำโลกถึงจุดจบสิ้นเสียก่อน จึงมีเพียงนักวิทยาศาสตร์หรือนักวิจัยเอไอจำนวน 49 คนที่ทำโปรเจ็คท์นี้ จะรอดและถูกส่งออกไปร่วมกันสร้างมนุษย์พันธุ์ใหม่ในอวกาศ เพื่อการเริ่มต้นโลกแห่งใหม่ขึ้น อันนาจึงเป็นคนสำคัญที่ต้องไป และต้องแยกจากจาอิน โดยศูนย์ฯจะถอดแต่ข้อมูลสมองของเอไอจาอินไป ส่วนร่างก็ปล่อยทิ้งให้ตายบนโลก
ในฐานะเป็นผู้ดูแลในส่วนของอารมณ์ และตอนนี้โครงการมี ‘เอไอลูก’ที่สำเร็จแล้ว แต่ยังขาด’เอไอแม่’ อันนาจึงอาสาเป็นตัวทดลองเอไอจากข้อมูลความทรงจำของตัวเธอเอง พัฒนาอารมณ์ความเป็นแม่ของเอไอด้วยการให้มุ่งมั่นฟันฝ่าอุปสรรค ทำภารกิจสุดยาก หาลูกให้เจอและรอดให้ได้ในวิกฤติภัยพิบัติเช่นนี้ ถ้าสำเร็จ เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็สามารถกำเนิดใหม่ได้
ตั้งแต่นาทีที่ 52 ของเรื่อง เป็นการจำลองสถานการณ์เพื่อทดลอง ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่สำเร็จสักที เอไออันนาตายเสียก่อน จึงเกิดการวนลูปเหตุการณ์ซ้ำๆ รายละเอียดเรื่องราวมีเปลี่ยนไปบ้างในแต่ละครั้ง แล้วแต่ความจำที่ทยอยนึกได้เพิ่มและการตัดสินใจที่เปลี่ยนไปต่อสถานการณ์เฉพาะหน้านั้นๆ เนื่องจากการพัฒนาความรู้สึกเป็นสิ่งที่เอไอจะต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์ค่อยเป็นค่อยไปเช่นกัน
คำใบ้เรื่องวนลูปเริ่มมาตั้งแต่จาอินบ่นว่าอายุ 6 ขวบตลอด และหมายเลขบนเสื้ออันนา 491 บอกลำดับครั้งที่ทดลอง ซึ่งจะเล่ารวบรัดตัดตอนข้ามไปครั้งที่ 787, 1931, 4006, 4007, 7993, 9,311, 13,417 และ 21,499 บางลำดับก็ถูกสลับเป็นการเล่าย้อนบ้าง
แม้ว่าตัวตนอันนาจะเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ตอนเริ่มเดินทางในยานอวกาศที่ถูกสะเก็ตดาวเคราะห์พุ่งใส่ แต่สุดท้ายแล้วความสัมพันธ์ของแม่อันนาและลูกจาอินก็มีพลังหนักแน่น (ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่เธออาสาทดลองเองด้วย) ความรักความผูกพันนั้นฝังลึกไว้ในความทรงจำที่ทำให้แม้แต่ตอนเป็นเอไอก็ยังมุ่งมั่นไม่ยอมพรากจากลูกอีกต่อไปในซีนสุดท้ายอันสุดซึ้งสะเทือนใจ … และปลอบประโลมผู้ชมต่อด้วยว่าแม่ลูกก็ได้อยู่ด้วยกันในที่สุดในโลกใหม่
Trailer :
บทความที่เกี่ยวข้อง
The Great Flood ภาพยนตร์ภัยพิบัติวันสิ้นโลก คิมดามี – พัคแฮซู นำทีมหนีน้ำท่วมในอพาร์ตเมนต์
ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่
Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries
ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ ♡

