นาทีนี้ที่ประเทศเกาหลีใต้ ข่าวที่กำลังโด่งดังไม่แพ้การระบาดของ โรคโควิด-19 คงหนีไม่พ้นเรื่องการขุดคุ้ยและตามหาต้นตอของห้องแชต Nth Room (N번방) ซึ่งเป็นแหล่งรวมภาพและคลิปอนาจารของผู้หญิงและเด็กที่ตกเป็นเหยื่ออย่างทารุณจำนวนมากมาย จนนำไปสู่การรวมพลังจากชาวเน็ตและเหล่าคนดังสนับสนุนการร่วมลงชื่อยื่นคำร้องออนไลน์กว่า 1.8 ล้านคนเพื่อให้มีการเปิดเผยข้อมูลรายชื่อสมาชิกทั้งหมดในห้องแชตและหน้าตาของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม และร้องขอให้มีการลงโทษขั้นรุนแรงกับการกระทำที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

รายการข่าวชื่อดัง SBS News ซึ่งออกอากาศในวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ได้เปิดเผยใบหน้าของผู้ต้องหารายดังกล่าว พร้อมรายละเอียดของห้องแชต Nth Room ที่แสนหดหู่ใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง : เหล่าคนดังร่วมสนับสนุนการเรียกร้องให้เผยตัวผู้มีเอี่ยวคดีอาชญากรรมทางเพศ ห้องแชต Nth Room

“Nth Room” คือ ห้องแชตที่สร้างขึ้นมาผ่านการใช้งานแอปพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Telegram โดยในห้องแชตดังกล่าวเปิดไว้เพื่อส่งภาพและคลิปอนาจารมากมายของหญิงสาวที่มีทั้งที่บรรลุนิติภาวะและยังไม่บรรลุนิติภาวะ ให้แก่สมาชิกเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ด้วยการมีสมาชิกจ่ายเงินในราคาที่แตกต่างกัน โดยมีราคาค่าสมาชิกสูงถึง 1.5 ล้านวอน (หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 40,000 บาท) เพื่อเข้ามาดูภาพ-คลิปตามระดับความรุนแรงของเนื้อหา ซึ่งเป็นที่น่าตกใจว่ามีคนที่ร่วมเป็นสมาชิกในห้องต่างๆ รวมแล้วกว่า 260,000 คน

อ้างอิงจากสำนักข่าว Kookmin Ilbo เผยแพร่สกุ๊ปพิเศษว่า ทางผู้สื่อข่าวได้แทรกซึมเข้าไปอยู่ในห้องแชตดังกล่าวด้วยตัวเอง แล้วพบความจริงที่น่าสะเทือนใจ เมื่อในห้องแชตดังกล่าวนั้น เหยื่อจำนวนไม่น้อยเป็นนักเรียนในระดับชั้นมัธยมต้น ซึ่งถูกบังคับให้ทำตามในสิ่งที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเปลือยกาย ทำท่าทางต่างๆ บังคับให้ทานอุจจาระ สอดใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในอวัยวะเพศ กรีดข้อมือเป็นคำว่า SLAVE และอีกมากมาย ไม่เพียงแค่นั้นเด็กสาวและผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อ จะถูกเรียกว่า ‘ทาส’ อีกด้วย

โดยรายงานเผยว่าผู้กระทำความผิดได้เข้าถึงเหยื่อด้วยหลากหลายวิธีการ เช่น โฆษณาหางาน หรือหลอกให้เข้าลิ้งก์ใน Twitter เพื่อไปกรอกข้อมูลชื่อบัญชี และ รหัสผ่าน ซึ่งท้ายที่สุดสามารถแฮกข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ มาได้ และใช้สิ่งเหล่านี้ข่มขู่ว่าจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ ให้ครอบครัวของเหยื่อและคนอื่นๆ จนเหยื่อตัดสินใจยอมทำตามที่ผู้กระทำความผิดสั่ง

มีผู้หญิงอย่างน้อย 74 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กหญิงที่ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 16 ราย ซึ่งตกเป็นทาสเป็นเวลาหลายเดือน ซึ่งในบางกรณี เหยื่อหลายคนถูกแบล็กเมล์จนต้องกระทำการทารุณตัวเองตามที่ผู้กระทำผิดต้องการ

 
What’s Wrong with Secretary Kim? (เลขาหน้าใส ป่วนหัวใจท่านรอง) พากย์ไทย ดูเพลิน ดูฟิน แบบไม่ต้องอ่านซับ แถมภาพคมชัด ดูกันได้ทั้งครอบครัว! ได้ที่ Viuคลิก!
 

จากการเปิดเผยของ SBS News ชายหนุ่มผู้เป็นแอดมินหลักของห้องแชตเหล่านี้ เจ้าของนามแฝงว่า ‘พัคซา’ (Baksa) มีชื่อจริงว่า โชจูบิน อายุ 25 ปี จบการศึกษาจาก Inha Technical College เอกสาขาสารสนเทศและการสื่อสาร

รายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า โชจูบิน เป็นคนที่ชื่นชอบการเขียนมาก เคยทำงานเป็นบรรณาธิการในการจัดทำหนังสือพิมพ์ของโรงเรียน เป็นเด็กเรียนดีและขยันเรียน เขาสามารถทำเกรดเฉลี่ยได้ที่ 4.0 มาอย่างต่อเนื่อง มีบุคลิกเป็นคนเงียบ ๆ และไม่ค่อยเข้ากับเพื่อนในชั้นเรียนได้มากนัก ด้านเพื่อนสมัยเรียนที่ทำหนังสือพิมพ์ด้วยกันออกความเห็นถึงอุปนิสัยของเขาว่า นายโชมักจะชอบเขียนบทความในแบบที่เขาต้องการ และมักจะมีปัญหาขัดแย้งกับอาจารย์และหลายคนอยู่บ่อยครั้ง แต่นอกจากความเห็นที่ไม่ลงรอยกัน ก็ไม่พบว่า นายโช เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านความรุนแรงทางเพศ ณ ช่วงเวลานั้น

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานว่า ห้องแชตของโชจูบิน ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2018 โดยหลังจากที่แอดมินห้องแชตคนก่อนหน้าได้ลดบทบาทลงจาก Nth Room โชจูบินจึงใช้การทำคลิปและภาพอนาจารที่วิตถารมากขึ้นเป็นช่องทางในการทำเงิน

ขณะนี้การยื่นคำร้องออนไลน์บนหน้าเว็บไซต์ทำเนียบประธานาธิบดี ให้มีการเปิดเผยตัวตนของผู้มีเอี่ยวให้ห้องแชต ไม่เว้นแม้แต่บุคคลที่เป็นสมาชิกทั้งหมดซึ่งมีจำนวนสูงถึง 260,000 คน พร้อมดำเนินการด้วยบทลงโทษขั้นรุนแรงต่อการกระทำอันโหดร้ายในครั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ลงรายชื่อกว่า 1.8 ล้านคน (ตัวเลข ณ เวลา 12.30 น. ของวันที่ 24 มีนาคม ตามเวลาประเทศเกาหลี) และมีเหล่าคนดังในวงการบันเทิงจำนวนมากที่ร่วมการสนับสนุนการลงรายชื่อ อาทิ แบคเยริน ซนซูฮยอน ฮเยริ Girl’s Day โซจิน Girl’s Day ราวี VIXX อันโบฮยอน เอลลี EXID โจควอน 2AM ฮายอนซู อียองจิน ควอนจองยอล อีซึงอู จองยงฮวา CNBLUE ยอนอู นัมโบรา แบคฮยอน EXO ชานยอล EXO และอีกมากมาย

เบื้องต้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า มีผู้ต้องสงสัยจำนวน 124 รายที่ถูกจับกุมตัว และ มีผู้จัดการห้องแชตบน Telegram และสื่อสังคมอื่น ๆ จำนวน 18 คน ถูกควบคุมตัว เนื่องจากการสอบสวนอาชญากรรมทางเพศ ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีมุนแจอิน ได้รับทราบถึงการเรียกร้องของประชาชนถึงกรณีดังกล่าว จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวนอย่างเต็มขั้น เพื่อที่จะหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป

ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries

Source (1) (2) (3) (4) (5)