k-dramas

ทบทวนความจำ เบาะแสสำคัญที่ถูกเฉลย(?) ตั้งแต่ EP.1 – 10 ในซีรีส์ Mouse

06/04/2021 - โชว์มีเดอะซีรีส์




ถึงแม้ The Penthouses ss2 จะลาจอไปแล้ว เส้นประสาทของคนดูก็ไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้ทั้ง Beyond Evil และ Mouse ซีรีส์ที่ทำเอาคนดูเส้นประสาทแทบแตกยังคงเพิ่มความเข้มข้นไม่หยุดหย่อน! สับขาหลอกคนดูเก่งเป็นว่าเล่น เหยื่อ ฆาตกร ปม คดี ซับซ้อนยิ่งกว่าสายไฟประเทศไทย ทุกอย่างล้วนคาดเดาแค่จำชื่อตัวละครให้ครบก็ยากแล้วสำหรับตอนนี้ 555 ในทุกๆตอนเชื่อว่าต้องมีคนแอบจดบ้างแหละว่าใครทำอะไรที่ไหนยังไง วันนี้เนื่องจากซีรีส์ดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้วเราจึงได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่ Ep.1-10 มาให้ทบทวนความทรงจำกัน มาค่ะมาเป็นโคนันด้วยกันกับเราสิคะ 🤣

*บทความนี้มีการกล่าวถึงเนื้อหาภายในเรื่อง*

แน่นอนว่าตอนนี้เรารู้แล้วว่าทำไมเรื่องนี้จะต้องชื่อ ‘Mouse’ เพราะซีรีส์กำลังจะสื่อถึง 3 ข้อต่อไปนี้

1.จะสื่อถึงบรรดาเหยื่อในคดีนักล่าหัวที่ถูกทำให้เป็น ‘หนูทดลอง’ ในงานวิจัยของเขาเหยื่อทุกรายจึงถูกเจาะนิ้วและถูกสลักเลขระบุตัวตนที่ถูกทดลอง

2.จะสื่อถึงตัวของฆาตกรที่เมื่อล่าเสร็จแล้วก็ต้องทำตัวหลบซ่อนแบบ ‘หนู’ มุดอยู่แต่ในรูเพื่อปิดบังตัวตนที่แท้จริงจากคนในสังคม

3.จะสื่อถึงการซ่อนเขี้ยวเล็บของ ‘หนู’ ที่ภายนอกอาจจะดูไม่มีพิษมีภัยแต่ใครจะรู้ว่าหนูตัวเล็กๆนี่แหละถีงขนาดฆ่างูดำจนตายมาแล้ว อาจจะกำลังหมายถึงบารึมในตอนนี้ที่พยายามปิดบังเขี้ยวเล็บของตัวเองอย่างเต็มที่

ใน Ep.1 เราจะเห็นว่าเหยื่อที่ถูกฆ่าโดยนักล่าหัวจะมีการสลักรหัสเอาไว้ที่มือ พร้อมกับนิ้วก้อยที่ถูกเจาะ ยกตัวอย่างเลขที่อยู่บนมือของซงซูจอง F25.17s.ex แกะรหัสออกมาได้ตามนี้

> F = female ถ้าเป็นตัว M = male
> 25 = อายุของเหยื่อ
> 17 = ลำดับการถูกฆ่า
> S = หนู
> EX = การทดลอง
> ถอดรหัสแบบรวมได้เป็น ซงซูจอง เพศหญิง อายุ 25 ปี เป็นหนูทดลองรายที่ 17

เท่ากับว่าการฆ่าของนักล่าหัวมันคือการฆ่าเพื่อ ‘ทดลอง’ เหยื่อทุกคนที่ถูกฆ่าคือ ‘หนูทดลอง’ รหัสที่ถูกสลักไว้คือเลขลำดับสำหรับการทดลอง และนิ้วก้อยที่ถูกเจาะรูก็เป็นการแสดงสัญลักษณ์ระบุตัวตนว่าถูกทดลองเหมือนหนูที่จะมีรอยเจาะที่หู (เหมือนอย่างที่นักล่าหัวเอามาโชว์บารึมตอนไปเข้าเยี่ยม)

ในคดีฆาตกรต่อเนื่อง ‘นักล่า’ ฆาตกรฆ่าคนเพื่อให้เป็นตัวแทนของนิทานโดยเลือกเหยื่อจากนิสัยใจคอที่ตรงกันข้ามกับบาปทั้ง 7 ประการของดันเต้ เช่น ต้องตายเพราะไม่มีความอิจฉา ต้องตายเพราะขยันมากจนเกินไป เป็นต้น เพราะฆาตกรเชื่อว่าคนที่ไม่ได้ก่อบาปคือคนบาป ที่ฆาตกรทำแบบนี้เพราะต้องการที่จะพิพากษามนุษย์เอง โดยเขาต้องการที่จะทำในสิ่งตรงข้ามกับสิ่งที่พระเจ้าสอน

บยอนซุนยอง : แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ทำงานเป็นแม่ครัวในบาร์แห่งหนึ่ง เธอพยายามอย่างหนักในการหาเลี้ยงลูกสาวหลังจากสามีเสียชีวิต ศพของเธอถูกพบห่างจากที่เกิดเหตุหลายเมตรสันนิฐานได้ว่าเธอถูกลากไปจากจุดที่ถูกฆ่า โดยศพถูกพบที่ท่อระบายน้ำสวมหมวกสีแดงสด ทั้งๆที่ตอนเธอออกจากที่ทำงานเธอใส่หมวกสีแดงเข้ม
– ของที่ถูกเอาไปคือ > แหวน
– นิทานที่เกี่ยวข้องคือ > หนูน้อยหมวกแดง เป็นเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาที่น่ารังเกียจของหมาป่า
– บาปทั้ง 7 > ความลุ่มหลง เพราะถึงแม้เธอจะทำงานในบาร์แต่ก็ไม่เคยคิดจะไปเป็นเด็กนั่งดริ๊งของเสี่ยที่ต้องการตัวเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยคิดที่จะเอาตัวเข้าแลกเงินแม้จะจนมากเพราะเธอจะไม่ทำอะไรที่จะย้อนกลับมาให้ลูกสาวของเธอต้องอับอาย

พัคจองโฮ : พนักงานโรงงานชั่วคราวที่ทำงานทั้งวันทั้งคืนอย่างขยันขันแข็ง เขาถูกพบเป็นศพที่โรงงานร้างและเจอซองกาแฟอยู่ในมือ เพราะการทำงานหนักเขาจึงต้องพึ่งการดื่มกาแฟให้ตื่นตัวอยู่ตลอด เมื่อตรวจสอบสภาพศพพบซากของตั๊กแตนอเมริกันขอบดำอยู่ในคอของเหยื่อ ที่ถูกยัดไว้ภายหลังจากที่เขาเสียชีวิตแล้ว
– ของที่ถูกเอาไปคือ > ซองกาแฟ
– นิทานที่เกี่ยวข้อง > มดกับตั๊กแตน เป็นนิทานที่เกี่ยวกับความขี้เกียจของตั๊กแตน
– บาปทั้ง 7 > ความเฉื่อยชา เพราะพัคจองโฮเป็นผู้ชายที่ขยันในการทำงานมาก ถ้าเขาขี้เกียจซักหน่อยก็คงไม่ต้องตาย

นาชีกุก : ผุ้คุมเรือนจำมูจิน เป็นชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความถ่อมตัว ซื่อตรงและมีน้ำใจ ถูกพบในสภาพเปลือยในกล่องที่ทำการแสดงมายากล เขาถูกตัดนิ้วออก 2 นิ้วและเป็นเหยื่อรายเดียวที่ยังรอดชีวิตแต่ก็ยังไม่ได้สติ
– ของที่ถูกเอาไปคือ > นาฬิกา
– นิทานที่เกี่ยวข้อง > เสื้อผ้าชุดใหม่ของจักรพรรดิ เกี่ยวกับการหยามศักดิ์ศรีของพระราชาจากที่เขาไม่รู้ว่าตัวเองเปลือย เพราะมัวแต่หลงในอำนาจ
– บาปทั้ง 7 > ศักดิ์ศรี เพราะชีกุกเป็นคนที่ถ่อมตัวมากกกๆ จนดูเหมือนคนไม่มีศักดิ์ศรี

ประธานคิมซองกยู :ที่ก่อนหน้านั้นเขาคือคุณคิมคนไร้บ้านที่ระบุตัวตนไม่ได้ สภาพศพหัวถูกจามด้วยขวาน ตรวจทราบภายหลังว่าเขาคือประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำการกุศลบริจาคเงินให้กับองค์กรต่างๆอยู่เสมอ
– ของที่ถูกเอาไปคือ > รองเท้า
– นิทานที่เกี่ยวข้อง > ชายตัดฟืนผู้ซื่อสัตย์ เป็นนิทานเกี่ยวกับชายตัดฟืนที่โลภมาก ที่พยายามจะเอาขวานมาทุกแบบ
– บาปทั้ง 7 > ความโลภ เพราะประธานคิมเป็นคนจิตใจดี ร่ำรวยแต่ก็ไม่คิดยึดติดกับเงินทองเลย มักจะทำกุศลบริจาคเงินอยู่เสมอ

โจมีจอง : นักศึกษาสาวตัวเล็กวัย 20 ทำงานเป็นยูทูปเบอร์โชว์กินชื่อดัง เพื่อหาเงินจ่ายค่าเทอม ร่างของเธอถูกพบที่เรือนกระจกของไร่องุ่น โดยฆาตกรย้ายร่างของเธอไปไกลกว่า 10 กิโลเมตรจากที่เกิดเหตุ
– นิทานที่เกี่ยวข้อง > สุนัขจิ้งจอกกับองุ่น เป็นนิทานที่ให้บทเรียนเกี่ยวกับความตะกละ
– บาปทั้ง 7 > ความตะกละ เพราะเธอมักจะโชว์กินเยอะๆแต่แล้วก็อ้วกหลังถ่ายทำรายการเธอจึงไม่มีความตะกละที่แท้จริง

คิมฮันกุก : เป็นเด็กกำพร้า ที่ออกรายการเพื่อตามหาพ่อ
– นิทานที่เกี่ยวข้อง > ลากับแพะ
– บาปทั้ง 7 > ความอิจฉา เพราะอินกุกเป็นเด็กที่ไม่มีความอิจฉาริษยาในตัวของลูกชายคนใหม่ของพ่อตัวเองเลย แม้จะเห็นพ่อของตัวเองไปมีครอบครัวใหม่ร่ำรวยและรักลูกชายคนใหม่มากกว่าตัวเองก็ตาม

คุณพ่อโกมูวอน : พี่ชายของสายสืบโกมูจี 1 ในเหยื่อของนักล่าหัวที่ถึงแม้จะรอดชีวิตแต่ก็ต้องพิการจากเหตุการณ์นรกในคืนนั้น
– ของที่ถูกเอาไป > สร้อยคอ
– นิทานที่เกี่ยวข้อง > หมาป่ากับลูกแพะทั้ง 7 ตัว
– บาปทั้ง 7 > ความโกรธแค้น(โทสะ) เพราะพี่ชายของมูจีสามารถยกโทษให้ได้แม้แต่นักล่าหัวที่ฆ่าพ่อแม่และทำให้ตัวเขาต้องพิการ ปล่อยวางความโกรธแค้น และไม่เคยแม้แต่จะโกรธน้องชายตัวเองที่ไม่ยอมเงียบเสียงจนต้องโดนซ้อมจนพิการเลย

เหยื่อคนที่ 1 : ซงซูโฮ

Mouse ดูย้อนหลังได้ที่ Viu คลิก!

เหยื่อคนที่ 2 : บยอนซุนยอง

เหยื่อคนที่ 3 : พัคจองโฮ

เหยื่อคนที่ 4 : นาชีกุก

เหยื่อคนที่ 5 : ประธานคิมซองกยู ที่ก่อนหน้านั้นเขาคือคุณคิมคนไร้บ้านที่ระบุตัวตนไม่ได้

เหยื่อคนที่ 6 : โจมีจอง

เหยื่อคนที่ 7 : คิมฮันกุก

เหยื่อคนที่ 8 : คุณพ่อโกมูวอน

เหยื่อคนที่ 9 : คุณยายบงอี เธอโดนฆ่าเพราะดันไปรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้เข้า

เหยื่อรายที่ 10 : คิมจุนซอง

เหยื่อรายที่ 11 : ดร.แดเนียล อี

สรุปแล้วฮันซอจุนเป็นคนออกมาผ่าตัดให้กับบารึมจริงๆ ซึ่งได้ผ่าตัดเอาสมองกลีบหน้าของหมอโยฮันมาแทนที่สมองกลีบหน้าที่เสียหายรุนแรงของบารึม ทำให้บารึมมีการรับรู้กลิ่นที่รุนแรงมากขึ้น เกิดจากการเปลี่ยนต่อมรับกลิ่นในสมองกลีบหน้า และทำให้บารึมมีความทรงจำ นิสัย และความรู้สึกที่เปลี่ยนไปด้วย จากตอนนี้ก็จะเห็นว่าบางครั้งเขามักจะควบคุมตัวเองไม่ได้เวลารำคาญ (ตอนรำคาญเสียงนก และเสียงแมว) หรือโกรธ (ตอนเกือบจะฆ่าสายสืบโก)

ง่ายๆตอนนี้ในหัวของบารึมคือจะมีด้านร้าย (สมองโยฮัน) และด้านดี (สมองของตัวเอง) ตีกันอยู่ตลอด เหมือนที่เราเห็นตอนกำลังจะทุบหัวสายสืบเพราะสมองด้านดีค้านสมองด้านร้ายไว้ทำให้สุดท้ายลงเอยแค่ทุบมือตัวเอง (ทุบแรงมากด้วยเลือดสาดอะ) แต่ที่มันยังตีกันอยู่แบบนี้เพราะสมองกลีบหน้าของบารึมไม่ได้ถูกเปลี่ยนออก ‘ทั้งหมด’ แต่ถูกเปลี่ยนออกบางส่วนที่เสียหายเท่านั้น แต่จาก Ep.10 ที่เห็นเราจะเห็นว่าตอนนี้ความคิดด้านร้ายเริ่มควบคุมและกลืนกินบารึมมากขึ้นทีละน้อย บารึมเริ่มไม่รู้ตัวแล้วเวลาตัวเองทำอะไรหรือพูดอะไร

แต่นั่นมันก็สัญนิษฐานได้อีกอย่างนึงว่าความชั่วร้ายที่ผุดขึ้นมาอาจจะไม่ใช่เพราะสมองของหมอโยฮัน แต่เป็นเพราะความทรงจำที่หลับไหล สัญชาตญาณที่สงบนิ่งของบารึมเองนั่นแหละที่ถูกกระตุ้นจากการโดนผ่าตัด

ตัวอย่างเลขบนมือของซงซูจองแสดงให้เห็นว่าเธอคือหนูทดลองรายที่ 17 แต่ในเทปบันทึกที่ทางพีดีฮงจูส่งไปให้ผู้หญิงที่ทำเนียบกลับเป็นเลข 39 แต่ในรายงานของตำรวจบอกว่านักล่าหัวฆ่าคนไปทั้งหมด ประมาณ 20 คนเท่านั้น เท่ากับว่าเรายังไม่พบเหยื่อที่ถูกฆ่าโดยนักล่าหัวอีกกี่ราย ในเทปที่ถูกส่งไปมีรหัส M16.39s.ex เพศชาย อายุ 16 ปี หนูทดลองรายที่ 39 เขาเป็นใครกัน ?

และจากที่เราเห็นอดีตของซอจุนจะเห็นว่าเขาเริ่มฆ่าคนตั้งแต่ยังเป็นหมออยู่ที่อเมริกาโดยเหยื่อมักจะเป็นคนไข้ในการดูแลของเขา เมื่อเหยื่อตายก็จะมักโบ้ยว่ามันเป็นอุบัติเหตุทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังมีเหยื่ออย่างเจนนิเฟอร์ น้องสาวของดร.แดเนียลอีกด้วย เพราะเมื่อเธอรู้ว่าเขาเป็นฆาตกรเธอก็พยายามจะทำแท้งลูกของซอจุน ซึ่งนั่นทำให้ซอจุนโกรธมากจนฆ่าเธอทิ้ง เพราะเขาไม่ได้รักเธออยู่แล้วเขาเพียงต้องการทายาทไว้สืบทอดพันธุกรรมประหลาดนี่เท่านั้น เป็นไปได้ไหมว่าหากนับรวมเหยื่อทั้งหมดที่ถูกฮันซอจุนฆ่าอาจจะมีถึง 50 ราย ?

เดิมแล้ว ดร.แดเนียลเป็นเพียงคนเก็บขยะในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ด้วยความฉลาด เขาสังเกตเห็นอาการของคนไข้ที่ถูกวินิจฉัยว่ามีภาวะพิการทางสมองตั้งแต่ 5 ขวบ แต่แท้จริงแล้วผู้หญิงคนนี้ป่วยเป็นโรค เซกาวา ที่ขาดโดปามีนต่างหาก เมื่อซอจุนมาเห็นเข้าก็ได้ทีหักหน้าหมอที่วินิจฉัยอย่างหมอแกรี่ที่สงสัยว่าซอจุนฆ่าคนไข้ของตัวเอง จนต้องออกจากโรงพยาบาลไป หลังจากนั้นการตายของคนไข้ในความดูแลของซอจุนก็ไม่มีใครสงสัยอีกเลย หลังจากนั้นซอจุนก็เริ่มเอาตัวเองไปสนิทกับดร.แดเนียล ผู้ชายที่จะพาเขาไปสู่จุดสูงสุดในวงการศัลยกรรมประสาทที่เก่งที่สุดได้

นอกจากนี้งานวิจัยของ ดร.แดเนียล ก็มาจากคำพูดของซอจุนที่ให้ดร.หาพันธุกรรมแย่ๆ อย่างใครที่จะเกิดมาเป็นฆาตกร แทนที่จะไปหาพันธุกรรมดีๆ แต่ดร.แดเนียลกลับทำตามที่ซอจุนพูดเล่นๆไว้ได้ซะงั้น กลายเป็นคนโด่งดังไปทั่วโลก ทำให้ซอจุนที่มองดร.แดเนียลเป็นเพียงพร๊อบประกอบฉากในชีวิตของเขาเริ่มไม่พอใจจนต้องเริ่มออกล่าอีกครั้ง

บ้านที่เราเห็นใน Ep.7 จากการที่พีดีฮงจูเข้าไปหยิบเอาเทปออกมา แท้จริงแล้วเป็นห้องแล็บของฮันซอจุนที่เอาไว้ทำการทดลองเกี่ยวกับ ‘สมอง’ เพราะเขานั้นหมกหมุ่นอยู่กับเรื่องการปลูกถ่ายสมองมาก เขาอยากจะเป็นคนที่สามารถปลูกถ่ายสมองได้สำเร็จคนแรกของโลก เขาจึงทดลองกับทั้งสัตว์หลากหลายชนิดไม่ว่าจะหนู กระต่าย หมา ลิง หรือแม้แต่กับคน

ซอจุนเริ่มฆ่าคนไข้ของเขาเพื่อที่จะพยายามทดลองการปลูกถ่ายสมองอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เนื่องจากในอเมริกาไม่ว่าเขาจะฆ่าคนมากขนาดไหนการทดลองก็ไม่สำเร็จซักที แถมเขายังไม่ใช่เบอร์ 1 ของประเทศที่ผู้คนนับหน้าถือตาด้วย แต่เมื่อกลับมาเกาหลีหลังจากฆ่าเจนนิเฟอร์น้องสาวของดร.แดเนียลตาย เขากลับกลายเป็นศัลยแพทย์ด้านประสาทที่เก่งที่สุดของเกาหลีทันที เขากลายเป็นสุดยอดแพทย์มือทองที่มีแต่คนนับหน้าถือตา มีชื่อเสียง มีหน้าตาในสังคมและเขาก็หลงไปกับสิ่งนี้จนเกือบจะลืมความฝันของตัวเองที่พูดไว้กับดร.แดเนียลไป

แต่แล้ววันนึงที่ดร.แดเนียล สามารถทำตามความฝันที่เคยพูดไว้ได้ว่าจะหาพันธุกรรมแย่ๆ เพื่อสร้างโลกในอุดมคติ กลายเป็นนักวิจัยชื่อดัง ‘ระดับโลก’ สิ่งนี้มันกลายเป็นการไปกระตุ้นให้ฮันซอจุนหวนกลับมาเป็นนักล่าอีกครั้ง หลังจากที่ทำการทดลองกับสัตว์หลายชนิดแทนการฆ่าคนมาเนิ่นนาน แต่ทดลองกับสมองสัตว์ยังไงก็ไม่เหมือนกับทดลองกับสมองของคนเขาจึงเริ่มลงมือ ‘ล่า’

เหยื่อรายแรกๆมักจะเป็นคนไร้บ้าน ที่ไม่ว่าจะหายสาบสูญหรือตายไป ก็ไม่มีใครคิดจะออกตามหา และก็เริ่มเป็นเหยื่อที่เห็นได้ตามข้างทางมากขึ้น จนการทดลองการปลูกถ่ายสมองกำลังจะสมบูรณ์แบบตามที่เคยพูดไว้ และสุดท้ายเขาก็ต้องเร่งมือเพราะแดเนียล คนที่เขาคิดมาตลอดว่าเป็นเพียงคนที่ด้อยกว่า เป็นเพียงพร๊อบประกอบฉากที่ไม่ควรจะเด่นดังไปมากกว่าตัวละครหลักอย่างเขากำลังจะกลับมาเกาหลี ซึ่งเหยื่อ 3 รายสุดท้ายที่ต้องมาสังเวยให้กับการทดลองครั้งสุดท้ายของเขาก็คือครอบครัวของสายสืบโกมูจี

สรุปแล้ว PD ชเวก็คือ ‘พัคฮยอนซู’ ลูกสาวของสายสืบพัคดูซอกที่หายสาบสูญไป เธอถูกกักขังไว้โดยฮันซอจุน ให้เป็นนกต่อและคนช่วยถ่ายคลิป แต่ยังคงเป็นปริศนาว่าเธอจะเป็นเด็กคนเดียวกันกับที่เหยียบหนูตายต่อหน้าน้องชุดเหลืองหรือไม่ และหลังจากฮันซอจุนถูกจับเธอถูกเลี้ยงดูมาโดยใคร นอกจากเป็นนกต่อและคนช่วยถ่ายคลิปเธอได้ลงมือ ‘ฆ่า’ ใครด้วยหรือไม่

ศพที่ถูกพบไม่ใช่ศพของฮยอนซู แต่เป็นของ ‘จองซูจิน’ ลูกสาวของจองมันโฮ ที่หายสาบสูญไปในปี 1994 เป็นเด็กคนเดียวกันกับที่เราเคยเห็นในจอคอมใน Ep. ที่สายสืบโกกับบารึมไปตามหาเด็กผู้ชายที่หายสาบสูญ ซึ่งคนฆ่าน้องซูจินแท้จริงแล้วคือ ‘อูฮยองชอล’ ลูกขายของสายสืบอูแจพิล ที่อายุเพียง 12 ขวบเท่านั้น โดยเขาฆ่าเธอเพียงเพราะคิดว่าเธอที่หน้าตาเหมือนแม่ของเขาเป็นลูกที่แม่ไปมีกับจองมันโฮ เขาจึงฆ่าเธอทิ้ง

หลังจากนั้นพ่อของเขาอย่างสายสืบอูแจพิลก็อำพรางศพโดยทำเป็นว่าศพของน้องซูจินเป็นศพของฮยอนซู ไปซื้อเสื้อผ้าเหมือนกับฮยอนซู และใส่ยางมัดผมที่มี DNA ของฮยอนซูไว้ เพื่อให้คนที่มาพบศพคิดว่าเป็นฮยอนซูที่ถูกนักล่าหัวฆ่า เพื่อให้ลูกพ้นผิด

ใน Ep.10 เราจะเห็นว่ามีผู้หญิงท้องมากกว่า 3 คน มาตรวจพันธุกรรมลูกกับดร.แดเนียล ซึ่งตอนนี้มีทั้งหมด 4 คนคือ

1.ลูกของชองจีอึนภรรยานักล่าหัว (น้องแจฮุน)
2.ลูกของนางพยาบาล ผู้หญิงที่มาคุยกับชองจีอึนใน Ep.1 ที่สามีของเธอเคยทำงานกับดร.แดเนียลที่อังกฤษ
3.ลูกของคนที่ดร.แดเนียลเอาผลตรวจไปให้ใน Ep.1 คาดว่าน่าจะเป็นลูกชายของนักการเมืองที่โหวตไม่เห็นด้วยกับกฎหมายทำแท้งทันทีหากลูกมีพันธุกรรมไซโคพาธ (คาดเดาว่าเป็นสายสืบชิน)
4.ลูกของผู้หญิงที่ไปหาดร.แดเนียลที่โรงแรมใน Ep.1 ซึ่งนั่นก็คือ ทนายอูฮยองชอล โดยในตอนเด็กเขาได้ฆ่าแม่ตัวเองตายไปแล้วจากการผลักตกตึก

นอกจากนี้เรายังสามารถเดาได้อีกทางนึงอีกว่าเด็กชุดเหลืองกับน้องแจฮุนอาจจะเป็นเด็กคนละคนกันหากน้องแจฮุนโตมาเป็นโยฮัน นั่นก็แปลว่าเด็กชุดเหลืองก็มีสิทธิ์โตมาเป็นบารึมได้ และเด็กผู้หญิงที่เหยียบหนูหากไม่ใช่พีดีชเวเธอก็อาจจะมีสิทธิเป็นฆาตกรได้หรือถึงจะเป็นพีดีเธอก็มีสิทธิเป็นฆาตกรได้จากการซึบซับความรุนแรงมาจากฮันซอจุน

คนร้ายในคดีฆาตกรรมผูกเงื่อนคือ ‘อูฮยองชอล’ ทนายหนุ่มที่ถูกวินิจฉัยว่ามีพันธุกรรมไซโคพาธ จากเส้นผมที่แม่นำไปให้ดร.แดเนียลตรวจ (ในEp.1) แม่ของเขาจึงพยายามจะฆ่าเขาให้ตาย แต่เขาชิงลงมือฆ่าแม่ก่อน โดยจุดมุ่งหมายของเขาคือผู้หญิงที่ผิดบาป เขาลงโทษพวกเธอแทนพระผู้เป็นเจ้า โดยจะมีการมัดเชือกเงื่อนช่วยเหลือเข้ากับข้อมือของเหยื่อ เป็นเงื่อนที่ถูกสอนโดยวิชาลูกเสือ โดยเหยื่อของเขามีทั้งหมด 10 คน แต่รอดออกมาได้ทั้งหมด 2 คน คือ

1.น้องซูจินลูกสาวของจองมันโฮ เขาฆ่าเธอเพราะเธอมีหน้าตาเหมือนกับแม่ของเขา เขาเข้าใจว่าน้องซูจินเป็นลูกของแม่ตัวเองที่นอกใจพ่อไปมีลูกกับจองมันโฮ

2.แม่แท้ๆของตัวเอง โดยการผลักตกมาจากหน้าต่างของโรงพยาบาล

3.คังมินจู พนักงานบาร์ คดีของเธอถูกทำให้เหมือนถูกปล้น และลักพาตัวเพราะกระเป๋าตังค์และโทรศัพท์ของเธอหายไป แต่ด้วยเงื่อนที่ผิดปกติทำให้บารึมสงสัยว่านี่อาจจะเป็นการฆาตกรรม สาเหตุที่ฮยองชอลฆ่าเธอเพราะคิดว่าเธอเป็นนักตกทอง หลังจากเห็นเธอเข้าโรงแรมกับผู้ชาย

5.ฮงนารี เธอถูกฆ่าภายในบ้านพักของเธอเพราะฮยองชอลเห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่นในขณะที่เธอยังแต่งงานกินอยู่กับสามีตามกฎหมาย เธอถูกแช่เอาไว้ในตู้เย็น 1 วันเพื่อความแนบเนียนในการสร้างหลักฐานที่อยู่ของฮยองชอล หลังจากนั้นเขาก็ย้อนกลับมาฆ่าเธอทีหลัง

6.คิมยองฮี

7.พัคฮเยวอน หญิงขายบริการ เขามองว่าเธอเหมือนกับแม่ของเขา ที่ผ่านผู้ชายมาเยอะแต่ยังมาบังอาจอยากแต่งงานกับตัวเอง

8.โอบงอี เธอถูกเลือกเพราะเคยเป็นเหยื่อในคดีของคังด๊อกซู ที่ฮยองชอลเคยเป็นทนายให้ แต่เธอนั่นรอดออกมาได้เพราะต่อสู้ + บารึมมาพอดี

9.นักเรียนหญิงชั้นม.4 อาศัยอยู่กับปู่ เธอถูกลักพาตัวและถูกพาไปที่โกดังหลังจากนั้นเขาก็จุดไฟเผาเธอ แต่คดีนี้นั่นต่างออกไปเพราะครั้งนี้มีสัญลักษณ์ไม้กางเขนที่เหมือนกับคดีบาป 7 ประการถูกวาดอยู่ด้วย แต่ที่สันนิษฐานว่าเป็นอูฮยองชอลฆ่าเพราะเหยื่อเคยเป็นเด็กมีปัญหา ชอบหนีออกจากบ้าน แต่เนื่องจากอูฮยองชอลเคยเป็นที่ปรึกษาเรื่องการหนีออกจากบ้านของเธอทำให้ทั้งคู่รู้จักกัน (คดีนี้ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นฝีมือของฮยองชอลจริงไหม)

10.ภรรยาของเพื่อนบารึม เธอรอดมาได้เพราะบารึมรู้ก่อนว่าเธอจะเป็นเหยื่อรายต่อไป เพราะเธอนั่นถูกพูดถึงอย่างเสียหายว่าเป็นผู้หญิงที่ไม่ดีต่างๆนาๆ และฮยองชอลก็ได้ยินด้วย

หลังจากผ่านครึ่งแรกของซีรีส์มาแล้ว mouse ก็ได้ปล่อยภาพโปสเตอร์ใหม่เป็นการตอกย้ำถึงการเปลี่ยนไปของบารึม ในภาพโปสเตอร์แรกเราจะเห็นว่าทั้งสายสืบโกมูจีและบารึมต่างก็มองไปในทิศทางอื่น เป็นการสื่อว่าทั้งคู่กำลังตามหาคนร้ายในคดีบาป 7 ประการอยู่ (โยฮัน) แต่พอ 1 ปีผ่านไปทุกอย่างกลับตาลปัตรบารึมที่มีสมองของหมอโยฮันอยู่ในหัวทำให้พฤติกรรมเริ่มเปลี่ยนไป สายตาของสายสืบโกมูจีในโปสเตอร์จากที่มองไปทางอื่นก็เปลี่ยนมามองที่ตัวของบารึมแทนโดยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยและเคลือบแคลงใจ และสายตาของบารึมที่จ้องมองมาราวกับท้าทายก็ไร้แววมากขึ้นเช่นกัน หรือจะเป็นอย่างที่ฮันซอจุนบอกไว้ว่าการที่จะฆ่าคนได้ดวงตาจะต้องปราศจากแววใดๆ ความกลัว ความรัก ความโกรธ จะต้องมีแต่ว่างเปล่าเท่านั้น…..

นอกจากนี้คำโปรยบนโปสเตอร์ก็เปลี่ยนไปด้วย จากโปสเตอร์แรกที่เขียนไว้ว่า ”นั่น…คือการล่ามนุษย์” ที่มันลิงค์ไปกับสายตาของทั้ง 2 คนที่มองไปยังบุคคลที่ 3 (หมอโยฮัน) อาจจะหมายถึงทั้งคู่กำลังพูดถึงหมอโยฮันที่ก่อคดีบาป 7 ประการอยู่ แต่เมื่อโปสเตอร์ที่ 2 ถูกปล่อยมาคำโปรยถูกเปลี่ยนเป็น “ฉัน กำลังเริ่มต้นล่ามนุษย์ใหม่” ซึ่งก็สัมพันกับสายตาของสายสืบโกที่มองไปยังบารึม และสายตาบารึมที่มองมายังคนที่มองโปสอีก เหมือนกำลังท้าทายอะไรบางอย่างอยู่!!!!! ชุดของบารึมก็เปลี่ยนไปด้วยจากการใส่ชุดตำรวจในโปสแรกก็เปลี่ยนเป็นชุดโค้ชดำยาวดูสุขุมและเยือกเย็นขึ้น นอกจากนี้พื้นหลังของโปสเตอร์ที่ 2 ยังคล้ายกับพื้นหลังอินโทรของเรื่องที่เราจะเห็นน้องแจฮุนยืนดึงด้ายแดงอยู่ด้วย

1.การแต่งตัว : ก่อนหน้านั้นบารึมมักจะเป็นผู้ชายที่ไม่ได้พิธีพิถันเรื่องการแต่งตัวมากเท่าไหร่นัก เขาเคยใส่เสื้อสเวตเตอร์สีชมพู ใส่เสื้อกันหนาวแบบฮู้ด ใส่กางเกงนอนลายน้องหมี แต่หลังจากผ่าตัดการแต่งตัวของเขาก็เนี๊ยบขึ้น และมักจะคุมโทนการแต่งตัวเป็นสีโทนอุ่นอยู่เสมอ แต่งตัวเนี๊ยบขึ้นแม้แต่ชุดนอนก็ยังเป็นสีออกน้ำเงินและเทา ไม่ได้เป็นชุดแบบเดิมเหมือนเมื่อก่อน

2.ความอดทนในการมองศพ : ก่อนผ่าตัดแค่ศพแมวเขายังไม่สามารถทำใจที่จะมองมันได้ ถึงขนาดจะต้องวิ่งไปอ้วกเลยด้วยซ้ำ แต่หลังจากผ่าตัดนอกจากจะไม่อ้วกแล้ว เขายังสามารถเข้าไปดูศพได้อย่างแนบชิด แล้วนั่งวิเคราะห์อยู่ข้างๆศพได้เป็นนานสองนานทั้งๆที่นี่เป็นถึงศพ ‘คน’ ไม่ใช่ศพหมาแมวเหมือนในตอนแรก

3.ความรู้สึกต่อ PD.ชเว : ก่อนหน้านั้นความรู้สึกต่อพีดีเขามองเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานเท่านั้น แต่เมื่อผ่าตัดความรู้สึกที่เขามีต่อเธอก็เปลี่ยนไปหัวใจของเขาเริ่มรู้สึกบางอย่างกับเธออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

4.ทักษะการต่อสู้ : ในตอนแรกแม้แต่จะสู้กับบงอีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆเขายังไม่สามารถสู้ได้เลย แต่เมื่อผ่าตัดออกมาแล้วเขาสามารถล้มฆาตกรอย่างอูฮยองชอลได้อย่างง่ายดาย ทักษะการต่อสู้ของเชาเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว

5.ความหงุดหงิดง่าย : ในตอนแรกจะเห็นว่าบารึมเป็นเด็กหนุ่มใสซื่อและจิตใจดีถึงขนาดร้องไห้เสียใจไปกับรายการที่น้องฮันกุกไปออก แถมเวลาอยู่กับสายสืบโกก็ไม่มีแม้แต่ท่าทีรำคาญในนิสัยของสายสืบโกเลย แต่หลังจากผ่าตัดเขาก็เปลี่ยนไปเขารำคาญเสียงนกจนหักคอและโยนลงมาตาย รำคาญเสียงแมวจนเกือบฆ่า และนอกจากนี้เขายังรำคาญความเรื่องมากของสายสืบโกที่บ่นเรื่องเบียร์จนหลุดเผลอสถบออกมาอย่างไม่รู้ตัว

6.ความฉลาด : อันนี้เห็นได้ชัดมากกกก เพราะบารึมฉลาดขึ้นแบบโคตรๆๆๆ ไม่ว่าจะความรู้ด้านการแพทย์ ด้านนิติเวช หรือแม้แต่การคาดเดาจิตใจของฆาตกรก็แม่นยำราวกับเป็นคนทำเอง

สามารถรับชมซับไทยซีรีส์ Mouse ได้ที่ Viu <คลิก>

บทความโดย โชว์มีเดอะซีรีส์ สามารถติดตามการวิเคราะห์เจาะลึกประเด็นต่างๆในซีรีส์และการวิเคราะห์ตอนต่อตอนได้ทางเพจ โชว์มีเดอะซีรีส์

ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่


Facebook Fanpage
: facebook.com/korseries
Twitter
: twitter.com/korseries
Website
: korseries.com
Youtube
: Korseries

Read More Articles


Korupdate






เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก