Secretly Greatly เป็นภาพยนตร์ดังอีกเรื่องของเกาหลี สร้างจากเว็บตูนดังชื่อ Covertness เป็นหนังที่ได้รับการตอบรับจากผู้ชมล้นหลาม ยอดจำหน่ายตั๋ววันแรกสูงลิ่ว (สูงกว่า The Thieves หนังของคิมซูฮยอนและจอนจีฮยอน ที่เป็นหนังแนว Blockbuster และดาราคับคั่งกว่าเยอะ) และปิดลาโรงไปด้วยตัวเลขรายได้รวมสวยงาม เป็นผลงานเรื่องที่สองของผู้กำกับดาวรุ่งที่กวาดรางวัลจากหลายๆเวทีในงานชิ้นแรกของเขา คือ Bedevilled (2010) ก่อนหน้านั้นเขาเคยเป็นผู้ช่วยของผู้กำกับดัง คิมคีดุค

Secretly Greatly เล่าเรื่องชีวิตทหารเกาหลีเหนือที่ถูกส่งมาอาศัยอยู่ในเกาหลีใต้ระยะยาวเพื่อแฝงตัวเป็นสายลับ รอคำสั่งภารกิจ ชีวิตในประเทศที่เหมือนอีกโลกที่แตกต่าง  กับ หัวใจยึดมั่น เต็มพลังเลือดรักชาติ  นำมาซึ่งเรื่องราวมากมายให้ชวนติดตาม

หนังจะเล่าเรื่องราวผ่าน บังดงกู (รับบทโดย คิมซูฮยอน) ซึ่งจริงๆแล้วคือ ร้อยโทวอนรยูวาน หัวหน้าทีมหน่วยรบพิเศษ 5446  เป็นกองกำลังลับที่ตั้งขึ้นเมื่อ 16 ปีก่อน ผู้ผ่านการฝึกจะมีฝีมือรอบจัดมาก  แถมร้อยโทวอนเก่งในระดับหัวแถวดีกรี 5 ดาวเลยหละ เขาถูกส่งมาเป็นสายลับในเกาหลีใต้ เพื่อให้แนบเนียน จึงแฝงตัวเป็นหนุ่มเอ๋อกะโปโล ลูกจ้างแสนขยันของร้านโชว์ห่วยต๊อกต๋อยในหมู่บ้านเล็กๆจนๆแห่งหนึ่ง

สำหรับที่นี่ จัดว่าร้านนี้เป็นทำเลศูนย์กลางที่ผู้คนสัญจรไปมาดีที่สุดละ เหมาะกับการให้ดงกูได้คอยสอดแนมสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวในชุมชนนี้ แต่ผ่านมาร่วม 2 ปี ก็ไม่ยังมีอะไรผิดสังเกตเลยสักอย่าง วิถีชีวิตชาวบ้านดำเนินไปอย่างราบเรียบจำเจ ไม่มีพิษมีภัย และยังมีความอบอุ่นเป็นมิตร เกื้อหนุนกันดี แม้แต่ดงกูเองก็ยังอดเผลอใจแอบใช้ฝีมือส่วนตัวช่วยเหลือเพื่อนบ้านยามเดือดร้อนอยู่เนืองๆ

ดงกูได้ตำแหน่งเป็นจอมเพี้ยนประจำหมู่บ้าน เป็นที่คุ้นเคยและเอ็นดูของชาวชุมชน ไม่ว่าจะเป็น ป้าเจ้าของร้าน ขี้เหนียว ขี้บ่น แต่แท้จริงก็แอบโอบอ้อมรักดงกูมาก มีลูกชายเป็นหนุ่มจะกลางคนละ แต่ยังไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวใดนัก  เพื่อนบ้านสาวบาร์ติดบุหรี่ แต่งตัววับแวมสุดๆ ที่ชอบมาคุยกับดงกูเพราะเห็นว่าเอ๋อ สามารถระบายทุกข์อัดอั้นได้เรื่อยเปื่อย  สาวอีกคนที่สวยเรียบร้อยโดนใจดงกู มีอาชีพเป็นผู้จัดการร้านขายของ เธอมีน้องชายนักเรียนวัยรุ่นที่หวงพี่สาวสุดๆคอยกันท่าดงกูทุกครั้งทีเดินผ่านหน้าร้าน  และเจ้าหนูแก่นเซี้ยวสองพี่น้องที่ขยันแกล้งดงกูเอาฮาทุกครั้งที่สบโอกาสเหมาะ

นอกจากนี้ ก็มีสหายสายลับอีกคนที่แฝงตัวเป็นลุงบุรุษไปรษณีย์ ที่แวะเวียนมาส่งจม.และพัสดุในหมู่บ้านเป็นประจำ ก็ได้ลุงคนนี้แหละไว้ระบายความเบื่อบ้าง ถามไถ่ความเคลื่อนไหวของต้นสังกัด และปรับทุกข์เรื่องการรอคอยภารกิจที่ต้องรอคำสั่งอย่างไร้วี่แวว

และแล้ววันหนึ่ง ดงกูก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง เมื่อมีเพื่อนบ้านมาอยู่ใหม่ คือ อีแฮรัง (รับบทโดย พัคกีอุง) เขาเป็นผู้นำทีมมังกรดำ สหายสายลับจาก 5446 เช่นกัน ที่เติบโตมาด้วยกัน ฝีมือขั้นเทพสูสีกับดงกู เขาแฝงตัวมาเป็นหนุ่มร็อคผมทองขยันหอบกีตาร์ไปออดิชั่นเป็นศิลปิน

                                       
                   
                               
เพราะรักหรอกถึงหยอกเล่น ใครจะโดนหยอก หรือ ใครจะรู้ทัน ติดตามได้ในรายการหยอกหยอกคลิก!!!
       

แล้วยังตามมาด้วยสหายผู้น้อง รีแฮจิน (รับบทโดย อีฮยอนอู) หนุ่มน้อยนักเรียน ซึ่งมาจากสังกัด 5446 เช่นกัน เด็กหนุ่มคนนี้มีชีวิตได้ และกลายเป็นหนึ่งในทีม เพราะการช่วยเหลือของหัวหน้าหน่วย คือ วอนรยูวานแหละ  จึงมีความผูกพันและจงรักภักดีต่อหัวหน้ามาก ไม่น้อยไปกว่าความภักดีต่อชาติ

ทยอยมากันหลายคนก็ลดความเหงาไปได้ แต่ก็รู้สึกเอะใจความไม่ชอบมาพากลอยู่บ้าง จนกระทั่งเมื่อทั้งสามคนได้รับภารกิจทางเครื่องมือสื่อสารว่า ให้ฆ่าตัวตาย และถ้าสหายสายลับคนไหนแข็งขืนให้ฆ่ากันเองได้เลย ซึ่งเป็นเพราะการเปลี่ยนผู้นำทางการเมืองที่เกาหลีเหนือ ทำให้นโยบายเปลี่ยน ต้องการยุบกองกำลังพิเศษ 5446 ทิ้งให้สิ้นซากอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นว่านายพลคิมแทวอน (รับบทโดย ซนฮยอนจู) ผู้บัญชาการหน่วยฝึกกองนี้ต้องมาเกาหลีใต้เก็บกวาดเช็คความเรียบร้อยด้วยตัวเอง

สายลับทั้งหลายทั่วเกาหลีใต้จึงได้ทยอยกันปฏิบัติตามคำสั่ง ตายเรียบ (แบบไร้สติไตร่ตรอง อนาถใจจัง) แต่สหายทั้งสามตัดสินใจจะไม่ทำตาม เพราะอะไร แล้วพวกเขาจะรับมือกับภารกิจเจ็บปวดนี้อย่างไร ต้องไปติดตามชมกันต่อเองค่ะ

ดารา : คิมซูฮยอน อีฮยอนอู พัคกีอุง ซนฮยอนจู พัคฮเยซุก คิมซองคยอน โกชางซอก ฮงคยองอิน พัคอึนบิน ชเวอูชิก จางควาง ชินจองกึน อีแชยอง

อย่างที่บอกว่า หนังเสิร์ฟหลายรสมาก ช่วงครึ่งแรกฮาได้ฮาเต็มๆประหนึ่งหนังคอมมาดี้ คิมซูฮยอนแสดงได้ติ๊งต๊องบ้าบอดี แค่ท่ายิ้มจมูกย่นหัวร่อแหะแหะแบบไม่มีห่วงหล่อ ก็ได้คะแนนเอ๋อไปเต็มๆละ บทบ้าบอถอดกางเกงปลดทุกข์กลางถนนนี่ก็สุดแสนสงสาร ทำเอาน้ำตาไหล…เพราะความขำค่ะ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด

ผู้เขียนชอบแก๊กท่าลงบันไดของคิมซูฮยอนมาก เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ความเอ๋อที่กระตุกต่อมฮาได้น่ารักมาก  แนวตลกเจ็บตัว (Slapstick) ที่ปกติผู้เขียนไม่ชอบนะ แต่ยกให้สำหรับฉากนี้เลย เอ..แบบนี้เป็นความ bias เกินไปหรือเปล่าเนี่ย

ในอีกด้านหนึ่ง หนังก็โชว์คิมซูฮยอนในบทแอคชั่นที่เก่ง ไวว่องเว่อร์ สารพัดวิชาการต่อสู้ล้วนสกิลขั้นเทพ ดูหล่อเท่ดีมาก ยังรักษาบทความเป็นพระเอกฮีโร่ไว้ให้ผู้ชมที่ทนรับความต๊องแนวเสียลุคไม่ได้เยอะ  หยอดโบนัสพิเศษให้ด้วยชอตซิคแพคเต็มตาให้ชวนตะลึงกันไป อื้อหือ!

แต่ครึ่งท้ายเรื่องพลิกเป็นหนังอีกม้วน กลายเป็นความดราม่าสุดๆ ความรักความผูกพันของดงกูกับชาวชุมชนนี้ที่ชวนซาบซึ้งประทับใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับป้าเจ้าของร้านที่เป็นได้มากกว่านายจ้าง  และมิตรภาพของสหายผู้ร่วมชะตากรรม โดยเฉพาะสหายผู้น้องที่ผูกพันเข้าใจกันยิ่งกว่าแค่ความเป็นหัวหน้าลูกน้อง

นอกจากนี้ยังชวนหดหู่ไปกับการกระทำของผู้นำเกาหลีเหนือต่อพลเมืองของตน ทั้งๆที่พวกเขาเป็นบุคลากรที่มีความสามารถเยี่ยม แถมยังมีอุดมการณ์รักชาติถวายหัวกันซะขนาดนั้น ดีเริ่ดตามชื่อเรื่องเลย ‘สุดลับ..สุดยอด’ แต่อย่างว่าแหละ หนังก็ผูกปมให้มีเหตุของเรื่องราว เลยดูเป็นการจิกกัดเกาหลีเหนือ แตะปัญหาการเมือง แนวคิดที่ต่างของเหนือ vs ใต้  และยังสะท้อนตัวตนและเป้าหมายชีวิตที่แท้จริงของมนุษย์สายลับว่าคืออะไรกันแน่ ความสุดยอดของสายลับอย่างพวกเขาจึงเหลือทางเลือกเดียวที่จะยังคงรักษาคุณค่าและศักดิ์ศรีที่พวกเขาคิดว่าใช่ ผู้เขียนคาดว่า นอกเหนือจากความฮอต ณ ตอนนั้นของคิมซูฮยอนจากซีรีส์ The Moon Embracing The Sun (2012) ที่ชาวเกาหลีไปชมหนังเรื่องนี้กันมากก็น่าจะเพราะได้ใจเนื้อเรื่องแนวนี้ด้วยแหละ ส่วนฝีไม้ลายมือด้านดรามาของคิมซูฮยอนก็หายห่วงได้ เพราะพิสูจน์แล้วจากผลงานซีรีส์ดังกล่าวแหละ

สำหรับคนชอบงาน Cinematography ดีๆ ผู้เขียนว่าเรื่องนี้ทำฉากแอคชั่นต่อสู้ท้ายเรื่องได้สวยงาม ตั้งแต่เลือกโลเคชั่น คุมโทน low key ใส่บรรยากาศฝนตกฟ้ามืดมัว สร้างอารมณ์ได้ดีมาก พร้อมๆกับความอาร์ตเซอร์สวยเท่ดีนะ

ของฝาก #1 เบื้องหลังถ่ายทำของสามสหายสายลับ : 

ของฝาก #2 สามสหายสายลับกับมุมฟรุ้งฟริ้งเต้นควิโยมิกัน (ฮิตมากยุคนั้น) :

Trailer :