
เมื่อตัวเลขแปลกๆที่เขาเห็นล่องลอยอยู่ตรงหน้า คือการต้องนับถอยหลังชะตาชีวิตแม่
ซึ่งลดไปทีละหนึ่งวันจากทุกมื้ออาหารที่แม่ทำให้ทานอย่างเปี่ยมรัก
เขาจะปฏิเสธความรักนี้ไปได้อย่างไรเพื่อยืดวันเวลาของแม่
ทว่า…วันเวลาระหว่างพวกเขาก็พลอยถดถอยหายไปด้วย
Number One เป็นหนังแนวดราม่าครอบครัวบนพล็อตที่แฝงแฟนตาซีสื่อสัญลักษณ์ ความหมายปลายทางสู่ความอบอุ่นหัวใจในความสัมพันธ์ของแม่ลูกคู่หนึ่ง สร้างมาจากนวนิยายญี่ปุ่นเรื่อง ‘คุณเหลือเวลามื้ออาหารที่แม่ทำอีก 328 ครั้ง’ (แปลตามชื่อญี่ปุ่น)

ว่าด้วยเด็กหนุ่มวัยรุ่นเมืองปูซาน จองฮามิน (รับบทโดย ชเวอูชิก) ที่จู่ๆก็มองเห็นตัวเลขปริศนาทุกครั้งที่ทานอาหารฝีมือแม่ (รับบทโดย จางฮเยจิน) เริ่มต้นจากเลข 366 แล้วลดไปทีละหนึ่งเมื่อทานแต่ละมื้อ จากฝันที่เห็นพ่อมาบอกว่า เมื่อตัวเลขลดถึง 0 เมื่อไหร่ คือวันที่แม่จะตายจากเขาไป เขาเสียพ่อไปตั้งแต่ตอนเขาเกิด เสียพี่ชายไปจากอุบัติเหตุรถชนเพราะเร่งรีบไปสอบ โดยยังมีปมคาใจเขาว่าสาเหตุมาจากแม่ที่มัวคะยั้นคะยอให้พี่ชายเสียเวลากินอาหารเช้าก่อนออกไป


เขาจึงเลือกที่อยู่ให้ห่างจากแม่ โดยไปเรียนต่อและทำงานในโซล เพื่อเลี่ยงทานอาหารที่แม่ทำ หวังยื้อเวลาให้แม่อยู่ได้นานๆ ทั้งๆที่ผลข้างเคียงคือความห่างเหิน จนแฟนสาว รยออึน (รับบทโดยกงซึงยอน) ก็ยังไม่เข้าใจเขา เพราะเธอเป็นกำพร้าที่อยากมีแม่ดีๆแบบนี้บ้าง
และแล้วชีวิตก็มีเหตุพลิกผันเกินคาด ที่ทำให้ฮามินต้องกลับมาปูซาน และเผชิญหน้ากับปริศนาตัวเลขที่ยังคงดำเนินต่อ ชวนผู้ชมได้ตามลุ้นกันว่า ตัวเลขจะถึง 0 หรือไม่ จะคลี่คลายอย่างไร


แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะไม่ได้ปังมากในแง่ยอดขายตั๋วที่เกาหลี แต่มีสาระที่น่าสนใจ จากการหยิบเอาวิถีชีวิตประจำวันคนเกาหลีมาถ่ายทอดความเรียบง่ายแต่มากคุณค่าทางใจ นั่นคือ ‘การกินข้าว‘ มาเป็นตัวสื่อความหมาย การได้กินข้าวหมายถึงการมีชีวิตที่ดี หมายถึงการแสดงความรักความห่วงใยต่อกัน คุ้นๆกันไหมคะจากนานาซีรีส์ที่ชมกันมา ในประโยคทักทายสารทุกข์สุกดิบ หรือกำชับห่วงใยคนที่รักว่าต้องไม่อดนะ หรือการกินข้าวคำโตๆ รวมถึงการที่แม่ทุกคนจะยังคงขยันส่งอาหารเครื่องเคียงให้ลูกเสมอ แม้จะอยู่ไกลกันคนละเมือง หรือโตจนแยกครอบครัวไปแล้วก็ตาม ลูกๆจึงถูกฟูมฟักความรักความทรงจำที่ดีจากมื้ออาหารฝีมือแม่นี่แหละ (ก่อนหน้านี้ผู้เขียนเองก็ยังเคยตั้งข้อคิดว่า เพราะอะไรเด็กๆคนใดก็ตาม มักบอกว่าอาหารแม่ตัวเองอร่อยที่สุด … ก็เพราะพวกเขารักแม่นั่นเอง มันคือความผูกพันทางกายภาพและจิตใจ)

หนังเลยกระตุกให้ผู้ชมได้คิดตามตรงๆได้เลยว่า เราละเลยการให้เวลากับเม่บ้างไหม ยิ่งวิถีคนยุคนี้หนุ่มสาวจากบ้านเกิดมาทำงานในเมือง จะมีวันลากลับไปเยี่ยมครอบครัวน้อยมากเพียง 1-2 ครั้งต่อปี เวลาของเรากับแม่ที่ชราแล้วก็ลดถอยน้อยไปอย่างน่าใจหายเลยนะ
ต่อยอดไปคิดได้อีกว่า ชีวิตคนเรามันช่างมีเวลาจำกัดและยังผ่านไปอย่างรวดเร็ว แถมบางคนยังเจอวิกฤติไม่คาดคิดมาบั่นเวลาหายไปอีก ดังนั้นหากรักใครควรรีบใช้เวลาอย่างมีค่ากับพวกเขาเหล่านั้นไว้มากๆ และแสดงความรักจากใจออกมาเถอะ นัยประเด็นนี้ก็เป็นจุดคลี่คลายให้ฮามินก่อนจะสายไป ซึ่งล้วนเป็นสาระหลักที่ตรงความต้องการของผู้กำกับ ที่ได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์ส่วนตัวของเขาเองด้วย
ในแง่ของอรรถรสรับชม ผู้ชมสามารถอินกับเรื่องราวได้ไม่ยากนัก แต่อารมณ์สะเทือนใจอาจถูกทอนไปบ้างจากประเด็นตัวเลขปริศนาที่เป็นมุมแฟนตาซีนี่แหละ จึงรีดอารมณ์ได้ไม่สุดนักสำหรับผู้เขียนนะ

Trailer :
บทความที่เกี่ยวข้อง
ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่
Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries
ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ

