Innocence เป็นภาพยนตร์เด่นอีกเรื่องของปี ที่หยิบเอาข่าวจริงเมื่อหลายปีก่อน เกี่ยวกับหญิงชราวัย 80 ถูกจับข้อหาใส่ยาฆ่าแมลงลงในเครื่องดื่มจนมีผู้ป่วยและเสียชีวิตหลายคน มาขยายความสร้างพลอตหนังให้มีความสนุกน่าติดตาม ด้วยสีสันการสืบหาความจริงเพื่อสู้ความในชั้นศาล และการผูกปมซ่อนเงื่อนดรามา สะท้อนความสัมพันธ์ครอบครัว เรื่องนี้เป็นงานบทนำครั้งแรกในสายภาพยนตร์ของชินฮเยซอน โดยมีคุณพ่อของเธอเชียร์เต็มที่ให้รับงานนี้  ส่วนบทของแม่อัลไซเมอร์นั้น แบจงอ๊กเลือกรับแสดงบทนี้เพราะเล็งเห็นความท้าทาย ที่จะได้แปลงตัวเองเป็นหญิงชาวบ้านซึ่งมีสภาพแก่หง่อมกว่าตัวจริงสัก 30 ปี เรียกได้ว่าเป็นการพลิกลุคสุดๆ

เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองแทจอน กลางงานพิธีคำนับศพของ อันแทซู (รับบทโดย ชเวฮงอิล) แขกที่มาร่วมงานเกิดอาการอาเจียนรุนแรงฉับพลัน เพราะดื่มเหล้ามักกอลลีที่มียาฆ่าแมลงปนเปื้อน จนมีทั้งผู้เสียชีวิตทันทีและผู้ที่อาการสาหัสถูกส่งไปรักษาตัวในโรงพยาบาล  แต่ก็เป็นแขกเพียงโต๊ะเดียวที่โดนพิษยา นั่นคือ โต๊ะของนายกเทศมนตรีชู (รับบทโดย ฮอจุนโฮ) และเหล่าเพื่อนสนิทคือ ฮวังบังยอง (รับบทโดย พัคชอลมิน) ชเวบงซู (รับบทโดย ฮาซองควัง) บังซึงฮยอก (รับบทโดยคิมจองพัล) และ จียองดึก (รับบทโดย ชินชอลจิน) ซึ่งเป็นเหยื่อที่เสียชีวิต

แชฮวาจา (รับบทโดย แบจงอ๊ก) เจ้าภาพงานศพซึ่งเป็นภรรยาของอันแทซู และลูกชายวัยรุ่น จองซู (รับบทโดย ฮงคยอง) ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีนี้ เพราะมีพยานชาวบ้านให้การว่าเห็นตอนสองแม่ลูกเทเหล้าใส่กาให้แขกโต๊ะนี้ และมีขวดยาฆ่าแมลงวางอยู่ข้างๆ ซึ่งออกจะดูน่าอนาถใจเพราะ แชฮวาจาเป็นโรคสมองเสื่อม ส่วนจองซูก็เป็นออทิสติก และทั้งหมดก็เป็นเพียงหลักฐานแวดล้อม ยังไม่มีหลักฐานมัดตัว แต่กระนั้น แชฮวาจาก็ยังยอมเซ็นต์รับสารภาพว่าเธอลงมือทำ โดยไม่มีคำให้การสารภาพอื่นใดประกอบคดี ได้แต่เน้นย้ำเพียงว่าเธอทำคนเดียว ลูกชายไม่เกี่ยว

ในขณะที่ อันจองอิน (รับบทโดย ชินฮเยซอน) ลูกสาวของแชฮวาจาที่หนีออกจากบ้านไปอยู่โซลเมื่อสิบปีก่อน หาเลี้ยงตัวเองเรียนจนได้ดิบได้ดีเป็นทนายความฝีมือเยี่ยมของบริษัทกฎหมายรายใหญ่ มีผลงานเด่นในการช่วยลูกความกระเป๋าหนักให้หลุดพ้นคดีได้  

อันจองอินแบกปมอดีตที่เจ็บปวดจากแม่ซึ่งลำเอียงรักน้องชาย กีดกันไม่ให้เธอได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย หนำซ้ำพ่อที่ติดเหล้าก็ใช้ความรุนแรงกับแม่และเธออยู่เสมอ เป็นสาเหตุที่เธอทนอยู่ต่อไปไม่ได้ ต้องแอบหนีมาใช้ชีวิตลำพังในโซล

อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอทราบข่าวเรื่องแม่ถูกจับ เธอตัดสินใจกลับบ้านทันที เห็นสภาพแม่แล้วเธอก็เชื่อว่าแม่เป็นผู้บริสุทธิ์ เมื่อเริ่มตรวจสอบก็พบว่ามีความไม่ชอบมาพากลในการรวบรัดปิดคดีอย่างลวกๆ จนเธอต้องลงมือสืบหาความจริง ซึ่งดูเหมือนจะหายากเหลือเกิน แทบจะไม่มีใครอยู่ข้างเธอ หรือให้ความร่วมมือแต่โดยดี นอกจากนี้ การเป็นทนายสู้ความให้แม่ของเธอ ในสภาพแม่เลอะเลือน ยังจำเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ ก็สร้างความสะเทือนใจให้เธอเป็นอย่างมาก

