k-movies

[Kormovies] Shoot Me in the Heart (2015)

13/12/2017 - warumanu


Shoot me in the heart เป็นหนังที่เล่าเรื่องราวของเหล่าคนไข้ในโรงพยาบาลโรคจิตแห่งหนึ่ง ชีวิตที่สติไม่สมประกอบหลากรูปแบบหลายดีกรี ชีวิตที่มีเรื่องผจญภัยตื่นเต้นของตัวเอกเอง และชีวิตความสัมพันธ์ของเพื่อนๆร่วมห้อง ร่วมโรงพยาบาลเดียวกัน  บทหนังเบสจากนวนิยายดัง ที่ชนะการประกวดรางวัล Segye Literature Award ในปี 2009 หนังได้คะแนน IDMb 7.1  การันตีได้ว่าดูจบแล้ว นอกจากความสนุกสนานแล้วยังได้สติดีขึ้นด้วยค่ะ

มาทำความรู้จักคนไข้หลักๆ และ เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลซูริโฮป 1994 นี้กัน

ซึงมิน (รับบทโดย อีมินกิ)  คนไข้ใหม่ของรพ. เป็นหนุ่มวัยยี่สิบกว่า ลักษณะภายนอกดูเหมือนคนมีปัญหาแค่ว่าควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้  ปรอทเดือดไว กล้าบ้าบิ่นทั้งการใช้กำลังความรุนแรง และความคิดแหกคอก จึงทำให้ดูเหมือนคนเพี้ยนๆห่ามๆ  มองในอีกด้าน เขาเป็นคนช่างคิด มีความกล้า มุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว เป็นตัวของตัวเองสูง และแฝงอารมณ์กวนๆขันๆในท่าทีจริงจัง ซึงมินถูกครอบครัวใช้กำลังจับส่งมารพ.มาแบบต่อต้านขัดขืน

ซูมยอง (รับบทโดย ยอจินกู) คนไข้ใหม่ของรพ. เป็นหนุ่มน้อยวัย 19 เด็กมัธยมปลาย  ออกแนวนิ่งๆเซื่องหงอย  ผมยาวมาก  เพราะหวาดกลัวกรรไกรจนไม่สามารถตัดผมได้  แม่เพิ่งเสียไป พ่อส่งมาเข้ารพ.เพราะมีโรคจิตหวาดระแวง หนีความจริง

คิมยอง (รับบทโดย คิมจองแท)  คนไข้ผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดี ชอบจัดการ รู้ดีไปหมด และชอบสวมรอยเป็นหมอ

ลุงมันซิก (รับบทโดย คิมคีชอน)  เคยเป็นคนฝึกม้าในคณะละครสัตว์ แต่บ้าเพราะม้าตาย เลยชอบยึดคนไข้คนอื่นไว้เป็นม้า ‘โดบยอล’ ของตัวเอง  ด้วยการเกาะขึ้นหลังให้ต้องแบกไว้ตลอดเวลา

ADVERTISEMENT

น้าคลีนเนอร์ (รับบทโดย พัคชุนซอน) เป็นคนเชื่องช้า ชอบทำตัวเป็นหนอนหนังสือ ขายหนังสือประจำห้องสมุด อยากสอบเข้ามหาวิทยาลัย

บุรุษพยาบาลชเว (รับบทโดย ยูโอซอง – ดาราขาประจำดาวร้ายเรื่องนี้รับบทคนดีค่ะ)  เป็นพยาบาลซีเนียร์ที่โหดเข้มในหน้าที่ แต่เนื้อแท้ก็มีวุฒิภาวะสูงพอที่จะเข้าถึงจิตใจคนไข้ของเขาบ้าง

บุรุษพยาบาล ‘ผีบ้า’ (รับบทโดย พัคดูซิก)  ดูจากฉายาที่เหล่าคนไข้ตั้งให้ว่าผีบ้า ต้องร้ายน่ากลัวทีเดียวเลยหละ เขาเป็นหลานของผอ.รพ. จบแค่มัธยม (คาดเองว่านิสัยแบบนี้น่าจะถูกไล่ออกจากรร.555) มักทำตัวกร่าง บ้าอำนาจ ขี้โมโห เอะอะก็ทำโทษด้วยการทุบตีหระหน่ำ  คุมคนไข้เยี่ยงคุมนักโทษ เป็นที่หวาดผวาของคนไข้ทุกคน

นอกจากนี้ยังมีคนไข้อีกหลายตัวละครที่เป็นสีสันเสริมในเรื่อง  เช่น บ้าอุ้มลูก บ้าเจ้าหญิง บ้าวณิพก เป็นต้น

ในวันที่ ซูมยอง มาถึง รพ. ซึงมินถูกส่งมาถึงเช่นกัน  แต่มาแบบขัดขืนตลอดทาง ก็มีการออกแรงกันไป จนกระทบกระทั่งซวยไปโดนซูมยองบ้าง  หลังจากนั้น ซูมยองก็มักตกอยู่ท่ามกลางลูกหลงเมื่อซึงมินอาละวาดขัดขืนอยู่หลายครั้ง เพราะซึงมินต้องการโทรศัพท์เพื่อติดต่อที่บ้าน   แต่บุรุษพยาบาลผีบ้าก็จัดการกำราบซัดซะน่วมไปทุกครา

ซูมยองเองก็โดนบังคับด้วยกำลังให้ตัดผมจนออกอาการอาละวาดเช่นกัน แต่สุดท้ายก็ได้รับการอนุโลมจากพยาบาลชเว เพราะโรคจิตของเขาเกี่ยวข้องกับการกลัวกรรไกร แต่เขาต้องผูกผมให้เรียบร้อยและสวมหมวกตลอดเวลา

จากอารมณ์กลัวๆเกรงๆของซูมยองที่ไม่อยากอยู่ใกล้ซึงมิน  แต่กลับต้องเป็นเพื่อนร่วมห้อง เตียงติดกัน  ทำให้เขาได้คุ้นเคยกันมากขึ้น ซูมยองกลายเป็น ‘มิสอี’ ของโอปป้าซึงมินไป ซึงมินตั้งชื่อให้ด้วยความเอ็นดู  คงเพราะซูมยองผมยาวสวยเหมือนผู้หญิง (ชื่อ มิสอี ผู้เขียนคาดเดาเองว่า คนเกาหลีแซ่อีเยอะ เรียกง่าย ซึงมินเลยตั้งให้ว่า มิสอี กระมัง)

กิจวัตรประจำวันของคนไข้ จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมในคลาส therapy ต่างๆ (ศิลปะ ออกกำลังกาย ฟังเทศน์ role play) แต่ก็ยังเกิดเรื่องราวผจญภัยได้อยู่บ่อยๆ  ทั้งแนวตื่นเต้น ลุ้นตาย แนวบันเทิงเริมรมย์ แนวซาบซึ้งกินใจ แนวบ้าๆบอๆน่ารักน่าเอ็นดู รวมทั้งการเผชิญหน้ากับความโหดของผีบ้า ซึ่งก็มีแต่ซึงมินคนเดียวเท่านั้นแหละที่กล้าท้าทายผีบ้าตลอด

ชีวิตในรพ.ของพวกเขา ที่ต้องอยู่กับระเบียบกฏเข้มงวด ถ้าใครออกอาการอาละวาดรุนแรงเกินกำลังควบคุมได้ ก็จะโดนจับไปเข้า Treatment พิเศษ คือการช้อตไฟฟ้า ในมุมมองคนไข้ มันเหมือนการถูกทำโทษ ซึ่งอาการหลังช้อต แม้จะดูสงบไร้ฤทธิ์เดช แต่มันน่าหดหู่เวทนามาก

แต่ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านมา ทำให้ซูมยองและซึงมินกลายเป็นเพื่อนรัก และคนไข้ทุกคนก็รักซึงมินผู้กล้า ผู้เป็นสีสันสดใสของรพ.มากด้วย ในคืนที่ซึงมินป่วยหนัก ก็ได้เพื่อนๆนี่แหละร่วมมือร่วมแรงจนทำให้ซึงมินได้รับความช่วยเหลือทันท่วงที ส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลข้างนอก

หลังจากซึงมินกลับมา ด้วยอาการดวงตามีปัญหา เพราะจอประสาทตาเสื่อมจากโรคทางพันธุกรรม อาการจะมีแต่ทรุดลงเรื่อยๆจนถึงขั้นตาบอด  ความฝันที่เขาอยากทำมันก่อนตาจะมองไม่เห็น คือ การได้ไปลอยล่องท่องเวหาอิสระด้วยพาราไกลเดอร์ (เป็นเครื่องร่อนชนิดหนึ่ง) เขาจะไปร่อนที่เทือกเขาหิมาลัย  ยอดเขาอันเลื่องชื่อ อันนาปุรณะ จึงเป็นที่มาของการอยากหนีออกจากรพ.แห่งนี้ก่อนเวลาอันน้อยนิดของตนเองจะหมดลง

ต้องไปตามดูกันต่อเองว่า เขาจะทำได้สำเร็จไหม และเรื่องราวที่จะเฉลยรายละเอียดมากขึ้นด้วยว่า แท้จริงแล้ว เพราะเหตุใด ทั้งซึงมิน-คนเพี้ยน และซูมยอง-หนุ่มจิตตก จึงต้องกลายมาเป็นคนบ้าถาวรในโรงพยาบาลโรคจิตแห่งนี้ และชีวิตพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป

เรื่องนี้สอดแทรกแง่คิดประเด็น ‘ความบ้า’  ได้ดีเหมือนกัน  ระหว่าง ผีบ้า กับ คนไข้โรคจิต  แท้จริง ใครบ้ากว่ากัน ใครมีสติดีกว่ากันแน่ ใครสมควรเป็น’มนุษย์’มากกว่ากัน รวมไปถึงครอบครัวของซึงมิน ที่ ‘บ้า’ หนักเช่นกัน  บ้ามรดกสมบัติจนเอาน้องชายของตนมาอยู่โรงพยาบาลโรคจิต  ดังนั้น คำจำกัดความของ ‘บ้า’ คือแค่ไหน ชวนกันไปคิดต่อกันเองได้เลย

