Can This Love Be Translated? ผลงานใหม่จากนักเขียนบทชื่อดัง สองพี่น้องตระกูลฮง หรือ ฮงจองอึน และ ฮงมีรัน ที่ได้รับความคาดหวังจากผู้ชมเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2025 จาก Netflix และการประกบคู่กันครั้งแรกของ คิมซอนโฮ – โกยุนจอง นอกเหนือจากสองนักแสดงนำแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ยังมีนักแสดงอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โซตะ ฟุกุชิ , อีอีดัม และ ชเวอูซอง เข้ามาเสริมทัพอีกด้วย
ซีรีส์เริ่มต้นด้วยพล็อตโรแมนติกของล่ามหนุ่มอัจฉริยะ จูโฮจิน (รับบทโดย คิมซอนโฮ) กับซูเปอร์สตาร์สาวระดับโลก ชามูฮี (รับบทโดย โกยุนจอง) แต่ภายใต้เรื่องราวความรักที่ค่อย ๆ ก่อตัว ซีรีส์กลับซ่อนการเล่าเรื่องบาดแผลทางจิตใจ เอาไว้อย่างแยบยล ตัวละคร ชามูฮี ที่แม้จะสามารถสื่อสารคำพูดกับคนรอบตัวได้ แต่กลับไม่สามารถสื่อสารกับความเจ็บปวดในใจของตัวเองในอดีตออกไปได้เลย
จากนักแสดงโนเนมสู่ไวรัลระดับโลก
ก่อนจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ที่มียอดผู้ติดตามทะลุ 10 ล้าน ชามูฮี เคยเป็นเพียงนักแสดงโนเนมที่แทบไม่มีใครจดจำ นับวันรอที่ยอดติดตามจะครบ 10,000 คน แถมยังโดนแฟนเก่านอกใจหนีไปเปิดร้านอาหารที่ญี่ปุ่น จุดพลิกผันของชีวิตคือ การได้รับบท โดรามี ฆาตกรซอมบี้ในภาพยนตร์เรื่องหญิงสาวผู้ไร้เสียง บทบาทที่ไม่ได้สวยงาม ไม่ได้อ่อนโยน แต่กลับรุนแรง และน่าหวาดกลัว แตกต่างจากภาพลักษณ์ของเธอ

เมื่อภาพยนตร์กลายเป็นไวรัล ชื่อของ โดรามี เลยถูกพูดถึงชั่วข้ามคืน แต่ในฉากสุดท้ายก่อนความสำเร็จนั้น กลับเกิดอุบัติเหตุจากสายสลิงผิดพลาด ทำให้ ชามูฮี สลบไปยาวนานถึง 6 เดือน และเมื่อเธอฟื้นขึ้นมา โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไป เหมือนกับช่วงเวลาเทศกาลของเธอได้มาถึงแล้ว หลังจากการรอคอย และพยายามอย่างยาวนาน แต่ความสำเร็จที่มาเร็วเกินไป บวกกับอุบัติเหตุรุนแรง กลับเป็นจุดเริ่มต้นการปลุกบาดแผลที่เคยฝังลึก ให้ตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับความจริงอีกครั้ง
โดรามี ภาพหลอนจากตัวละคร
หลังจากโด่งดัง ชามูฮี ก็เริ่มเห็นภาพหลอนที่ไม่ใช่ภาพหลอนเลื่อนลอย แต่เป็น โดรามี ตัวละครฆาตกรที่เธอเคยแสดง ตัวละครนั้นปรากฏขึ้นในชีวิตจริง พูดกับเธอ มองเธอ และค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวัน นี่ไม่ใช่แค่ผลข้างเคียงของอุบัติเหตุ แต่คือภาวะที่เรียกว่า Role Engulfment หรือ บทบาทกลืนกินตัวตน คือการที่บทบาทหนึ่งไปแทนที่ พื้นที่ที่ตัวตนจริงควรอยู่ โดยเฉพาะในคนที่มีบาดแผลทางใจอยู่ก่อนแล้ว ในกรณีของ ชามูฮี เป็นเพราะ โดรามี คือตัวตนเดียวที่เธอรู้สึกว่าปลอดภัยพอจะอยู่กับโลกใบนี้ได้

คนทั้งโลกจำ ชามูฮี จากในภาพนั้น สื่อเรียกชื่อเธอด้วยบทบาทนั้น และชื่อเสียงทั้งหมดก็ผูกติดกับตัวละครนั้น ร่าง โดรามี ที่เห็นไม่ใช่ผี แต่เป็นตัวแทนของด้านมืด ความโกรธ ความเจ็บปวด และความรู้สึกผิดที่ ชามูฮี ไม่เคยอนุญาตให้ตัวเองเผชิญหน้าจากปมในวัยเด็ก ภาพหลอนจึงเป็นวิธีที่สมองทำให้ความขัดแย้งภายในมองเห็นได้

แต่อาการของ ชามูฮี ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภาพหลอน มันพัฒนาไปสู่การสลับร่างให้ตัวละครออกมาใช้ชีวิตแทนเธอ ในเชิงจิตวิทยานี่คือ Dissociative State หรือ ภาวะแยกตัวตน ในรูปแบบเชิงสัญลักษณ์ เมื่อจิตใจไม่สามารถรับมือกับความเจ็บปวดได้อีกต่อไป มันจะแยกส่วนที่เจ็บปวดออกมา เพื่อให้เจ้าของร่างยังคงอยู่รอด โดรามี คือร่างที่ไม่ต้องรู้สึกผิด ไม่ต้องกลัว และไม่ต้องเจ็บ ขณะที่ ชามูฮี ตัวจริงคือคนที่เปราะบางเกินกว่าจะใช้ชีวิตในโลกที่ไม่เคยใจดีกับเธอ
ภาวะกลัวการมีความสุข
นอกจากนี้อีกหนึ่งในอาการที่น่าสนใจของ ชามูฮี คือ Cherophobia หรือ ภาวะกลัวการมีความสุข ทุกครั้งที่เธอเริ่มรู้สึกดี อาการหลอนจะกำเริบ ทุกครั้งที่ชีวิตเหมือนจะไปได้สวย จิตใจกลับดึงเธอลงสู่ความมืด นี่คือผลลัพธ์ของปมวัยเด็ก การเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ความรักไม่มั่นคง ทำให้ ชามูฮี รู้สึกกลัวตลอดว่าช่วงเวลาที่เธอเปล่งประกายจะจบลง ถ้าทุกคนได้รู้เรื่องราวในอดีตของเธอ

จูโฮจิน ในฐานะล่ามผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา เขาไม่เร่งให้เธอหาย และไม่บังคับให้เธอมีความสุข สิ่งที่เขาทำ คือการอยู่ตรงนั้น ฟังในวันที่เธอพูดไม่รู้เรื่อง และไม่เดินหนีในวันที่เธอไม่สามารถเป็น ชามูฮี เวอร์ชันปกติได้ ความรักในซีรีส์ Can This Love Be Translated? จึงไม่ใช่แค่การเยียวยา การเข้าใจภาษาพูดของคนอื่น แต่คือการยอมรับว่า บางบาดแผลไม่จำเป็นต้องหาย แค่ไม่ถูกทอดทิ้งก็เพียงพอแล้ว
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปักหมุด 12 พิกัดตามรอยซีรีส์ “Can This Love Be Translated?” โลเคชั่นเดตสุดโรแมนติกในอิตาลี-แคนาดา
ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่
Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries
ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ

