เป็นภาพยนตร์ที่ Netflix ผู้ให้บริการหนังสตรีมมิ่งรายใหญ่ของเกาหลี ผลิตขึ้นเพื่อให้บริการสมาชิกของ Netflix แต่งานดีจนได้รับความสนใจจากเวทีระดับโลก คัดเลือกไปฉายประกวดชิงรางวัล Palm d’Or รางวัลสำคัญของงานเทศกาลภาพยนตร์ 70th Cannes Film Festival

Okja เป็นผลงานของผู้กำกับคนดังระดับอินเตอร์ คือ บงจุนโฮ ผลงานเด่นๆของเขา คือ Haemoo (2014), Snowpiercer (2013), Host (2006), Memories of Murder (2003) เรื่องนี้ใช้ทุนสร้าง 50 ล้านเหรียญ

Okja เป็นหนังแฟนตาซีแอคชันผจญภัย เล่าถึงความรักความผูกพัน และชีวิตผจญภัยในต่างแดน ของเด็กหญิงบนดอยชนบทคนหนึ่งชื่อ มิจา กับสัตว์เลี้ยงแสนรักของเธอ คือ หมูน้อยตัวยักษ์นามอ๊คจา

อ๊คจา เป็นหมูพันธุ์ ‘Super Pig’ พันธุ์พิเศษที่มาจากโครงการทดลองของบริษัทผลิตผลการเกษตรกรรายใหญ่ของอเมริกา Mirando Corporation  ซึ่งได้ถูกแจกจ่ายลูกพันธุ์ให้เกษตกรท้องถิ่นในประเทศต่างๆไปเลี้ยง 26 ตัว บริษัทจะทำแคมเพญประกวด ‘Super Pig’ หลังจากปล่อยให้เลี้ยงลูกหมูครบ 10 ปีจนโต  โครงการนี้เป็นแผนรณรงค์ภาพลักษณ์ใหม่ให้องค์กรและ CEO คนใหม่ต่อจากรุ่นพ่อและพี่สาว เน้นการพลิกโฉมเป็นคนดีเพื่อสังคม สร้างนวัตกรรมอุตสาหกรรมอาหารเพื่อโลก โดยมีหมู ‘Super Pig’ เป็นไฮไลท์ เคลมความเป็นนวัตกรรมจากการเพาะพันธุ์แบบธรรมชาติ ไม่ GMO  เลี้ยงง่าย ตัวโตใหญ่ยักษ์ แม้จะกินน้อย ถ่ายน้อย เข้าข่าย eco-friendly  แต่แท้จริงแล้ว บริษัทนี้ก็แค่นายทุนลวงโลก ทำสิ่งตรงข้ามกับหน้าฉากทั้งสิ้น

ดังนั้น เมื่อหมูสหายรักของสาวน้อยเติบโตได้ 10 ปี มีความแสนรู้ ขี้อาย น่ารัก สมบูรณ์ดีมาก ผ่านเกณฑ์ จึงถูกจับตัวส่งกลับนิวยอร์คเพื่อเข้าร่วมงาน launching event แถลงผลงานแคมเพญ ‘Super Pig’ และโปรโมตผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแสนอร่อยพันธุ์ใหม่  นั่นหมายถึงว่า อ๊คจาและเพื่อนๆหมูทั้งหลายจะต้องเตรียมตัวเข้าโรงเชือดด้วย  เธอจึงตามไปช่วย โดยมีองค์กรพิทักษ์สัตว์เข้ามาร่วมมือเปิดโปงเบื้องหลังของบริษัท

ติดตามชมการผจญภัยอันแสนตื่นเต้น สนุกสนานของมิจาและอ๊คจาได้เลยนะคะ หลังหนังจบขึ้น end title แล้วอย่าเพิ่งปิด เพราะมี epilogue ด้วย

ดาราที่แสดงมีทั้งฮอลลีวู้ดและเกาหลี

ฟากเกาหลี มี อันซอฮยอน บยอนฮีบง ยูนเจมุน ชเวอูชิก สตีเวนยวน

ฟากฮอลลีวู้ด มี ทิลดา สวินตัน, พอล ดาโน, เจ กิลเลนฮาน, ลิลี่ คอลลินส์, เชอร์ลี่ เฮนเดอร์สัน

ผู้เขียนชอบเรื่องนี้ ในแง่ความเป็นหนังน้ำดี ฟิลกู้ด สไตล์เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี เพราะดูผิวๆก็สนุกน่ารักเพลินๆ ซึ้งๆ สอดแทรกขำๆ ทั้งจากบทพูด และ over acting ของตัวแสดงในสไตล์เดียวกับหนังเด็กของวอลท์ดิสนีย์  ฉากรุนแรงก็ไม่ได้โจ่งครึ่มน่ากลัว  โปรดัคชัน CG ถือว่าใช้ได้ดีเลยทีเดียว  แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปที่เนื้อหา ก็เสียดสีเจ็บแสบกับระบบทุนนิยมและวงการอุตสาหกรรมอาหารของโลกนี้  หนังทิ้งไว้ให้คิดกันต่อเอง ให้เป็นประเด็นของมนุษยชาติของโลก ที่จะต้องประเมินว่า แค่ไหนถึงจะถูกต้องเหมาะสม  แต่ที่อาจคิดได้ไวๆสำหรับบางคน ก็คือ ไม่อยากกินเนื้อสัตว์อีกละ

Trailer 

 

Advertisements