เป็นความชอบส่วนตัวที่ผู้เขียนถูกจริตกับพลอตสไตล์นี้  ช่างยิงมาโดนใจจริงๆตามชื่อหนังเลย 555 ถึงขั้นว่า ดูรอบสองแล้วยังสนุกเหมือนเดิม รอยยิ้มก็ยังมา น้ำตาก็ยังหยดติ๋งได้ทันที ณ ฉากเดิมที่เคยร้อง ดูจบก็ยังมีความสุขอิ่มเอมใจได้เหมือนเดิม  เพราะหนังเล่าเรื่องได้น่าสนใจ ชวนติดตาม มีให้ลุ้นตื่นเต้นไปกับวีรกรรมต่างๆของซึงมิน มีปมปริศนาให้ติดตามการเฉลย มีเรื่องราวบิวท์อารมณ์หลายรสชาติคละกันไป ที่สำคัญ เนื้อหาสาระของหนังมีคุณค่าซาบซึ้งกินใจดีมาก

คนบ้าก็มีหัวใจ มีความรักความผูกพัน มีฝัน ในโลกของพวกเขา ก็มีทุกอย่างเหมือนกับโลกคนปกติแหละ เพราะเขาก็คือมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกัน เอาจริง สิ่งที่พวกเขามีดีกว่ามนุษย์ปกติทั่วไป  คือความธรรมชาติ เป็นความจริงที่ไม่เสแสร้ง  ทำให้พวกเขาแสดงออกมาอย่างไม่มีการปรุงแต่งหรือซับซ้อนซ่อนเคลือบแฝงใดๆ  มีความคิดบวก ใสซื่อ จนนำมาซึ่งอารมณ์ขันแบบน่าเอ็นดู  ตัวอย่างเช่น ฉาก role play therapy ที่ซึงมินสามารถใช้วิธีการง่ายๆ ใช้ใจเข้าถึงใจเพื่อนคนไข้ด้วยกัน ได้ดีกว่ากระบวนการของหมอที่ยึดแต่วิธีการและทฤษฎี

หัวใจของพวกเขายิ่งใหญ่มาก สะท้อนให้ได้เห็นจากมิตรภาพใสซื่ออันมีค่ายิ่งของเพื่อนๆร่วมรพ. ที่ทำให้เกิดบทซาบซึ้ง ตื้นตันใจ น้ำตาซึมกันไปหลายๆฉาก  ส่วนมิตรภาพระหว่างซึงมินกับซูมยองให้อารมณ์โบรมานซ์เพื่อนรัก ที่เป็นแนวน่ารักน่าเอ็นดู เกื้อกูลกัน เข้าใจกัน อบอุ่นหัวใจมาก ส่วนตัวชื่นชอบการแสดงของอีมินกิมาก ดูสมบูรณ์แบบทั้งรูปลักษณ์และฝีมือ

ความฝันของซึงมิน ที่ขอให้ได้ใช้ชีวิตอิสระบนห้วงเวหาเหนือยอดเขาที่สูงสุดและงดงามสุด เป็นสิ่งที่เขายอมแลกมาด้วยชีวิตเสี่ยงตาย  แต่มันก็เป็นความสุขเดียวที่เขายังสามารถสู้เพื่อตัวเองได้ ซึ่งเขาก็ไม่รู้หรอกว่า หลังจากนั้น มันได้กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ให้ซูมยองหลุดพ้นจากปมจิตตก จากที่ไม่เหลืออะไรในชีวิต กลับมามีกำลังใจ  มีความหวัง มีอิสระที่จะฝัน ตามคำโปรยในหนังว่าไว้

Somewhere over the rainbow, I believe that unfulfilled dream of the past might be waiting for me ณ ที่ใดที่หนึ่งเหนือเส้นสายรุ้งของฟากฟ้า ฉันเชื่อว่า มีความฝันที่ยังไม่ได้เติมเต็ม รอคอยฉันอยู่

ใครชอบหนังแนวคนบ้าสไตล์กึ่งสร้างสรรค์กึ่งจิกกัดแบบนี้ แนะนำพ่วงอีกเรื่องที่สนุกน่าสนใจดี ซึ่งผู้เขียนชอบอีกเช่นกัน แต่จะมีกลิ่นอายอินดี้ ดาร์คหม่นกว่าเรื่องนี้หน่อย คือ I’m Cyborg, But That’s OK (2006)  ของผู้กำกับพัคชานอุคคนดัง นำแสดงโดย เรน และ อิมซูจอง หนังได้คะแนน IMDb 7.1 เท่ากันเลย

Trailer :

https://www.youtube.com/watch?v=ylnKhD5jSH8

Read More Articles


Korupdate






เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อการตลาด

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก