ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3 กันยายน ปี 2014 ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันที่ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับวงการบันเทิงเกาหลี กับอุบัติเหตุทางรถยนต์ของศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปวง Ladies’ Code ระหว่างที่พวกเธอเดินทางกลับโซล หลังเดินทางไปจัดงานอีเว้นท์ ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียสมาชิกวง 2 คน อย่าง อึนบี ในวันที่ 3 กันยายน ปี 2014 และ ริเซ ในวันที่ 7 กันยายน 2014 แม้เวลาจะผ่านไป 5 ปี แต่เหตุการณ์นี้ยังคงสร้างความสะเทือนใจและเป็นรอยแผลเป็นสำหรับแฟนๆ รวมไปถึงสมาชิกอีก 3 คน อย่าง แอชลีย์ จูนี่ และ โซจอง

ในตอนล่าสุดของรายการ “Eye Contact” ช่อง Channel A ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แอชลีย์ และ จูนี่ ได้เชิญ โซจอง มาร่วมรายการ ซึ่งพวกเธอทั้งสามได้มีโอกาสเปิดใจถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน โดย โซจอง ได้เล่าถึงผลกระทบกับวันเกิดของเธอที่ตรงกับวันเกิดเหตุ แอชลีย์ ได้พูดถึงความยากลำบากของโซจองที่ควรจะมีความสุขในวันเกิดเช่นเดียวกับคนอื่นๆ และความหวังที่อยากจะเห็นโซจองสามารถเฉลิมฉลองกับคนที่เธอรักโดยที่ไม่รู้สึกเจ็บปวดหัวใจ

นอกจากนี้ แอชลีย์ ยังได้อธิบายว่าแม้พวกเธอจะพูดถึง อึนบี และ ริเซ อยู่เสมอ แต่พวกเธอยังไม่เคยเปิดเผยว่าเกิดอะไรขึ้นในวันเกิดเหตุบ้าง

โซจอง ได้เล่าผ่านบทสัมภาษณ์ส่วนตัว ว่า “หลังจากที่เราถ่ายทำงานเสร็จในวันนั้น เราได้เดินทางไปสถานที่หนึ่งซึ่งอยู่ค่อนข้างไกลเพื่อจัดงานอีเว้นท์” เธออธิบายว่าวันนั้นเป็นวันที่ฝนตกหนักระหว่างทางกลับ และทุกคนต่างอยู่ในอาการเหนื่อยล้า แล้วรถก็ได้หยุดลงที่จุดพัก ก่อนที่เธอกลับขึ้นบนรถตู้หลังจากเข้าห้องน้ำ ในเวลานั้นเพื่อนสมาชิกในวงได้ทำเซอร์ไพรส์เธอด้วยเค้กที่ทำจากช็อกโกพาย พร้อมปักเทียนวันเกิด ทุกคนได้ร้องเพลงสุขสันต์วันเกิดให้กับเธอ และได้ขอโทษเพราะว่านี่เป็นเพียงสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้สำหรับวันเกิดของโซจองในปีนี้

“ฉันบอกทุกคนว่าฉันไม่เป็นไร เพราะว่าพวกเราต่างยุ่งกัน แล้วฉันก็ขึ้นรถ แล้วรถก็ออกตัวค่ะ” โซจอง เล่าต่อ ว่า “เราเหนื่อยกันมาก ฉะนั้นก็เลยหลับไประหว่างทาง บอกตามตรงว่า นั่นเป็นความทรงจำสุดท้ายสำหรับเหตุการณ์นั้นค่ะ ฉันคิดว่าฉันน่าจะถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลหลังจากนั้นค่ะ”

โซจองเล่าว่าหลังเหตุการณ์อุบัติเหตุ ผู้จัดการได้ให้ จูนี่ เช็คกับเพื่อนๆสมาชิกและพยายามปลุกพวกเธอให้ตื่น และ จูนี่ก็ได้ตกใจกลัวกับแผลบนหน้าของโซจอง

เธออธิบายว่าเธอได้รับบาดเจ็บอย่างหนักบริเวณช่วงบนของร่างกาย เนื่องจากหลับระหว่างเกิดเหตุ และเธอก็อยู่ในสภาวะช็อกเพราะว่าศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน ซึ่งแม้ว่ากระดูกบนใบหน้าด้านขวาของเธอจะหัก แต่ทีมแพทย์ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้เนื่องจากใบหน้าของเธอบวมมาก เธอจึงต้องใช้เวลานอนเฉยๆบนเตียงโดยไม่ได้ทำอะไรเป็นเวลา 3-4 วัน

โซจอง ลงรายละเอียดว่าเธอพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ห้องเดียวกับ แอชลีย์ แล้วจู่ๆ แอชลีย์ ก็ได้ร้องไห้ออกมา หลังจากที่เธอเช็คโทรศัพท์มือถือของเธอ แล้วพบข่าวการจากไปของเพื่อนในวงผ่านรายงานข่าว

                                       
                   
                               
เพราะรักหรอกถึงหยอกเล่น ใครจะโดนหยอก หรือ ใครจะรู้ทัน ติดตามได้ในรายการหยอกหยอกคลิก!!!
       

“ฉันไม่สามารถถามอะไรได้เลยค่ะ” โซจองพูดพร้อมเริ่มที่จะน้ำตาคลอจากความทรงจำในอดีตของเธอ “ไม่มีใครบอกอะไรฉันเลย ฉันคิดแค่ว่า ‘มันมีบางอย่างเกิดขึ้น'” เธออธิบายว่าเธอรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมากที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

โซจอง พูดทั้งน้ำตาว่ายังไม่มีใครได้ทานเค้กวันเกิดที่เลือกมาให้กับเธอเลยเพราะว่าพวกเธอกังวลว่าน้ำหนักจะขึ้น “ฉันไม่เคยบอกเรื่องนี้เลยค่ะ” หลังจากที่รวบรวมสติหลังจากที่ร้องไห้ได้ เธอก็พูดว่า “พวกเราน่าจะกินเค้กนั้น”

เมื่อถูกถามว่ามีใครเคยพูดถึงอุบัติเหตุนี้หรือเปล่า โซจอง ตอบว่า “เราไม่เคยพูดถึงมันเลยค่ะ เพราะว่าเรารู้ว่ามันยากสำหรับเรามากแค่ไหน” โซจองบอกว่าอาการตื่นกลัวของ แอชลีย์ และ จูนี่ น่าจะรุนแรงกว่า เพราะว่าพวกเธอรู้สึกตัวขณะเกิดเหตุ “พวกเธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ฉะนั้นมันคงจะอยู่ในความทรงจำราวกับภาพถ่ายเลยค่ะ” โซจอง กล่าว

จูนี่ ได้ยืนยันว่าภาพเหตุการณ์ยังคงชัดเจนอยู่ในหัวของเธอ “มันช็อกมากจริงๆค่ะ แม้ว่าฉันจะออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว ฉันไม่สามารถที่จะล้างหน้าได้เลย เพราะว่าเมื่อฉันหลับตา ฉันจะเห็นภาพเหตุการณ์นั้น พอฉันเห็นภาพ ก็ทำให้ฉันนึกถึงเสียงของเหตุการณ์นั้นด้วยค่ะ”

“ฉันต้องล้างหน้าโดยไม่หลับตา และไม่สามารถที่จะปิดไฟได้เลยค่ะ มันจะมีแสงเล็กๆน้อยๆ ซึ่งทำให้ฉันกลัวการนอน เพราะว่าถ้าฉันหลับตา ฉันก็จะเห็นภาพและได้ยินมัน มันยากสำหรับฉันมากค่ะ”

เมื่อสมาชิกแต่ละคนได้พบกันในช่วง Eye Contact ของรายการ หลังจากที่ต่างแยกด้วยที่กั้น แต่ละคนได้หัวเราะเมื่อสบตาของกันและกัน หลังจากที่มองตากันท่ามกลางความเงียบสักพัก พวกเธอก็เริ่มร้องไห้ออกมา

หลังจากที่ช่วงดังกล่าวจบลง พวกเธอได้พูดว่าทำไมถึงได้เชิญโซจองมาเล่าในรายการ โดย แอชลีย์ ได้อธิบายกับโซจอง ว่า “เราหวังว่าเธอจะมีความสุขขึ้นสักเล็กน้อยด้วยหัวใจที่ไม่เจ็บปวดนะ” โซจอง ได้ตอบด้วยรอยยิ้มว่าทุกคนมีความสุขด้วยกันเสมอในขณะที่พยายามจะหลีกเลี่ยงวันนั้น

แอชลีย์ หัวเราะพร้อมกับตอบว่าพวกเธอรู้สึกระวังกับวันนั้น และบอกว่า ริเซ และ อึนบี ก็คงอยากจะให้โซจองมีความสุขในวันเกิดของตัวเองเหมือนกัน

โซจอง ได้เล่าความรู้สึกเกี่ยวกับวันเกิดของเธอว่า “ฉันเดินทางไปเยี่ยมพวกเธอในวันที่ 3 กันยายน ปี 2015 แต่เมื่อกลับมากลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย” เธอเล่าว่ามันยากสำหรับเธอที่จะเห็นโพสต์บนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับวันเกิดของตัวเอง ในเวลาเดียวกับที่มีคนโพสต์รำลึกถึงการจากไปของ อึนบี

“หลังจากวันนั้น ฉันไม่คิดว่าวันที่ 3 กันยายนเป็นวันเกิดของฉันอีกแล้วค่ะ มันไม่ใช่วันที่ฉันจะมาเฉลิมฉลองเลย มันคงจะดูแปลกที่จะเดินทางไปหาอึนบีในตอนเช้า แล้วกลับมาจัดงานปาร์ตี้วันเกิดในตอนเย็น ใช่ไหมคะ? สัปดาห์นั้นมันยากมากจริงๆค่ะ มันอยากที่จะทำอะไรระหว่างวันที่ 3 กันยายน และ วันที่ 7 กันยายน และฉันรู้สึกว่าฉันไม่ควรจะทำอะไรเลยค่ะ วันเกิดของฉันมันเป็นวันที่น่าเศร้าค่ะ

ฉันคิดตอนแรกว่า มันไม่รู้สึกเหมือนว่าเป็นเรื่องจริงเลย มันรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเธอแค่ไปเที่ยววันหยุด มันเหมือนกับว่าพวกเธอแค่เดินทางไปในที่ไกลๆในวันหยุดค่ะ” โซจอง เล่าว่า แอชลีย์ และ จูนี่ เคยฝันถึง ริเซ และ อึนบี และพวกเธอเล่าสิ่งที่ฝันถึงให้ฟัง แต่โซจองกลับไม่เคยฝันถึงใครเลย “ฉันคิดว่ามันคงเป็นเพราะว่าฉันไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องจริงค่ะ”

โซจอง ยังบอกว่าฝนจะตกเสมอในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน “ฉันคิดว่าวันที่ 3 กันยายนเป็นวันที่น่าเศร้า” แล้วเธอก็ได้ถามเพื่อนๆว่ามีใครจำช็อกโกพายที่เป็นเค้กวันเกิดของเธอได้หรือไม่

แอชลีย์ ตอบว่า “เราทำจดหมายที่เราเขียนให้เธอหายด้วย เราตั้งใจกับมันมากเลยนะ”

แอชลีย์ ยังได้ยกเรื่องความยากลำบากสำหรับทุกคนในวงที่ต้องทำการแสดงเพลง อย่าง ‘Pretty Pretty’ และ ‘Bad Girl’ ด้วยสมาชิกเพียง 3 คน ในงานอีเว้นท์ครั้งแรกหลังเกิดเหตุ

” ‘Pretty Pretty’ มีชื่อของริเซ่อยู่ในเนื้อร้อง ฉะนั้นตอนที่พวกเขาบอกให้เราทั้งสามทำการแสดงเพลงนี้ ฉันบอกกับพวกเขาตามตรงว่าฉันคิดว่าคงจะไม่สามารถทำได้ ฉันรู้สึกได้ถึงการจากไปของพวกเธอจริงๆค่ะ และฉันก็สงสัยว่าเราจะสามารถแสดงบนเวทีโดยที่ไม่มีพวกเธอได้ไหม ฉันไม่อยากจะทำเลย ฉันไม่คิดว่าฉันจะทำได้ และฉันก็กลัวมาก ในตอนแรก ฉันอยากจะแค่วิ่งหนีจากตรงนี้ไปค่ะ”

