The Princess and the Matchmaker เป็นภาพยนตร์ 1 ใน 3 ของชุดหนังโหราศาสตร์โบราณที่สำคัญ 3 แขนง เรื่องแรกคือ The Face Reader (2013) เน้นไปที่นรลักษณ์ศาสตร์ คือการดูโหงวเฮ้ง ซึ่งผูกเรื่องการแย่งชิงบัลลังก์ มาเรื่องนี้จะเน้นที่ศาสตร์ของลัคนาราศีเพื่อผูกดวงสมพงษ์ครองคู่ และเรื่องที่สามคือ Feng Shui (หรือชื่อเดิมว่า Propitious Site for Grave) จะเป็นศาสตร์การดูฮวงจุ้ยเพื่อความเป็นสิริมงคลรุ่งเรือง ซึ่งก็จะผูกเรื่องเกี่ยวกับบัลลังก์อีกเช่นกัน ดาราคับคั่งน่าดูมาก มีกำหนดจะเข้าฉาย กย.ปีนี้

โปสเตอร์ภาพยนตร์ “The Princess and the Matchmaker”

เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องเดียวในชุดที่เป็นรอมคอม ดูได้สนุกเพลินๆ ช่วงเข้าฉายในเกาหลีก็ขายได้ดีระดับหนึ่งเลยนะ อาจเพราะกระแสฮิตอีซึงกิจากซีรีส์ A Korean Odyssey ซึ่งจริงๆแล้ว เรื่องนี้ได้ถ่ายทำไว้ตั้งแต่ก่อนอีซึงกิเข้ากรม แต่บริษัทผู้ผลิตก็ตัดสินใจเก็บไว้ออกฉายภายหลังดีกว่า

The Princess and the Matchmaker ว่ากันตามชื่อเลย เรื่องราวขององค์หญิงกับหมอดูจับคู่ เริ่มต้นจากในปีที่ 29 ของรัชสมัยพระเจ้ายองโจ เกิดวิกฤตบ้านเมืองเผชิญภัยแล้งครั้งใหญ่ ฝนไม่ตกเลย ชาวเมืองทุกข์ยากยิ่ง แม้ร้องอ้อนวอนขอต่อสรวงสวรรค์ และพยายามแก้เคล็ดด้วยวิธีต่างๆแล้ว เช่นลดจำนวนพระกระยาหาร พระราชทานอภัยโทษ หรือปลดปล่อยทาส นางกำนัลรับใช้ในวัง ฝนฟ้าก็ยังไม่มีแววตกลงมาเลย

ความเชื่อในเรื่องดวงชะตาบ้านเมืองที่ตกอยู่ในสภาวะน้ำหนักหยินมากไป ต้องแก้โดยการทำให้หยินหยางสมดุล ด้วยการจัดสมรสชายหญิง ซึ่งในฐานะกษัตริย์ ก็ต้องปฏิบัติเป็นต้นแบบจัดพิธีสมรสให้องค์หญิงเช่นกัน

องค์หญิงเดียวที่มีอยู่ คือ องค์หญิงซงฮวา การประกาศหาชายผู้เหมาะสมเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นพระราชบุตรเขยจึงเกิดขึ้น โดยมีรางวัลเป็นตำแหน่งขุนนางร่วมบริหารประเทศ และ ที่ดินผืนงาม จึงเป็นแม่เหล็กดึงดูดความสนใจ หนุ่มๆมากันมืดฟ้ามัวดิน โถ แต่ละคนไม่ได้สนใจองค์หญิงหรอก เพราะจากข่าวลือสนั่นมานานละว่าองค์หญิงหน้าตาน่าเกลียด

และในที่สุด หนุ่มๆที่ผ่านคุณสมบัติและได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการมาจนถึงกระบวนการสุดท้ายเหลือ 4 คน ซึ่งจะต้องวัดกันที่ใครจะมีดวงสมพงษ์กับองค์หญิงมากที่สุด

องค์หญิงซงฮวา (รับบทโดย ชิมอึมคยอง) เป็นพระราชธิดาองค์ที่ 8 พระมารดาเป็นสนมคนโปรด แต่ด้วยว่าพระมารดาตายตอนคลอดซงฮวา จึงเชื่อว่าซงฮวาเป็นกาลกิณี ต้องขับออกไปอยู่นอกเมืองกับแม่นมโดยลำพัง

จนกระทั่งเมื่อ 13 ปีที่แล้วเสด็จพ่อมีอาการประชวร โหรหลวงทำนายทักว่าต้องใช้ดวงธาตุโลหะของพระญาติมาเสริมให้สุขภาพสมบูรณ์ องค์หญิงซงฮวาผู้มีดวงตามนั้น จึงได้ถูกพากลับเข้าวังมาทำให้เสด็จพ่อหายประชวร และก็ได้เติบโตในรั้ววังจนเป็นสาว เพราะโหรโยนความซวยไปไว้ที่ดวงของแม่นม และอัปเปหิไป แล้วชุบตัวองค์หญิงใหม่ด้วยน้ำใบแปะก้วยชะล้างความอัปมงคล  เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาก็เคยมีดำริจัดพิธีสมรสให้องค์หญิงมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ได้ล้มเลิกไป

เมื่อการประกาศจัดพระราชพิธีสมรสครั้งใหม่มีขึ้น ครั้งนี้จึงเป็นการเอาชะตาประเทศมาผูกไว้ที่ชีวิตคู่ขององค์หญิง ช่างน่าสงสารจังเลย องค์หญิงผู้ใสซื่อในเรื่องความรัก ก็เริ่มกังวลว่าตนเองจะได้คู่ครองที่ดีหรือไม่ ใจคิดอยากได้รักแท้เช่นกัน ไม่ได้เชื่อการจับคู่ด้วยโหราศาสตร์ แต่ในเมื่อไม่มีทางออกอื่น อย่างน้อยก็คิดว่าขอให้ได้มีโอกาสเห็นหน้าค่าตาของคนที่จะมาเป็นคู่ครองก่อนสักครั้งก็ยังดี เพราะเชื่อว่าตนเองจะบอกได้เองว่าเขาเหมาะสมหรือไม่

องค์หญิงจึงวางแผนให้นางกำนัลไปติดสินบนขันที เอารายชื่อแคนดิเดตว่าที่พระสวามีมา แต่ขันทีดันจิ๊กมาทั้งโพยลัคนาราศีเกิด 4 Pillars ของทั้ง 4 คนเลย องค์หญิงจึงแอบหนีออกจากวังเพื่อไปส่องหา 4 หนุ่มเหล่านั้น โดยได้รับความช่วยเหลือจากนางกำนัลคนสนิท มานอี (รับบทโดย โชซูฮยาง) ให้ไปหลบพักกับน้องสาวเธอที่นอกวัง

ซอโดยุน (รับบทโดย อีซึงกิ) เป็นข้าราชการในสำนัก มีพรสวรรค์และความสามารถสูงในด้านการผูกดวงลัคนาราศีดูดวงสมพงษ์ครองคู่ โดยวิเคราะห์จากลัคนาราศีเกิดที่เป็น 4 แกนหลัก (4 Pillars) คือ ปีเกิด เดือนเกิด วันเกิด และชั่วโมงเกิด ของคู่ชายหญิงว่าเป็นธาตุใด มีความเสริมส่งหนุนนำต่อกัน หรือขัดแย้งเป็นภัยต่อกันหรือไม่

ซอโดยุนจับหมอดูหลอกลวงได้คนหนึ่ง ซึ่งมีหลักฐานการทุจริตรับสินบนของโหรหลวง คือโหรพัค ซึ่งเป็นคนสนิทของพระมเหสี  ทำให้ซอโดยุนได้รับโอกาสจากกษัตริย์ให้เข้าร่วมแข่งขันการอ่านวิเคราะห์ดวงลัคนา ซึ่งถ้าชนะโหรพัค ก็จะได้รับงานพระราชพิธีผูกดวงคู่ครองขององค์หญิงแทนโหรพัค

เขาได้บังเอิญพบกับองค์หญิงครั้งแรกในขณะที่องค์หญิงปลอมตัวเป็นมานอีนางกำนัลคนสนิท  ในคืนที่องค์หญิงแอบย่องออกจากตำหนักมารับรายชื่อจากขันที

มาดูแคนดิเดตว่าที่พระสวามี 4 คน เป็นใครกันบ้าง

                                       
                   
                               
เพราะรักหรอกถึงหยอกเล่น ใครจะโดนหยอก หรือ ใครจะรู้ทัน ติดตามได้ในรายการหยอกหยอกคลิก!!!
       

คังฮวี (รับบทโดย คังมินฮยอก) เป็นหนุ่มรูปงาม เจ้าเสน่ห์ชวนลงใหล แถมฉลาดเฉลียวและสุนทรีย์ แต่เป็นเพลย์บอยตัวยง สาวๆล้อมหน้าล้อมหลังได้ตลอดเวลา

นัมชีโฮ (รับบทโดย ชเวอูชิก) ภายนอกดูเป็นคนสุภาพ นุ่มนวล ยิ้มแย้ม จิตใจดี แต่จริงๆแล้วโหดเหี้ยม อารมณ์กราดเกรี้ยว พร้อมใช้ความรุนแรงได้อย่างไร้ความปราณี

ยูนซีคยอง (รับบทโดย ยอนอูจิน) เพื่อนเก่าของซอโดยุน เป็นข้าราชการในสำนักที่มีความโลภ มักใหญ่ใฝ่สูง และเจ้าเล่ห์เพทุบาย แสดงความภักดีกับพระมเหสี

