นักแสดงหนุ่ม คิมซูฮยอน เตรียมกลับมาทำกิจกรรมในวงการบันเทิงอีกครั้ง ผ่านการถ่ายทำโฆษณาชิ้นใหม่
โดยในวันที่ 8 มิถุนายน Gold Medalist ต้นสังกัดของคิมซูฮยอน ได้เปิดเผยผ่านสื่อว่า “คิมซูฮยอน มีกำหนดถ่ายทำภาพนิ่งโฆษณาให้กับแบรนด์แฟชั่นของประเทศฟิลิปปินส์ อย่าง ‘BENCH’ ในวันที่ 14 กรกฎาคมที่จะถึงนี้” ซึ่งนี่ถือเป็นการกลับมาทำกิจกรรมอีกครั้งในรอบประมาณ 1 ปี นับตั้งแต่เกิดประเด็นชีวิตส่วนตัวของเขาที่เกี่ยวข้องกับนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ คิมแซรน ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา

ในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นข่าวความสัมพันธ์ระหว่าง คิมซูฮยอน กับ นักแสดงสาวผู้ล่วงลับ คิมแซรน กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ ท่ามกลางข้อสงสัยและประเด็นถกเถียงมากมาย คิมเซอี ตัวแทนของช่องยูทูป ‘Garo Sero Institute’ ได้เผยแพร่ข้อมูล โดยกล่าวอ้างในทำนองว่า คิมซูฮยอนเคยคบหากับคิมแซรนผู้ล่วงลับตั้งแต่สมัยที่เธอยังเป็นผู้เยาว์ และทางฝั่งคิมซูฮยอนได้กดดันให้ผู้ตายชดใช้หนี้จนเป็นเหตุให้เธอตัดสินใจจบชีวิตลง
อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านกระบวนการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สรุปว่า ไฟล์เสียงที่คิมเซอีนำมาเสนอเป็นหลักฐานนั้น เป็นไฟล์ที่ถูกสร้างและตัดต่อขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และประวัติการสนทนาทางข้อความที่นำมาเปิดเผยก็ปลอมแปลงมาจากบทสนทนาของบุคคลอื่นเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลจึงได้อนุมัติออกหมายจับคิมเซอี โดยระบุว่าผู้ต้องสงสัยมีความเสี่ยงที่จะทำลายหลักฐานและหลบหนี แม้ว่าคิมเซอีจะยื่นคำร้องขอให้ศาลตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการจับกุม แต่ศาลก็ได้มีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา
ต่อมา ด้าน Gold Medalist ต้นสังกัดของคิมซูฮยอน ได้แจ้งข่าวเรื่องการถูกจับกุมตัวของ คิมเซอี พร้อมกับออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงความขอบคุณต่อแฟน ๆ ที่ยังคงให้การสนับสนุนและรอคอยเขา
บทความที่เกี่ยวข้อง
ต้นสังกัด ‘คิมซูฮยอน’ ออกแถลงการณ์ ‘ขอบคุณที่เชื่อมั่นและรอคอย’ หลังศาลออกหมายจับ ‘คิมเซอี’
ศาลอนุมัติหมายจับ ‘คิมเซอี’ ตัวแทนช่อง Garosero Institute ในข้อหาหมิ่นประมาทนักแสดงหนุ่ม ‘คิมซูฮยอน’
ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่
Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Instagram : instagram.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Tiktok : tiktok.com/@Korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries
ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ
Source (1)

