สืบเนื่องจากกรณีที่รายการวาไรตี้ชื่อดังของเกาหลีใต้ Law of the Jungle ของสถานีโทรทัศน์ช่อง SBS ได้เดินทางมาบันทึกเทปการถ่ายทำที่ประเทศไทย ภายหลังจากที่รายการออกอากาศ ได้มีผู้ชมร้องเรียน รวมไปถึงทางเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงการที่ นักแสดงสาว อียอลอึม หนึ่งในผู้ร่วมรายการ ได้ทำการจับหอยมือเสือขนาดใหญ่ ขึ้นมาถึง 3 ตัว เพื่อทำการประกอบอาหารในรายการ

ดูเหมือนว่ากระแสความไม่พอใจต่อรายการจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ทางรายการจะออกจดหมายขอโทษแล้วก็ตาม เนื่องจาก ล่าสุด นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครทูตประจำกรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา ได้โพต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม โดยระบุว่า “มีผู้สอบถามรายละเอียดเรื่องรายการสารคดีของเกาหลีไปจับหอยมือเสือนั้น ขอสรุปเรื่องราวและการดำเนินการ ตามที่ได้รับการชี้แจงจากทางกรมการท่องเที่ยวเพื่อทราบคร่าวๆ ดังนี้

1.รายการ Law of the jungle เป็นการถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้อนุมัติให้ บริษัท เดอะ ซิกซ์ เอลลิเม้นท์ จำกัด ผู้ประสานงานการถ่ายทำของบริษัท SCB Broadcasting center สาธารณรัฐเกาหลี เข้าดำเนินการ ถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ในบริเวณหาดเจ้าไหม เกาะแหวน และเกาะมุก ของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ในวันที่ 29 มีนาคม 2562 และ 1-3 เมษายน 2562

2. ซึ่ง จนท.อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ได้ชี้แจงระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้บริษัทดังกล่าวทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด หากมีการฝ่าฝืนจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายฯ พร้อมมอบหมายให้หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ จม.3 (เกาะกระดาน) เป็นผู้แทนกำกับดูแลการถ่ายทำรายการโทรทัศน์ อย่างเคร่งครัด

3. ทั้งนี้ภาพการจับหอยมือเสือและและนำหอยมือเสือมากิน ทางจนท.อุทยานหาดเจ้าไหม ประสานติดต่อกับคุณพัชราพร ตระกูลชวลิต ผู้ประสานงาน บริษัท เดอะ ซิกซ์ เอลลิเม้นท์ จำกัด ทราบว่าเป็นการถ่ายทำนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต โดยเป็นการถ่ายทำในวันที่ 2 เมษายน 2562 บริเวณอ่าวโล๊ะอุดง เกาะมุกด์ ม.2 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง

4. ซึ่งข้อเท็จจริงในวันที่ 2 เมษายน 2562 บริษัท SCB Broadcasting center สาธารณรัฐเกาหลี เข้าดำเนินการถ่ายทำ บริเวณอ่าวสบาย เกาะมุก โดยมีหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ จม.3 (เกาะกระดาน) เป็นผู้แทนกำกับดูแล แต่เนื่องจากมีคลื่นลมแรงมาก ไม่สามารถถ่ายทำได้ บริษัท SCB Broadcasting center สาธารณรัฐเกาหลี ได้ประสานหัวหน้าอช.หาดเจ้าไหม ให้จัดเรือเพื่อจะขอเคลื่อนย้ายทีมงาน นักแสดง กลับไปยังที่พัก

5. ในวันนั้นทางคณะแจ้งกับ จนท.กรมอุทยานที่ควบคุมว่า ขอยุติการถ่ายทำ แต่จริงๆได้แอบขึ้นเรือไปนอกพื้นที่ๆอนุญาตให้ถ่ายทำ และไปดำน้ำจับหอยมือเสือโดยพลการ

6. อช.หาดเจ้าไหม จึงได้แจ้งร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกันตัง ให้ดำเนินคดีในความผิดแห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ด้วยแล้ว ตามบันทึกประจำวัน ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 เวลา 20.50 น. เล่มที่ 0013/2562 เลขที่ 0007

