10,000,000,000 ….. มันคือ หนึ่งหมื่นล้าน คงอ่านได้ไม่ไวนัก ต้องค่อยๆนับจำนวนศูนย์ หรือค่อยๆไล่หลัก หรือใส่เครื่องหมายลูกน้ำช่วยใช่ไหมคะ นี่คือแค่นับตัวเลขนะ ถ้าเป็นเงินที่ต้องหาและนับ จำนวนนี้คงต้องใช้เวลาข้ามชาติ

แต่หนุ่มคนหนึ่งที่มีฝัน คิดอยากรวย และฉวยทางลัดเพื่อกระโดดไปให้ถึงจุดนั้น ด้วยการแค่ ‘คลิ๊ก’ เมาส์ แล้วเรื่องราวทั้งหมดจึงเริ่มต้นขึ้นค่ะ…

เรื่องราวของเขาเกิดขึ้นที่ห้องค้าหุ้น ณ เกาะยออิโดที่เป็นประหนึ่ง Wall Street ของเกาหลี  เกาะเล็กๆในโซลแห่งนี้คึกคักไปด้วยเม็ดเงินที่เคลื่อนไหวผ่านการค้าหุ้นมากถึง 7 ล้านล้านวอนต่อวัน ในชั่วเวลาเพียง 6 ชั่วโมงทองเท่านั้น ถ้าเขียนเป็นตัวเลข คือ 7,000,000,000,000 วอน ตาลายกับเลขศูนย์มากเลย (ถึง 0 จะไม่มีค่า แต่เวลาแบบนี้มีเยอะเท่าไหร่ยิ่งดีเนอะ)

เขาคือ โจอิลฮยอน (รับบทโดย รยูจุนยอล) หนุ่มโปรไฟล์หางแถว เป็นเด็กตจว. จบจากมหาวิทยาลัยจอลลา (อยู่ทางใต้) สถาบันที่หาได้ยากจากหมู่คนทำงานย่านนี้ ข้อเด่นของเขาที่ผู้สัมภาษณ์จะต้องจำได้ คือ เป็นคนที่จำรหัสบริษัทจดทะเบียนใน KOSPI (คอสพี คือคลาดหลักทรัพย์ของเกาหลี) ซึ่งเป็นรหัสตัวเลข 6 หลักได้แทบทุกบริษัท เขาเข้ามาเริ่มงานที่บริษัท Dongmyung Securities (หรือ DM) ในตำแหน่งโบรคเกอร์ (ผู้ทำหน้าที่ซื้อขายหุ้นแทนลูกค้า) เงินเดือนไม่เยอะ แต่ผลตอบแทนเรื่องคอมมิชชันไม่จำกัด ขึ้นกับความสามารถ  เขาถูกเมเนเจอร์บยอน (รับบทโดย จองมันชิก) ตั้งชื่อให้ว่าราสเบอร์รี่ เพราะพ่อแม่เป็นเกษตรกรทำไร่ราสเบอร์รี่

สิบเดือนแรกของการทำงาน อิลฮยอนยังได้แต่นั่งมองตัวเลขคอมมิชชันของโบรคเกอร์คนอื่นๆ ซึ่งตัวเองไม่เคยทำได้แม้สักกะวอนเดียว ได้แต่ติดสอยห้อยตามลูกพี่ไปประกบลูกค้าซึ่งเป็นพวกผู้จัดการกองทุน ประชุมบ้าง เอนเตอร์เทนบ้าง เอาอกเอาใจไม่เว้นแม้เรื่องส่วนตัว แต่อิลฮยอนก็ตั้งใจเต็มร้อย เขาจดทุกข้อมูลลูกค้าไว้อย่างละเอียดใส่ใจ ถึงขั้นต้องแอบอัดเสียงด้วยไฟแช็คอัดเสียงได้ เพื่อที่จะได้ไม่ตกหล่นทุกคำสั่งหรือทุกข้อมูลเพื่อการเซอร์วิสอย่างรู้ใจ กลับเข้าออฟฟิศก็ต้องคอยเซอร์วิสสั่งอาหารให้ลูกพี่เจ้านายอีกด้วย

โบรคเกอร์ที่อิลฮยอนจับตามองในบริษัท คือ จอนอูซอง (รับบทโดย คิมแจยอง) เพอร์เฟกต์น่าอิจฉา น่าเคืองความลำเอียงของพระเจ้า ที่ส่งเขามาเป็นลูกชายซีอีโอของอูซอง บริษัทการค้ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งหน้าตาดี รวย มีเสน่ห์ ทำอะไร พูดอะไรจึงดูดีไปหมด แตกต่างจากตนเหลือเกิน อีกคนที่อิลฮยอนสนใจคือ โบรคเกอร์สาว พัคซีอึน (รับบทโดย วอนจินอา) สวย เชิด หยิ่ง ดูเหมือนจะเป็นสาวเด่นคนเดียวในบริษัทที่ต้องงัดเสน่ห์มาช่วยในการแข่งขันกับเหล่าโบรคเกอร์ชาย

                                       
                   
                               
เพราะรักหรอกถึงหยอกเล่น ใครจะโดนหยอก หรือ ใครจะรู้ทัน ติดตามได้ในรายการหยอกหยอกคลิก!!!
       

และแล้ววันหนึ่งที่มีสายลูกค้าเข้ามาสั่งออเดอร์ แต่เขาจับความไม่ได้ครบ ไม่เข้าใจ จึงตัดสินใจสั่งซื้อไป ทั้งๆที่ลูกค้าต้องการขาย ทำให้โดนตำหนิและทั้งทีมจะถูกตัดโบนัสมาชดเชยเงินที่เขาทำพลาด เขาทุกข์ที่เป็นเหมือนตัวถ่วงของทีม จนทำให้โบรคเกอร์รุ่นพี่ ยุนมินจุน (รับบทโดย คิมมินแจ) เกิดเห็นอกเห็นใจ เคยประสบปัญหาเช่นกันสมัยตัวเองทำงานใหม่ๆกับลูกพี่พัคชางกู (รับบทโดย จินซอนกยู) รุ่นพี่ยุนจึงแนะนำให้เขาไปพบกับคนๆหนึ่งที่ต้องการผู้ช่วยในการทำเงิน ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ‘Ticket’  ชื่อจริงและอาชีพไม่เป็นที่เปิดเผย ต้องไปพบเป็นการส่วนตัวเท่านั้น ทุกอย่างที่สนทนาต้องเก็บเป็นความลับสุดยอด จงจำให้ได้ทุกคำที่คุณ Ticket สั่ง

(ชื่อ Ticket นั้น ไม่แน่ใจในเจตนาคนเขียนบทว่าอยากสื่อความหมายใด ถ้าจากคำภาษาเกาหลีว่า beonhopyo น่าจะคือ Number Tag  แต่ผู้เขียนคิดเองว่าถ้าเป็น ‘ใบสั่ง’ หรือ ‘ตั๋ว’ ดูจะเข้ากับเนื้อเรื่องมากกว่านะ)

การไปพบ Ticket (รับบทโดย ยูจีแท) มีความลึกลับซับซ้อนพอควร และเขาก็รับออเดอร์แรกมา โดยให้โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าๆไว้เครื่องหนึ่ง เพื่อคอยรับสายคำสั่งทำการในนามบัญชีชื่อลูกค้า โดบงซู จาก Samil Asset ที่จะโทรมาก่อนวัน Triple Witching Day (วันที่ตลาดจะมีความผันผวนสูงจากสัญญาแบบออปชันและสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หมดอายุพร้อมกันทั้ง index และตัวหุ้น ในรอบปีจะมีเพียง 4 วันเท่านั้น คือศุกร์ที่ 3 ของ มีค.มิย.กย.ธค. จึงมีการถล่มขายกัน) transaction แรกนี้ มีมูลค่า 50 ล้าน USD จะทำให้เกิดกำไรที่ 2 ล้าน USD และคอมมิชชันที่อิลฮยอนจะได้คือ 5 แสน USD!

นั่นคือ จุดเริ่มต้นของการได้เป็นโบรคเกอร์จริงของอิลฮยอน ได้ยืดอกภูมิใจด้วยการมีชื่อติด top chart ค่าคอมกับเค้าบ้าง ทำให้เริ่มได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน รวมทั้งจอนอูซอง และ พัคซีอึน

เขายังคงรับงานจาก Ticket ต่อเนื่อง ทุกครั้งจะเป็นการเจอกันส่วนตัว ในที่ลับตาคน คำสั่งและวิธีการจะเปลี่ยนไปในแต่ละครั้ง (บางครั้งก็มีตัวช่วยในบริษัทอื่นร่วมสมคบในแผนด้วย) เปลี่ยนชื่อบัญชีลูกค้าบ้าง เปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ที่ใช้สั่งซื้อขาย เครื่องเก่าให้โยนทิ้งน้ำ ทำลายหลักฐานไป ทั้งหมดคือง่ายมาก ขอเพียงทำให้เป๊ะตามสั่ง  (Ticket จึงเหมาะจะเป็น ‘ใบสั่ง’ ถ้ามองที่การกระทำ) รายได้คอมมิชชันก็จะตามมาเป็นกอบเป็นกำแน่นอน (Ticket จึงเหมาะจะเป็น ‘ตั๋ว’ เดินทางสู่ความรวยที่ต้องการ)

‘เงิน’ ที่เขาได้มาตอบสนองความฝันของของเขา หลงระเริงอยู่กับความสุขของชีวิตมีระดับ อัพเกรดตัวเอง มีบ้าน มีค่าผ่าตัดให้พ่อในโรงพยาบาลดีๆในโซล มีสาวสวยพัคซีอึนมาอยู่เคียงข้าง เริ่มอยู่ในระดับเดียวกับจอนอูซองจนสนิทสนมกัน

ชีวิตอิลฮยอนเริ่มมีสัญญาณไม่ราบรื่นหลังจากผ่านไป 2 ปี เมื่อมี ฮันจีชอล (รับบทโดย โจอูจิน) เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานกำกับดูแลการเงิน (Financial Supervisor Service หรือ FSS) มาป้วนเปี้ยนสอดส่องเขา เพราะชักได้กลิ่น Ticket ที่ตามมานานละ อิลฮยอนออกอาการกระวนกระวาย แต่ Ticket กลับบอกว่าให้เชื่อใจ นิ่งไว้ เพราะไม่มีหลักฐานและได้ปิดทุกช่องโหว่อย่างรอบคอบแล้ว แถมยังส่งอิลฮยอนไปพักผ่อนสงบจิตใจที่บาฮามาส  ที่นั่น อิลฮยอนได้บังเอิญพบกับหนุ่มนักการเงินการลงทุนจากนิวยอร์คชื่อ รอยลี (รับบทโดย แดเนียล เฮนนีย์) จาก Roy & Sheril Investment

เมื่ออิลฮยอนกลับมาเกาหลี ความวุ่นวายหลายเรื่องก็เกิดขึ้นที่บริษัทซึ่งถูกพยายามตรวจสอบโดย FSS และเรื่องราวก็เริ่มไปกันใหญ่กว่านั้น เมื่อมีปริศนาการเสียชีวิต เริ่มจาก แพคจงพิล (รับบทโดย ฮันจูวาน) BK Investment เป็นคนที่เขาเคยเจอแว้บๆตอนไปรอพบ Ticket ในนัดครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้รู้จักอะไรกัน แพคจงพิลโทรมาหาอิลฮยอนในคืนก่อนฆ่าตัวตาย แม้ไม่ได้คุยอะไรกัน แต่เขาก็ถูกสอบไปด้วย อิลฮยอนเองก็เพิ่งมารู้ว่าแพคจงพิลเคยทำงานกับหัวหน้าบยอน ที่สำคัญเมื่อฮันจีชอลมาชี้ให้อิลฮยอนเอะใจว่า แพคจงพิลคือหนึ่งในชื่อลูกค้าของอิลฮยอนนั่นเอง ยิ่งแพคจงพิลกับฮันจีชอลมีการนัดจะพบกันให้ข้อมูลเรื่อง Ticket แล้วจะมาฆ่าตัวตายก่อนถึงเวลานัดได้อย่างไรกัน

อิลฮยอนจึงไปค้นตรวจชื่อลูกค้าเก่าคนอื่น ซึ่งก็มี พัคชางกู อีกราย เขาจึงไปหาแต่ไม่ทันได้เจอตัว ก็ช้าไปเสียแล้ว พัคชางกูตกตึกลงมาตายต่อหน้าต่อตาอิลฮยอน อีกทั้งรุ่นพี่ยุนมินจุนก็ประสบอุบัติเหตุปางตาย หลังจากที่พวกเขาคิดจะให้ความร่วมมือกับฮันจีชอล ทำให้ฮันจีชอลต้องรุกบี้การสืบสวนมากขึ้น เพราะแท้จริงแล้ว เขาเป็นอัยการที่ดูแลอาชญากรรมด้านนี้โดยเฉพาะ

แม้อิลฮยอนจะเริ่มอยากถอนตัวจาก Ticket เพราะความไม่ชอบมาพากล แต่ก็ยังไม่สามารถสลัดหลุดได้ (คงทั้งจากสถานการณ์ที่เป็นรองและเงินที่ยังล่อใจอยู่) และการมาถึงออเดอร์ใหญ่อีกครั้ง คือการเทรดหุ้นของอูซอง ธุรกิจครอบครัวของจอนอูซองที่ซวนเซหลังการเสียชีวิตของประธานและกำลังจะถูกขายกิจการให้จีน  และนี่จะเป็นจุดตัดสินใจครั้งสำคัญของอิลฮยอน กับวิธีจัดการ Ticket โดยที่ตัวเองจะยังคงรอด ได้โลดแล่นกับเงินต่อไป เพราะเขาจะยังยึดมั่นในเป้าชีวิต ‘เพราะผมอยากรวย’

เรื่องนี้จัดว่าเป็นหนังสืบสวนอาชญากรรมการเงินที่น่าสนใจสำหรับผู้เขียนนะ จับอาชีพโบรคเกอร์ซึ่งไม่ค่อยจะมีเล่าถึงบ่อยนักในงานเกาหลี ได้เห็นบรรยากาศทำงานที่ไม่เคยรู้มาก่อน แต่เสียดายที่เป็นอาชีพที่มีความเฉพาะตัวสูง ศัพท์แสงเทคนิคเยอะ และรายละเอียดของการทำงานซึ่งผู้เขียนและคนจำนวนมากคงจะไม่ค่อยเข้าใจ หาอ่านจากเน็ตแล้วก็ยังเข้าใจยากอยู่ดี อย่างไรก็ตาม ถ้าเราละข้ามรายละเอียดส่วนเทคนิคการโกงไปบ้าง เราก็ยังพอดูรู้เรื่องอยู่นะ แค่ไม่ได้ลุ้นถึงใจ สนุกได้ไม่สุดเท่านั้นแหละ (ยังแอบคิดว่านี่ถ้าเป็นละคร คงมีคำอธิบายขึ้นกำกับให้อ่านกันละ 555)

สิ่งที่น่าสนใจจากเรื่องนี้ อันดับแรก คำว่า ‘ผมอยากรวย’ นี่มันโดนใจดีค่ะ แล้วก็มาถึงการสะท้อนเรื่องราวของ ‘เงิน’ ที่เป็น ‘พระเอก’ ในการสร้างฝัน เสกชีวิตใหม่ให้กับคนหนุ่มสาว เห็นถึงความต้องการที่ตอบ Self Esteem และ Self Actualization ของมนุษย์ยุคนี้ เช่น การมีเรือยอร์ชที่มีชื่อของตัวเองติดอยู่บนเรือ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็น ‘ผู้ร้าย’ ที่ทำลายชีวิต เมื่อติดบ่วงมันแล้ว ยากจะสลัดหยุด เหมือนคนขึ้นหลังเสือ

นอกจากนี้ ยังสะท้อนเล็กๆถึงสังคมที่ผู้หญิงต้องปากกัดตีนถีบในสนามแข่งขันที่หิน พัคซีอึน ต้องใช้เสน่ห์ความเป็นผู้หญิงและทุกวิถีทางเพื่ออยู่ให้รอด ดันตัวเองโตให้ได้ สะท้อนค่านิยมสังคมเชิดชูเงิน สะท้อนอาชญากรรมที่คนฉลาดแกมโกงยังหาช่องทางปล้นสังคมได้อยู่ กำจัดให้หมดสิ้นได้ยาก ถ้าไม่ได้คนกัดไม่ปล่อยอย่างฮันจีชอลหรือคนมีสติบ้างอย่างโจอิลฮยอนมาช่วยกัน

ส่วนจุดอ่อนของเรื่องนี้ นอกจากความเข้าใจยากในเรื่องของวิชาชีพโบรคเกอร์ที่ลดทอนความสนุกไป โดยตัวบทที่เกือบๆจะกระชับ ลีลาการเดินเรื่องที่เกือบๆจะตื่นเต้น ถ้าเทียบกับดีกรีเร้าใจจากตอนดู trailer อาจเพราะยาวยืดเยื้อไปบ้างในบางช่วง ขาดจุดลุ้นตื่นเต้น (หรือเขาให้ลุ้นตรงกลโกงซึ่งเราไม่เข้าใจเองนิ) ความไม่สมเหตุสมผล ความหลวม ละข้ามจุดสำคัญหรือขยายความน้อยไป อย่างไรก็ตาม ส่วนที่พีคที่สุดคือ 20 นาทีสุดท้ายของเรื่องที่ค่อนข้างมันส์ดีเหมือนกันนะ

ในด้านนักแสดง ยูจีแท ดูเหมือนบทยังใช้เขาได้ไม่เต็มศักยภาพที่มี น่าจะจัดจ้านได้กว่านี้อีกนะ รยูจุนยอล ดูมีเสน่ห์น่าสนใจ หลายมิติ หลายอารมณ์ดี จากความเป็นบทตัวยืนหลัก วอนจินอา เรื่องนี้สวยมากๆ ถ่ายทอดบุคลิกได้ดี แต่บทเธอน้อยนิดและแบนไปหน่อย พอๆกับ คิมแจยอง ส่วน โจอูจิน ก็ไปได้กับบทดี และหนุ่มหล่อๆที่นานๆได้เจอกันที แดเนียล เฮนนีย์ ยังหล่อเหมือนเดิม คนนี้ไม่ต้องเล่นอะไรเยอะก็ได้ ขอจับจ้องหน้าอย่างเดียวก็พอละ ฟิน!

Trailer :