สถานการณ์ข้อพิพาททางกฎหมายของนักแสดงหนุ่ม คิมซูฮยอน ได้มีรายงานอัปเดตล่าสุด หลังศาลได้มีคำพิจารณาในคดีแรกที่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องค่าเสียหายและคืนเงินค่าพรีเซนเตอร์ของเขา ซึ่งมีข้อสรุปแล้วว่า ศาลได้ยกคำร้องของแบรนด์นาฬิกาชื่อดัง MIDO ที่เรียกร้องให้ต้นสังกัด GOLDMEDALIST คืนเงินค่าโฆษณา เป็นจำนวน 570 ล้านวอน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 13.6 ล้านบาท
โดยในวันที่ 27 สิงหาคม ตัวแทนทางกฎหมายของ คิมซูฮยอน ได้เปิดเผยว่า ศาลแขวงโซลตะวันออกได้มีคำพิพากษายกฟ้องคำร้องของแบรนด์นาฬิกาสัญชาติสวิส MIDO ที่ยื่นฟ้องร้องบริษัท GOLDMEDALIST ต้นสังกัดของคิมซูฮยอน เพื่อเรียกร้องให้คืนเงินค่าโฆษณา จำนวน 570 ล้านวอน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 13.6 ล้านบาท

ย้อนกลับไป แบรนด์ MIDO ได้เซ็นสัญญากับคิมซูฮยอนมาตั้งแต่ปี 2020 และมีการต่อสัญญาเพิ่มในเดือนพฤศจิกายน 2024 พร้อมจ่ายเงิน 900 ล้านวอน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 21.4 ล้านบาท) แต่เมื่อมีประเด็นร้อนที่เกี่ยวข้องกับนักแสดงหนุ่มเกิดขึ้น ทางแบรนด์จึงขอยกเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าตัวคืนตามระยะเวลาที่เหลือ โดยอ้างว่ามูลค่าเชิงพาณิชย์ของพรีเซนเตอร์ได้รับความเสียหาย ทว่าทางต้นสังกัดได้โต้แย้งว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการกล่าวอ้างข้อมูลเท็จที่ถูกสร้างขึ้นโดยบุคคลที่สาม ไม่ใช่ความผิดของตัวนักแสดง ซึ่งท้ายที่สุดศาลพิจารณาว่าเหตุผลในการยกเลิกสัญญาไม่เพียงพอ จึงมีคำสั่งยกฟ้อง
ประเด็นความขัดแย้งนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ คิมเซอี ซีอีโอของช่อง YouTube ‘Garo Sero Institute’ ได้เผยแพร่ข้อมูลตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา โดยอ้างว่า คิมซูฮยอน เคยคบหากับนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ คิมแซรน ในขณะยังเป็นผู้เยาว์ และอ้างว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องต่อการเสียชีวิตของเธอ คิมเซอียังได้จัดงานแถลงข่าวในฐานะตัวแทนครอบครัวของผู้ล่วงลับพร้อมเปิดเผยไฟล์เสียงและภาพหน้าจอแชต KakaoTalk ที่อ้างว่าเป็นของคิมซูฮยอน อย่างไรก็ดี ผลการสืบสวนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่า ไฟล์เสียงดังกล่าวถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) และแชตทั้งหมดถูกปลอมแปลงขึ้นมา
จากผลการสืบสวน ส่งผลให้ คิมเซอี ถูกจับกุมและส่งฟ้องดำเนินคดีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ในข้อหาการหมิ่นประมาทด้วยการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ, ละเมิดกฎหมายการสะกดรอยตาม, ละเมิดกฎหมายอาชญากรรมทางเพศจากการเผยแพร่สื่อ, การข่มขู่ และพยายามบังคับขู่เข็ญ ภายหลังจากการจับกุม ทางต้นสังกัด GOLDMEDALIST ได้ออกแถลงการณ์ขอบคุณทุกฝ่ายที่คอยส่งเสียงแทนคิมซูฮยอนในระหว่างที่รอกระบวนการทางกฎหมาย และอยู่เคียงข้างเขาจนกระทั่งเรื่องราวทั้งหมดคลี่คลาย
การที่ศาลมีคำสั่งยกฟ้องในคดีแรกที่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องค่าเสียหายและคืนเงินค่าพรีเซนเตอร์นี้ คาดว่าจะมีส่วนทำให้คดีที่กำลังดำเนินอยู่กับแบรนด์อื่น ๆ มีทิศทางที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งคดีของแบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง Eider ที่เดิมทีมูลค่าการฟ้องร้องสูงถึง 2.5 พันล้านวอน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 59.5 ล้านบาท) แต่เมื่อหลักฐานทางตำรวจระบุว่าข่าวลือที่เกี่ยวข้องกับนักแสดงหนุ่มไม่เป็นความจริง แบรนด์จึงถอนคำร้องค่าเสียหายและเปลี่ยนมาเรียกร้องเพียงการคืนเงินค่าพรีเซนเตอร์ที่เหลืออยู่ 400 ล้านวอน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 9.52 ล้านบาท) ซึ่งในการพิจารณาคดี ศาลได้แสดงความเห็นเชิงตั้งคำถามต่อการเปลี่ยนจุดประสงค์การฟ้องร้องในครั้งนี้ โดยศาลนัดพิจารณาตัดสินคดีอีกครั้งในวันที่ 7 ตุลาคม นอกจากนี้ คิมซูฮยอน ยังมีคดีที่รอการพิจารณากับแบรนด์ Frombio, Classys, Cuckoo Electronics และ Trendmaker ต่อไป
หลังจากสถานการณ์ข่าวลือของคิมซูฮยอนได้รับการพิสูจน์ทางกฎหมาย คิมซูฮยอน ก็เริ่มกลับมาทำกิจกรรมตามตารางงานอย่างต่อเนื่อง เขาได้เริ่มต้นกิจกรรมด้วยการถ่ายแบบโฆษณาให้กับแบรนด์เสื้อผ้า Bench ของฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม และหลังจากนั้น ตำรวจได้ปัดตกข้อกล่าวหา ‘คิมซูฮยอน’ คบหา-ล่วงละเมิดผู้เยาว์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเขาเพิ่งเดินทางไปเข้าร่วมงานฉลองครบรอบ 37 ปี ของสถานีโทรทัศน์ RCTI ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา

บทความที่เกี่ยวข้อง
‘คิมซูฮยอน’ กลับมาทำกิจกรรมในวงการบันเทิงอย่างเป็นทางการแล้ว ⋯ สื่อรายงานบทจ่อคิวเสนอกว่า 40 เรื่อง

