หลังจากที่ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว SBS funE ได้เผยรายงานข่าวข้อความแชทของศิลปินชื่อดัง ซึงรี BIGBANG ว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดหาหญิงโสเภณีจาก Club Arena เพื่อให้บริการแก่นักลงทุนชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทาง YG Entertainment ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว และ ซึงรี ก็ได้เข้าสู่กระบวนการสืบสวนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเมื่อวานนี้ (10 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปลี่ยนสถานะ ซึงรี เป็นผู้ต้องสงสัย เพื่อเร่งกระบวนการสืบสวนให้ทันก่อนกำหนดการเข้ากรมรับใช้ชาติของเขาซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 25 มีนาคมนี้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ได้มีการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีคนดังหลายคนอยู่ภายในห้องแชทที่กำลังเป็นประเด็น โดยเจ้าหน้าที่ได้อธิบายว่าหน่วยสืบสวนของสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงโซลได้ทำการเรียกตัวคนดังบางคนที่อยู่ในห้องแชทดังกล่าวมาเป็นพยานบุคคล และได้สอบปากคำพวกเขาเกี่ยวกับการสนทนากันในห้องแชท เบื้องต้นยังไม่มีความชัดเจนว่าคนดังเหล่านี้ได้พูดอะไรในห้องแชทหรือได้ให้ความร่วมมือกับผู้ที่อยู่ในกระบวนการสืบสวนหรือไม่ ด้านสำนักข่าว Yonhap News เผยข้อมูลว่า ศิลปิน “A” เดบิวต์ในฐานะศิลปิน และได้ปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ เป็นหนึ่งในคนดังที่อยู่ในห้องแชทดังกล่าว

บทความที่เกี่ยวข้อง : เจ้าหน้าที่ตำรวจเปลี่ยนสถานะ “ซึงรี BIGBANG” เป็นผู้ต้องสงสัย กรณีมีส่วนร่วมในการค้าประเวณี

ภายในวันเดียวกัน สำนักข่าว SBS FunE ได้รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ได้มีการแชร์คลิปลับรวมไปถึงรูปถ่ายภายในห้องแชทดังกล่าว โดยในห้องแชทนี้ นอกจาก ซึงรี แล้ว ยังมีศิลปินชายอีก 2 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

แหล่งข่าวที่รู้คดีนี้ได้เผยว่า “มีประมาณ 10 ตัวอย่างคลิปและภาพที่ถ่ายอย่างผิดกฎหมายและได้มีการเผยแพร่ โดยบางคลิปและภาพถ่ายนั้นได้มีการแชร์กันภายในห้องแชทที่ ซึงรี และ ศิลปินคนอื่นๆอยู่”

ผู้สื่อข่าว SBS FunE ได้ปล่อยข้อความแชทออกมาเพิ่มเติม โดยเผยว่า เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2016 เวลา 20.42 น. (ตามเวลาเกาหลีใต้) บุคคลที่เกี่ยวข้อง คือ นายคิม ซึ่งเป็นคนรู้จักกับซึงรีซึ่งช่วยซึงรีในการทำธุรกิจร้านอาหาร อีกทั้งยังทำงานที่ Club Arena ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปตรวจค้นเมื่อวานนี้ (10 มี.ค. 2019) ในวันนั้น นายคิม ได้โพสต์วิดีโอและภาพถ่ายในขณะที่ ชาย และ หญิง กำลังทำกิจกรรมทางเพศกัน

จากข้อความแชท ซึงรี ได้พูดถึงคลิปวิดีโอที่ถูกแชร์มาในห้องแชท ด้วยการถามว่า “นั่นใครเนี่ย? 55” ก่อนที่จะรู้ว่าชายในคลิปเป็นใครแล้วพูดว่า “พี่ xx นี่เอง 5555” ซึ่งชายคนดังกล่าวอยู่ในห้องแชทนี้ ในคลิปวิดีโอ ผู้หญิงอยู่ในสภาวะมึนเมาและไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังถูกแอบถ่ายคลิปอยู่ นายคิม ยังได้โพสต์อีก 3 รูปที่แอบถ่ายหญิงคนดังกล่าวอย่างลับๆอีกด้วย โดยชายคนดังกล่าวที่อยู่ในคลิปดูเหมือนว่าจะไม่ได้รู้สึกตกใจกับการที่คลิปและภาพถูกแชร์ลงในห้องแชท เขากลับขำกับมัน ดูเหมือนว่าชายคนดังกล่าวจะรู้ตัวว่าเขาถูกถ่าย โดยมีนายคิมเป็นคนติดตั้งกล้อง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน

จากรายงานเบื้องต้นของสำนักข่าว SBS FunE ระบุว่ามีคนอยู่ในห้องแชททั้งหมด 8 คน ได้แก่ ซึงรี , ศิลปินชาย 2 คน , CEO ยู ของ Yoori Holdings , คนรู้จักของนายคิม , พนักงานบริษัทบันเทิง 1 คน และ คนทั่วไปอีก 2 คน โดยท้ัง 8 คนนี้ได้เห็นคลิปและภาพถ่ายที่ได้มีการโพสต์ลงมา แต่ไม่มีใครพูดถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์นี้

SBS FunE รายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อความแชทนอกเหนือจากนี้ที่แสดงให้เห็นถึงการกระทำในลักษณะที่คล้ายกันในการเผยแพร่ภาพหรือวิดีโอจากการถ่ายอย่างลับๆ แหล่งข่าวจากการสืบสวน ได้เผยว่า “ผู้หญิงที่ถูกถ่ายคลิป ส่วนใหญ่ล้วนไม่รู้ตัวว่าพวกเธอกำลังถูกถ่าย” นอกจากนี้ยังมีคลิปลับอื่นๆที่แชร์กันภายในห้องแชทนี้เช่นเดียวกัน อ้างอิงจากกฎหมายเกาหลีใต้ การกระทำความผิดในคดีอาชญากรรมความรุนแรงทางเพศ การถ่ายหรือเผยแพร่คลิปลับ มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี หรือ ปรับเงินเป็นจำนวน 30 ล้านวอน

Sponsored by VIU

                                       
                   
                               
แฟนไม่มีไม่เป็นไร แค่มีซีโร่ไนน์ก็พอแล้ว ชมซับไทย “My Absolute Boyfriend” ทันที หลังออนแอร์จบที่เกาหลี!คลิก!!!
       
   

หลังจากที่รายงานข่าวดังกล่าวออกมา ด้านสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงโซล ได้เผยว่า “เราได้รับทราบถึงข้อกล่าวหาของซึงรีและคนอื่นๆที่มีการแชร์คลิปและภาพจากกล้องแอบถ่ายในห้องแชทแล้ว ขณะนี้เรากำลังเช็คในรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่”

มินกับรยง หัวหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวในงานแถลงข่าวที่จัดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า “แม้ว่าซึงรีจะต้องเข้ากรมรับใช้ชาติ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ละทิ้งการสืบสวนคดี เราจะยังคงสืบสวนคดีดังกล่าวนี้ต่อไปโดยจะทำการปรึกษาหารือกับทางกระทรวงกลาโหม”

เมื่อถูกถามว่าเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีจะถูกเปลี่ยนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหน่วยงานในกองทัพหรือไม่ นายมินกับรยง ตอบว่า “เคยมีหลายกรณีในอดีตที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถทำการสืบสวนต่อไปได้ถ้าหากคดีได้รับการพิจารณาว่าสำคัญและจำเป็นจะต้องได้รับการสืบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราจะต้องพิจารณาถึงวิธีที่หลากหลายในการสืบสวน ก่อนที่ซึงรีจะต้องเข้ากรมรับใช้ชาติ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนต่อไปหลังจากที่ได้มีการปรึกษาหารือกับทางกระทรวงกลาโหมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”

ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries >> อย่าลืมไปกด Subscribe กันน้า

Source (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8)