7. ในส่วนของ Film Board ได้ทำการ blacklist กับ producer รายการดังกล่าวไม่ให้เข้ามาถ่ายทำในไทยอีก และทำทัณฑ์บน บ.ผู้ประสานงาน อีกทางหนึ่งด้วยแล้ว

8. ทาง producer จงใจฝ่าฝืนกฏ. ทาง Film Board อนุญาตให้ถ่ายทำสารคดีในส่วนของโลเคชั่น แต่เราไม่ได้อนุญาตให้เข้ามาทำลายทรัพยากรธรรมชาติของเราเด็ดขาด ! ตอนอนุญาตทางเกาหลีก็มีหนังสือยืนยันว่าจะเคารพกฏ แต่สุดท้ายก็ฝ่าฝืนจึงต้องลงโทษขั้นสูงสุดเท่าที่ทำได้คือ blacklist และดำเนินการทางกฏหมายต่อไป

                                       
                   
                               
เพราะรักหรอกถึงหยอกเล่น ใครจะโดนหยอก หรือ ใครจะรู้ทัน ติดตามได้ในรายการหยอกหยอกคลิก!!!
       

9. ส่วนที่มีผู้สงสัยว่าทำไมแจ้งความดำเนินคดีช้า ก็ได้รับการอธิบายจากจนท.ว่า ตอนที่ขณะอยู่ในไทย ไม่มีใครทราบในส่วนของการที่แอบไปบันทึกเทปนอกพื้นที่ๆได้รับอนุญาต (ตอนจับหอยมือเสือ) จนกระทั่งมีเทปรายการออกที่เกาหลี จึงทราบ และได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดี”

จากข้อมูลดังกล่าว ได้ข้อสรุปว่าทางรายการได้รับการอนุญาตให้เข้าถ่ายทำภายในบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมจริง โดยมีการชี้แจงรายละเอียดข้อบังคับที่แจ้งว่าหากฝ่าฝืนจะดำเนินการทางกฎหมายก่อนการถ่ายทำ อีกทั้งยังมีทีมติดตามอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ได้มีคลื่นลมแรงเกิดขึ้น จนทางรายการได้ประสานงานให้จัดหาเรือเคลื่อนย้ายทีมงานและนักแสดงไปยังที่พัก ซึ่งแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะยุติการถ่ายทำ แต่ในวันดังกล่าวนั้นได้มีการถ่ายทำเกิดขึ้นนอกพื้นที่ที่ได้รับการอนุญาต และ จับหอยมือเสือขึ้นมาโดยพลการ เรื่องนี้ทางการไทยไม่ทราบว่ามีการถ่ายทำนอกพื้นที่ที่อนุญาตจนกระทั่งมีการออกอากาศที่เกาหลี เบื้องต้นได้ทำการ Blacklist กับโปรดิวเซอร์รายการไม่ให้เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยได้อีก ทำทัณฑ์บนบริษัทประสานงาน และอยู่ในระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้มีการเปิดภาพเอกสารขออนุญาตการถ่ายทำจากทางสถานีโทรทัศน์ช่อง SBS ของเกาหลีใต้ ที่ได้ยื่นเอกสารมายังคณะกรรมการพิจารณาคำขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์และวีดิทัศน์จากต่างประเทศ ซึ่งได้ระบุชัดว่า ระหว่างการถ่ายทำจะไม่มีการถ่ายทำหรือนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการล่าสัตว์ในประเทศไทย อย่างไรก็ตามกลับมีการถ่ายทำขณะจับหอยมือเสือมาประกอบอาหาร หลังจากที่รายการตอนดังกล่าวได้เผยแพร่ออกมา

ข้อควรรู้ : หอยมือเสือ ถูกจัดอยู่ในบัญชีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (CITES) อีกทั้งยังเป็น “สัตว์ป่าคุ้มครอง” ที่อยู่ในบัญชีสัตว์สงวนและคุ้มครองประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 กล่าวคือ ห้ามล่า ห้ามมี และห้ามซื้อขาย ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท

ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries
source (1)