สร้างความประทับใจให้คอซีรีส์แบบสุด ๆ เมื่อ 5 นักแสดงนำจากซีรีส์ย้อนยุคเรื่องดัง Love in the Moonlight ได้แก่ พัคโบกอม – คิมยูจอง – จินยอง – แชซูบิน – กวักดงยอน กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในวาระครบรอบ 10 ปีของซีรีส์ พร้อมถ่ายทอดมิตรภาพและความทรงจำตลอดหนึ่งทศวรรษ ผ่านการถ่ายแบบขึ้นปกฉบับพิเศษประจำเดือนกันยายนของนิตยสาร ELLE Korea
Love in the Moonlight ออกอากาศครั้งแรกในปี 2016 และได้รับความรักจากผู้ชมอย่างกว้างขวาง ด้วยเรื่องราวความรักและการเติบโตของเหล่าคนหนุ่มสาว รวมถึงเครื่องแต่งกายฮันบกและทิวทัศน์ของเกาหลีที่ได้รับการถ่ายทอดอย่างสวยงาม จนกลายเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของคอซีรีส์ทั่วเอเชีย
สำหรับการกลับมารวมตัวในครั้งนี้ นักแสดงทั้ง 5 คนได้กลับมาสวมชุดฮันบกและถ่ายภาพร่วมกันภายในบ้านเกาหลีแบบดั้งเดิมเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ถ่ายทอดช่วงเวลาที่ความทรงจำในอดีตและตัวตนของพวกเขาในปัจจุบันได้กลับมาบรรจบกันอีกครั้ง

พัคโบกอม ผู้รับบทเป็น องค์รัชทายาทอียอง กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้กลับมาพบกับนักแสดงทุกคนว่า “ทุกคนดูเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนจากตอนที่พวกเราได้พบกันครั้งแรกเลยครับ ผมมีความสุขมากที่เราได้กลับมาสวมชุดฮันบกและบันทึกภาพตัวตนของพวกเราในวันนี้เอาไว้ แม้แต่อากาศยังคล้ายกับช่วงที่เราถ่ายทำกันในตอนนั้นเลยครับ สมัยนั้นเวลาพวกเรามารวมตัวกันทีไร ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอยู่เสมอ”
เมื่อถูกถามว่า องค์รัชทายาทฮโยมยองหรืออียอง มีความหมายต่อเขาอย่างไร พัคโบกอมได้ย้อนนึกถึงบทพูดประโยคหนึ่งจากซีรีส์ว่า “ในเรื่องมีบทพูดของยูจองที่ว่า ‘ใครจะรู้ว่าความทรงจำจากการได้รับความรัก อาจกลายเป็นพลังที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตต่อไปได้ตลอดทั้งชีวิต’ เพราะอียองได้รับความรักจากผู้คนมากมาย ผมจึงสามารถนำพลังจากความรักนั้นมาใช้เดินหน้าต่อไปได้ครับ”

พัคโบกอมยังฝากข้อความถึงเพื่อนนักแสดงทั้งสี่คนว่า “เพราะทุกคน ช่วงวัยเยาว์ของผมและช่วงวัยเยาว์ของพวกเราจึงสามารถเปล่งประกายได้อย่างงดงาม ผมหวังว่าพวกเราทุกคนจะยังคงเปล่งประกายต่อไปเหมือนกับแสงจันทร์นะครับ”
ทางด้าน คิมยูจอง ผู้รับบทเป็น ฮงราอน หญิงสาวผู้ร่าเริงและมีจิตใจอบอุ่น ตั้งแต่ตอนที่เธอมีอายุเพียง 17 ปี ได้ถ่ายทอดความผูกพันที่มีต่อตัวละครว่า “ชื่อ ‘ราอน’ เป็นคำภาษาเกาหลีแท้ที่มีความหมายว่า ‘เบิกบาน’ เช่นเดียวกับชื่อของเธอ ราอนเป็นตัวละครที่มอบความรักอันอบอุ่นให้กับผู้คนรอบตัว และความรู้สึกที่ฉันได้สัมผัสผ่านราอนก็เป็นความอบอุ่นที่ลึกซึ้งและมาจากหัวใจเช่นกันค่ะ”
เมื่อย้อนมองถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของตัวเองในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คิมยูจอง กล่าวว่า “ฉันได้พบกับพลังที่รู้สึกว่าเป็นของตัวเองอย่างแท้จริงค่ะ ฉันมีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ยากลำบากอย่างกระตือรือร้นมากขึ้น และเต็มใจเดินหน้าต่อไป”

นอกจากนี้ เธอยังฝากข้อความถึงตัวเองและทุกคนในวัยเยาว์ว่า “คุณแม่ของฉันเคยบอกว่า ‘หากอดทนต่อไป สุดท้ายแล้วเราจะพบว่าตัวเองได้มาอยู่ในจุดที่ควรอยู่’ การอดทนไม่ได้หมายถึงเพียงการผ่านช่วงเวลายากลำบากไปให้ได้ แต่หมายถึงการใช้ชีวิตในแบบของตัวเองและทำสิ่งที่ควรทำต่อไป ไม่ว่าเรากำลังสนุกหรือเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก ฉันอยากบอกพวกเราในวัยเด็กว่า ไม่จำเป็นต้องมองไปข้างหน้าไกลเกินไปหรือรีบร้อนค่ะ”
ขณะที่ จินยอง ผู้รับบทเป็น คิมยุนซอง พูดถึงส่วนหนึ่งของตัวเองที่ไม่อยากสูญเสียไป แม้จะทำงานในวงการมานานกว่าหนึ่งทศวรรษว่า “ผมไม่อยากสูญเสียความรักที่มีต่อผู้คนไปครับ ผมชอบผู้คน ชอบการได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยกัน และแบ่งปันเรื่องราวระหว่างกัน ผมคิดว่าคงน่าเศร้ามาก หากวันหนึ่งผมไม่รู้สึกสนุกกับสิ่งเหล่านั้นอีกต่อไป”
จินยองยังกล่าวถึงมิตรภาพระหว่างเขากับเพื่อนนักแสดงทั้งสี่คน ซึ่งเริ่มต้นจากการทำงานร่วมกันและดำเนินต่อมานานถึง 10 ปีว่า “มาอยู่ด้วยกันไปอีกนานแสนนานเลยนะครับ ตอนแรกพวกเราได้พบกันเพราะการทำงาน แต่การรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้นานถึง 10 ปี ทั้งการติดต่อกัน แบ่งปันเรื่องราวในชีวิต และคอยสนับสนุนกันไม่ใช่เรื่องง่าย ผมมีความสุขที่พวกเราทำมันได้ครับ”

ส่วน แชซูบิน ผู้รับบทเป็น โจฮายอน หญิงสาวที่กล้าเลือกหัวใจและเส้นทางชีวิตของตัวเอง เปิดเผยว่าปัจจุบันเธอยังคงได้รับความกล้าหาญจากตัวละครนี้ โดยกล่าวว่า “ฮายอนไม่ใช่คนที่จะหยุดอยู่กับที่เพียงเพราะไม่ได้รับความรัก ฉันจดจำเธอในฐานะผู้หญิงที่กล้าเลือกชีวิตของตัวเอง และมีความกล้าที่จะเดินหน้าต่อไปค่ะ”
หากสามารถย้อนกลับไปพูดกับตัวเองในวัยเยาว์ได้ แชซูบินเผยว่า “เธอทำได้ดีแล้ว ต่อไปก็จะทำได้ดี และกำลังใช้ชีวิตได้ดีนะ ฉันคิดว่าตัวเองทำงานหนักมาโดยไม่ได้กังวลอะไรมากนัก แต่เมื่อย้อนกลับไปมอง จริง ๆ แล้วฉันวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องเหล่านั้นไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่เคยคิด ฉันจึงอยากบอกตัวเองว่า เธอกำลังทำได้ดีแล้วค่ะ”
ปิดท้ายด้วย กวักดงยอน ผู้รับบทเป็น คิมบยองยอน กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะว่า หากสามารถฝากข้อความถึงตัวเองในวัย 20 ปี ซึ่งทำงานอย่างไม่หยุดพักได้ เขาจะบอกว่า “อย่ากลัวไปเลย!”

กวักดงยอนอธิบายถึงความกดดันที่ตัวเองเคยแบกรับในช่วงเวลานั้นว่า “ตอนนั้นผมแสดงในทุกผลงานและทุกฉากราวกับว่ามันเป็นงานชิ้นสุดท้ายในชีวิต ผมคิดว่าความคิดแบบนั้นทำให้ตัวเองต้องแบกรับความกดดันมากเกินไป หากตอนนั้นผมมีความมั่นใจมากกว่านี้ ผมอาจได้แสดงให้เห็นตัวตนในอีกหลายด้านมากขึ้นก็ได้ครับ”
เขายังฝากข้อความเชิงหยอกล้อถึงเพื่อนนักแสดงทั้งสี่คน ก่อนเดินหน้าทำหน้าที่ในกรมทหารว่า “ผมจะทำหน้าที่ของตัวเองในการปกป้องประเทศจนถึงช่วงต้นปี 2028 เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วง และไปไล่ตามความฝันของทุกคนกันให้เต็มที่เลยนะครับ”
แม้เวลาจะผ่านไปนานถึงหนึ่งทศวรรษ แต่มิตรภาพของนักแสดง Love in the Moonlight ยังคงดำเนินต่อไป จากเพื่อนร่วมงานที่พบกันผ่านซีรีส์หนึ่งเรื่อง สู่กลุ่มเพื่อนที่ยังคอยติดต่อ แบ่งปันเรื่องราวในชีวิต และสนับสนุนกันเสมอมา คอซีรีส์สามารถติดตามภาพถ่ายและบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของพัคโบกอม คิมยูจอง จินยอง แชซูบิน และกวักดงยอน ได้ในนิตยสาร ELLE Korea ฉบับพิเศษประจำเดือนกันยายนค่ะ
ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่
Facebook Fanpage : facebook.com/korseries
Instagram : instagram.com/korseries
Twitter : twitter.com/korseries
Tiktok : tiktok.com/@Korseries
Website : korseries.com
Youtube : Korseries
ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ
Source (1)