แน่นอนว่าเธอย่อมไม่ได้ข้อมูลใดที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีจากแชฮวาจาอยู่แล้ว นอกจากการพร่ำห่วงและปกป้องว่าจองซูบริสุทธิ์  แต่เธอโชคดีที่ได้ความช่วยเหลือจากเพื่อนเก่าสมัยเรียนประถม ยางวังยง (รับบทโดย แทฮังโฮ) ซึ่งตอนนี้เป็นตำรวจสายตรวจ ผู้ชื่นชอบงานสืบสวน รวมถึงเบาะแสอื่นๆจาก อดีตอาเขย (รับบทโดย โกชางซอก) ที่เปิดร้านขายเครื่องมือเกษตร พันธุ์พืช และยาฆ่าแมลง ซึ่งจะเพียงพอไหมในการต่อสู้คดีช่วยจำเลย ต้องไปติดตามชมกันค่ะ

เสน่ห์ที่น่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ที่คีย์เวิร์ด ‘Innocence’ หรือ ความบริสุทธิ์ คือการหลุดพ้นจากการเป็นผู้กระทำผิด ซึ่งมีความหมายซ้อนของผู้บริสุทธิ์ในฐานะจำเลยของคดีฆาตกรรม และจำเลยของปมตราบาปในใจคู่แม่ลูก หมายความว่า ผู้ชมจะได้ความสนุกเพลินทั้งจากการตามสืบตามลุ้นความจริงว่าแม่ได้วางยาจริงหรือไม่ ลูกจะพลิกคดีให้ชนะได้หรือไม่ด้วยหลักฐานอะไร มีเงื่อนงำซับซ้อนเบื้องหลังอะไรให้เซอร์ไพรซ์ และยังได้โดนบีบหัวใจสะเทือนอารมณ์ไปกับความสัมพันธ์แม่ลูกแน่นอน เรียกได้ว่า ขมวดผูกปมกันได้หลายรสชาติอย่างลงตัว (แม้ว่ารายละเอียดบางอย่างอาจดูรวบดูหลวมนิดหน่อย หรือบทจะตั้งใจชงก็มาแบบง่ายเกินไปหน่อย แต่ประเมินเป็นภาพรวมแล้วก็ยังถือว่าโอเคอยู่นะ)

My ID is Gangnam Beauty (เขาเรียกฉันว่านางงามคังนัม) ดูย้อนหลังได้ที่ Viu คลิก!
 

ความโดดเด่นของการประกบบทคู่แม่ลูกของชินฮเยซอนกับแบจงอ๊ก ที่ส่งพลังถึงกันอย่างเต็มอารมณ์ดี ส่วนตัวชินฮเยซอนเอง ก็ถ่ายทอดออร่าความเป็นทนายความมืออาชีพ สุขุม และสมจริงในความเป็นมนุษย์เป็นลูก ด้านแบจงอ๊กที่ได้งานเมคอัพเสริมเข้ากับฝีมือจัดจ้าน สามารถกลายเป็นหญิงชราชาวบ้านสังขารร่วงโรย ปล่อยสายตาว่างเปล่าด้วยอาการทางสมอง ที่ดูสมจริงมาก และอีกคนที่สำคัญ คือ ฮอจุนโฮ แม้แอร์ไทม์จะน้อยไปนิด แต่บทก็เข้าทางเขาเต็มที่ สมกับที่ผู้กำกับบอกไว้แต่แรกว่า บทนี้ต้องยกให้ฮอจุนโฮคนเดียวเท่านั้นเลย

ขอปิดท้ายด้วยคำคมที่น่าสนใจของทนายอันจองอิน ที่เก็บเกี่ยวมาจากในเรื่อง คือ ‘ถ้าหลักฐานฟังขึ้น ก็เป็นความจริงได้เอง ในทางกลับกัน ถ้าความจริงมีช่องโหว่เพียงนิดเดียว ก็จะกลายเป็นเรื่องโกหกไปทันที’

Trailer :

ติดตามบทความหรืองานเขียนอื่นๆของผู้เขียน WARUMANU ได้ที่ https://www.facebook.com/MoviesAllDay.SeriesAllNight/

Read More Articles

warumanu
ผู้หลงใหลงานภาพยนตร์เกาหลี ดูได้ไม่เบื่อ ดูได้เรื่อย แต่ดูเพลินคนเดียวได้ไง เลยเอามาแบ่งปันให้ทุกคนได้เพลินไปด้วยกัน สามารถกดติดตามอัพเดตรีวิวภาพยนตร์เกาหลี หรือซีรีส์น่าดูได้ที่ เพจ มูฟวีข้ามวัน ซีรีส์ข้ามคืน (fb.me/MoviesAllDay.SeriesAllNight)