หลังจากที่ได้พูดคุยกัน โซจอง ก็ได้พูดถึงความทรงจำของทั้งสามคนที่ได้อัดเพลงด้วยกัน เพื่อที่จะแสดงการแสดงแรกหลังจากเกิดเหตุ

“เราไม่พูดอะไรกันเลย หลังจากเรากลับบ้าน และแค่นั่งบนรถเท่านั้นค่ะ” โซจองบอกว่า “เรามองไปที่นอกหน้าต่าง ฉันรู้สึกแปลกมาก หัวใจของฉันรู้สึกเจ็บปวดไปหมด เพราะว่าฉันไม่อยากจะทำแต่ต้องทำ นั่นเป็นเพลงเดียวในตอนนั้นที่มีคนรู้จักค่ะ แล้วฉันก็คิดว่า ‘นี่มันยากกินไป ฉันไม่ต้องการจำทำแบบนี้เลย’ พอฉันมองไปรอบๆ ฉันเห็นแอชลีย์กำลังร้องไห้เหมือนกับฉันและกำลังมองออกไปอีกทาง” พวกเธอหัวเราะทั้งน้ำตาเพื่อที่จะซ่อนน้ำตาเอาไว้ และโซจอง ก็ได้กล่าวเสริมว่ามันยากในตอนที่เรียนท่าเต้นด้วยเหมือนกัน

สุดท้าย แอชลีย์ ได้บอกว่า “ฉันคิดว่าเราควรที่จะมาพูดถึงเรื่องนี้กันบ้างนะ มาคุยกันเรื่องอนาคตกันเถอะ ฉันหวังว่าในอนาคตวันเกิดของเธอจะเป็นวันที่มีความสุขที่เธอจะสามารถรับคำอวยพรต่างๆได้นะ”

ซึ่งในขณะที่สมาชิกถามถึงการตัดสินใจของโซจอง ให้ยอมรับคำแนะนำของแอชลีย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบรายการ จูนี่บอกโซจองให้เชื่อพวกเธอและให้คิดถึงตัวเองก่อนอย่างอื่น แอชลีย์พยายามที่จะให้โซจองพยักหน้ายอมรับ แต่โซจองได้แปะมือพวกเธออย่างรวดเร็ว แล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมกับปฏิเสธคำแนะนำของเธอ

“ดูเหมือนว่าเธอยังยังไม่พร้อม” จูนี่ พูดกับ แอชลีย์ หลังจากที่โซจองเดินออกไป แล้วเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง แอชลีย์ก็ได้เข้าไปกอดโซจอง พร้อมบอกว่า “ฉันเคารพในการตัดสินใจของเธอ”

โซจอง ได้บอกเหตุผลที่เธอไม่สามารถที่จะยอมรับคำแนะนำนี้ว่า “ฉันอยากที่จะซื่อสัตย์กับตัวเองค่ะ ฉันไม่ได้อยากจะโกหก และฉันใจอ่อนเล็กน้อยตอนที่จะไปจับมือกับเธอ แต่ฉันคิดว่าฉันยังไม่สามารถที่จะยอมรับคำแนะนำนี้ได้ทั้งหมดค่ะ ถ้าหากมาถามฉันอีกครั้งในอนาคต ฉันจะพิจารณาใหม่อีกครั้งนะคะ”

แอชลีย์ ได้บอกกับโซจอง ว่า แม้ว่าเธอจะรู้ว่าโซจองจะปฏิเสธคำแนะนำของเธอ แต่เธอกับ จูนี่ ก็ยังคงจะฉลองวันเกิดให้กับ โซจอง ต่อไป

แอชลีย์ โซจอง และ จูนี่ ได้ทำตามความฝันบนเส้นทางการเป็นศิลปินทั้งในรูปแบบโปรโมตร่วมกัน และ การทำกิจกรรมเดี่ยว ซึ่งพวกเธอเพิ่งคัมแบคพร้อมผลงาน ‘Set Me Free’ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries

Source (1) (2) (3) (4)