โชยูซัง เป็นเด็กน้อยจ้ำม่ำวัย 13 ปีที่ยังมุ่งมั่นอยู่กับเรื่องกิน (วัยกำลังโตค่ะ) แต่ก็เริ่มอยากรู้อยากเห็นเรื่องฟีเจอริ่งของหนุ่มสาว 555 ตอนเจอว่าที่พระสวามีคนนี้ทำเอาองค์หญิงตกที่นั่งมึนเจื่อน ไปไม่ถูกเอาเลย ฮาดี ต้องไปดูรายละเอียดกันเองค่ะ

การพบกันใหม่ที่นอกเมืองของซอโดยุนและองค์หญิงที่ปลอมตัวเป็นมานอี มีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ทั้งสองได้บังเอิญอยู่ร่วมในเหตุการณ์ที่องค์หญิงทยอยได้พบหนุ่มๆเหล่านั้น ได้เห็นธาตุแท้ของแต่ละคน ความสัมพันธ์ขององค์หญิงและซอโดยุนได้พัฒนาดีขึ้นทุกครั้งที่เจอ ซอโดยุนได้คอยช่วยเหลืออยู่ตลอด แม้จะไม่ค่อยเข้าใจตัวเองว่าทำไมสนใจกังวลกับผู้หญิงคนนี้มากนัก ถึงขั้นยอมเสี่ยงภัยช่วยชีวิตเธอด้วยซ้ำ

และแล้วเมื่อถึงวาระที่ตัวตนแท้จริงขององค์หญิงเปิดเผย พร้อมกับเรื่องเลวร้ายโถมเข้ามาจนสถานการณ์ตกอยู่ในขั้นวิกฤตต่อทั้งองค์หญิงและซอโดยุน รวมทั้งน้องชายที่รักของเขา ซอกายุน (รับบทโดย มินโฮ) เหตุการณ์จะคลี่คลายไปทางใด และท้ายสุดดวงชะตาขององค์หญิงจะได้สมพงษ์คู่ใคร อย่างไร การสมรสขององค์หญิงจะช่วยให้อาณาจักรโชซอนพ้นวิกฤตภัยแล้งได้หรือไม่  ต้องไปติดตามชมกันค่ะ

โดยรวมก็เป็นหนังดูได้สนุกเพลินๆนะ ดูง่ายสไตล์รอมคอมทั่วไป แม้จะเป็นหนังโบราณ (ซากึก) ที่อิงเรื่องความเชื่อในโหราศาสตร์ ศัพท์เทคนิคด้านลัคนาจักรราศีก็ไม่ต้องไปใส่ใจให้งุนงง จับความเอาแค่ว่า สมพงษ์หรือชง ก็พอละ

เรื่องนี้ถือว่าดำเนินเรื่องแบบเนื้อแน่นๆ แค่ผู้ชาย 4 ว่าที่ ก็กินเวลาเล่าเรื่องราวกันเยอะอยู่ จึงแทบไม่ค่อยมีน้ำ หรือการยืดเยื้อทางอารมณ์เท่าไรนัก ออกจะถือว่าเล่าได้ไวว่อง รวบรัดเกินซะด้วยซ้ำ จนเหมือนยังไม่ค่อยได้บิวท์อารมณ์ถึงระดับสุดๆกันสักตอน แต่มุมขำๆฮาๆก็พอมีบ้าง ฟินๆก็มีบ้างนิดหน่อย ส่วนใครชื่นชมหนุ่มๆก็คงไม่ผิดหวัง เพราะชวนมาแจมกันเยอะเชียว

ผู้เขียนชอบการแสดงออกทางสีหน้าและดวงตาของอีซึงกิหลายฉากอยู่ โดยเฉพาะฉากเจ็บปวดที่น้ำตาคลออยู่แบบกลั้นมิให้ไหล ดูได้อารมณ์ดีมาก

บทสรุปที่น่าสนใจก็พอมีนะ ชะตากำหนด หรือ คนกำหนด จากที่อาจารย์หมอซอโดยุนได้กล่าวไว้ตอนต้นเรื่องว่า ถึงแม้จะเชี่ยวชาญในเรื่องจักรราศี ก็ใช่ว่าจะสามารถชำนาญการจับคู่ดวงสมพงษ์ได้ง่ายๆนะ เพราะชะตาพรหมลิขิตเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นกับคนที่เจอะเจอ ถ้าเจอคู่ที่ดวงเกื้อหนุน เคราะห์ร้ายยังสามารถกลายเป็นโชคได้เลย ถ้าองค์หญิงมิใช่ผู้หญิงกล้าหาญ และจิตใจเด็ดเดี่ยว มัวแต่นั่งรอชะตาพาไปเฉยๆ ดวงคู่ครองของเธอก็คงเปลี่ยนไปอีกแบบเป็นแน่

Trailer :