Be Melodramatic เป็นงานเขียนและกำกับโดยผู้กำกับคนหนุ่มคนดัง อีบยองฮอน เจ้าของผลงานภาพยนตร์ Twenty (2015), What a Man Wants (2018) และ Extreme Job (2019) ซึ่งมีเอกลักษณ์เด่นในเรื่องงานคอมเมดี้ และการแซะความคิดความในใจมาสร้างเรื่องราวอินดี้ๆได้สนุกโดนใจ

ถ้าใครเคยชมเรื่อง Twenty มาแล้ว ที่เล่าถึงสามหนุ่มเพื่อนกันในวัยจะแตะ 20 พวกเขาไม่รู้หรอกว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ก็เตรียมตัวก้าวไปอย่างมั่นๆ แต่ได้ผลลัพธ์ที่ลุ่มๆดอนๆเกรียนฮาน่าเอ็นดู ส่งต่อมาถึงงานฉบับที่โตขึ้นมาอีกหน่อย คือ Be Melodramatic ซึ่งเป็นสามสาวเพื่อนกันในวัย 30 ที่มองว่าการผ่านโลกในวัย 20 มาโชกโชนแล้ว เชื่อในทางข้างหน้าว่าวัย 30 แล้วต้องดีแน่ ประหนึ่งได้เห็นความคืบหน้าของ Coming of Age (การก้าวพ้นวัย) ในอีกสเต็ปช่วงอายุ ในมุมมองของอีกเพศ ซึ่งมีความสนุกสนานอีกแบบ ไม่แพ้กันเลยเชียว

สามารถรับชมซับไทย Be Melodramatic ได้ที่ VIU

Be Melodramatic รีวิว

Be Melodramatic รีวิวBe Melodramatic รีวิว

ที่เป็น ‘Be Melodramatic’ ก็คงเพราะว่าตัวละครหลักเป็นผู้หญิง เพศที่มีทั้ง ‘จริต’ และความซับซ้อนทางความคิดหรือการแสดงออก  การพาดพิงถึงความเป็นละครรักประโลมโลกแฮปปี้เอ็นดิ้ง แน่นอนว่าผู้หญิงทั่วไปใครๆก็ต้องชอบอยู่แล้ว ดูจากชื่อเดิมของเรื่องนี้ คือ ‘Melo is My Nature’ หรือ ‘Melo Suits Me’ ก็แปลประเด็นนี้ได้ตรงเลย แม้ว่านางเอกเราที่ชอบดูละครพลอตความรักฝันหวานเว่อร์  ในใจลึกๆก็อยากได้อยู่หรอก แต่ปากก็ยังเถียงค้านว่า มันไม่มีจริงหรอก เพราะเธอก็เพิ่งผ่านประสบการณ์ที่พิสูจน์มันมา

ดังนั้น เรื่องราวความรักในแบบฉบับของพวกเธอ ก็เลยถูกเล่ามาอย่างเรียลๆ ควบเส้นเรื่องคู่ไปกับชีวิตการงาน ที่ต่างก็มีอุปสรรคไว้ให้ฟันฝ่าอย่างฮาๆ แล้วก็ยังมีความสัมพันธ์ของคู่อื่นๆอีกหลายคู่ ที่ดูสนุกชวนเชียร์ไปหมด ถึงตัวละครหลักเรื่องนี้จะเป็นผู้หญิง แต่รวมๆเรื่องก็เกลี่ยบทไปหาคนรอบตัวได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ไม่ทำให้รู้สึกว่าเป็นงาน Female-centric จ๋าเกินไป

ส่วนในมุมของมิตรภาพสามสาวที่ดูแล้วชวนอิจฉา ช่วยกอดกันคลายเศร้า ช่วยหยอกแซะกันเพิ่มสุข  ซึ่งผู้กำกับอีบยองฮอนเคยเล่าว่า ที่มาของมันเป็นความลับที่เขาแอบเก็บข้อมูลไว้นานเป็นสิบปี คือเขาเคยอิจฉาเพื่อนสนิท 3 คนของเขาที่อยู่ด้วยกันและดูแลกันอย่างดี อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเชื่อว่า เนื้อหาในเรื่องนี้หลายๆอย่างก็น่าจะมาจากประสบการณ์จริงที่ผู้กำกับเจอมา เพราะท้องเรื่องคืองานอาชีพที่ใกล้ตัวเขามาก ดีไม่ดีบางอย่างอาจเป็นเรื่องของตัวเองด้วยซ้ำนะ 555

งานอาชีพในเรื่อง คือแวดวงการบันเทิงที่สร้างความบันเทิงให้ผู้ชมจริงๆ เราจะได้เห็นกระบวนการทำงานของหลายอาชีพในสายบันเทิงที่เกี่ยวโยงกัน ได้แก่ นักเขียนบทละคร ผู้กำกับ ฝ่ายการผลิต บริษัทผลิตละคร นักแสดง ผู้จัดการส่วนตัวของนักแสดง ที่ล้วนมีเรื่องยุ่งวุ่นวายสมจริงมาก

Be Melodramatic รีวิว

มาทำความรู้จักตัวละครสามสาวสามสไตล์ ผู้เป็นแกนหลักของเรื่องราวกัน

อิมจินจู (รับบทโดย ชอนอูฮี) เป็นนักเขียนบทละคร ที่มีอารมณ์แกว่งนิดเพี้ยนหน่อย ชอบสร้างตรรกะเป็นของตัวเอง บ่อยครั้งต้องหาแรงบันดาลใจ เช่นกระเป๋าแบรนด์เนม มาล่อตัวเองให้ฮึดงาน (มุกนี้คุ้นๆเคยทำเหมือนกันนะ) เมื่อเธอถูกไล่ออกจากงานผู้ช่วยนักเขียน เพราะความสดใหม่นอกกรอบของเธอมักแหกคอกสไตล์คร่ำครึของเจ้านาย นักเขียนรุ่นเก๋าซึ่งยอมเสียหน้าเด็กมิได้

ในระหว่างที่ต้องหางานใหม่ อิมจินจูก็ส่งงานไปเข้าประกวดนักเขียนหน้าใหม่ เรื่อง ‘ทุกอย่างจะดีเมื่ออายุ 30’ ด้วยพลอต inspire มาจากตัวเอง แม้ไม่ชนะรางวัล แต่ความดิบแปลกใหม่ก็โดนใจหนึ่งในกรรมการที่เป็นผู้กำกับ เขาเห็นว่าน่าจะเอาไปบิวท์ไฟให้ผู้กำกับรุ่นน้อง ซนบอมซู (รับบทโดย อันแจฮง) ดาวเด่นของวงการที่กำลังหงอยเบื่อกับงานซ้ำซากเดิมๆ ซึ่งก็เข้าตาผู้กำกับซนจริงๆด้วย

นั่นคือจุดเริ่มต้นของการได้งานใหม่ในฐานะนักเขียนหลักตัวจริงของอิมจินจู แต่ก็ตามมาด้วยสารพัดอุปสรรค เช่นต้องปรับตัวให้เข้าขากับผู้กำกับหนุ่มที่บ้าก็ไม่ใช่ น่ารักก็ไม่เชิง มีทั้งความกวนเกรียนห่ามประหลาดคน บทก็ต้องปรับแก้ให้ผู้กำกับพอใจ ต้องหาบริษัทผู้ผลิต หานักแสดงที่ลงตัว เจรจาสลอตเวลาออกอากาศ บลา..บลา…

ในขณะเดียวกัน ก็เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่เป็นมากกว่าผู้กำกับ ความรักของพวกเขาจะก่อตัวประคองกันไปอย่างไรพร้อมๆกับงาน น่าชวนตามไปฟิน อุปสรรคที่ไม่คาดคิด ก็คือ แฟนเก่าที่เลิกราไปแบบไม่ดีนักของอิมจินจู ดันเป็นผู้กำกับรุ่นน้องในทีมของซนบอมซู และกำลังจะกำกับงานละครให้นักเขียนเจ้านายเก่าของเธอ ที่ยังแอบจ้องสกัดดาวรุ่งอิมจินจูอยู่

อีอึนจอง (รับบทโดย จอนยอบิน) เป็นผู้กำกับสารคดี ที่จับพลัดจับผลูทำหนังสารคดีเรื่องหนึ่งประสบความสำเร็จ จนเธอมีชื่อเสียง มีเงิน และในระหว่างการทำงานนั้นเธอก็ได้แฟนมาด้วย แต่ด้วยเหตุบางอย่างในชีวิตทำให้ความสุขของเธอสลายหายไป กลายเป็นคนซึมเศร้าและติดอยู่ในโลกที่จิตสร้างมาหลอกตัวเอง อาการที่น่าเป็นห่วงจนทำให้เพื่อนสนิททั้งสองถือวิสาสะย้ายเข้ามาอยู่บ้านเธอ แม้ว่าจะมีน้องชายของอีอึนจองอาศัยอยู่ด้วยแล้วก็ตาม

ปัญหาชีวิตและจิตใจของเธอจะค่อยๆถูกจัดการแก้ไขเยียวยาไปด้วยงาน และเรื่องราวของดาราสาวที่เป็นเพื่อนเก่าซึ่งเคยไม่กินเส้นกันมาก่อน แต่ต้องมาร่วมงานกันใกล้ชิดในโปรเจ็คท์หนึ่ง จนต่างทำให้ชีวิตติดขัดของทั้งคู่ลื่นไหลได้ถูกทาง และทำให้อีอึนจองได้เจอคนที่จะจุดไฟโรแมนติกครั้งใหม่ให้เธอ

ฮวังฮันจู (รับบทโดย ฮันจีอึน) ทำงานเป็นหัวหน้าทีมการตลาดของบริษัทผลิตงานบันเทิง งานหลักของเธอคือการบริหาร tie-in สินค้าของลูกค้าเข้าไปอยู่ในหนังละคร ที่เราๆเห็นของวางหราแล้วบ่นกันบ่อยๆก็คือผลงานของพนักงานเหล่านี้แหละ การรับมือกับทั้งผู้กำกับหรือดาราที่อาจงอแงไม่ยอมให้ความร่วมมือง่ายๆในกองถ่าย เธอมีผู้ช่วยหนุ่มน้องใหม่ที่เชื่อมั่นในตัวเธอ คือ ชูแจฮุน (รับบทโดย กงมยอง) มาช่วยกันจับมือสู้กับงานหินๆ

นอกจากนี้ ชีวิตแสนอึดของเธออีกด้านคือ การเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ดูแลลูกชายวัยประถมสอง เหตุเพราะสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเธอเป็นดาวที่มีหนุ่มเรียงหน้ามาให้เลือกเยอะ แต่แล้วหนุ่มที่เธอเลือกตกร่องปล่องชิ้นจนมีลูกด้วยกัน จู่ๆก็มาขอลาออกจากการเป็นสามีและพ่อเพื่อไปตามหาฝันของตัวเองซะดื้อๆ ชีวิตเธอจึงลงเอยแบบนี้ แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังเป็นผู้หญิงทำงานที่คิดบวก เต็มที่ทั้งกับหน้าที่งานและหน้าที่แม่ด้วยใจ

ด้วยความเป็นรอมคอมสไตล์อินดี้หน่อยๆ มากับความเป็น slice of life เลยมีความเรียล เป็นธรรมชาติ บทอยู่บนความสมจริง เดินเรื่องดูเรียบง่ายแต่ละเอียดอ่อนในอารมณ์  และมีจังหวะจะโคนที่ดีในการปล่อยเสน่ห์แปลกๆที่ไม่มีใครเหมือน ความโรแมนติกน่ารัก ซึ้งน้ำตาคลอ หัวเราะน้ำตาเล็ด สลับกันไปมา หรือมาพร้อมกันเลยก็มี  พ่วงตามด้วยบทสนทนาหรือบทบรรยายคมๆช่างคิดและโดนใจ ได้อะไรติดไม้ติดมือหลังดูจบทุกๆตอน

Flower  

การแคสนักแสดง ก็มีความคิดนอกกรอบดีนะ ล้วนเป็นหน้า (เกือบ) ใหม่ ไม่ต้องห่วงหน้าช้ำ หรือจำเจ หล่อสวยพอไหม ไม่มีบทก่อนหน้านี้ติดตามา แม้แต่ ชอนอูฮี ก็เรียกได้ว่าคอซีรีส์ไม่ค่อยคุ้นเคยเธอบนจอซีรีส์เท่าไหร่ แต่ถ้าใครคุ้นชินมาจากงานภาพยนตร์ก็บอกได้เลยว่า บทคาแรคเตอร์แบบนี้ก็เป็นครั้งแรกของเธอนะ ส่วน อันแจฮง ก็ถูกเปลี่ยนรูปลักษณ์ด้วยการลดน้ำหนักไปเยอะ ได้ฟิลใหม่ๆดี ถึงแม้ว่านักแสดงส่วนใหญ่จะดูไม่คุ้นหน้าคุ้นตา แต่ก็ถ่ายทอดบทบาทได้เยี่ยมกันทุกคน ยิ่งทำให้ได้ฟิลเรียลธรรมชาติมากขึ้น

นอกจากนี้ ก็ยังเสริมนักแสดงรับเชิญที่น่าสนใจ เช่น ฮันนีอี จินซอนคยู (คู่นี้คือมาจาก Extreme Job ของผู้กำกับ เช่นเดียวกับกงมยองที่ผู้กำกับก็แอบหยอดบทล้อเลียนทอดไก่ไว้ให้ด้วย 555) ส่วน ซนซอกกู รับเชิญมารับบทจี๊ดโดนๆในช่วงท้ายๆเรื่อง เป็นสีสันที่ลงตัวจริงๆ

และผู้เขียนขอยกนิ้วให้กับความสามารถในการเล่า (เกือบ) ทุกเรื่องราวอารมณ์ให้ผสมกลิ่นอายความฮาได้อย่างเนียนๆมีเสน่ห์  เสิร์ฟรัวๆทุกอีพี ไม่ว่าจะเป็นตลกร้ายจิกแซะ ตลกหน้าตายไม่รู้ไม่ชี้ ตลกดื้อๆกวนๆ ตลกปัญญาชน ตลกหักมุมเซอร์ไพรซ์ ตลกล้อเลียน หรือตลกอึ้งๆเพราะแทงโดนใจ และมักเป็นการขำที่พ่วงเรื่องดีๆให้คิดตามได้เสมอ

ตัวอย่างมุกขำขันอมยิ้ม มีเนื้อหาสปอยล์บ้าง ใครอยากเลี่ยงก็ข้ามลงไปที่ย่อหน้าสุดท้ายได้เลย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากสองเพื่อนสาวและน้องชาย ได้เห็น บอมซู และ จินจู จูบกันหน้าคอนโดโดยบังเอิญ กลายมาเป็นหัวข้อถกเถียง ณ โซฟาห้องนั่งเล่น สภาประจำบ้าน เมามันส์ยิ่งกว่าการเล่นต่อคำ ชงบ้างค้านบ้าง ถึงจะเป็นการแซวแซะหน้าตาย แต่ก็มีประเด็นน่าคิดนะ

‘น่าจะเสนอฝ่ายบริหารอพาร์ทเมนต์สร้างโซนสำหรับจูบกัน (=จะได้ไม่ประเจิดประเจ้อ)’ – ‘ถ้าไม่มีรถขับเองก็คงหาที่จูบกันยาก’ – ‘แล้วทีพวกจูบกันข้างถนนยังทำได้เยอะแยะ นี่ต้องถึงขั้นจัดพื้นที่เฉพาะให้เลยหรอ’ – ‘แต่ตึกนี้มีผู้สูงอายุเยอะนะ (=จะดีหรอ จะเสนอผ่านหรอ)’ – ‘ทำเป็นแค่ตู้เล็กๆก็พอ’ – ‘มีไฟปรับอารมณ์ในตู้ด้วยสิ’ – ‘พวกเขาต้องจ่ายค่าไฟเองด้วยนะ’ – ‘อพาร์ตเมนท์ของเราจะกลายเป็นอพาร์ทเมนต์คู่รัก’ …. 555 เอ็นดูความเก่งความร้ายที่น่ารักของชาวคณะนี้ 

หรือลองมาดูปรัชญาความรักใหม่ที่ว่าด้วย ‘การผายลม’ หรือภาษาบ้านๆว่า ‘ตด’ (ขออนุญาตที่ใช้คำไม่สุภาพ)

ด้วยสมมติฐานที่ว่า ยามรักกัน ตดยังไงก็ได้ ทั้งเสียงทั้งกลิ่น ไม่ว่ากัน มันคือเรื่องธรรมชาติ แต่ลองยามไม่รักดูสิ ตดคือความเหม็นระดับทำลายล้าง เหตุสุดทึ่งเกิดขึ้นเมื่อแม่ของอิมจินจูพยายามลองตดรบกวนสามีเพื่อพิสูจน์ความรักดูมั่ง แต่แปลกมากที่เขาไร้ปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ และในที่สุดก็ลงเอยด้วยการที่เขาดอดไปซื้อแพ็กเกจสุขภาพให้เมียไปตรวจลำไส้ซะ … กลัวเมียเป็นโรคร้าย ไม่มีชีวิตยืนยาวไปด้วยกัน … 555 ทั้งขำทั้งซึ้ง นัยของการผายลม ก็คือ สิ่งไม่ดีที่เผลอหลุดพ่นออกไปโดยไม่ทันได้ไตร่ตรอง ถ้าทั้งคู่เข้าใจมัน อีกเดี๋ยวมันจางหายไปได้เอง  นับเป็นปรัชญาใหม่ ‘ตดกับรัก’ ที่ครีเอทีฟแยบยลดีมาก ถึงขั้นอุทานตาม ‘เออ..จริงอ่ะ!’

สรุปความได้ว่า ผู้เขียนเองยังดูเรื่องนี้เพลินๆซ้ำถึง 2 รอบในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งไม่ค่อยมีปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นกับคนที่ชีวิตง่วนมาก มีหนังมีซีรีส์กองดูรอบตัวอย่างผู้เขียน ก็เพราะเสพติดเสน่ห์ยูนีคดีงาม ที่ตอบโจทย์ทั้งการดูเอาบันเทิง และได้ความฟิลกู้ด ชอบที่ได้เก็บเกี่ยวปรัชญาชีวิตเบาๆโดนใจ ถึงจะเป็นสาวเลยวัย 30 มานานแล้วก็ตาม 555 อีกประเด็นคือ ตกหลุมรักเพลงที่เพราะมากมาย ฟังได้ไม่มีเบื่อ สายโรแมนติก สายฟิลกู้ด ใครยังไม่ได้ รีบจัดเลย ใครดูแล้วชอบก็ดูซ้ำได้อีกนะ ผู้เขียนคงมีรอบ 3 อีกแน่นอนค่ะ

ส่งท้ายด้วยเพลงประกอบซีรีส์เพราะๆของเรื่องนี้

เพลง Your Shampoo Scent In the Flowers ของ จางบอมจุน 

เพลง Moonlight ของ ฮาฮยอนซัง

Read More Articles