‘พาวาน‘ ที่ตัดคำมาจากชื่อเต็มว่า Pavane for a Dead Princess (Pavane pour une infante défunte) ซึ่งคือบทเพลงเปียโนประพันธ์ในยุคศตวรรษที่ 19 ของคีตกวีฝรั่งเศส มีท่วงทำนองเนิบช้า คลาสสิค อ่อนหวาน แต่แฝงความเศร้าสร้อย เป็นแนวอิมเพรสชันนิสม์ ผู้แต่งได้มอบแด่เจ้าหญิงสเปนตัวน้อยที่งดงามและไร้เดียงสา ซึ่งกลายมาเป็นเพลงจังหวะเต้นรำช้าๆของสเปนยุคนั้น … แล้วหนังเรื่องนี้ใช้ชื่อนี้เพราะอะไร ไปติดตามกันค่ะ

Pavane เป็นผลงานของผู้กำกับอีจงพิล (Escape ปี 2024, One Day off ปี 2023,Samjin Company English Class ปี 2020) จังหวะโทนเรื่องนี้น่าจะใกล้เคียงลีลางาน One Day off มากสุด เพราะการเดินเรื่องไปในจังหวะช้าๆตามชื่อเพลง ค่อยเป็นค่อยไปอย่างเป็นธรรมชาติสมจริง ไม่ประดิษฐ์ปรุงแต่งความดรามาหรือตั้งหน้าตั้งตารีดเค้นความเมโลเหมือนหนังหรือซีรีส์แนวแมสทั่วไป แต่ให้ความดื่มด่ำที่ค่อยๆซึมซาบอารมณ์ไปกับตัวละครและเรื่องราวได้ถ้าค่อยๆดูไปอย่ารีบร้อน ผู้ชมสายจังหวะร็อคหรือไม่ถูกจริตงานแนว Bittersweet ก็ข้ามไปก่อนเลย แต่ใครที่อยากสัมผัสความรักฉบับชีวิตเรียลๆที่งดงาม พ่วงปรัชญาการเติบโตทางจิตใจของหนุ่มสาวที่ต่างมีปมทั้ง 3 คน คือ อีคยองรก (รับบทโดย มุนซองมิน) คิมมีจอง (รับบทโดย โกอาซอง) และพัคโยฮัน (รับบทโดย บยอนโยฮัน) หรือผู้ชมที่คุ้นเคยแนวหนังลีลาเนิบๆคล้ายงานของผู้กำกับฮงซองซู ก็น่าจะรับได้ ซึ่งเรื่องนี้มีความดูง่ายกว่า บันเทิงตลาดมากกว่า โดยรวมจัดว่าเป็นหนังรักที่งดงามดีเรื่องหนึ่งเลยแหละ แบบว่าทั้งอิ่มใจและสะเทือนใจไปด้วยกัน
มาดู 3 ตัวละครหลักของเรื่องกันค่ะ
อีคยองรก มาจากพื้นเพครอบครัวที่มีปัญหา พ่อทิ้งแม่และเขาในวัยเด็กไประเริงอยู่กับความสำเร็จเป็นดาราดัง สร้างครอบครัวใหม่ เขาจึงกลายเป็นคนเงียบๆ และลังเลการเดินทางสู่ความฝันเป็นนักเต้นร่วมสมัย แล้วมาลงเอยเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ดูแลลานจอดรถใต้ดินของห้างสรรพสินค้าหรูที่คึกคักแห่งหนึ่ง เพียงหวังเก็บเงินไปสานฝันอีกอย่างที่ผุดขึ้นมาอย่างกระทันหัน โดยที่ยังไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังใช้ชีวิตถูกหรือไม่อย่างไร


คิมมีจอง เป็นพนักงานของห้างนี้เช่นกัน เธอทำหน้าที่จัดของเบิกของส่งของในโกดังชั้นใต้ดินที่เงียบๆหงอยๆ อันที่จริงเธอมีผลการเรียนดีเด่นจึงผ่านเข้าทำงานนี้ แต่ด้วยหน้าตาขี้เหร่หม่นหมองไม่ชูใจ จึงถูกปัดให้ลงไปทำงานโดดเดี่ยวในที่ที่อับแสงไม่ต้องเจอะเจอใคร จากปมรูปลักษณ์กลายเป็นบุคลิกที่เก็บตัว เอาแต่ทำงานเงียบๆโดยหลีกเลี่ยงผู้คน เพื่อลดบาดแผลทางใจ


พัคโยฮัน หนุ่มปริศนานิสัยแปลกๆพูดจาแปลกๆ ทำตัวเหมือนเป็นพนักงานคนหนึ่งเช่นกัน แต่ดูๆไปก็เหมือนไม่มีตำแหน่งหน้าที่ใดชัด แค่มักสิงอยู่ในลานจอดรถและป้วนเปี้ยนปะปนไปกับเหล่าพนักงานเสมอ รวมถึงการเข้ามาพัวพันเป็นเพื่อนกับอีคยองรกและคิมมีจอง แน่นอนว่าหนังจะเฉลยภายหลังว่าเขาเป็นใคร มีปมอะไรจนมาอยู่ ณ จุดนี้ และความใฝ่ฝันของเขาคืออะไร มีโอกาสจะก้าวพ้นอุปสรรคให้สมหวังหรือไม่ เขาคืออีกสีสันสำคัญของเรื่องนี้เลยแหละ


ความเป็นไปและปฏิสัมพันธ์ของทั้งสามคน นำมาซึ่งเรื่องราวการพัฒนาความรักของคยองรกและมีจอง ที่ชวนติดตามในแบบฉบับเป็นธรรมชาติสมจริง พื้นหลังของเรื่องราวจึงร่วมสมจริงด้วยการสอดแทรกการเสียดสีสังคมหน่อยๆ ตั้งแต่ชนชั้นทุนนิยม ปัญหาครอบครัว สังคมคนทำงาน เนื้อแท้ผู้คน สุขภาพจิต ความฝันและอนาคตของคนหนุ่มสาวผู้ที่อาจไม่คิดว่าจะหลุดพ้นจากโซนจำกัดของสังคมแวดล้อมหรือการกดตัวเองไว้


มีนัยของความมืดมิดหดหู่ vs การส่องแสงอนาคตของชีวิต ผ่านชั้นใต้ดินที่มืดมิด ที่สำหรับคนชนชั้นต่ำต้อย เมื่อพวกเขามีความรักความรู้สึกที่ดีต่อกัน ก็เป็นดั่งการส่องแสงให้กัน เปล่งประกายงดงาม ดึงให้หลุดพ้นออกจากความมืดมิดทั้งทางกายภาพและปมจิตใจ รวมไปถึงการใฝ่ฝันถึงขั้นแสงเหนือออโรร่าในประเทศทางขั้วโลก ในแง่ของแสงสีของหนังก็คุมโทนสอดคล้องกับประเด็นนี้ไว้อย่างดีและสวยงาม พ่วงไปกับงานซาวนเพลงที่เลย์ไว้ดีด้วยดนตรีคลาสสิคเพราะๆล้อไปกับชื่อหนัง
ปรัชญาความรักและการเติบโตทางชีวิตจิตใจของหนุ่มสาวในเรื่องนี้ก็น่าสนใจ ไม่ให้ยึดว่าความรักนั้นจะคงอยู่กับเราไปตลอด ตราบเท่าที่ได้ทำหน้าที่ส่องแสงให้ชีวิตต่อกัน พบทางและมีความหวังดีๆกับการเดินไปข้างหน้า Life must go on ก็คือเพียงพอแล้ว
มีจองให้แง่คิดเรื่องชาวพื้นเมืองอเมริกันที่ขี่ม้า หลังจากควบม้าไปได้สักพัก พวกเขาจะหยุดพักม้า ไม่ใช่เพียงเพื่อพักผ่อน แต่เพื่อได้มองย้อนกลับไปดูการเดินทางที่ผ่านมา เผื่อให้จิตวิญญาณที่อาจมาช้ากว่าจนตามไม่ทัน ได้มาถึงและไปพร้อมกัน จึงเหมือนการหยุดเพื่อให้การก้าวต่อมีความพร้อมขึ้น แนวคิดนี้จะทำให้เข้าใจว่าทำไมเธอจึงตัดสินใจบางอย่างกับเรื่องความรักของเธอ

ความสมจริงถูกตอกย้ำอีกครั้งก่อนปิดฉาก โดยโยฮัน ผู้เปรียบเหมือนกูรูชีวิตและความรัก คือ happy ending นั้นมีเพียงนิยายเรื่องแต่งที่จินตนาการไปเอง เอาจริงเขาก็แซะไว้แล้วแต่แรกว่า ขนาดซินเดอเรลล่าเองก็ยังไม่ได้จบดีเลยด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ ความเป็นธรรมชาติก็ได้จากฝีมือการแสดงและเคมีที่ลงตัวของนักแสดงหลัก ความน่าทึ่งอีกอย่างคือ โกอาซองกล้าที่จะนำเสนอลุคที่ไม่สวยไม่เจริญตาเอาซะเลย แต่เธอถ่ายทอดออกมาได้ดีมีเสน่ห์มาก และเรื่องราวก็เล่าอีกด้านในตัวตนของเธอให้งดงามชดเชยไปได้ จนไม่สั่นคลอนความโรแมนติคที่พึงมีในหนังรักเลย
ติดตามชม Pavane ซับไทยและพากย์ไทยได้ที่ Netflix
Trailer :

